xs
xsm
sm
md
lg

สู้เพื่อตัวเอง! “เสรี” ขอ “ทอน” ยกเลิกการชุมนุมที่สกายวอล์ก หยุดทำร้ายคนไทยประเทศไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เสรี” ร้องขอ “ทอน” อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาให้คนไทยเดือดร้อนอีกเลย คนไทยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมาแล้วนับสิบปี เชื่อเลียนแบบฮ่องกงไม่ได้ เพราะฮ่องกงสู้เพื่อคนฮ่องกง แต่ “ทอน” สู้เพื่อตัวเอง และพรรคอนาคตใหม่

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ นักกฎหมายชื่อดัง และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “ขอเสนอให้ยกเลิกการชุมนุมที่ สกายวอร์ค”

โดยระบุว่า เรื่องของนายธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ)ที่นัดชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ทางเดินเชื่อมต่อ ที่สี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป และจะยุติการชุมนุมทันที ในเวลา 18.00 น.

มันเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยอาศัยพื้นที่ สถานที่ ที่มีประชาชนคนจำนวนมากเดินทางมาที่สกายวอล์ค ในช่วงเย็น เพื่อเดินทางกลับบ้าน หรือไปตามห้างฯต่างๆในย่านนั้น โดยใช้บริการรถไฟฟ้าและรถยนต์ในย่านนั้น อยู่แล้ว

ซึ่งถึงแม้จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็ตาม แต่มันทำให้เกิดภาพดูเหมือนมีคนมาร่วมชุมนุมตามที่เชิญชวนจำนวนมาก หากทำอย่างนี้หลายๆครั้ง ก็มีโอกาสจะดึงดูดคนจำนวนมากมาร่วมชุมนุมในคราวต่อๆไปหรือกิจกรรมอื่นที่จะทำต่อไป

เชื่อได้ว่าต้องการพยายามสร้างมวลชนให้เหมือนฮ่องกง ที่ต่อไปจะควบคุมไม่อยู่และจะบานปลายออกไป ซึ่งหวังว่าคงไม่บานปลายออกไปเช่นนั้น

แต่มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะคนฮ่องกงต่อสู้ในเรื่องการประท้วงต่อต้านร่างรัฐบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดนฮ่องกง พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นประโยชน์ได้เสียของคนในประเทศ

แต่การเรียกมวลชนของนายธนาธรฯ เป็นเรื่องเรียกเชิญชวนประชาชนมารวมตัวเพื่อปกป้องในเรื่องส่วนตัวหรือพรรคของตัวเอง

การตั้งใจเข้าร่วมชุมนุม ประชาชนคนไทย จึงต้องมีสติ ไตร่ตรองให้ดี

แต่อย่าลืม ! อย่าไปทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

มิฉะนั้น หากไปทำผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดีอีก ก็จะไปโทษว่า ถูกกลั่นแกล้งอีก เว้นแต่ว่าจะตั้งใจให้ถูกดำเนินคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่ผ่านมาบ้านเมืองไทยก็มีความยุ่งยากมากอยู่แล้ว
เหตุการณ์ที่ผ่านมาจากการชุมนุมของคนไทยที่แบ่งฝ่าย ออกมาต่อสู้กันเอง เป็นบทเรียนที่คนไทยใช้ชีวิตที่เจ็บปวด ทรมานอย่างแสนสาหัส มายาวนานนับสิบปี

ในเรื่องของนายธนาธรฯหรือเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ ก็หวังด้วยว่าจะไม่ทำให้คนไทยแตกแยก วุ่นวาย ต่อสู้กันเองเหมือนที่ผ่านมา และก็ไม่ควรจะทำให้ประชาชนและลูกหลานเราใช้ชีวิตที่ยุ่งเหยิง วุ่นวายเหมือนฮ่องกงหรือเหมือนกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่ผ่านมา ก็ไม่ควรให้เป็นอย่างนั้น

สิ่งสำคัญ คือ การกระทำของนายธนาธรฯและของพรรคอนาคตใหม่ที่เกิดขึ้นจนถูกกระบวนการการตรวจสอบ พิจารณา และตัดสิน เป็นเรื่องที่ทำตัวเองมาทั้งสิ้น

ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นวันเริ่มต้นของความวุ่นวายในประเทศ หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์เล็กๆของนักการเมืองคนหนึ่งที่กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ควบคุมนักการเมืองในเรื่องของการใช้เงินของนักการเมืองหรือของพรรคการเมืองเท่านั้น

ต้องเข้าใจว่า นักการเมืองทุกคนอาจล้มหายตายจากไป แต่ประเทศไทยและลูกหลานไทย คงต้องอยู่และเจริญเติมโตต่อไป

ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในการประคับประคองให้บ้านเมืองไทยเดินไปข้างหน้าต่อไป ด้วยการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินและความผาสุกของประชาชนคนไทยเป็นที่ตั้ง

หากนายธนาธรฯ ต้องการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็ควรยกเลิกการชุมนุมที่สกายวอร์คเสีย อย่าให้บานปลายออกไป จนกลายเป็นปัญหาที่สะท้อนกลับเข้าหานายธนาธรฯเอง /.

ภาพจากแฟ้ม
ขณะเดียวกันวันนี้(14 ธ.ค.62) จากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนกลุ่มผู้สนับสนุนไปรวมตัวแสดงพลังที่บริเวณสกายวอล์ก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเพื่อนนายธนาธรที่เคยร่วมเคลื่อนไหวในสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)ด้วยกัน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol แสดงความคิดเห็นว่า

การชุมนุมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่ง่าย สิ่งสำคัญของการชุมนุมหลักๆ คือ 1.เป้าหมายชัดเจน 2.ข้อเรียกร้องในการจัดการชุมนุม การวางจังหวะก้าว 3.วิธีการชุมนุม 4.การจัดการชุมนุม 5.มวลชนที่พร้อม

“การชุมนุมของพรรคอนาตใหม่ ผมว่า ข้อ 1 ข้อ 2 หายไป คุณกำลังจะพาความคับแค้นส่วนตัวมาให้พลังคนรุ่นใหม่(คิดว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายมวลชน) เสียความชอบธรรม พลังคนรุ่นใหม่เป็นพลังที่สดใสเสมอ แต่กำลังจะถูกความเห็นแก่ตัวของนักการเมืองอ่อนหัด นำมาเป็นเครื่องมือเป็นเกราะป้องกันความผิดของตัวเอง”

แน่นอนว่าการชุมนุมในวันที่ 14 ธ.ค.จะเป็นการเช็คกระแสมวลชนเบื้องต้น แต่อย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญของการชุมนุมคือความชอบธรรมของการชุมนุม อย่าเอาความสดใสของมวลชน มาแปดเปื้อนเพราะความไร้เดียงสาจากทีมทนายพวกคุณเลย ไม่มีการชุมนุมไหนเริ่มต้นจากการเอาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นข้ออ้างจากการชุมนุม แม้แต่ในสภาฯ การออก พ.ร.บ.นิรโทษเพื่อคนคนเดียวยังไปไม่รอด และจุดจบไม่ค่อยดี

เช่นเดียวกับวันนี้(14 ธ.ค. 62) ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่กู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค 191,200,00 บาท (กรณีถูกกกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่) ว่า

"พูดอย่างตรงไปตรงมา การที่หัวหน้าพรรคให้พรรคตัวเองกู้ยืมเงิน มันคือผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเงินส่วนนั้น อาจนำไปสู่การสร้างอิทธิพลของหัวหน้าพรรคในพรรคได้"

รวมทั้งนายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวสดอิงลิช โพสต์ข้อความลงในทวีตเตอร์ระบุว่า "ธนาธรให้พรรคตัวเองกู้ 191 ล้านถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่? ผมคิดว่าเสี่ยงเป็นไปได้ เพราะมันทำให้อำนาจต่อรองของธนาธรในพรรคเมื่อเทียบสมาชิกผู้อื่นมากขึ้น คนในพรรคเกรงใจมากขึ้น หรือรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณไปโดยปริยาย"

ที่นาสนใจไปกว่านั้น คือ การกลืนน้ำลายตัวเองของ นายธนาธร โดยมีรายงานข่าวว่า หลังนายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศนัดชุมนุมที่ สกายวอล์คในวันที่ 14 ธ.ค.

ล่าสุดสังคมออนไลน์ให้ความสนใจแชร์คลิปนายธนาธร ที่เคยพูดไว้ที่ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บนเวทีประชันวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการหาเสียงเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562

โดยเนื้อหาในคลิป นายธนาธร กล่าวอย่างมั่นใจถึงการต่อสู้ของพรรคอนาคตใหม่โดยกลไกสภาว่า รัฏฐาธิปัตย์ยังอยู่ที่สภา รัฏฐาธิปัตย์ ยังอยู่ที่สภา

"เอาสิคุณจะยิงพวกเรา 500 คนเหรอ คุณจะยิง กล้าหรือเปล่า ผมก็เตรียมใจมาพอสมควรเหมือนกัน ที่ตั้งพรรคการเมือง คุณจะยิง 500 คนไหม ต้องเริ่มที่สภา อย่าให้ประชาชนเริ่ม ประชาชนเริ่มเมื่อไหร่ตายฟรี"(ข้อมูลจากไทยโพสต์)

เมื่อเช่นนี้ ถือว่าโพสต์เฟซบุ๊กของ นายเสรี สุวรรณภานนท์ และหลายคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า การนัดชุมนุมทางการเมืองของนายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้

เป็นการจุดประเด็นจากเรื่องส่วนตัว ความผิดส่วนตัว ที่เอาคนรุ่นใหม่วัยใสในสังคมออนไลน์มาเป็นตัวประกัน ร่วมรับผิด อย่างเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ที่สุด แล้วเชื่อว่าภาพสะท้อนจะต้องกลับไปทำลายนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย


กำลังโหลดความคิดเห็น...