xs
xsm
sm
md
lg

(คำต่อคำ) ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง : เปิดปมยิงกันในศาลจันทบุรี เบื้องลึกทนายหวังฮุบที่ ลั่น"ผู้การธารินทร์"ไม่ตายฟรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ (22 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในสไตล์ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง คดีที่ดิน 3,800 ไร่ที่มีการยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี อะไรคือเหตุจูงใจของอดีตผู้การ เบื้องลึกเเละเบื้องหลัง คดีมีเงื่อนงำอย่างไร เเละยังมีความคืบหน้าคดี Forex3D ว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวพันเพิ่มเติมบ้าง เเละนายอภิรักษ์จะกลับมามั้ย





คำต่อคำ : SONDHI TALK [22 พ.ย. 2562] เปิดปมอดีตผู้การยิงกันในศาลจันทบุรี

สวัสดีครับท่านผู้ชม กลับมาพบกันอีกครั้งในรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ขอประทานโทษด้วยครับ วันนี้พร็อพบนโต๊ะเป็นความจริงนะครับ ทุกครั้งที่ออกบนโต๊ะนี้ดูใสสะอาด นั่นคือการจัดฉาก แต่วันนี้จัดฉากไม่ทัน เพราะว่าผมจมปลักอยู่กับข้อมูลเยอะมาก ทุกๆ วันอังคาร หรือพุธ วันพฤหัสฯ ผมต้องทำงานหนักมาก เพราะเช้าวันจันทร์หรือวันอังคาร ก็จะตัดสินใจว่าจะเลือกเรื่องอะไรดี หลังจากนั้นก็เลยต้องหาข้อมูลอย่างเต็มที่

ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องฆ่ากัน 3 ศพ ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี มันมีควันหลงนิดหนึ่งเรื่องเกี่ยวกับคดี FOREX 3D ซึ่งจะมีความคืบหน้ามาเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง

ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์ที่แล้ว วันที่ 15 พฤศจิกายน ก่อนที่เราจะออกรายการ FOREX 3D เพียง 1 วัน นายอภิรักษ์ โกฎธิ ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก พูดเป็นหลักๆ ว่า ตอนนี้ขอให้ทุกคนสบายใจได้ ที่เขาหายตัวไปพักหนึ่ง เพราะเขาต้องการไปเคลียร์ปัญหาต่างๆ ที่นอกประเทศ ตอนนี้เคลียร์ได้แล้ว เดี๋ยวจะกลับมา แล้วจะคืนเงินให้ทุกๆ คนหมด เขาโพสต์ 1 วันก่อนที่จะเกิดวันที่ 15 ที่ผมจะออกมาพูด เพราะเขารู้ว่าผมจะพูดวันที่ 15 เขาก็เลยส่งข้อความนี้ให้กับท่านผู้ชม หรือคนที่ถูกเขาหลอกไปลงทุนให้สบายใจ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในคอมเมนต์ต่างๆ ก็มีอยู่ไม่น้อยที่เข้ามาอวยนายอภิรักษ์ โกฎธิ ให้กำลังใจ สู้ๆ ยังเชื่อมั่นอยู่ รออยู่ มั่นใจในตัวคุณ มั่นใจในตัว CEO แต่ว่าหลังจากรายการนี้ออกไป และค้นพบว่าข้อเท็จจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่นายอภิรักษ์พูด สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือว่า คอมเมนต์ที่เคยอวย หรือเคยให้กำลังใจ ค่อยๆ แปรเป็นคำก่นด่า มีทั้งด่าแบบสุภาพ มีทั้งด่าแบบหยาบคาย ประเภทให้ทั้งของลับทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ให้มาเต็มที่ นั่นคือความโกรธแค้นของคนที่ถูกหลอกลวงไป และตัวเองไม่ได้ใช้ปัญญา หรือตัวเองใช้ความโลภเป็นตัวนำ


แต่วันนี้อยากจะมีอะไรที่มาเล่าให้ฟังกันนิดหนึ่ง เป็นควันหลง ซึ่งจะพูดว่าควันหลงก็ได้ หรือจะพูดว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องไปก็ได้

ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นวันนี้แล้วมั้ง ที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะเริ่มบุกเข้าไปทุกจุดเท่าที่เขามีข้อมูลอยู่ และเข้าไปยึดทรัพย์ต่างๆ นานา หลายๆ การยึดทรัพย์ หลายๆ กรณี ผมก็คิดว่าเขาคงมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่อาจจะมีไม่หมด เพราะยังมีหลบๆ ซ่อนๆ อยู่อีกมาก

อีกประการหนึ่งเขาจำเป็นจะต้องเดินหน้าเข้าไปยึดทรัพย์ เพื่อป้องกันการถ่ายทอดทรัพย์ออกไปที่ต่างๆ ข้อหนึ่งซึ่งผมอยากจะเตือนสติท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน นิดหนึ่ง วันที่ดีเจแมน กับคุณใบเตย ไปให้การในฐานะพยานนั้น ก็ได้เข้าไปพบกับท่านรัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ ท่านรัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ก็ยืนให้สัมภาษณ์หน้าตาเฉย ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร ผมเข้าใจดีว่าท่านเป็นนักการเมือง ท่านอยากจะแสดงออกว่าท่านสนใจในเรื่องนี้ แต่ท่านยืนถ่ายรูปยิ้มแย้มแจ่มใสกับคนที่ถูกเรียกตัวมาเป็นพยานนั้น มันจะสร้างความกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอหรือเปล่าครับท่าน ผมไม่ทราบว่าใครที่เป็นที่ปรึกษาท่าน ที่ยืนยิ้มเผล่อยู่ข้างหลัง มีความภูมิอกภูมิใจมากที่มีดีเจแมน และคุณใบเตยยืนอยู่ข้างๆ รัฐมนตรี แต่ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องที่สมควรกระทำ และไม่ควรจะยิ้มเลยแม้แต่นิดเดียว เป็นมารยาทซึ่งผมไม่เคยเห็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมคนไหนมายืนอยู่ เพราะว่าวันนี้ยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ท่านผู้ชมครับ วันที่เราจะรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คือวันไหนรู้ไหม คือวันที่ ปปง.ได้เดินสายแล้วเช็กว่าเงินเข้าบัญชีใคร ออกบัญชีใคร แล้ววันที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เริ่มสอบพยานมากขึ้น ตอนนี้คิวสอบพยานของดีเอสไอแน่นหนามาก มีคนร้องเรียนมาแล้วจะถึง 1 หมื่นคนแล้ว ยอดเงินที่สูญเสียตอนนี้เกือบๆ 1 หมื่นล้านบาท ถ้าจะพูดอีกที แชร์ FOREX 3D ก็คือมารดาของแชร์ทั้งหมด แชร์แม่มณีนั้นเป็นเรื่องเด็กเล็ก เป็นเรื่องอนุบาล แชร์อื่นๆ เป็นเรื่องโหลยโท่ย ไม่มีความหมาย แชร์ของจริง ที่ทำร้ายจริงๆ ก็คือ FOREX 3D เพราะฉะนั้นแล้ว การที่ดีเอสไอเชิญพยานคนไหนมา ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหน ท่านรัฐมนตรีและท่านที่ปรึกษาที่ให้คำปรึกษาผิดๆ ควรจะสำเหนียกหน่อยว่าไม่ควรจะเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมายืนและแถลงข่าว ปล่อยให้เจ้าหน้าที่เขาทำงานไป เพราะว่าในขณะนี้สิ่งที่ดีเอสไอกำลังทำคือ เขากำลังจะสอบผู้เสียหายก่อน พอสอบผู้เสียหายแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขาจะต้องถามต่อว่า เอ๊ะ ใครเป็นคนชักชวนคุณมาลง คนนั้นก็เอ่ยชื่อ นาย ก. นาย ข. นาง ง. นาง จ. อะไรพวกนี้ เขาก็ลงบันทึกไปเรื่อยๆ


ทีนี้ถ้ามีผู้เสียหายหลายๆ คน ให้การในทำนองเดียวกันว่า นาย ก. นาย ข. เกี่ยวข้อง นาย ก. นาย ข. จะต้องถูกเข้าข่ายกรณีสมรู้ร่วมคิดกับนายอภิรักษ์ โกฎธิ ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องนี้ ผมเห็นมามากแล้ว คนซึ่งมีส่วนร่วม จะเป็นแม่ข่าย หรือจะเป็นลูกข่าย จะเป็นแม่ข่ายอันดับ 1 อันดับชั้น 1 ชั้นที่ 1 ชั้นที่ 2 ชั้นที่ 3 นี่ผิดหมด เพราะกฎหมายเหมาไปเสร็จเรียบร้อยแล้วว่า เมื่อคุณทำเช่นนี้ คุณมีส่วนร่วมในการทำงานแบบนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าการออกมาหรือการให้เป็นพยานว่าไม่เกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น จะเป็นการปลดเปลื้องความผิดออกไป เพราะว่าดีเอสไอเขาอยากจะรู้ว่าคุณจะพูดว่าอย่างไร อยากจะรู้ ก็เหมือนกับที่ท่านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ คุณชัยวัฒน์ จ้อมากเหลือเกิน จ้อเช้า จ้อเย็น จ้อกลางวัน จ้อกลางคืน จนในที่สุดดีเอสไอเห็นว่าจ้อมากจนเกินไปแล้ว ก็เอายื่นศาลขอถอนประกัน วันนี้ก็เลยหายจ้อไปเลย เงียบไปเลย

เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากจะขอแนะนำเล็กน้อยสำหรับคนที่มีชื่อเสียง เพราะจะมีคนที่มีชื่อเสียงเข้ามาอีกเยอะ หลายคน มีแม่ของดาราคนหนึ่ง อย่าให้ผมเอ่ยชื่อ หลักฐานบ่งชัดว่าเป็นแม่ข่าย ชวนพวกดาราทั้งหลาย แล้วส่วนใหญ่ดาราทั้งหลายที่เข้ามา แล้วโดนอภิรักษ์หลอกลวง ก็คือดาราช่อง 7 บางคนลง 1 ล้าน บางคนลง 2 ล้าน พิธีกรคนหนึ่ง ท่านผู้ชมเชื่อไหมครับ ช่อง 7 ไม่รู้ว่าใคร ลง 13 ล้านบาท วันนี้คงเอาเท้าก่ายหน้าผากแล้วคิดว่าตัวเองนี่ไม่น่าเลย เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่๊โดน ดารานี่โดนเยอะมาก ก็เพราะว่าพวกนี้ต้องการที่จะเอาดาราขึ้นมา เพื่อมาสนับสนุนนายอภิรักษ์ และสิ่งที่นายอภิรักษ์ทำ ว่าแม้กระทั่งดาราก็ยังมาลง เพราะฉะนั้นถ้าดาราลงแล้ว ฉันลง ไม่ผิด แม่ของดาราสาวคนนี้เป็นแม่ข่าย เอาเงินเอาทองดารามาลง แล้วตามกติกาก็คือว่า 40 เปอร์เซ็นต์ หักเอาไว้ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่งไป เวลาส่งดอกเบี้ยกลับมา ปรากฏว่าแม่ดาราคนนี้กับลูกชายเป็นคนที่ติดการพนันอย่างหนัก ได้เงินมาเท่าไรก็เข้าบ่อน เพราะฉะนั้นแล้วก็ต้องเร่งหาลูกข่ายเข้ามาเยอะๆ แล้วท่านผู้ชมจะประหลาดใจ รอให้ดีๆ นะครับ เรื่องนี้ถ้าเป็นหนัง ท่านผู้ชมครับ หนังเพิ่งเริ่มฉาย เรื่องนี้ยาว เชื่อผม ไหนจะต้องสอบพยานอีกเป็นพันๆ ปาก

ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพพยาน 9,000 คน ที่ต้องมาสอบสิ ต้องจัดคิวกันกี่วัน กี่เดือน ต้องมีเวลาหลายเดือน เมื่อเวลาหลายเดือนผ่านไปเขาก็จะประชุมสรุปกันแล้วว่า มีการซัดทอดคนนี้เป็นแม่ข่าย คนนี้เป็นแม่ข่าย คนนี้เป็นแม่ข่าย เพราะว่าแม่ข่ายเอา นาย ก. นาย ข. นาย ค. มาลงทุน แล้วนาย ก. นาย ข. ให้การยืนยันว่าคนนี้เป็นคนมาติดต่อ

จากตรงนั้นแล้วต่อด้วยอะไรรู้ไหมท่านผู้ชม ต่อด้วยเส้นทางการเดินของ ปปง. ท่านผู้ชมครับ ในการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจนี้ หรืออาชญากรรมทั่วไป ไม่มีทางที่จะปิดเส้นทางเดินของการเงินได้ เงินเข้าใครออกใคร คนนั้นรับทราบ เงินไปถึงคนไหน คนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอนที่สุด เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้อย่าเพิ่งหลงระเริงบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยว กลับไปทบทวนให้ดี เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวคุณรู้อยู่แก่ใจ แม้กระทั่งสนามแข่งรถโกลคาร์ท KIT ที่อยู่ที่เชียงใหม่ ก็อยู่ในข่ายที่จะโดนอายัดทรัพย์และยึดทรัพย์ ใครก็ตามที่ไปแสดงตัวโชว์ออฟที่สนามแข่งรถโกลคาร์ท แล้วโชว์ฟอร์มอย่างใหญ่โต ระวังนะครับ ระวังให้ดีๆ ว่าจะต้องโดนอย่างแน่นอนที่สุด


ท่านผู้ชมครับ จำได้ไหมผมเคยเล่าให้ฟังว่านายอภิรักษ์ เป็นคนที่เอาเงินขนไปฝากไว้ที่สิงคโปร์ เขาเหมาเครื่องบิน เที่ยวบินไปสิงคโปร์ ปีที่แล้วเท่าที่เช็กมา เขาไปเกือบ 10 เที่ยว และต่อ 1 เที่ยว เขาแบกกระเป๋าไปประมาณ 12-15 กระเป๋า ในกระเป๋านั้นคือแบงก์ใบละ 1 พัน หมดเลย ถามว่านายอภิรักษ์ทำเป็นคนแรกหรือเปล่า ไม่ได้ทำเป็นคนแรก หลายคน นักการเมืองเมืองไทย ทหาร ตำรวจ ข้าราชการในเมืองไทย ล้วนแล้วแต่เอาเงินที่คอร์รัปชันนั่งเครื่องบินไปสิงคโปร์เอาไปฝาก ทำไมต้องเป็นสิงคโปร์ เพราะสิงคโปร์เขามีกฎหมายธนาคารที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนี้ เผลอๆ อาจจะเข้มงวดที่สุดในโลกนี้ก็ได้ คือเขาห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อมูลลูกค้า ถึงแม้คุณจะเป็นสาขาหนึ่งของธนาคาร อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ มีธนาคารกรุงเทพ สาขาสิงคโปร์ ก็ไม่ได้แปลว่าผู้จัดการใหญ่ที่ธนาคารกรุงเทพ คุณชาลี โสภณพนิช จะมีสิทธิ์ขอข้อมูลลูกค้าที่สิงคโปร์ได้ เขาสร้างกำแพงกั้นเอาไว้หมดเลย

เพราะฉะนั้นแล้ว จะพูดก็ได้ว่าสิงคโปร์ก็คือแหล่งฟอกเงินในเอเชียที่ใหญ่ที่สุดอันหนึ่ง และที่กำลังก้าวมาเป็นคู่แข่งของสิงคโปร์ ก็คือเกาะลังกาวี ที่เขาทำให้เกาะลังกาวีเป็นแหล่งปลอดภาษี และเป็นแหล่งที่คนเอาเงินไปฝากได้ โดยใช้กฎหมายแบบสิงคโปร์ และประเทศที่คนเอาเงินไปฝากไว้ที่สิงคโปร์ และลังกาวี พูดได้เลย หนึ่ง คือประเทศไทย สอง ฟิลิปปินส์ และสามคือ อินโดนีเซีย พวกเศรษฐีต่างๆ หรือคนที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็จะขนเงินต่างๆ พวกนี้เข้าไปฝากที่สิงคโปร์ และช่วงหลังก็เริ่มมีที่ลังกาวี เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ

ยุคสมัยที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ใช้หลานตัวเองเดินทางไปสิงคโปร์ ในขณะที่ตัวเองยังมีอำนาจอยู่ และทุกครั้งที่เดินทางไป จะขนกระเป๋าประมาณ 10-15 กระเป๋า ทุกครั้ง ท่านผู้ชมครับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะว่าสิงคโปร์รับฝากเงินบาทด้วย ไม่ใช่ว่าเอาดอลลาร์ไปฝากอย่างเดียวนะ บาทเขาก็รับ เป็นเพียงแต่อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างบาทต่อดอลลาร์ ที่สิงคโปร์ตั้งไว้ กับบาทต่อดอลลาร์ที่เมืองไทยตั้งไว้ จะมีส่วนต่างประมาณ 1-2 บาท ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ เศรษฐกิจล่มสลาย ปี 2540 เงินบาทของสิงคโปร์ กับเงินบาทของไทย ที่แลกต่อ 1 ดอลลาร์ จะมีส่วนต่างประมาณ 2-3 บาท ด้วยเหตุนี้การขนเงินไปฝากที่สิงคโปร์ เอาเงินสดๆ ไปฝาก และสิงคโปร์ พอลงเครื่องปั๊บ แถลงเลยว่า 12 กระเป๋าที่ขนมา เป็นเงินจะเอามาฝากที่สิงคโปร์ ศุลกากร ตม.ของสิงคโปร์ก็น่ารักมาก อ้อ เอามาฝากเงินสิงคโปร์เหรอ ไม่ต้องค้น เอาไปเลย เข้าไปเลย ก็จะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารมารับเอาไปฝาก มันเป็นเช่นนี้ท่านผู้ชม

ถ้านายอภิรักษ์ 2 ปีก่อนที่มันจะล่มสลาย อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่านายอภิรักษ์ เป็นคนที่วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ทางหนีทีไล่ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้านายอภิรักษ์เหมาเครื่องบินไปสิงคโปร์ทีไร เชื่อขนมกินได้ แล้วก็มีแหล่งข่าวยืนยันมาว่า ทุกครั้งที่ไปก็จะไปกัน 2 คน นายอภิรักษ์ กับนายเจษฎ์ ซึ่งทั้งสองคนนี้เป็นอดีตสามีของกะเทยที่ชื่อคุณจอย เพราะฉะนั้นแล้ว สองคนนี้ก็มีหน้าที่ขนเงินออกไป อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า กุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ขุมทรัพย์ของอภิรักษ์ ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง คือนายเจษฎ์ ข้อมูลต่างๆ ผมให้ไปแล้วในการพูดคราวที่แล้ว ถ้าเจอตัวนายเจษฎ์ คำถามคือ นายเจษฎ์จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้นเอง

และทำไมผมถึงมั่นใจว่าอภิรักษ์ฝากเงินที่สิงคโปร์ เหตุผลเพราะว่ามีนางงามเชียงใหม่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่ขาของอภิรักษ์ อย่าถามเลยว่าผมรู้เรื่องนี้มาอย่างไร เอาเป็นว่าผมรู้ก็แล้วกัน นางงามเชียงใหม่คนนี้เป็นคู่ขาอภิรักษ์ มีอยู่วันหนึ่งเจออภิรักษ์ มาขอเงินอภิรักษ์ แล้วก็อ้างว่าตัวเองเป็นคนอำเภอฝาง อภิรักษ์ก็บอกว่า เอ้า ผมก็เป็นคนฝาง คนบ้านเดียวกัน เป็นอย่างไร ตอนนี้มีอะไร ตอนนี้หนูกำลังลำบาก ต้องการเงิน อภิรักษ์ก็เลยโอนเงินให้ประมาณ 5 แสนบาท วิธีโอนของเขาคือ เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกด mobile banking โอนจากสิงคโปร์โดยตรงเลย เพื่อมาเข้าบัญชีของเด็กคนนั้น เขาทำอย่างนี้ 2-3 ครั้ง ถ้าอภิรักษ์โอนเงินจากสิงคโปร์มาให้ ก็แสดงว่าเขาไม่ได้เอาเงินที่อยู่ในเมืองไทย เพราะถ้าจะเอาเงินที่อยู่ในเมืองไทยมันต้องผ่านระบบบัญชี เขาก็เอาเงินที่เขาเอาไปซ่อนไว้ที่สิงคโปร์ เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะต้องเห็นว่าเรื่องพวกนี้ สิ่งแวดล้อมพวกนี้มันชี้ว่าอภิรักษ์ขนเงินไปอยู่ที่สิงคโปร์ แล้วพวกแม่ข่ายทั้งหลาย (ด้วยความเคารพ ไม่ได้เหยียดเพศเลยแม้แต่นิดเดียว) อภิรักษ์ใช้กะเทยเยอะมากในการไปหลอกให้คนมาลงทุน นี่ผมจำเป็นต้องพูด เพื่อนร่วมอาชีพของผมอยู่ที่ไทยพีบีเอส เขาว่าเกือบครึ่งสถานี ผมว่าคงไม่ถึงครึ่ง แต่เยอะก็แล้วกัน ประเภทช่างไฟ ช่างกล้อง ผมไม่รู้ว่าช่างกล้องของผมในขณะนี้ที่กำลังถ่ายอยู่ จะโดนกะเทยหลอกเอาเงินไปลงหรือเปล่า รูปก็มีให้ เสร็จเรียบร้อย กะเทยคนนี้มีเฟซบุ๊ก และเอาเงินจากคนไทยพีบีเอสไปลงเกือบครึ่งสถานี แต่ไม่ใช่เป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ที่เป็นดารา ที่เป็นโน่นเป็นนี่ เป็นคนธรรมดา แต่เผอิญกะเทยนี่เข้าไปแต่งหน้าพิธีกร ก็อาจจะมีการเมาท์ให้ฟังว่ามีการลงทุนแบบนี้นะ หนูลงไปแล้วเท่านี้ หนูได้เงินคืนมาเท่านี้ สองปีที่ผ่านมาหนูกำไรมา 3-4 ล้าน ใครบ้างไม่อยากได้เงิน ต่อให้เป็นช่างกล้อง หรือต่อให้เป็นช่างเสียง ช่างไฟ สถานีโทรทัศน์ที่ไหนก็อยากได้เงินกันทั้งนั้น

ก็ตามประสาของสถานภาพของคน ก็ลงกันบ้าง คนละแสน ลงกันบ้าง คนละ 5 หมื่น หรือคนละ 2 แสน ตอนนี้ก็ร้องไห้กันกระจองอแงเหมือนกัน เพราะเศรษฐกิจก็ตกต่ำ เงินเดือนประจำก็ได้เพียงแค่นี้ ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น กำลังรอว่าจะได้เงินปันผลจากการเล่นแชร์ของ FOREX 3D ก็เอาเป็นว่า นี่คือความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้า

ท่านผู้ชมครับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจำเป็นจะต้องพูดนิดหนึ่ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจ คือมีท่านผู้ชมจำนวนหนึ่ง ไม่มาก หลายท่าน ส่งคอมเมนต์มาอธิบายว่า การเล่นเงินตราต่างประเทศนั้น มันมีหลายวิธีในการเล่น บางวิธีสามารถกำไรทีละ 20 เปอร์เซ็นต์ได้ ท่านผู้ชมครับ ผมไม่เถียง ผมต้องขอโทษ ผมไม่สามารถที่จะเอาการเล่นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เล่นเฉพาะส่วนต่างค่าเงิน แต่จะเล่นในเรื่องของ options จะเล่นของอนาคต future ว่าเงินสิงคโปร์จะขึ้น หรือเงินเยนจะลง หรือเล่นในแง่ swap แลกเปลี่ยนกัน เอาเงินบาทมาเท่านี้ เอาเงินบาทแลกดอลลาร์ได้เท่านี้ ในขณะเดียวกัน ดอลลาร์อีกประเทศหนึ่งแลกเงินบาทได้เท่านี้ อีกประเทศหนึ่งแลกได้เกิน มากกว่าประมาณ 2 บาท ก็เอามาขาย ตัวนี้ เอาไปกินส่วนต่างตัวนี้ หรือเล่นว่าค่าเงินจะขึ้นหรือลง เหมือนกับคุณกำลังแทงว่า วันนี้เงินเยนเท่ากับ 110 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ คุณแทงว่าอีก 6 เดือนข้างหน้า เงินเยนจะต้องลง ลงไปเรื่อยๆ หรือเงินเยนจะต้องขึ้น ขึ้นไปเรื่อยๆ เป็น 110 เป็น 120 หรือ 130 แต่ปรากฏว่าเงินเยนมันร่วง มันแข็งค่ากลายเป็น 78 เยนต่อดอลลาร์

ท่านผู้ชมครับ มีครับ เรื่องนี้ กำไรดีจริง แต่ก็เจ๊งก็ดีหลายเลย เมื่อนานมาแล้ว สิบกว่าปีที่แล้ว มีคนอังกฤษคนหนึ่งชื่อนาย Nick Leeson นายคนนี้ทำงานอยู่ธนาคารแบร์ริง ธนาคารแบร์ริงมีอายุเก่าแก่ถึง 250 ปี นาย Nick Leeson ถูกจ้างมาเพื่อเป็นคนเล่นตลาดอนุพันธ์ (derivative) คือพวกนี้ล่ะครับ ซื้อ future ซื้อ options ซื้อ swap เสร็จเรียบร้อยแล้ว พอไปถึงจุดๆ หนึ่ง คนๆ นี้ก็เอาเงินไปเล่น เก็งกำไร กำไรมาปีหนึ่ง 100 กว่าล้านปอนด์ 200 ล้านปอนด์ ขนาดคนๆ นี้เล่นเยอะ เล่นเก่ง ก็ยังมีกำไรเพียงแค่นั้นเอง แต่ในที่สุดก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขาดทุนมาก ก็เอาเงินที่ขาดทุนนี้ไปซ่อนไว้ในบัญชีลับอีกบัญชีหนึ่ง สะสมไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ Nick Leeson เป็นเซียนในการเล่นเงินตราต่างประเทศทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น options ไม่ว่าจะเป็น swap ไม่ว่าจะเป็นซื้อ future ปรากฏว่ามันทำให้ธนาคารแบร์ริงขาดทุนไป 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 700-800 ล้านปอนด์ ท่านผู้ชมทราบหรือไม่ว่าธนาคารแบร์ริ่งเก่าแก่ 250 ปี ล่มสลายชั่วข้ามคืน เจ๊งเลยครับ เพราะไอ้หมอนี่คนเดียว Nick Leeson เพราะฉะนั้นที่ผมไม่พูดเรื่องนี้เลย เพราะว่า หนึ่ง ความเสี่ยงมันสูง และอย่ามาบอกผมว่า นายอภิรักษ์สามารถที่จะเล่น future ได้ และกำไรทุกครั้งที่เล่น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมยอมรับว่า ที่พูดคราวที่แล้ว ขาดตกบกพร่องเรื่องนี้ไป เหตุผลที่ขาดตกบกพร่องเพราะจงใจ เพราะผมต้องการให้ท่านผู้ชมที่ไม่รู้เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ท่านจะเข้าใจได้อย่างไร ผมบอกว่ามันเล่น future ได้ครับ โน่นนี่นั่น ผมมัวไปอธิบายให้ท่านฟัง ท่านก็ไม่เข้าใจเรื่องแล้ว ท่านก็จะปวดหัว บอกว่าสนธิพูดเรื่องอะไร ผู้เฒ่าพูดเรื่องอะไร ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้ก็เลยเป็นเรื่องที่ผมต้องชี้แจงให้ฟังสักนิดหนึ่งว่าที่ท่านติติงมานั้น ไม่ผิด แต่ผมมีเหตุผลของการไม่พูด และในขณะเดียวกัน ตรรกะของผมก็มีอยู่ว่า ถึงแม้ว่านายอภิรักษ์เล่นได้อย่างนั้นจริง ก็ไม่ได้แปลว่านายอภิรักษ์จะกำไรทุกครั้ง ก็มีสิทธิ์ขาดทุน และถึงขั้นล้มละลายก็ได้เช่นกัน และขณะเดียวกัน ถ้าคนที่จะเล่นระบบตามที่ท่านติติงมา เหมือนนาย Nick Leeson ก็จะมีพนักงานนั่งเต็มเลย ทุกคนก็จับตาดูเงินปอนด์ ทุกคนก็จับตาดูเงินดอลลาร์ ทุกคนจับตาดูเงินเยน ทุกคนจับตาดูเงินยูโร แล้วก็เปรียบเทียบกัน พอเปรียบเทียบเอาเงินยูโรแลกกับอันนี้ปั๊บ มีส่วนต่างเท่านี้ ยูโรแลกกับประเทศนี้ ในเงินตราแบบนี้ มีส่วนต่างมากกว่าประเทศนี้ ก็จับมา swap กัน แล้วกินส่วนต่าง แต่ว่ารูปที่ผมเอาให้ท่านผู้ชมเห็นมันคือรูปจอและมีกราฟขึ้น แล้วมีพ่อเจ้าประคุณอภิรักษ์นั่งยิ้มอยู่โชว์ นี่มันไม่ใช่ห้องเทรด ไม่ใช่ห้องเทรดตามที่ท่านผู้ชมติติงมา เพราะฉะนั้นแล้วเห็นได้ชัดว่านี่คือการหลอกลวงระดับชาติ ขบวนการต้มตุ๋น ผมก็เลยต้องชี้แจงให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่ง

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เป็นควันหลงของ FOREX 3D ท่านผู้ชมครับ ผมจะพยายามอัปเดตทุกอาทิตย์ว่าเรื่อง FOREX 3D ไปถึงไหนแล้ว แต่ที่แน่นอนที่สุด นายอภิรักษ์ โกฎธิ หลังจากโพสต์วันที่ 14 วันพฤหัสฯ ที่แล้ว ว่าจะกลับมา เพราะรู้ว่าผมจะพูดวันที่ 15 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ นายอภิรักษ์เงียบหายไปในกลีบเมฆ ไม่โผล่อะไรออกมาอีกเลย จนกระทั่งความเห็นที่เคยอวยนายอภิรักษ์ ก็มาก่นด่าโคตรพ่อโคตรแม่นายอภิรักษ์ อย่างชนิดหยาบคายสุดโต่ง แม้กระทั่งผมเองยังทนอ่านไม่ได้ มันแรงจริงๆ นะ แต่อย่างที่ว่า ผมเข้าใจดีว่าคนเวลาโดนหลอก โดนโกงเงิน มันแค้น


ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผมมีเรื่องจะคุยนิดหนึ่ง คือเวลาผมจะตัดสินใจทำเรื่องอะไรก็ตาม ผมก็จะพยายามดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเรา นอกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ผมก็มีความคิดของผมอยู่แล้วว่าเรื่องบางเรื่องพูดเมื่อไรก็ได้ ไม่ช้าหรอก อย่างเช่นเรื่องจีนกับฮ่องกง ผมเคยพูดไปแล้ว ท่านผู้ชมหลายคนยังไม่รู้ว่าได้มีวิวัฒนาการก้าวไปอีกเยอะ แต่ก้าวไปแค่ไหนก็ยังไม่พ้นกรอบที่ผมวางเอาไว้ให้ ผมก็เลยไม่จำเป็นต้องพูด รออีกสักพักหนึ่งแล้วผมค่อยมาตบท้ายเรื่องของจีนกับฮ่องกง นั่นก็เรื่องหนึ่ง

เรื่องที่สอง ผมเคยเล่าให้ฟังว่า ผมจะพูดอธิบายว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นคนอย่างไร เวลาเราดูประเทศๆ หนึ่ง เราต้องดูผู้นำประเทศนั้น ผู้นำประเทศนั้นเขาคิดอย่างไร เขาทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราดูอเมริกา เราก็เห็นว่ามีคนบ้ามาบริหาร คือนายทรัมป์ เราก็พอจะเดาออกว่า อเมริกาตอนนี้มันเหมือนดงคนบ้า ข้าราชการทำงานไม่ถูกต้อง ไม่รู้ว่าหลักเป็นอย่างไร ประธานาธิบดีอารมณ์ดีก็พูดอย่างหนึ่ง อารมณ์ไม่ดีก็พูดอีกอย่างหนึ่ง หรือถ้าเราจะดูอินเดีย เราก็ต้องดูนายโมดี เราจะดูรัสเซีย เราก็ต้องดูนายปูติน เพราะฉะนั้นแล้ว ด้วยเหตุนี้ ผมเคยบอกว่าผมจะวิเคราะห์สี จิ้นผิง ให้ฟัง แต่ผมไม่ได้วิเคราะห์สี จิ้นผิง จากข้อมูลเพียงฐานเดียว ผมวิเคราะห์สี จิ้นผิง จากองค์ประกอบแวดล้อมของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจีน ผมเคยพูดแล้วว่า สี จิ้นผิง เป็นคนที่เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จีนมาก และเขามีความชื่นชมต่ออดีตฮ่องเต้องค์ที่ 3 ในราชวงศ์หมิง คือ หย่งเล่อฮ่องเต้ แล้วผมจะเอามาเล่าให้ฟัง

นี่คือเรื่องราวที่อยู่ในหัวผม หรือเรื่องอเมริกันอันตรายและอันธพาล ผมก็มีอยู่แล้ว ว่ามันอันตรายอย่างไร และมันเป็นอันธพาลของโลกอย่างไรบ้าง และในขณะเดียวกัน ผมก็ยังมีเรื่องที่ผมเรียกว่า เรื่องไม่ตาย พูดเมื่อไรก็ยังทันสมัยเมื่อนั้น แต่ถ้าอาทิตย์ไหนมันเกิดมีเรื่องราวขึ้นมา และผมดูแล้วรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ ข่าวหนังสือพิมพ์ก็ลงไปในลักษณะที่เป็นการรายงานข่าว หรือเล่ามูลเหตุให้ฟัง แต่ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ผมว่ามันไม่ใช่แล้ว อย่างที่ผมจะพูดในเรื่องนี้ คือการยิงกันตาย 3 ศพ ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่าตัวละครของเรื่องนี้ผมรู้จักอยู่ 2 คน คนแรก คือ ท่านกิตติวุฑฺโฒ และคนที่ยิง คือ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์


ผมรู้สึกท่านกิตติวุฑฺโฒ ในสถานภาพที่ผมยังทันท่าน ผมอายุ 73 ปี ปีนี้ท่านก็น่าจะสัก 80 หรือ 80 กว่า ท่านสิ้นชีวิตไปเมื่อปี 2548 ตอนที่สิ้นไปท่านอายุเพียง 60 กว่าปี 69 ปีหรืออะไรทำนองนั้น ผมโตมาในยุคขวาพิฆาตซ้าย คำว่า ขวาพิฆาตซ้าย คืออะไร คือในยุคนั้นเวียดนามกำลังถูกอเมริกายึดครองอยู่ และเวียดนามก็กำลังสู้กลับ และแนวโน้มอเมริกาก็จะเริ่มพ่ายแพ้ เพราะฉะนั้นแล้ว ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็กระจายจากเวียดนามเข้ามาสู่เขมร เข้ามาสู่ลาว ตอนนั้นผีคอมมิวนิสต์เป็นที่กลัวเกรงกันมาก ก็มีขบวนการขวาพิฆาตซ้ายเกิดขึ้น อย่างเช่น ขบวนการนวพล และขบวนการกระทิงแดง ซึ่งทั้งสองขบวนการนี้ทหารเป็นคนหนุนหลังอยู่ กระทิงแดง ก็คือ พล.ต.สุดสาย หัสดิน ณ อยุธยา ส่วนขบวนการนวพล ก็คือ ดร.วัฒนา ซึ่งได้ปริญญา ดร.จากมหาวิทยาลัย Seton Hall ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ สองคนนี้ก็ขึ้นมา คนหนึ่งก็คือเป็นเหมือนกับขบวนการขวาจัด ที่ระดมเอาคนที่มีแนวความคิดที่เห็นว่าคอมมิวนิสต์เป็นภัยอันตรายต่อชาติบ้านเมือง มีทั้งข้าราชการ มีทั้งนักธุรกิจบางส่วน มีทั้งทหารนอกราชการ คล้ายๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ ในขณะเดียวกัน ขบวนการกระทิงแดง หรือขบวนการเล่นแรง พล.ต.สุดสาย ก็จะเอาเด็กช่างกลมา ผมยังจำได้สมัยนั้น ผมทำงานอยู่ที่หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย เป็นบรรณาธิการอยู่ หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตย เป็นหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้า แต่ว่าในยุคนั้นใครที่มีหัวก้าวหน้าถูกจับยัดเข้าไปอยู่ฝ่ายซ้ายหมด ก็คือ คนหัวก้าวหน้า คือฝ่ายซ้าย ถ้าไม่ใช่ฝ่ายซ้าย ต้องเข้าใจ จะต้องต่อสู้คอมมิวนิสต์ ในขณะที่พวกเรามีความเชื่อว่าการต่อสู้คอมมิวนิสต์ไม่ใช่การห้ำหั่นกัน ต้องต่อสู้กันด้วยนโยบาย ต้องต่อสู้ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี

ท่านกิตติวุฑฺโฒ ท่านเป็นคนบางเลน จ.นครปฐม ท่านบวชพระเมื่อประมาณอายุได้ 20 ปี องค์อุปัชฌาย์คือใครรู้ไหม องค์อุปัชฌาย์ก็คือหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พระเทพมุนี หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ท่านอุปัชฌาย์ให้พระกิตติวุฑฺโฒ เป็นพระ และอย่าลืมนะว่าหลวงพ่อสดก็คือพระอุปัชฌาย์ของธัมมชโยเช่นกัน หลวงพ่อสดนี่ก็สุดยอดเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ท่านแต่ละองค์ไม่ใช่ธรรมดา

ท่านกิตติวุฑฺโฒ ท่านคือต้นแบบของมหาสมปองวันนี้ เพราะท่านเทศน์เก่งมาก ท่านเทศน์ทีไร คนก็จับต้องมา พูดคุยกันเรียบร้อย แล้วท่านก็เคยให้สัมภาษณ์ เพราะท่านปลุกระดมชาวพุทธให้ลุกขึ้นมาจับมือกันต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ไม่ผิดครับ ไม่ผิด ถูกต้อง และผมก็เห็นด้วย เพียงแต่วิธีการของท่านค่อนข้างที่จะปะทะกัน ลุย ยุคนั้นท่านคล้ายๆ พระพม่าที่ไปฆ่าชาวมุสลิม แต่ท่านไม่ได้ไปฆ่าใคร เพียงแต่ท่านให้วจนะ คำพูดของท่านเป็นหลักการ ท่านบอกว่า ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป ถึงแม้คอมมิวนิสต์จะเป็นคน ท่านถือว่าเนื่องจากคอมมิวนิสต์ต้องการทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ไม่บาป ฆ่าได้

ทีนี้ ความที่ท่านเป็นนักเทศน์ พระนักเทศน์นี่ผู้หลักผู้ใหญ่ชอบใจมาก ชอบท่านมากเลย แม้กระทั่งมารดาของ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ท่านก็ชมชอบท่านกิตติวุฑฺโฒ เป็นปกติธรรมดา เหมือนผม ผมก็มีผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนตามจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนองคาย ไม่ว่าจะเป็นตรัง ที่ชมชอบคุณสนธิ ฉันใดฉันนั้น ผมไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ พอดีข้อคิด ความคิดของท่านกิตติวุฑฺโฒ ก็ใช้ได้ ถึงแม้ว่าท่านจะมีแนวความคิดขวาจัดสุดๆ เหมือนกัน ใช้ได้ตรงไหน ตรงที่ท่านกำลังเริ่มฝึกอบรมพระเณรทั้งหลาย ถึงแม้ท่านจะฝึกอบรมให้ออกมาสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่ว่าท่านก็ยังเน้นพระธรรมอยู่ในขณะนั้น ท่านก็จะไปตั้งศาลาอเนกประสงค์อันหนึ่ง เรียกว่าวิทยาลัยจิตตภาวัน


จิตตภาวัน อยู่บางละมุง ที่ชลบุรี ด้วยความเคารพท่าน ท่านไปตั้ง แล้วท่านมีพระกับเณรที่ท่านต้องเลี้ยงดูพันกว่ารูป เมื่อท่านบวชมาจากวัดปากน้ำแล้ว ท่านก็ไปประจำอยู่ที่วัดมหาธาตุ เนื่องจากท่านเป็นพระนักเทศน์ที่เก่ง ท่านก็เลยมีสมเด็จบางองค์ในมหาเถรสมาคมสนับสนุนท่าน ก็เหมือนกับธัมมชโย ก็มีสมเด็จในมหาเถรสมาคมสนับสนุนธัมมชโยเช่นกัน ฉันใดฉันนั้น ไม่มีอะไรแปลกไปกว่ากัน แล้ววันหนึ่งท่านก็มาบอกว่า เอ๊ะ ถ้ามีพระเณรอยู่พันกว่าคน แล้วถ้าอาตมามรณภาพไป พระเณรจะอยู่กันอย่างไร ค่าใช้จ่ายก็มี มีสำนักสงฆ์อยู่ที่วิทยาลัยจิตตภาวัน ท่านก็เลยอยากจะได้ทรัพย์ที่เป็นทรัพย์สินถาวร ซึ่งทรัพย์สินถาวรก้อนนี้นี่ล่ะ ก็สามารถที่จะทำเงินทำทองออกมาเลี้่ยงดูพระเณรต่อไปได้ ท่านก็เลยไปปรึกษามารดาของคุณจงจินต์ รุจิรวงศ์ มารดาของ พล.ต.อ.ประเสริฐ ท่านรู้จักกับเศรษฐีคนหนึ่งอยู่ที่ จ.จันทบุรี ชื่อ นายสมพล โกศลานันท์

นายสมพล เป็นคหบดี เศรษฐีใหญ่ที่จันทบุรี ท่านกิตติวุฑฺโฒ ท่านก็บอกว่า ท่านอยากได้ที่ตรงนี้ เขามีที่อยู่ 3,800 ไร่ เอามาเพื่อเป็นสวน เป็นที่ๆ พระเณรไปฝึกปฏิบัติธรรม ภาคฤดูร้อน ไปใช้ชีวิตที่นั่น ไปทำการเกษตร ไปฝึกทดลองการเกษตร แล้วก็ไปฝึกสมาธิจิตภาวนา คุณสมพล โกศลานันท์ อายุมากแล้ว ก็เห็นว่าที่ดินก้อนนี้ ที่พระกิตติวุฑฺโฒ อยากได้ไป ก็เอาไป ยกให้ เหมือนกับถวายให้ 3,800 ไร่ ในราคาแค่ 12 ล้านบาท ตกไร่ละ 3,000 บาทเอง แต่ว่ามันก็หลายสิบปีมาแล้ว แต่ถึงอย่างไร 3,000 บาท ก็ยังถูกอยู่ พระกิตติวุฑฺโฒ ท่านก็เลยไปตั้งมูลนิธิขึ้นมา เป็นมูลนิธิซึ่งจะมารองรับที่ดินผืนนี้ และในขณะเดียวกัน มูลนิธินี้ท่านก็นั่งประจำอยู่เพื่อที่จะเอาเงินเอาทองเข้ามูลนิธิ แล้วเอามูลนิธินี้ไปจับจ่ายใช้สอยเพื่อดูแลพระสงฆ์องค์เจ้า หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการสนับสนุน เชิดชูให้พระพุทธศาสนาเจริญงอกงามต่อไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่จะต้องทำเช่นนั้น ก็ปรากฏว่าท่านก็ไประดมญาติโยมทั่วประเทศ ท่านเทศน์เลยนะ ว่าตอนนี้เราน่าจะมีที่แล้วนะ มีเศรษฐีใจบุญ สมเด็จป๋า สมเด็จป๋า คือสมเด็จในมหาเถรสมาคมองค์หนึ่ง ซึ่งอยู่ แล้วก็คุณแม่จงจินต์เป็นคนให้ที่มา เพราะฉะนั้นแล้ว ราคา 12 ล้าน เรามาช่วยกันลงขัน ญาติโยมทั่วประเทศก็ช่วยกันลงขันกัน เป็นเงิน 8 ล้านบาท ก็เอา 8 ล้านบาทนี้เอาไปให้คุณสมพล โกศลานันท์ เมื่อเอา 8 ล้านบาทนี้ไปให้ ก็ยังค้างอยู่ประมาณ 2.5 ล้าน หรือประมาณ 3 ล้านบาท แล้วเผอิญคุณสมพล โกศลานันท์ เสียชีวิตไป พอเสียชีวิตไป ท่านก็ยังระดมเงินอยู่ เพื่อเอาไปคืนให้กับลูกหลานของคุณสมพล

แต่ปรากฏว่าปี 2548 พระกิตติวุฑฺโฒ เสียชีวิต สิ้นไป ก่อนที่ท่านสิ้นท่านได้รับมอบที่ดิน 3,800 ไร่ จากคุณสมพลมาแล้ว เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นเพียงแต่ว่าที่ๆ นั้นยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ ท่านก็ให้พระเณรเข้าไปทำ ในระหว่างนั้นท่านก็ตั้งน้องชายของท่าน 2 คน คนหนึ่งชื่อชูศักดิ์ เจริญสถาพร นายชูศักดิ์ เจริญสถาพร เป็นน้องชายของท่าน ไปดูแลสวน พอไปดูแลสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เผอิญนายชูศักดิ์ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้เป็นสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ที่จันทบุรี ท่านก็เห็นว่าคนนี้ไปเล่นการเมืองแล้ว ท่านก็เลยให้น้องชายอีกคนหนึ่ง ชื่อ นายบุญช่วย เจริญสถาพร เข้ามาดูแลแทน

ท่านผู้ชมครับ ท่านกิตติวุฑฺโฒ ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ถึงจะไม่ใช่พระอริยสงฆ์ แต่ท่านเป็นพระนักเทศน์ มีแต่คนเข้าไปหา ถวายของ ถวายเงิน ญาติพี่น้องของท่านก็ล้อมรอบท่านตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนายชูศักดิ์ นายบุญช่วย และท่านก็มีน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่อ น.ส.สมนึก เจริญสถาพร อีกคนหนึ่ง ซึ่งท่านได้เซ็นพินัยกรรมมอบสิทธิ์ขาดในเรื่องทรัพย์สินเอาไว้ให้ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง




ปรากฏว่า พอท่านสิ้นแล้ว จู่ๆ นายบุญช่วย เจริญสถาพร ซึ่งก็เป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น เป็นคนดูแลสวน ไม่มีอะไรทำ แต่ว่าแวดล้อมพระกิตติวุฑฺโฒ มาตลอด จู่ๆ ไปรู้จักกับทนายบัญชา จู่ๆ ไปรู้จักกับทนายบัญชาได้อย่างไร นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายบัญชาเป็นทนายที่มีอิทธิพล และเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงในวงการ คนที่ต้องการจะค้าความ ก็ต้องว่าจ้างทนายบัญชา เหตุผลก็เพราะว่ามันมีทนายคนหนึ่ง มันมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่ง ในมูลนิธิอภิธรรม จิตตภาวัน คนๆ นี้พอรู้ว่าท่านกิตติวุฑฺโฒ ตายแล้ว มรณภาพแล้ว ก็เห็นช่องว่างว่าที่ยังซื้อขาย ยังโอนไม่เสร็จ ยังไม่ได้โอนกันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่จ่ายเงินมาแล้ว 8 ล้านบาท ก็เอาเงินมาให้ ยังขาดอีก 2.5 ล้าน ทำอย่างไรที่จะฮุบที่นี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ก็เกิดกระบวนการฮุบที่ของพระ คือฮุบที่ของมูลนิธิอภิธรรมจิตตภาวัน ซึ่งที่ๆ นี้ พระกิตติวุฑฺโฒ ได้ชี้แจงญาติโยมแล้วว่า มูลนิธิฯ ได้ซื้อมาจากท่านสมพล โกศลานันท์ จ่ายไปแล้ว 8 ล้าน เหลืออีก 2.5 ล้าน หลักฐานทางคำพูดพิสูจน์ชัดว่ามูลนิธิเป็นอันนี้ และแม้กระทั่ง ท่านผู้ชมครับ ที่ผมถืออยู่ในมือนี้คือ มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย และจิตตภาวัน วิทยาลัย เป็นงบดุลของมูลนิธิ


ท่านผู้ชมครับ นี่คืองบดุล แล้วที่ผมขีดเส้นสีแดงตรงนี้ ก็คือว่า ธรรมดาแล้วงบดุลมันจะต้องจบลงด้วยคำว่า "หนี้สินและทุน" ทุนมีเท่าไร และหนี้สินมีเท่าไร ที่ขีดเส้นแดงบอกว่า หนี้สินเป็นเจ้าหนี้ที่ดินจำนวน 4,000 ไร่ จ.จันทบุรี เป็นหนี้สินค้างอยู่ 2.5 ล้านบาท แสดงว่าที่นี้เป็นที่ของมูลนิธิ ปรากฏในงบดุลของมูลนิธิ แล้วนายบุญช่วย คุณเป็นใคร มาจากไหน มาร่วมมือกับทนายบัญชา แล้วคน 2 คนนี้ก็ไปหาทายาทของนายสมพล โกศลานันท์ ชื่อนายเรวัต โกศลานันท์

นายเรวัต โกศลานันท์ เป็นอัลไซเมอร์ เขียนอะไรไม่ได้เลย แต่ว่านายนี่ก็เอาใบรับรองในการใช้ประโยชน์ของที่ เพื่อไปให้นายเรวัตรับรองว่าถูกต้องแล้วนะ แต่ว่าเจรจาไปเจรจามา ในที่สุดแล้วก็ปรากฏว่าภรรยาของนายบุญช่วย หรือใครก็ตาม ไปเซ็นรับรองการใช้ที่ดินให้กับนายบุญช่วย นายบุญช่วย กับทนายบัญชา ก็เอาใบรับรองนี้ไปยื่นต่อศาลที่ จ.จันทบุรี ผู้พิพากษาศาลจังหวัดจันทบุรี ณ ขณะนั้น ผู้พิพากษาคดีนี้ เป็นคดีแพ่ง ชื่อ ท่านธีระ กิ่งแก้ว เดี๋ยวผมจะมาถึงท่านอีกทีหนึ่ง ก็ปรากฏว่าพอยื่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาไปฟ้องและกดดันนายเรวัต นายเรวัตเป็นอัลไซเมอร์ ก็เลยยอมประนีประนอมกัน ยอมยกที่นี้ให้กับนายบุญช่วยไป ทั้งๆ ที่เป็นของมูลนิธิอภิธรรม นายบุญช่วยตอนนี้ฉ้อโกงครั้งแรกแล้ว ฉกที่ของมูลนิธิ มาเป็นที่ของตัวเอง แล้วจู่ๆ เขาก็ส่งเรื่องไปให้ที่ดินที่อำเภอนั้นเป็นคนออกเอกสารสิทธิ์ให้ อำเภอก็ดี อำเภอก็แทงเรื่องคืนมา บอกว่าออกไม่ได้ เพราะว่าคุณสมพล โกศลานันท์ มีลูกหลายคน นายบุญช่วยเป็นแค่ลูกคนเดียวเท่านั้นเอง จะมาให้เซ็นได้อย่างไร เขาก็เลยส่งเรื่องกลับมาที่ศาล ทีนี้พวกนี้จะทำอย่างไรล่ะ พวกนี้ก็ไประดมลูกของนายสมพลอีก 2 คน ชื่อ นายเกษม กับนายกำพล ก็เลยกลายเป็น 3 คนแล้ว

3 คน ก็เอาเงิน 2 ล้านบาท เอาไปให้ โดยอ้างว่าชำระค่าที่ดิน แต่การให้การที่ศาล นายบุญช่วยกลับบอกว่าไม่ใช่เป็นค่าชำระที่ดิน แต่เป็นค่าอำนวยความสะดวก ทำไมเขาต้องพูดเช่นนี้ เพราะถ้าเขาให้การว่าชำระค่าที่ดิน เป็นการขัดกับคำให้การครั้งแรก ทนายบัญชาก็เลยแนะนำให้บอกว่าเป็นค่าอำนวยความสะดวก เข้าใจไหมครับ ด้วยเหตุนี้ จนในที่สุดศาลก็มีมติ โดยที่ไม่ได้พิจารณาเลยว่าลูกของนายสมพลมีกี่คน จริงๆ ลูกของนายสมพล มี 6 คน แต่นายบุญช่วย กับทนายบัญชา ไปแถลงเท็จต่อศาล ว่าลูกของนายสมพลมีแค่ 3 คน ศาลท่านก็ไม่ได้สอบอะไรทั้งสิ้น ท่านก็ตัดสินใจ มีมติว่า การยอมความของทั้งสองฝ่ายก็ให้เป็นไปตามข้อตกลงก็แล้วกัน ทั้งๆ ที่มีคนค้าน เป็นข้อตกลงก็คือว่า ส่งนายเรวัต ยอมที่จะมอบที่ผืนนี้ กับนายกำพล และนายเกษม ยอมมอบที่ผืนนี้แล้ว ยังมีลูกอีก 3 คนไม่ได้มาปรากฏ ยอมมอบที่ผืนนี้ให้นายบุญช่วย และทนายบัญชา


ท่านผู้ชมครับ ทนายบัญชาที่ตายนั้นไม่ได้เป็นแค่ทนายนะ เป็นโจทก์ร่วม ซึ่งคำถามก็มีต่อไปว่า 2 คนนี้รู้จักกันได้อย่างไร แล้วนายบุญช่วย คนซึ่งล้อมรอบพระกิตติวุฑฺโฒมาตลอด เอาเงินมาจากไหนตั้ง 2 ล้านบาท เอาไปให้เขา มันส่อให้อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นขบวนการที่จะฮุบที่ 3,800 ไร่ จากมูลนิธิ ก็ปรากฏว่า สำนักงานที่ดิน เมื่อโดนคำสั่งศาลมา ก็โอนให้ รับรองว่าได้มีการใช้พื้นที่จริง

และอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ในการที่จะยืนยันว่าเขาใช้พื้นที่นี้มาตั้งนานแล้ว นายบุญช่วยก็ไปอ้างคำให้การในศาลว่าเนื่องจากในที่นั้น พื้นที่กว่าครึ่ง ได้ทำการปลูกยางพารา และเขาก็ได้ไปขอเงินอุดหนุนจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเอามาพิสูจน์ว่าเขาไปขอเงินอนุมัติแล้วนะ เพราะฉะนั้นเขาอยู่ในพื้นที่นั้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ปรากฏว่ามีการเรียกเอกสารมาจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ซึ่งตอบมาชัดเจนว่า "ส.ก.ย.ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบรับคำขอรับการสงเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าในปี 2531 นายบุญช่วย เจริญสถาพร ได้ขอรับการสงเคราะห์ในนามของตนเองแต่อย่างใด" ก็แสดงว่านายบุญช่วยแถลงเท็จต่อศาลอีก ว่ามาอยู่ในนี้ ด้วยเหตุนี้ จู่ๆ พอศาลให้ อนุญาตให้นายบุญช่วยเป็นผู้รับทรัพย์สินทั้งหมด โดยที่ไม่ได้สืบว่าทรัพย์สินนี้ยังเป็นของมูลนิธิอยู่หรือเปล่า ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจน และมีคำพูดของท่านกิตติวุฑฺโฒ ชัดเจน ท่านกิตติวุฑฺโฒ พูดอะไรบ้าง ผมจำเป็นต้องเอามาอ่านนะ

ท่านกิตติวุฑฺโฒ ได้พูดในวันทอดกฐิน ณ จิตตภาวัน วิทยาลัย วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ท่านกิตติวุฑฺโฒ พูดอย่างนี้ครับ "แต่ที่ตัดสินใจซื้อที่แปลงนี้นั้น ก็เพราะเล็งเห็นแล้วว่า ที่ดินนี้เป็นของถาวร ศาสนานั้นไม่ใช่อยู่ในโลกนี้เพียงสิบปี ยี่สิบปี ซึ่งในชั่วชีวิตของเรานี้เรารับผิดชอบได้ แต่ต้องอยู่อีกหลายร้อย หลายพันปี ส่วนตัวเราเองนั้นจะอยู่บำรุงพระพุทธศาสนาตลอดถึง 100 ปี ก็อยู่ไม่ได้แล้ว เพราะชีวิตเราอย่างเก่งก็ไม่เกิน 90 ปี ทุกคนต้องตายจากไป บัดนี้ ได้ชำระไปแล้วงวดสุดท้ายที่สุดเมื่อสิ้นเดือนตุลาคม เราชำระไปแล้ว 8 ล้านเศษ ฉะนั้นจึงเหลือ 3 ล้านเศษๆ เท่านั้น อีก 3 ล้านกว่านี้ ก็จะรวบรวมจากวันนี้เป็นต้นไป ที่ดินที่เราซื้อไว้ 12 ล้านบาท มันมีค่า ณ วันนี้ 40 ล้านบาท ซึ่งเราถือว่าเป็นค่าที่เราจะได้รับผลประโยชน์"

ท่านผู้ชมครับ ท่านกิตติวุฑฺโฒ พูดในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2515 พิสูจน์ชัด รวมกับทั้งงบดุลของมูลนิธิ พิสูจน์ชัดเจนว่า ในหนี้สินบอกว่ามีเจ้าหนี้ที่ดินจำนวน 4,000 ไร่ ที่ จ.จันทบุรี จำนวน 2.5 ล้าน นี่มันเป็นที่ ที่มันพิสูจน์ชัดเจน เป็นที่ๆ พิสูจน์ชัดเจนว่าเป็นที่ของพระ เป็นที่ของมูลนิธิอภิธรรม เป็นเพียงแต่ยังค้างการจ่ายให้อีก 2.5 ล้านบาท และได้มีการส่งพระเข้าไปใช้บริการในที่นี้่ ปรากฏว่า ท่านธีระ กิ่งแก้ว ท่านก็พิพากษาโดยไม่พิจารณาเรื่องพวกนี้ ให้เป็นของนายบุญช่วย ก็มีการร้องเรียนไปที่คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ในที่สุดคณะกรรมการ ก.ต. ก็ได้พิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ก็มีคำสั่งสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ 556/2557 เรื่อง งดเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ด้วยนายธีระ กิ่งแก้ว ขณะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลจังหวัดจันทบุรี ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความการพิพากษาตามยอม เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 พิจารณาแล้วมีมติเห็นว่าการกระทำของนายธีระ กิ่งแก้ว เป็นการกระทำที่ผิดวินัย ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังมิให้เสียหายแก่ราชการ และเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ สมควรลงโทษงดเลื่อนตำแหน่งเป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง นี่คือมติของ ก.ต. คนที่เซ็นชื่อคือท่านประธานศาลฎีกาคนเก่า 2 คนที่แล้ว คือท่านดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด

วันนี้ผมไม่เอารายละเอียดเรื่องการฟ้องร้องมาให้ เพราะมี 13 คดี แต่ผมกำลังจะชี้ว่า มันมีกระบวนการที่จะนำพาในการฮุบที่ ซึ่งเป็นที่ของมูลนิธิอภิธรรม และเป็นหลักฐานพยานชัดเจนว่าท่านกิตติวุฑฺโฒพูดมาชัดเจนในวันกฐิน ในทางศาลหลักฐานแบบนี้ถือว่าใช้ได้ ถึงจะไม่มีสัญญาก็ตาม แล้วยังมีงบดุลออกมาชี้แจง เพราะฉะนั้นที่ผืนนี้จะเป็นของนายบุญช่วย เจริญสถาพร ได้อย่างไร และศาลพิพากษาไปได้อย่างไรโดยที่ไม่ได้พิจารณาเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ตรงนี้ต่างหากที่ผมต้องการชี้ให้ท่านผู้ชมเห็นว่าคดีนี้มันมีเงื่อนงำ

ท่านผู้ชมครับ 3,800 ไร่ วันนี้ เอาแค่ไร่ละ 1 แสน ก็ 3,800 ล้านบาท ท่านผู้ชมคิดว่าเป็นเงินน้อยเหรอ แล้วจู่ๆ นายบัญชาคนนี้เข้ามาร่วมเกี่ยวข้องได้อย่างไร และที่ตลกที่สุด ตอนที่เขาฟ้องนายเรวัต ที่เป็นอัลไซเมอร์ ก็มีการตั้งทนายคนหนึ่ง ชื่อนายเจษฎ์ ให้เป็นทนายของนายเรวัต ท่านผู้ชมรู้ไหมทนายเจษฎ์ คือใคร คุณเจษฎ์คือทนายในสำนักงานของนายบัญชา โจทก์ฟ้อง เอาทนายของสำนักงานตัวเองมาเป็นทนายของจำเลย มันคืออะไร ก็คือการกดดันเพื่อให้มีการประนีประนอมไงล่ะครับ เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือที่มา แล้วทำไมถึงต้องยิงกันในศาล


ที่ต้องยิงกันในศาลก็เพราะว่า พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ เป็นคนที่เดินหน้าหาข้อมูล แล้วโดนนายบัญชาฟ้อง เหตุผลเพราะว่า พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ขัดขวางการทำงานของพวกเขาในการฮุบที่ เพราะเป็นคนหาข้อมูลมาสู้ในศาล ก็เลยโดนฟ้องข้อหาเบิกความเท็จ ใช้หลักฐานเท็จ และที่น่าสนใจครับ พล.ต.ต.ธารินทร์ ก่อนเสียชีวิต ได้เล่าให้ฟัง ก่อนที่จะมีเรื่องและยาวมาถึงเสียชีวิต ว่ามีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนหนึ่งเรียกตัวไปพบ ตอนที่คุณธารินทร์กำลังจะเกษียณอายุ คุณธารินทร์เกษียณอายุในตำแหน่งรองผู้บัญชาการจเรแห่งชาติ บอกว่า คุณธารินทร์ ให้ถอนตัวออกจากเรื่องนี้ซะ ยังไม่พอ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผู้พิพากษาศาลฎีกาอาวุโสท่านหนึ่ง (อาวุโสหมายความว่าคนที่เกษียณอายุแล้วแต่ยังมาทำงานอยู่ แต่อยู่ในตำแหน่งอาวุโส) เรียก พล.ต.ต.ธารินทร์ ไปพบที่ศาลฎีกา ที่สนามหลวง พูดเลยบอกว่าให้ถอนตัวซะ อย่ามายุ่งเรื่องนี้ ธารินทร์เขาเป็นคนที่ไม่ยอมใคร เขาเป็นคนสู้เพื่อความยุติธรรม เพราะอะไร เพราะว่าจู่ๆ พอโอนที่กันเรียบร้อยแล้วว่าที่ตกเป็นของนายบุญช่วย ปรากฏว่าลูกอีก 3 คน ผู้หญิงทั้ง 3 คนเลย ตกใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาไม่รู้เรื่องเลย ก็แสดงว่ามีการฉ้อฉลในกระบวนการที่จะฮุบที่ดินนี้ เขาก็เลยรวมตัวกันแต่งตั้ง แล้วตอนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ตกเป็นของนายบุญช่วย คนพวกนี้ไม่รู้เรื่องเลย ไม่มีข่าวออกมาเลย อายุความก็หมดไป ก็หมายความว่าไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ ไม่มีสิทธิ์ฎีกา พวกนี้ก็เลยมาฎีกา ศาลฎีกาก็เลยพิพากษาบอกว่า ให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นว่ากันไป ท่านผู้ชมรู้สึกว่ามันเป็นยังไงหรือเปล่า ผิดปกติไหม ผิดปกติมาก

แล้วในที่สุด วันที่เกิดเหตุวันนั้น เกิดได้อย่างไร ทนายบัญชาเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องของการที่จะซักพยาน ซักพยานนอกลู่นอกทาง ซักพยานที่ก่อให้เกิดความเคียดขึ้ง และซักพยานที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ หรือซักพยานให้พยานมีอาการโกรธ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ มีบิดาซึ่งเคยเป็นผู้พิพากษาและถูกให้ออกจากราชการ ก็ปรากฏว่าไปซักพยาน ซักคุณธารินทร์ถึงพ่อตัวเอง พูดถึงเรื่องที่พ่อตัวเองทำมาในอดีต ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับคดีเลยแม้แต่นิดเดียว มีใครไม่รักพ่อบ้าง พล.ต.ต.ธารินทร์ เหมือนกับจะรู้ว่าวันนั้นคือวันพิพากษาแล้ว ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Judgement Day ก็เลยเข้าศาลด้วยปืนกล็อก พอนายบัญชาซักถึงจุดเดือด จุดระเบิด ก็เลยเอาปืนออกมาแล้วก็ยิงนายบัญชา แล้วยิงนายวิจักษ์ ซึ่งเป็นลูกน้องนายบัญชาตายทั้งสองคน ภรรยานายบัญชาก็บาดเจ็บ แล้วตัวเองก็นั่ง นั่งอยู่เฉยๆ รอที่จะให้ตำรวจมาจับตัวไป ปรากฏว่าผู้ช่วย เสมียนทนาย ซึ่งเป็นคนของนายบัญชา จู่ๆ ก็ได้รับปืนจากตำรวจศาล ซึ่งขณะนี้กำลังถูกตั้งกรรมการสอบสวนว่าคุณให้ปืนนั้นไปได้อย่างไร

หมอนี้ก็เอาปืนเดินเข้ามาในศาล แล้วก็ยิง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ 5-6 นัด เข้าเป้าหมดเลย ท่านผู้ชม ถ้าท่านเป็นเสมียนทนาย หรือเป็นเสมียนธรรมดา ท่านไม่เคยชำนาญเรื่องอาวุธปืน ท่านจะยิงได้ดีถึงขนาดนี้เชียวหรือ พอยิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนที่พาหนีก็คือทนายผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นทีมของนายบัญชา พาหนีไปซ่อนตัว แต่ในที่สุดก็ถูกจับตัวได้

ท่านผู้ชมครับ ผมนี่ปุจฉา วิสัชชนาไม่ออกเรื่องนี้ ว่าทำไมคุณธารินทร์ เป็นคนที่จิตใจดีงาม รักความยุติธรรม และอารมณ์ดีตลอดเวลา นี่คือจากการที่ผมเคยสัมผัสกัน รู้จักกันแบบผิวเผิน ถึงเกิดอารมณ์เช่นนี้ขึ้นมา ก็เมื่อซักไปถึงคนโน้นคนนี้ คนใกล้ชิด อ๋อ ผมรู้แล้ว คุณธารินทร์ต้องการให้ชีวิตตัวเอง คือต้องการจะยิงทนาย 2 คนนี้ให้ตาย เพราะมีส่วนร่วมกระบวนการที่จะปล้นที่ และน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คุณธารินทร์ต้องการให้การยิงของตัวเองเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาเลย ยิงในศาล คนก็จะมาถามว่าทำไมคุณต้องยิงอย่างนี้ เขาก็จะได้ระบายออกมา เพื่อไม่ให้เรื่องนี้เงียบหาย เพราะเขาอึดอัดใจมาตั้งเกือบสิบปีแล้ว โดนกลั่นแกล้งมาตลอด ทั้งหมด คดีความที่อยู่ในศาลทั้งหมด มีทั้งหมด 13 คดี มีคดีสัญญาประนีประนอม คดีแพ่งเพิกถอนสัญญา คดีอาญา ฟ้อง 2 ข้อหา คดีอาญาฟ้องกลับอายัดที่ดิน คดีอาญาร่วมกันฟ้องเท็จ คดีอาญา ... ทั้งหมด ทุกคดี แล้วทุกคดีขึ้นศาลที่จันทบุรีหมด แล้วก็ไม่ค่อยได้รับความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นธารินทร์ต้องการใช้การยิง แต่ในที่สุดตัวเองก็ถูกยิงตาย แต่มันก็เป็นวัตถุประสงค์ที่เขาต้องการที่จะทำเรื่องนี้ให้โด่งดังขึ้นมา จนกระทั่งผมทนไม่ได้ ผมเห็นว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังแบบนี้ ผมเลยต้องเอาเรื่องนี้มาพูด

ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านผู้ชมรักความเป็นธรรม คิดให้ดีๆ คุณธารินทร์ทำไม่ถูก ไปฆ่าเขาตาย แต่ผมสงสารและเห็นใจเขา ว่าทำไมเขาต้องทำเช่นนั้น และคุณธารินทร์พร้อมจะใช้การตายของตัวเองเพื่อจะเปิดโปงหลายๆ อย่าง เหมือนกับพระสมัยโง ดินห์ เดียม พระพุทธที่ต่อต้านโง ดินห์ เดียม ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ และโง ดินห์ เดียมก็กดขี่ชาวพุทธ ก็มีพระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์นี้ นุ่งจีวร เอาน้ำมันราดตัวเอง จุดไฟพรึ่บ เผาตัวเอง ก็เลยทำให้เกิดอารมณ์ของคนเวียดนามที่ไม่ชอบโง ดินห์ เดียม แล้วลุกฮือขึ้นมาขับไล่โง ดินห์ เดียม ออกจากประธานาธิบดีเวียดนาม แล้วในที่สุดอเมริกาไม่มีทางเลือก ก็เลยต้องตั้งนายเหงียน วัน เถี่ยว ขึ้นมา เหมือนกันท่านผู้ชม ที่ผมไม่เข้าใจและมันยังมีอะไรพิกลพิการอีก เพราะว่าท่านกิตติวุฑฺโฒ ท่านมีที่อีก 2 ที่ ที่หนึ่งอยู่ตรงจิตตภาวัน บางละมุง มีอยู่ 1,300 ไร่ รอเอกสารสิทธิ์ อีกที่หนึ่งอยู่ อ.เทพา จ.สงขลา 600 ไร่ เป็นโฉนด ที่ติดริมทะเล 2 กิโลฯ ที่ตรงนี้มันอยู่ที่ไหนตอนนี้


ผมจะเอาพินัยกรรมของท่านกิตติวุฑฺโฒมาอ่านให้ฟัง นี่ครับ ลายมือ แกะออกมาแล้วท่านกิตติวุฑฺโฒเขียนพินัยกรรมดังนี้ ถ้าข้าพเจ้าถึงแก่มรณภาพด้วยเหตุใดก็ตาม ข้าพเจ้าขอมอบทรัพย์สิน ทั้งของข้าพเจ้า ซึ่งมีที่ดินอยู่ที่ อ.เทพา จ.สงขลา และทรัพย์สินที่อยู่ในกุฏิของข้าพเจ้า ที่มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ สรุปก็คือเป็นเงินทรัพย์สินมูลนิธิ ให้แก่ น.ส.สมนึก เจริญสถาพร (น้องสาวของท่าน) และที่ดินที่ยังรอมีเอกสารสิทธิ์ ห้วยหินดาด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ประมาณ 1,300 ไร่เศษ ที่สงขลาประมาณ 600 ไร่เศษ โดยให้ น.ส.สมนึก เจริญสถาพร ซึ่งเป็นน้องสาวของข้าพเจ้า จำหน่ายทรัพย์สินเหล่านี้มาบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติ พระศาสนาที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้ว และยังไม่สำเร็จอยู่หลายโครงการ ข้าพเจ้าเขียนพินัยกรรมนี้ในขณะที่จะเดินทางไปประเทศเนปาล เพื่อวางแผนพัฒนาลุมพินี ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกประการ พระเทพกิตติปัญญาคุณ กิตติวุฑฺโฒภิกขุ 31 สิงหาคม 2535

ท่านผู้ชมครับ รู้ไหมว่าที่ตอนนี้อยู่ในชื่อใคร ชื่อนายบุญช่วย แต่พินัยกรรมชัดเจนไหมครับ มันเกิดอะไรขึ้น นายบุญช่วย เป็นน้องชายแท้ๆ ของพระกิตติวุฑฺโฒ ล้อมรอบ พึ่งพาบุญบารมีของพระกิตติวุฑฺโฒ พี่ชาย ในการทำมาหากิน ในการดำรงชีวิต พี่ชายมรณภาพไป เป็นพระ แทนที่จะดำเนินเรื่องราวต่อไปเพื่อให้สมกับเจตนารมณ์ของพระกิตติวุฑฺโฒ ที่จะทำเพื่อศาสนาพุทธ กลับมาอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของที่ดิน 3,800 ไร่

ท่านผู้ชมครับ หลักฐานมีอยู่มากมาย มากมายมหาศาล จะเดินกันต่อไปอย่างไร แต่ก่อนจะเดินต่อท่านผู้ชมต้องเข้าใจเรื่องราวที่ผมอธิบายให้ฟังเสียก่อน ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัด คนอายุ 78 ปี คุณบุญช่วย เจริญสถาพร คดีนี้เหมือนๆ คล้ายๆ คดีอัลไพน์ สนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่มีการยกที่ให้วัด 900 กว่าไร่ เสร็จเรียบร้อยแล้วมีการขายที่ต่อไปออกไป อธิบดีกรมที่ดินไม่ยอม ไม่ยอมโอนให้ เพราะเป็นที่ธรณีสงฆ์ แต่ในที่สุดมีรองปลัดคนหนึ่ง ชื่อธวัช วิชัยดิษฐ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลอธิบดีกรมที่ดินอยู่ ก็สั่งยกเลิกคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อให้เป็นโฉนดได้ แล้วก็ขาย ขายต่อไปให้คุณเสนาะ เทียนทอง เมื่อขายต่อไปให้คุณเสนาะ เทียนทอง เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยุคนั้นเป็นยุคของคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี คุณธวัช วิชัยดิษฐ์ ก็ได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยทันที แต่เวรกรรมมีจริง ถูก ป.ป.ช.ฟ้อง ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ศาลอุทธรณ์จำคุกอีก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ตอนนี้กำลังฎีกาอยู่ คล้ายๆ กัน คือฮุบที่วัด แต่ตรงนั้นเป็นหน่วยราชการด้วยกัน มาช่วยเหลือเขา ให้เขาทำได้ แต่ของกรณีนายบุญช่วย ร่วมมือกับทนายความและคนบางคนในกระบวนการยุติธรรม ที่จะทำให้ที่นี้ตกไปอยู่ในมือของคุณบุญช่วย ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัด

ประเทศไทยนี่ ผมเรียนให้ทราบเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ว่ามันมีแต่ความขมขื่นทั้งนั้น นึกถึงลูกหลานของคุณสมพล ที่พ่อเขา หรือปู่เขา หรือตาเขา เป็นคนยกที่ 3,800 ไร่ ถวายให้กับพระพุทธศาสนา เขาคิดว่าตัวเองทำบุญเอาไว้แล้ว ตายไปแล้วคงขึ้นสวรรค์ ชาติหน้าเกิดขึ้นก็คงจะดี อานิสงส์นี้คงจะเผื่อแผ่มาที่ลูกหลาน แต่ปรากฏว่าถูกบิดเบือน ถูกขบวนการฉ้อฉลปล้นเอาไปซึ่งๆ หน้า ผมคิดว่าคดีนี้ถ้ารื้อฟื้นมาให้ดีๆ นายบุญช่วยให้การเท็จ เป็นข้อๆ หลายด้าน อายุ 78 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีก็ตาย จะเอาที่ไปทำไม ไม่กลัวลงนรกเหรอ ผมไม่ได้กลัวถ้าคุณจะฟ้องผม คุณบุญช่วย กรุณาฟ้องผมหน่อย กรุณาฟ้องผม แต่ถ้าฟ้องผม ให้ฟ้องในกรุงเทพฯ นะ อย่าไปฟ้องผมที่จันทบุรี ผมกลัวกระบวนการยุติธรรมที่ จ.จันทบุรี เป็นอย่างมาก ไม่เป็นไรครับ คุณอยากฟ้องผมที่ไหนก็ฟ้องเถอะ


ท่านผู้ชมครับ เข้าใจหรือยังว่าทำไมผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูด มันเป็นเรื่องขมขื่น คนๆ หนึ่งตัดสินใจยิงทนาย 2 คนในศาล แสดงว่ามันถึงจุดเดือด จุดระเบิดจริงๆ รับไม่ได้จริงๆ และก็ไม่แคร์ คนที่ยศถึงพลตำรวจตรีแล้วยิงคน 2 คน ถ้าถูกจับได้ก็ต้องถูกประหารชีวิต เขายอมให้ถูกประหารชีวิต แต่เขาขอแสดงออกเพื่อเป็นสัญลักษณ์บางอย่าง นี่ล่ะครับคือประเด็น และวันนี้เขาก็ทำสำเร็จ อย่างน้อยที่สุดท่านผู้ชมที่ดูเรื่องนี้ ถ้าเห็นด้วยกับผม แชร์ออกไปเยอะๆ แชร์ไปให้มากๆ เลย ให้สังคมไทยได้รับรู้ว่าบางส่วนของเมืองไทยระยำตำบอนมาก มีแต่พวกเราเท่านั้นเองที่จะช่วยแพร่กระจายข่าวออกไปเพื่อให้มันชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้คนเข้าใจเรื่องราวต่างๆ จะได้รู้ว่าวันนี้ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ไม่ได้ตายฟรี

ท่านผู้ชมครับ มีข่าวดีสำหรับคุณเขมจิรา ภรรยาของท่าน พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ คุณสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายคู่ใจของผม ที่ใจซื่อ มือสะอาด ไม่มีใครซื้อได้ และไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น ได้แจ้งเจตจำนงมาแล้วว่า พร้อมที่จะเป็นทนายความให้กับทุกคดีของคุณเขมจิรา หรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและกำลังเล่นงานคุณบุญช่วย บอก ไม่ต้องกังวล และผมทำหน้าที่ประสานงานไปเรียบร้อยแล้ว ณ เวลานี้ คุณเขมจิราและคุณสุวัตร คงคุยกันไปรอบหนึ่งแล้ว พร้อมกับเอกสารทั้งหมด ท่านผู้ชม คอยติดตามหนังเรื่องนี้เช่นกัน รับรองว่าไม่จืดแน่นอน เมื่อคุณสุวัตรเข้ามาจับคดีนี้ สนุกสนานอย่างแน่นอน และมันส์หยด

วันนี้่ค่อนข้างจะหนักนิดหนึ่ง แต่ทุกอาทิตย์มันก็หนักนะท่านผู้ชม อาทิตย์หน้า ท่านผู้ชมครับ แชร์กันเยอะๆ แชร์กันไปให้ทั่วเลย ผมจะพูดเรื่องการบินไทย วันที่ 29 พฤศจิกายน ทำไมการบินไทยถึงจะเจ๊ง จุดที่มันเจ๊งมันเริ่มต้นจุดไหน ปีไหน แล้วหลังจากนั้นมันเจ๊งอย่างไรบ้าง และมีทางออกการบินไทยอย่างไร ผมมีให้ครับท่านผู้ชม คนที่ทำงานอยู่การบินไทยไม่ดูไม่ได้ แชร์ให้คนทุกคนที่อยู่การบินไทยได้ดูกัน และแชร์ให้ผู้บริหารที่นั่งอยู่ตรงตึกตรงวิภาวดีให้มันเห็นกัน อ่านกัน ดูกันทุกคน ให้มันกลืนน้ำลายกัน และให้บางคนมันละอายแก่ใจ และในขณะเดียวกัน ให้อดีตประธานการบินไทยที่ชื่อทนง พิทยะ มันรับรู้ด้วย ทนง พิทยะ เป็นคนของทักษิณ ชินวัตร และมีส่วนอย่างไรที่ทำให้จุดเริ่มต้นการเจ๊งของการบินไทยมาจากฝีมือของตัวเอง ท่านผู้ชมครับ วันศุกร์ที่ 29 อย่าพลาดเป็นอันขาด พลาดไม่ได้เรื่องนี้ รับรองว่าเผ็ด มัน ไม่น้อยไปกว่า FOREX 3D สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...