xs
xsm
sm
md
lg

“ประยุทธ์” เปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน ขอยึดหลัก “3 ร.” ในช่วงวันหยุดยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ เปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ เน้นย้ำทุกฝ่ายเอาตริงป้องบาดเจ็บ-สูญเสียจากอุติเหตุเป็นศูนย์ทั้งช่วงปกติ-เทศกาล ขอทุกคนมีวินัยการจราจร-เคารพกฎ อย่าให้ใครยุทำผิดกฎหมาย

วันนี้ (16 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ พร้อมกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่นำมาซึ่งความสูญชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ และเป็นโศกนาฏกรรมของสังคมไปถึงระดับชาติ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเราจึงต้องช่วยแก้ปัญหา โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนนแบบองค์รวม ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) ตนได้ไปเปิดถนนคนเดินสีลมและถนนเยาวราช ได้เห็นรอยยิ้มและเห็นความสุขของประชาชน จึงอยากให้คนไทยมีรอยยิ้มตลอดทั้งปีในทุกวาระ ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้มีมาตรการออกมาอย่างเข้มงวดแต่สิ่งสำคัญอย่างเดียวคือคนคือทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ขณะที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายซึ่งหากบังคับใช้กฎหมายมากๆ ก็จะมีผลกระทบต่อทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ภายใต้ปฏิญญามอสโก ได้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 2563 ซึ่งในระยะเวลาที่กำหนดตนอยากให้ลดให้เร็วที่สุดให้เหลือศูนย์ให้ได้ โดยมีความกังวลหากมีคนเจ็บ คนตาย และมีความสูญเสียเกิดขึ้น ดังนั้น ทุกคนไม่ว่าทำอะไรก็ตามอย่าให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่น ขณะเดียวกัน ตนตั้งเป้าอยากให้รักษาความปลอดภัย ให้ได้ตลอดทั้งปีทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญไม่ต้องการให้มีการเก็บกันตายทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ทุกคนในการสร้างการรับรู้และสร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบในภาพรวมทั้งต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ อีกทั้งในช่วงเทศกาลขอให้คำนึงถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาประจำด่านตรวจต่างๆ ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางถนนท้องถิ่น ตำบลและหมู่บ้าน จึงจำเป็นต้องใช้กลไกในระดับพื้นที่ และต้องได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ถือเป็นงานหนักทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนอยากให้แก้ปัญหาให้เร็วสุด เพื่อขอเป็นของขวัญในปีนี้และปีต่อๆ ลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เทศกาลวันแห่งความสุขทุกคนควรมีความสุข สิ่งที่หลายคนลืมคือไม่นึกถึงคนอยู่ข้างหลัง ไม่ระมัดระวังตัวเองและคึกคะนอง ดังนั้นทำอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนขึ้นมาอีก ทั้งนี้ปี 2562 มีกว่า 7 แสนคนที่บาดเจ็บสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน จึงเน้นย้ำขอให้ทุกคนมีวินัยการจราจรและเคารพกฎหมาย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถป้องกันได้ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ซึ่งการบาดเจ็บสูญเสียไม่สามารถเรียกกลับมาได้ ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายและทุกพื้นที่ถือความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นนโยบายสำคัญรัฐบาล โดยทุกชีวิตมีความสำญเป็นอย่างยิ่ง จึงให้ทุกจังหวัดกำกับดูแลศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง ป้องกันดีกว่าแก้ไข

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่รัฐบาลผิดชอบหลายเรื่อง ทั้งเรื่องถนนหนทาง ไฟฟ้า และเรื่องอื่นๆ ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ร่วมมือแก้ไขทุกอย่างกลับเหมือนเดิม กลับมาที่รัฐบาลรับผิดชอบ มันถูกหรือไม่ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง รวมทั้งฝากให้ผู้ใหญ่หาหมวกกันน็อกให้ลูกและเด็กๆ ใส่ ขณะที่รถจักรยานยนต์รับจ้างก็จัดหาหมวกกันน็อคให้ลูกค้าและทำความสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่อยากไป จึงขอกำชับทุกฝ่ายและพื้นที่อย่าปล่อยให้บกพร่อง และอย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ เพราะทุกอย่างอยู่ที่การเอาใจใส่ อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบ โดยต้องลงไปดูในพื้นที่จริงไปตรวจและติดตามอย่าโยนให้เป็นหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูข้างล่างเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันขอให้ทุกจังหวัดทำแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทุกๆปี

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่พูดเสียงดังไม่ได้โมโห ไม่ได้เครียด

นายกฯ กล่าวว่า อยากให้เครือข่ายเมาไม่ขับไปดูเครือข่ายเมาแล้วขับด้วยว่ามีหรือไม่ เพราะบางคนไม่เมาเหล้าก็เมาความคิดที่คึกคะนอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงสิ้นปีนี้ตนจะดูว่าอุบัติเหตุลดลงได้เท่าไหร่ และในปี 2563 ขอให้ลดลงให้ได้มากที่สุด และหวังว่าไม่มีใครตายอีกเลย แต่ไม่รู้ทำได้หรือไม่เพราะตนไม่ได้ขับรถไปกับท่าน ตำรวจก็ไม่ได้ขับรถไปด้วย ย้ำว่ากฎหมายมีไว้ป้องปราม วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกฎหมาย จึงขออย่าให้ใครบิดเบือนให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายมีไว้ป้องกันไม่ใช่ปราบปราม ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นในทุกระดับ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนอยากให้ทำปฏิญญาไทยแลนด์ คือ ทุกคนต้องรักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่น ต้องรักสามอย่างนี้เท่ากันปัญหาก็จะไม่เกิด พร้อมสร้างชาติของเราให้เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งตนมองว่าบางคนน่าจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้อีกมากในอนาคต จึงไม่ควรมาบาดเจ็บสูญเสียไปก่อน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรมนุษย์ของเราให้ปลอดภัยด้วย ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนคิดถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่อยู่ภาคสนามและดูแลชายแดนไม่ได้กลับบ้าน เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนให้ปลอดภัย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ปัญหาอะไรก็ตามขึ้นอยู่คนไทยทุกคน ซึ่งทุกคนมีศักยภาพ มีอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรักครอบครัวเราเอง สิ่งเหล่านี้ลืมไปหรือไม่ถ้าลืมต้องดึงกลับมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้บ้านเมืองของเราปลอดภัยและสงบสุข ตนเข้าใจว่าไม่มีใครชอบให้บังคับใช้กฎหมาย ตนก็ไม่ชอบ แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการนั่นคือการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นอย่ามองว่ารัฐบาลบังคับใช้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลเพียงแต่ให้แต่ละหน่วยงานนำกฎหมายมาพิจารณาและบังคับใช้อย่างระมัดระวัง จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจและจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีความปลอดภัย ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกรอบกว้างๆแต่ทุกคนต้องเคารพกฎหมายรองลงมารวมทั้งพ.ร.บ.ต่างๆ ทั้งหมดด้วย ซึ่งความมุ่งหมายของเราคือการทำให้ประเทศชาติมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน อีกทั้งไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ตามออกมาก็ต้องมีกฎหมายลูกตามมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบสุขในแผ่นดินผืนนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้ชัดเจนด้วย จากนั้นนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการภายหลังพิธีเปิด

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้นายกฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องความรักความสามัคคีต้องการจะสื่ออะไรหรือไม่โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ฉันพยายามสร้าง พวกเธอก็อย่าทำลายก็แล้วกัน”

จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แวะดื่มกาแฟที่ร้านแบล็คแคนยอน บริเวณหน้าศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี โดยนายกฯ ได้สั่งเมนูกาแฟเย็นคาปูชิโน และได้พูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงต่อปัญหาดังกล่าว โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 15 นาที ก่อนเดินทางกลับไปปฎิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่ากาแฟอร่อยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “สุดยอด”












กำลังโหลดความคิดเห็น...