xs
xsm
sm
md
lg

ละเอียดยิบ! ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง กระชากหน้ากาก “อภิรักษ์ โกฎธิ” ลากไส้ทั้งขบวนการ FOREX 3D

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง "สนธิ ลิ้มทองกุล" เปิดหน้ากาก"อภิรักษ์ โกฎธิ" ซีอีโอ Forex 3D แฉเป็นบุคคลอันตรายกว่าผู้ร้ายฆ่าคน อาศัยความฉลาดวางแผนล่วงหน้า ตั้งแต่อายุ 17 ผ่าตัดใบหน้า จากเด็กดอยกลายเป็นเท้าแชร์ไฮโซ สร้างโปรไฟล์ ดึงดาราร่วมสร้างภาพ พร้อมอาศัยหน้าตาดี หลอกสาวแท้สาวเทียมหอบเงินมาลงทุน คาดได้พาสปอร์ตเขมร หลบหนีไปดูไบ แนะดีเอสไอเตรียมขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน





วันที่ 15 พ.ย.62 เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในสไตล์ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง กระชากหน้ากาก “อภิรักษ์ โกฎธิ” CEO FOREX 3D เปิดโปงขบวนการแชร์หลอกกันอย่างไร และคนที่ชอบเข้าไปเล่นแชร์พวกนี้มีกี่ประเภท เป็นพวกไหนบ้าง แชร์ลูกโซ่กับตลาดหุ้นมีความเหมือนและความต่างกันตรงไหน อะไรทำให้บุคคลคนนี้ผันตัวเองจากเด็กดอยตัวดำๆ กลายมาเป็นเท้าแชร์ระดับไฮโซ หลอกเอาเงินคนได้เป็นพันๆ ล้าน

คำต่อคำ : SONDHI TALK [15 พ.ย. 2562] กระชากหน้ากาก "อภิรักษ์ โกฎธิ" CEO Forex 3D

สวัสดีครับท่านผู้ชมที่เคารพรัก วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 อย่างที่ได้มีการเกริ่นเอาไว้และมีการโปรโมตหน้าเพจเอาไว้ว่า วันนี้จะพยายามพูดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับระบบแชร์ทั้งหลาย และอยากอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างโด่งดังครั้งล่าสุด ที่เกี่ยวกับ Forex 3D ซึ่งแชร์กลุ่มนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นมารดาของวงการแชร์ทุกวงการเลย เพราะว่ามีกระบวนการที่แยบยล ฉ้อฉลอย่างไฮเทค ระดับไฮโซ ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว แชร์แม่มณีก็บ้านๆ ไปเลย เป็นแชร์โลโซ ในขณะซึ่งแม่มณีอาจจะแสดงความโด่งดังของตัวเองด้วยการเปิดร้านทอง ทองเก๊ เพื่อมาแสดงออกว่าตนเองนั้นมีเงินมีทอง แต่ว่าแชร์ Forex 3D นี้ ที่หัวเรือใหญ่ซึ่งเป็นตัวการทั้งหมด ชื่อ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ไม่ได้มีร้านทอง แต่มีแค่จอคอมพิวเตอร์ 5-6 จอ แล้วก็มีเส้นสายในคอมพิวเตอร์ให้เห็นการเคลื่อนไหวของเงินตราต่างประเทศ ตลอดจนหุ้นต่างๆ แค่นั้นก็เลยทำให้คนอย่างน้อยที่สุด ณ เวลานี้ ที่เป็นตัวเลขของการเข้ามาลงทะเบียนเพื่อแจ้งความ ก็เกือบๆ หมื่นคนแล้ว ยอดเงินเสียหาย ณ หลายวันที่ผ่านมานี้แค่ 1,200 ล้านบาท ผมคิดว่าน่าจะถึงเกือบๆ 1,800-2,000 ล้าน และยังจะมีเข้ามาอีกเยอะ


ทีนี้ก่อนที่เราจะไปถึงบรรดาพวกกเฬวรากทั้งหลาย พวกแชร์ต่างๆ ตั้งแต่แชร์แม่ชม้อย มาจนถึงแชร์ชาร์เตอร์ มาจนถึงแชร์ UFUN มาถึงแชร์แม่มณี และมาถึงแชร์ของ Forex 3D นี้ ซึ่งผมไม่ได้พูดถึงแชร์เจ้าเล็กเจ้าน้อยที่ฉ้อโกงไป 100 คน 200 คน นะครับ ผมกำลังพูดถึงแชร์ในระดับที่เขาเรียกว่าสึนามิ เพื่อจะเปรียบเทียบกันดู

เราน่าจะคุยกันเสียก่อนว่า ทำไมคนถึงเล่นแชร์ และคนประเภทไหนบ้างที่เล่นแชร์ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก แต่ก่อนที่เราจะคุยกันต่อในเรื่องนี้ ผมรู้ว่าหลายๆ ท่านที่กำลังฟังผมอยู่ในขณะนี้ บางท่านอาจจะเป็นผู้เสียหายจากการเข้าไปลงทุนในแชร์ ขบวนการแชร์ต่างๆ หรือผมคิดว่ามีคนไม่น้อยเลยที่ดูเรื่องของผม ณ วันนี้ และเป็นผู้เสียหายของ Forex 3D ก็ต้องยอมรับนะครับ อย่าโกรธผม ทั้งหมดนี้เริ่มด้วยคำว่าโลภ คนเราถ้าไม่โลภ มันไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาหรอก แต่มันมีเหตุของความโลภที่จะต้องอธิบายความให้ฟังเสียก่อน หลายๆ ท่านที่ไม่ได้เล่นแชร์ หรือหลายๆ ท่านที่เสียหายจากแชร์ อาจจะนึกไม่ถึง ผมพยายามที่จะมาแบ่งปัน หรืออธิบายความว่าคนประเภทไหนบ้างที่เล่นแชร์ ผมก็จะแบ่งออกเป็นประเภท

ประการแรก คนที่มีอาชีพอิสระ พวกนี้ก็จะเล่นแชร์เยอะ อาชีพอิสระเป็นอย่างไร เจ้าของร้าน เจ้าของบริษัทเล็กๆ ทำการค้าขาย อาจจะเป็นเอเยนต์ส่งผลไม้ สั่งผลไม้มาจากต่างจังหวัดแล้วเอาไปส่งตามโรงแรมต่างๆ หรือเจ้าของกิจการเล็กๆ เปิดร้านค้าแล้วก็มีคนเข้ามา หรือแม้กระทั่งร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งขายมีรายได้วันหนึ่งประมาณ 2-3 หมื่นบาท เดือนละประมาณเกือบล้านบาท มีเงินมีทองเก็บ เดือนละประมาณ 5 แสน เก็บมาแล้ว 2-3 ปี ปีละ 6 ล้าน มีอยู่ 12 ล้านบ้าง 18 ล้านบ้าง รวมไปจนถึงคนที่ทำมาค้าขายออนไลน์ พวกขายครีม ขายอาหารเสริม ขายเสื้อผ้า ขายรองเท้า หรือที่โฆษณาในเฟซบุ๊ก โฆษณาในไลน์ ต่างๆ เหล่านี้ก็คือพวกมีอาชีพอิสระ รวมไปจนถึงทนายความ สถาปนิก หรือแม้กระทั่งหมอ ผมถือว่าหมอคืออาชีพอิสระอาชีพหนึ่งเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะรับราชการอยู่ที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง แต่พอหมดเวลาโรงพยาบาลแล้ว ตัวเองก็ไปเป็นหมออิสระอยู่ตามโรงพยาบาลเอกชน ท่านผู้ชมเชื่อไหมว่า แม้กระทั่งผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนเราก็ต้องถือว่าเป็นคนที่มีอาชีพอิสระเหมือนกัน

หมอนวดบางคน อย่างที่ผมจะเล่าให้ฟังว่า Forex 3D มีผู้ลงทุนเป็นทั้งสาวค็อกเทลเลานจ์และพวกหมอนวดด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่น้อย คนพวกนี้ หนึ่ง พึ่งพารายได้ประจำวัน ตามเศรษฐกิจ พอเศรษฐกิจดีขึ้นมาก็ไม่เดือดร้อนอะไร คนเคยได้กำไรจากการค้าขายอิสระ ได้กำไรเดือนละ 1 แสนบ้าง เดือนละ 2 แสนบ้าง เดือนละ 1 แสน 5 บ้าง สุดแล้วแต่ขนาดของธุรกิจ สุดแล้วแต่ margin ธุรกิจ กำไร แต่จู่ๆ มาวันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาเศรษฐกิจตก พอเศรษฐกิจตก รายได้ที่เคยได้ประจำมันเกิดไม่พอใช้แล้ว มีปัญหา พอไม่พอใช้ มีปัญหา สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร คือตัวเองมีความรู้สึกกังวลใจ เอ๊ะเงินเก็บที่มีอยู่ เก็บอยู่ 2-3 ล้านบาท ถ้าต้องเอามาถมไปเรื่อยๆ เพื่อให้ภาระของการขายไม่ดี กำไรเดือนละประมาณ 150,000 ค่าใช้จ่ายเดือนละประมาณ 100,000 มีเก็บ 50,000 แต่ตอนนี้กำไรลดเหลือ 75,000 ค่าใช้จ่ายอย่างเดียวก็ติดลบไปแล้ว 25,000 ยังไม่มีเงินเก็บอีก จะควักเงิน 25,000 ออก ก็ลำบากใจ เพราะว่าเงินที่เซฟไว้ก็อาจจะหมดไปในที่สุด

ในที่สุดแล้วก็เลยมีความรู้สึกว่า เออ ได้ข่าวว่าแชร์วงนี้ดี มั่นใจ แน่ใจเหรอเธอ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างนี้นะ แน่ใจเหรอ เพราะฉันได้ข่าวว่า มั่นใจ เพราะอะไร 1..2..3..4..5..6.. ฉันลงไปก่อนแล้วกัน สัก 100,000 ฉันลง 100,000 ได้เงินปันผลมาประมาณสัก 3-4 เดือน เอ๊ะ มันได้ประจำนี่ ความโลภเกิดขึ้นแล้ว ขอลงเพิ่ม 200,000 ขอลงเพิ่ม 300,000 นี่คือประเภทแรกนะครับ

ประเภทที่สอง ผมคิดว่าเป็นคนที่เป็นพนักงานบริษัท อาจจะเป็นระดับผู้บริหาร เงินเดือน 80,000-90,000 เงินเดือน 100,000 เงินเดือน 200,000 คนพวกนี้จะมีเงินออมอยู่ส่วนหนึ่ง ข้าราชการ คนที่เกษียณอายุไปแล้ว มีเงินบำนาญ แล้วทุกเดือนก็เก็บ เงินบำนาญตัวเองก็มีอยู่ 3-4 ล้าน เก็บมาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้อาจจะมี 4-5 ล้าน คนพวกนี้ก็มีความรู้สึกว่าเงินก้อนนี้แบ่งออกมาดีกว่ามั้ง แบ่งออกมาส่วนหนึ่ง เอาไปเล่นแชร์ เพราะว่า ท่านผู้ชมครับ เมื่อใดก็ตามเศรษฐกิจตก ตกยังไม่พอ แล้วยังปรากฏการณ์ของดอกเบี้ยลดอีก ซึ่งล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยก็เพิ่งจะลดดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยลง 0.25% ก็กลายเป็นดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศไทยตอนนี้ไม่น่าจะถึง 2% แล้ว อาจจะ 1.5% หรือ 1.7% สูงสุด

มีเงิน 1 ล้าน ฝากได้ดอกเบี้ยปีละ 17,000 บาท เฉลี่ยเดือนละประมาณไม่ถึง 1,500 บาท จะเอาอะไรกินล่ะครับ คนพวกนี้ก็เลยเอาเงินก้อนนี้มาลงทุน


อีกประเภทหนึ่งก็คือ คนชอบเสี่ยง ท่านผู้ชมต้องยอมรับ คนไทยเป็นคนที่ชอบเสี่ยงมาก คนเสี่ยงประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนที่เรียกว่ามีเงินเย็น เงินเย็นในความหมายของผมคือเป็นเงินที่สะสมมานานแล้ว ไม่ได้เดือดร้อน มีเงินมีทอง บางคนมีอยู่ 100 ล้านบาท เก็บเอาไว้ในเซฟ เก็บไว้ในแบงก์ เอาไปซื้อหุ้นบ้าง เอาไปโน่นไปนี่บ้าง ไม่ได้เดือดร้อนอะไรทั้งสิ้น แต่พอมีอะไรที่มันดูน่าเสี่ยงดีนะ เพราะผลตอบแทนมันดี เอ๊ะ มีที่ไหนล่ะ ลงทุนแบบนี้ ลงทุนปีหนึ่งได้คืนถึง 120% น่าเสี่ยง แต่คนพวกที่น่าเสี่ยงพวกนี้ ท่านผู้ชมต้องจำไว้นะ เป็นคนฉลาด ฉลาดอย่างไร คนพวกนี้จะดูตาม้าตาเรือ คนพวกนี้จะเล็งก่อนว่า แชร์กองนี้ตั้งมานานหรือยัง ถ้าตั้งมานานแล้วคนพวกนี้จะไม่เล่น เพราะคนพวกนี้ฉลาดเป็นกรด เพราะถ้าไม่ฉลาดเป็นกรด เขาไม่รวยแบบนี้หรอก ให้จำเอาไว้ท่านผู้ชม คนรวยจะเป็นคนที่ฉลาด (อาจจะแกมโกงอยู่บ้าง) และที่แน่ๆ ก็คือ คนรวยมักจะเค็ม เห็นแก่ตัว ไม่ค่อยแบ่งให้ใคร ตัวเองได้ ก็ได้เอง คนพวกนี้ก็จะดู ถ้าสมมุติแชร์เพิ่งเปิด ประมาณสัก 6 เดือน แล้วดูทีท่า โปรไฟล์ของหัวหน้าแชร์ โปรไฟล์ของบริษัทแชร์ มันดูดีเหลือเกิน ส่วนมันจะโกหกหรือไม่โกหก เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

คนพวกนี้ก็เลยจะเสี่ยง เอาล่ะ 6 เดือนแรก ไม่เป็นไร ลงไปเลย คิดว่าภายใน 1 ปี จากลงไป สรุปแล้วตั้งแต่ตั้งวงแชร์มาจนถึงเขาลงไป เป็น 1 ปีครึ่ง เขามั่นใจว่า 1 ปีครึ่ง แชร์ไม่ล้ม เพราะฉะนั้นเขาก็จะได้เงินปันผลมาตลอดทุกเดือน พอครบ 1 ปี เขาก็จะได้กำไร 120% เขาลง 1 ล้าน เขาได้ 1.12 ล้านบาท เขาก็ดึงเอาเงินสด 1 ล้าน กลับมา อีก 120,000 บาท เป็นกำไร เขาก็ลงต่อ ถ้าสมมุติว่าแชร์มันล้มต่อไปภายหลัง เขาก็ขาดทุนกำไร แต่คนที่จะทำเช่นนี้ได้ ต้องรู้จักพอ รู้จักพอหมายความว่า กำไรแบบนี้ แค่นี้พอแล้ว เราถอย คำว่ารู้จักพอ บางทีไปใช้กับคนที่มีจิตวิญญาณเป็นนักพนัน ใช้ไม่ได้ เพราะว่าพอได้มา 100 ก็อยากได้ 200 พอได้ 200 ก็อยากได้ 300 มันเป็นความโลภ โลภมันทำให้เราต้องพินาศฉิบหาย นี่คือคนเงินเย็นที่ฉลาดลงทุน

แต่อีกประเภทหนึ่งก็คือว่า คนที่มีเงินเย็น ส่วนหนึ่งต้องการความรอบคอบ รอบคอบก็คือว่า ถ้าเรามี 100 ล้าน แชร์นี้ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่ลองดูแล้วกัน โยนเศษสตางค์ไปสัก 1% ของเงิน 100 ล้าน ก็ลงสัก 1 ล้านบาท คนพวกนี้ก็อีกประเภทหนึ่ง

ส่วนสุดท้าย อันนี้อยู่ใน DNA ของคนทุกคนเลยนะท่านผู้ชม คือคนที่อยากได้เงินเพิ่ม มีใครบ้างท่านผู้ชม มองซ้าย มองขวาไป ผมก็อยากได้เงินเพิ่ม แม้กระทั่งช่างกล้องที่อยู่ข้างหลังผมนี่ นั่งทำงานอยู่นี่ ก็อยากได้เงินเพิ่ม ทุกคนอยากรวยทั้งนั้นล่ะ ไม่มีใครไม่อยากรวย เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือคนที่มาเล่นแชร์

ความเหมือน พวกแชร์ต่างๆ ไม่ว่าจะกองไหนก็ตาม ความเหมือนมันมีอย่างนี้ ประการแรก วิธีสร้างฐาน ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งย้อนหลังกลับไป 40-50 ปีที่แล้ว ตอนที่แชร์แม่ชม้อยเริ่ม แชร์แม่ชม้อยช่วงนั้นเริ่ม ไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่มีโซเชียลมีเดีย มีอยู่อย่างเดียวคือหัวหน้าสาย หัวหน้าสายจะทำหน้าที่เดินไปพบ รู้จักคนนี้ เอามั้ย ฝากมั้ย แม่ชม้อย ได้ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างนี้ๆๆ นะ แล้วพวกนี้ก็เข้าใจคิด ในยุคแม่ชม้อย ตุ๊กตาที่เขาตั้งก็คือว่า แม่ชม้อยมีแหล่งน้ำมันเถื่อนที่มีผู้หลักผู้ใหญ่หนุนหลัง เพราะฉะนั้นแล้วซื้อน้ำมันเถื่อนมาในราคา 12 บาทต่อลิตร แล้วก็ขายออกไปในราคา 22 บาทต่อลิตร เพราะฉะนั้นแล้วแม่ชม้อยนี่กำไรเกือบเท่าตัว ก็เลยมีปัญญาเอาดอกเบี้ยมาแบ่งให้ จริงหรือไม่จริงไม่มีใครสนใจนะ เพราะเนื่องจากแม่ชม้อยเริ่มประเด็นที่กองทัพอากาศ ข้าราชการกองทัพอากาศตั้งแต่จ่าสิบตรี จ่าสิบโท จ่าสิบเอก ไปจนถึงนายพลอากาศเอก แม้กระทั่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ก็ยังเล่นแชร์แม่ชม้อย แต่วิธีเล่นแชร์แม่ชม้อยก็ต้องหิ้วเงินสดไป สมัยก่อนนะท่านผู้ชม เงิน 100 บาท มีเยอะ แต่แบงก์ 500 ไม่มี แบงก์ 1,000 ไม่มี ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพนะ เอาเงิน 2 ล้านบาท หรือ 3 ล้านบาท มาตั้งบนโต๊ะผมนี่ ปึกหนึ่ง 100 ใบ ก็ 10,000 สิบปึกก็ 100,000 หนึ่งล้านต้องสิบกอง สองล้านก็เท่าโต๊ะแล้ว สามล้าน ลงมาตรงนี้เต็ม เดี๋ยวนี้สามล้านบาทนิดเดียว แค่นี้เอง กองหนึ่ง 1 ล้าน 2 ล้าน 3 ล้าน และที่สำคัญก็คือว่าสมัยนี้มันแค่โอนเงินเข้า โอนเงินเข้าบัญชีที่ตกลงกันแล้วก็เซ็นสัญญา พอเซ็นสัญญาเสร็จเรียบร้อยก็โอนเงินไป มันง่าย สแกนคิวอาร์โค้ดบ้าง order เงินออนไลน์บ้าง มันง่าย มันก็เลยทำให้ปริมาณเงินที่เข้ามาในยุคนี้มันเยอะมาก จนทำให้ลักษณะของแชร์แม่ชม้อยกลายเป็นแชร์เด็กเล่นไปเลย

ทีนี้ ด้วยเหตุนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งคนที่ทำแชร์สมัยนี้ต้องทำก็คือว่า ต้องเริ่มด้วยคนดังในหมู่โซเชียลมีเดีย ที่มีคนติดตามมาก ก็ดูอย่างแม่มณีสิ ไปๆ มาๆ กลายเป็นเน็ตไอดอล ทั้งๆ ที่แก่ก็แก่ หน้าก็ไปโม่มา ทำจมูก ทำตา ทำคิ้ว ทำปาก โน่นนี่นั่น ผมไม่เห็นว่าจะสวยตรงไหนเลย หน้าพลาสติกทั้งนั้น แต่คนที่ดูในโซเชียลมีเดียจะเห็นคนนี้สวยนะ คนนี้หน้าตาดีนะ คนนี้ขายของเก่งนะ คนนี้มีร้านทองด้วย โดยไม่รู้ว่าทองข้างหลังเป็นทองเก๊ นี่คือโปรไฟล์ การสร้างโปรไฟล์จะสร้างไม่เหมือนกัน อย่างเช่น แชร์แม่ชม้อย ก็จะสร้างโปรไฟล์แบบหนึ่ง แชร์แม่มณีสร้างโปรไฟล์อีกแบบหนึ่ง ท่านผู้ชมจำ UFUN ได้ไหม UFUN ก็จะสร้างโปรไฟล์ด้วยการเอาสินค้ามาขาย แล้วก็สินค้าทางการแพทย์เอามาขาย แล้วก็เรียกสัมมนา จัดสัมมนาจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ แล้วก็เชิญหมอเข้ามาร่วมสัมมนาด้วย หมอก็เข้ามาร่วมสัมมนา หมอก็ได้รับเงินรับทองไป ก็ต้องพูดไปในแนวทางที่เจ้าของ UFUN ต้องการให้พูด ก็เลยพูด เพื่อแลกกับเงิน 100,000 เอ๊ะ เขามีหลักการ เขามีหลักฐาน ขนาดหมอยังมาชมเลยสินค้านี้ เอ้า ขอร่วมลงทุนด้วย นี่คือการสร้างโปรไฟล์ แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่า แชร์ Forex 3D ที่มีเรื่องมีราวนี่ มันสร้างโปรไฟล์แบบไหน มันสร้างโปรไฟล์แบบไฮเทค ท่านผู้ชม แล้วไฮเทคมันเป็นอย่างไร ตามผมมาแล้วจะสนุกสนานมาก

เมื่อแชร์เกิดขึ้น แล้วบางคนไม่มีนักวิชาการมาแบ็ก ก็ต้องสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง เหมือนแม่มณี สร้างอย่างไรล่ะ ก็คือ เอาทอง ซึ่งเป็นทองเก๊ทั้งหมด เอามาถ่ายลงเฟซบุ๊กให้คนเห็นว่านี่มีร้านทองนะ โน่นนี่นั่น โอ๊ย แม่มณีนี่ขนาดมีร้านทอง เพราะฉะนั้นแม่มณีนี่เชื่อใจได้ รับรองได้เลยว่าไม่มีวันเบี้ยว นี่คือการสร้างความมั่งคั่งให้เห็น


แชร์แม่มณีก็จะเป็นแชร์ของผู้ที่มีกิจการอิสระเอย คนที่เล่นออนไลน์เอย แต่พอมาแชร์ยุคหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแชร์ Forex 3D มันกลายเป็นคนชนชั้นกลาง เลื่อนไปจนถึงชนชั้นปัญญาชน ชนชั้นกลาง แม้กระทั่งหมอ ขนาดหมอยังเอาเงินมาลงเลย ผมเชื่อว่าหมอไม่ลงแชร์แม่มณี แต่หมอจะมาลงแชร์ Forex 3D แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าพวกนี้ต้มตุ๋นคนได้อย่างไร อย่างชนิดที่เรียกว่าแนบเนียนมากโดยที่นึกไม่ถึง และขบวนการของเขาไม่เคยมีใครพูดถึง ผมจะเล่าถึงเรื่องขบวนการให้ฟัง เพราะฉะนั้นแล้ว การใช้คนที่รู้เรื่องผิวเผิน อย่างเช่น Forex มีใครบ้างที่เคยเข้าใจว่า Forex คืออะไร เข้าใจได้อย่างเดียว คือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซื้อดอลลาร์ถูก ขายดอลลาร์แพง กินส่วนต่างไป แต่หลายคนก็ยังไม่เข้าใจ บางคนคิดว่าดีนะ มันเป็นธุรกิจที่น่าจะดี บุคลิกคนที่ทำแชร์ต้องดี ถ้าเป็นผู้หญิงต้องหน้าตาดูดี ผู้ชายต้องหล่อ เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่าทุกคนที่เป็นหัวหน้าแชร์ต้องไปศัลยกรรมหน้ามา ให้ดูสวย ก็ดูอย่างนายอภิรักษ์ โกฎธิ สิ ตัวการของ Forex 3D เป็นไปได้อย่างไรไปทำศัลยกรรมมา 16 ครั้ง เมื่ออายุ 17 เดี๋ยวผมจะเล่าเบื้องหลังให้ฟังว่าเขาไปทำเพื่ออะไร

เพราะฉะนั้นโปรไฟล์ของตัวเองต้องดี ไม่มีอะไรดีกว่าการที่มีโปรไฟล์ดี แล้วสร้างเครือข่ายสายสัมพันธ์ ท่านผู้ชมสังเกตสิ พวกแชร์บ้าแชร์บอมักจะดึงคนที่มีชื่อเสียงเข้ามาร่วม แล้วก็หนีไม่พ้นบรรดาดาราทั้งหลาย ดาราทั้งหลายมาแน่นอน ได้ตังค์ มาทีนึง 2 แสนบาท 3 แสนบาท ทำไมจะไม่เอา มาเดินยิ้มร่า ทำโน่นทำนี่ ก็ไม่มีอะไรเสียหายไป เพราะฉะนั้นแล้วพวกดารานี่คือตัวการ ท่านผู้ชมจำไว้ งานอะไรก็ตาม ถ้ามีดาราเข้าไปร่วม ถ้าเป็นงานลักษณะขายสินค้าหรือจะเรียกระดมทุนให้คนมาลงทุนนะ ท่านผู้ชม ให้ฟันธงไปได้ก่อนเลย นั่นคือกระบวนการที่กำลังจะกลายพันธุ์ไปเป็นแชร์นะครับ

ในลักษณะของ Forex 3D จะจริงจังมากกับการสร้างโปรไฟล์พวกนี้ จะเอาภาพตัวเองออกทางโซเชียลมีเดีย เช่น มีการประชุมกันนะ อยู่ในห้อง นั่งกันเต็มเลย ผู้ชายใส่เสื้อนอก ผู้หญิงแต่งตัวดีๆ หน่อย นายอภิรักษ์ก็นั่งหัวโต๊ะ มีไมโครโฟนวางคั่นไป คนละอันๆ แต่ถ้าท่านผู้ชมสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่าโต๊ะประชุมมันคือเอาโต๊ะสี่เหลี่ยมฟอร์ไมกา ราคาถูกๆ เอามาต่อกัน แล้วก็เอาผ้าสีขาวปูเข้าไป ให้มันเหมือนเป็นห้องประชุมใหญ่ ซึ่งถ้ามีแชร์ ขณะที่เล่นเงินตราต่างประเทศระดับนั้น ใหญ่จริงๆ ห้องประชุมมันต้องหรูหราอลังการพอสมควร แค่ดูเราก็รู้แล้ว หรือนายอภิรักษ์ มีถ่ายรูปนั่งอยู่บนชั้นๆ หนึ่ง ตามองออกไปนอกกระจก แล้วก็เอารูปตัวเองไปลงโซเชียลมีเดีย คล้ายๆ ว่ากำลังวางแผนที่จะคิดอะไรอยู่ ในทำนองนั้น ทั้งๆ ที่ถ้าเราสังเกตดูจะเห็นว่าโต๊ะที่อยู่กับนายอภิรักษ์ มันเป็นโต๊ะที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อกี้นี้เอง อะไรก็ไม่มี มีแค่โทรศัพท์ เอกสารอะไรก็ไม่มี มันไม่เหมือนคนที่จะต้องหมกมุ่นกับการทำงาน และเล่นเงินตราต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ตัวเองก็เลยพยายามที่จะทำเรื่องแชร์พวกนี้ให้มันดูน่าเชื่อถือ


อภิรักษ์ โกฎธิ เท่าที่ผมสังเกตภาพเขานะ เขาจะมีอยู่ภาพหนึ่ง ซึ่งท่านผู้ชมหลายท่านอาจจะเห็นแล้วไม่เข้าใจ มันเป็นภาพที่เขานั่งแล้วหันมายิ้มกับกล้อง ข้างหลังภาพเขาจะเป็นจอคอมพิวเตอร์เต็มไปหมดเลย จอใหญ่ๆ 6-7 จอ แล้วก็จะมีเส้นกราฟขึ้น มีสีแดง สีเขียว สีเหลือง โน่นนี่นั่น คล้ายๆ ว่าเป็นการเคลื่อนไหวของเงินตราต่างประเทศ เมื่อเป็นการเคลื่อนไหวของเงินตราต่างประเทศแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว เขากำลังทำงาน แล้วเขาก็เอาเงินนี้ไปซื้อพวกเงินตราต่างประเทศจริงๆ แต่จริงๆ แล้วทั้งหมดที่อภิรักษ์โชว์ให้คุณเห็น เป็นของปลอมหมด ภาษาอังกฤษเขาเรียก Set up มันสร้างขึ้นมาปลอมๆ เพื่อให้ดู ทีนี้คนไม่รู้อะไร ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อย่าไปว่ากันเลย มันหลอกได้แม้กระทั่งหมอ เพราะฉะนั้นนับประสาอะไรกับพวกคนที่หาเช้ากินค่ำ หรือคนที่มีธุรกิจของตัวเอง เฮ้ยๆ เขาจริงเว้ย ดูสิ เฮ้ย มันเป็นอัจฉริยะนะ เขาเป็นอัจฉริยะจริงครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายว่าหมอนี่อัจฉริยะอย่างไร แต่แน่นอนที่สุด สายเลือดแห่งการโกงอยู่ใน DNA ของมันหมด และมันเก่งมาก เก่งอย่างไร วางแผนโกงมาตั้งแต่อายุสิบกว่า แล้วก็เตรียมตัวออกไปแล้ว เตรียมตัวจะขนถ่ายเงินทองออกไป


เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า คนพวกนี้พอมันตั้งกองแชร์ ชีวิตมันก็ต้องฟู่ฟ่า ฟู่ฟ่าอย่างไรบ้างล่ะ อย่างเช่นแม่มณี ซื้อรถใหม่คันหนึ่ง แม่มณีไปซื้อบ้านซื้อช่อง แม่มณีไปโชว์ออฟออกทางโซเชียลมีเดีย โซเชียลมีเดียนี่จริงๆ แล้วมันก็ทำร้ายคน แต่ถ้าคนมีสตินิดนึง หัดที่จะดูโซเชียลมีเดียให้ดีๆ จะเห็นความผิดปกติในหลายๆ จุด หลายๆ ประเด็นทางโซเชียลมีเดียที่จะแสดงออกมาให้เห็นว่านี่มันไม่ใช่ของจริง เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าทั้งหมดนี้คือภาพลักษณ์ที่จะต้องสร้าง ทั้งแชร์แม่มณี ทั้ง UFUN ทั้ง Forex 3D ถ้าจะพูดกันตรงๆ นะ แม่มณีค่อนข้างจะดูบ้านๆ เถื่อนๆ ดิบๆ หน่อย UFUN ก็จะดูลักษณะวิชาการหน่อย ส่วน Forex 3D มันเป็นไฮเทค ไฮโซ เป็นภาพลักษณ์ของคนหนุ่ม จะสังเกตได้อย่างหนึ่ง คนหนุ่มที่อยู่ในภาพของแชร์ Forex 3D หล่อๆ ทั้งนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องเบื้องหลังความหล่อที่เกิดขึ้น

คนพวกนี้ไม่มีความรู้หรอกครับในเรื่องการเทรดอะไรทั้งสิ้น คนพวกนี้เกิดขึ้นมาแล้วก็ถูกจ้างมาเพื่อสร้างภาพ แล้วเพื่อไปลุยงาน ลุยงานอย่างไรเดี๋ยวจะว่ากันอีกที ทั้งหมดนี้ไม่ได้ต่างกันในเรื่องวิธีการ วิธีการเหมือนกันหมด ต้องทำตัวให้เด่น ต้องมีโปรไฟล์ที่ดี แต่เนื้อหาไม่เหมือนกันนะครับ

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมจำพระรูปหนึ่งได้ไหม ที่ชื่อเณรคำ ความจริงแล้ว เณรคำนี่ถ้าท่านผู้ชมกลับไปมองย้อนหลัง เณรคำนี่คือหัวหน้าแชร์นะ แต่เป็นแชร์อะไรรู้ไหม แชร์แห่งความศรัทธา คือหลอกชาวบ้านให้มาศรัทธาแล้วเอาเงินมาใส่ให้เณรคำ พอผมเห็นนายอภิรักษ์นั่งเครื่องบินที่เหมาลำไป ผมอดคิดไม่ได้ถึงภาพที่เณรคำนั่งเครื่องบิน แล้วถือกระเป๋าลุยส์วิตตอง แล้วก็ใส่แว่นสีดำ เณรคำนี่ก็ติดคุกอยู่ที่คลองเปรมอยู่ในขณะนี้




เพราะฉะนั้นแล้ว ระหว่างเณรคำ แม่มณี UFUN หรือว่านายอภิรักษ์ Forex 3D ต่างกันตรงไหน ไม่ต่างกันหรอกครับ เหมือนกัน วิธีการเหมือนกันหมดเลย เพียงแต่ว่าสาระไม่เหมือนกัน กรณีเณรคำ เป็นเรื่องเดียว คือหลอกคนให้มาศรัทธา หลอกได้ขนาดไหน หลอกได้ถึงขนาดว่า อาซ้อเจ้าของอุตสาหกรรมพวกสบู่ ยาสีฟัน พวกนี้ หมดเงินไปกับเณรคำหลายสิบล้าน ถึงร้อยล้าน ขนาดนั้นก็แล้วกัน อย่าให้ผมพูดเลยครับ ผมรู้จักชื่อแกดี เป็นคนรวย รวยมากๆ ซึ่งขนาดคนที่ผ่านโลกธุรกิจมาแล้ว ยังพลาดท่าได้ เพราะฉะนั้นแล้วนับประสาอะไรกับคนที่ยังไม่ได้ผ่านโลกธุรกิจ

ผมอยากจะพูดว่า แชร์ จริงๆ แล้วถ้าท่านผู้ชมจะเล่น ผมจะยุให้เล่น ถึงแม้ผมจะบอกว่านี่คือความโลภ และโอกาสเจ๊งก็มี ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า แชร์มันเหมือนหุ้น ท่านผู้ชมหลายท่านเคยเล่นหุ้น ผมจะพูดตรงนี้ท่านผู้ชมก็จะเข้าใจ หุ้น ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์เขาเรียกหุ้น IPO IPO หมายความว่าขายหุ้นก่อนเข้าตลาด สมมุติว่า IPO ราคาประมาณ 2 บาท โดยพื้นฐานแล้ว โดยสถิติ หุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หุ้นจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับคนเข้ามาเล่นมากน้อยแค่ไหน ที่ไม่ขึ้นมีมั้ย มี แต่น้อยมาก เพราะเจ้าของหุ้นก็จะต้องเอาเงินก้อนหนึ่งมาหนุนราคาหุ้นตัวเองให้ขึ้นไป เพราะฉะนั้นถ้าท่านผู้ชมซื้อไป 2 บาท ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ โอกาสที่จะทำกำไรประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เป็น 2.20 บาท 2.40 บาท มีสูงมาก ฉันใดฉันนั้น หลังจากที่หุ้นขึ้นไปแล้ว ถ้าท่านผู้ชมยังถือหุ้น IPO อยู่ 2 บาท ถือไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งธุรกิจบริษัทที่เอา IPO เข้า มันตกต่ำ ยอดขายไม่ได้ตามเป้า ก็มีคนมาถล่มหุ้นมัน หุ้นก็จะตกลงเหลือ 1.50 บาท ท่านผู้ชมก็จะขาดทุนไป 50 สตางค์ ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัด เหมือนกับหุ้นบางหุ้นในขณะนี้ราคาแค่ 8 สตางค์ 7 สตางค์ แต่พอตอนที่ IPO หุ้นตัวนี้เข้ามาในตลาด ราคา 2 บาท จาก 2 บาท เหลือ 8 สตางค์ ฉันใดฉันนั้น หลังจากที่หุ้นขึ้น หุ้นจะมีช่วงขึ้น ช่วงขึ้นคือช่วงคนขาใหญ่เข้ามาเล่น พอเล่นแล้วหุ้นก็จะขึ้น 2 บาท 2.10 บาท 2.20 บาท 2.30 บาท 2.40 บาท ไปเรื่อยๆ คนที่ฉลาด คนที่มีเงินเย็นและฉลาดจะดูออกเลยว่ามันกำลังไล่ขึ้น อ้าวหุ้นเริ่มขึ้น งั้นอั๊วซื้อก่อนตอนนี้ ไล่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งประมาณสัก 2.80 บาท ทีนี้จู่ๆ มีแมงเม่าบินมาว่อนเลย สนใจกองไฟกองนี้ อยากเข้ามา ก็จะมีการซื้อขายปริมาณมากผิดปกติ คนที่เล่นหุ้นเป็นก็จะเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องซาโยนาระ บ๊ายบาย ก็เริ่มเทหุ้นขายออกไปๆๆ ขายจนหมด มันก็ปลอดภัยแล้ว คนที่จะต้องเน่าก็คือแมงเม่าที่เข้ามาแบกหุ้นตัวนี้ แล้วพอหุ้นตกปุ๊บ คนขาดทุนคือแมงเม่า เจ๊งไปหมดทุกคน ฉันใดฉันนั้น แชร์ต่างๆ ก็เป็นเช่นนี้ครับท่านผู้ชม

เป็นอย่างไร ผมกล้าพูดได้เลยว่า ถ้าแชร์กองใดตั้งขึ้นมา ดูท่าทางน่าโอเค ผมเชื่อว่าประมาณ 1 ปี สูงสุดให้ไม่เกิน 1 ปีครึ่ง เซฟ และผมเชื่อว่าคนที่มาเล่นแชร์ ไม่ว่าจะเป็นแม่มณี หรือไม่ว่าจะเป็นโน่นเป็นนี่ คนพวกนี้ที่เข้ามาเล่น รู้อยู่แล้วว่านี่คือแชร์ลูกโซ่ แต่ก็ต้องการเข้า ทุกคนมีคติพจน์ประจำใจว่า เข้าเร็ว ออกให้ทันการณ์ แต่ปรากฏว่าความโลภมันกินตัวเอง มันเข้าเร็วแล้วไม่ยอมออก เพราะฉะนั้นคนที่ฉลาดจะเล่นแชร์พวกนี้ มันเหมือนเล่นหุ้น พอเห็นแชร์ตัวนี้เข้าตลาดปั๊บ เข้ามาในวงการปั๊บ มีคนพูดถึงเยอะ มีเครือข่ายเข้ามาติดต่อ ลงไปเถอะ ท่านผู้ชม อยู่ไม่เกิน 6 เดือน 1 ปี ได้ทุนบางส่วนคืนแล้วถอนเงินคืน ระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี ถ้าท่านผู้ชมลงไป 1 ล้าน แล้วขอเงินคืน 1 ล้าน มันให้แน่นอน เพราะช่วงนั้นมันยังระดมเงินข้างนอกมาได้ ก็คือเอาเงินนอกเข้ามาทดแทนเงินเก่า คือเงินใหม่เข้ามาทดแทนเงินเก่า ช่วงนี้มันยังจ่ายให้ได้ เพราะถ้ามันไม่คืนให้ ท่านผู้ชมลงไป 1 แสน หรือ 5 แสน หรือ 1 ล้าน มันไม่คืนให้ ถ้าท่านโวยวายขึ้นมา เส้นทางที่มันสว่างไสวจะดับมืดทันที มันก็เลยบอกว่าเขาเบิกขอเงินต้นคืน 1 ล้าน คืนให้เลย นั่นคือช่วงที่เขาเรียกว่าช่วงเซฟ เซฟที่สุด พอหลังจากนั้นแล้วก็ตัวใครตัวมัน ท่านผู้ชมไปดูได้เลย

แชร์แต่ละแชร์ ดูอายุของแชร์เบ็ดเสร็จไม่น่าจะเกิน 2 ปี สูงสุด 3 ปี เจ๊งทุกราย เพราะว่า ... ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ว่า วันนี้ผมหลอกคนมา 100 คน มาลงกับผม คนละ 100 บาท 10,000 บาท และผมสัญญาว่าผมจะจ่ายดอกเบี้ยให้เดือนละ 10% เดือนละ 10 บาท 10,000 บาทนี่หมายความว่าผมต้องมีเงินสดมาจ่ายให้กับท่านผู้ชม 1,000 บาท 10,000 บาท ผมต้องจ่าย 1,000 บาทออกไป อาจจะเป็น 100,000 บาท หรือ 1 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท ก็แล้วแต่ เอาแค่ 100 คนพอ คนละ 100 บาท เดือนแรกผมต้องจ่าย เงินที่เข้ามาหาผมมันมีอยู่ 10,000 ผมจ่ายไป 10% ผมยังเหลือเงินสดอีก 9,000 ถามว่าผมยังจะอยู่ได้กี่เดือน ผมยังอยู่ได้อีก 9 เดือน โดยจ่ายออกเดือนละ 1,000 เข้าใจไหมครับ พออยู่ได้ 9 เดือน ในระหว่าง 9 เดือนนี้เขาก็จะเอาลูกค้าใหม่ๆ เข้ามา คนนี้ก็ลง 100 คนนี้ก็ลง 100 จาก 100 คน ตีเสียว่ากลายเป็น 500 คน เพิ่มอีก 400 คน ก็เป็น 500 คน ก็แสดงว่า 500 คนๆ ละ 100 บาท 50,000 บาท 50,000 บาท 10% ก็เดือนละ 5,000 ก็สามารถที่จะจ่ายไปได้เรื่อยๆ เหมือนกัน จ่ายไปได้เรื่อยๆ อีกประมาณสัก 9-10 เดือน แต่ว่าในระหว่างเข้ามาเป็น 500 คน จะมีสัก 20% คือ 100 คน ขอเงินคืน 20% ขอเงินคืนก็คือขอคืนไปแล้ว 20x100 ก็คือ 20,000 บาท เพราะฉะนั้นจาก 50,000 บาท ก็เหลือ 48,000 บาท

48,000 บาท ท่านผู้ชมต้องจ่ายดอกเดือนละประมาณ 500 บาท ถูกไหมครับ เดือนละ 500 บาท จ่ายได้แค่ 7 เดือน จากแต่ก่อนท่านผู้ชมมีเงินเหลือพอจากเงินที่ไปหลอกชาวบ้านเขามา จ่ายได้ 9 เดือน ลดลงมาจาก 9 เดือน เหลือ 7-8 เดือนแล้ว ทีนี้มันก็เอาคนใหม่เข้ามา พอเอาคนใหม่เข้ามา เป็น 1,000 คน คือ 100,000 เพราะฉะนั้นจากที่เคยจ่าย 100 คน มีเงินเหลือพอจ่ายดอกเบี้ยได้ 9 เดือน แล้วพอเข้ามา 500 คน เงินเหลือพอจ่ายดอกเบี้ยได้ 7 เดือน ถ้าเข้ามา 1,000 คน จะมีเงินจ่ายดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 4 เดือน ระยะสั้นมาก 4 เดือน นี่ผมพูดแค่เป็นหลักร้อยนะ แล้วถ้าเป็นหลักล้าน หลักสิบล้าน หลักร้อยล้าน มันต้องจ่ายขนาดไหน


ทีนี้ พวกเจ้าของแชร์มันมีสันดานเสียอยู่อย่างหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะ หนึ่ง ไม่ใช่เงินของมัน มันก็เลยต้องการที่จะสนุกสนานกับเงินที่มันได้มาฟรีๆ มันคิดว่ามันได้มาฟรีๆ มันคิดว่ามันไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณท่านผู้ชม เจ๊งก็เจ๊งไป ก็เหมือนอย่างแม่มณีออกมาโวยวายไง ใครบอกเจ๊ง แค่ติดขัดธรรมดา นายอภิรักษ์ โกฎธิ Forex 3D ก็บอกว่า ที่ติดขัดในขณะนี้เพราะว่าเงินที่เราได้กำไรจากการค้า เงินตราต่างประเทศ ต่างประเทศยังไม่โอนเข้ามา นี่คือข้อโกหกทั้งนั้น เมื่อใดก็ตาม เขาบอกให้ใจเย็นๆ ทุกคนไม่มีใครใจเย็นแล้ว เพราะว่าทุกคนมีประสบการณ์มากจากการอ่านข่าว เสพข่าว รู้ว่านี่ล่ะคือวันที่จะต้องเผาจริงแล้ว ทุกคนจะไปถอนเงินออกหมดเหมือนกับที่ท่านผู้ชมเห็น ทีนี้ผมจะบอกว่า ถ้าสมมุติจากเคยมีเงินจ่ายดอกเบี้ยได้ถึง 9 เดือน พอจำนวนคนเพิ่มขึ้นมาอีก 4 เท่า จาก 100 คน มาเป็น 400 คน เป็น 500 คน เงินที่มี ที่จะเหลือเพื่อจ่ายดอกเบี้ยลดเหลือจาก 9 เดือน เป็น 6 กว่า 7 เดือน พอเพิ่มมาอีกเท่าตัว ลดลงเหลือ 4 เดือน ทีนี้ 4 เดือนนี้ ท่านผู้ชมลืมคำนวณไปตัวหนึ่ง คืออะไร คือพวกระยำตำบอนพอมันมีเงิน มันต้องไปซื้อมาเซราติ ต้องไปซื้อเฟอร์รารี ต้องไปซื้อปอร์เชต์ ต้องมีรถให้ลูกชาย ให้ลูกสาว มันต้องไปซื้อคอนโดฯ ราคา 100-200 ล้านบาท เงินก้อนนี้ที่มันสมควรที่จะทำให้มันจ่ายดอกเบี้ยได้ประมาณ 4 เดือน มันก็จะมีช่วงว่าง ช่องโหว่อยู่ตรงนี้อันหนึ่ง แล้วถ้าช่วงไหนที่ลูกค้ารายใหม่เข้ามาไม่ทัน พอเข้ามาไม่ทัน เงินที่มันไปซี้ซั้วใช้ ไปแจกคนโน้นไปแจกคนนี้ ไปซื้อที่ดินใส่ชื่อพ่อ ซื้อรถยนต์ใส่ชื่อลูกชาย ซื้่อโน่นซื้อนี่ เก็บเงินสดเอาไว้ ไปซื้อโน่นซื้อนี่ เงินก้อนนี้ถ้ามันไม่ใช้มันก็ยังพอที่จะยืดตัวเองออกไปได้อีกสักพักหนึ่ง แล้วรอให้รายใหม่เข้ามา

ทีนี้แชร์ประเภทนี้มันมีคู่แข่งเยอะ ไม่ว่าแชร์ประเภทโกงคนมา 100 คน 200 คนก็มี โกงคนเป็น 400 คน 500 คนก็มี โกงคนสัก 50 คนก็มี แต่งวดนี้ Forex 3D มันโกงคนเกือบ 10,000 คน เฉพาะเชียงใหม่อย่างเดียว ซึ่งเป็นแดนที่เกิดของนายอภิรักษ์ โกฎธิ มีลูกค้าที่โดนโกงไปเกือบ 1,000 คนเข้าไปแล้ว เชียงใหม่ผมไม่รู้เป็นอะไร เป็นแดนที่ขมขื่นมาก ทักษิณ ชินวัตร ก็อยู่ที่เชียงใหม่ อภิรักษ์ โกฎธิ ก็อยู่ที่เชียงใหม่ รู้สึกว่ามันมีเรื่องราวอะไรที่คนเหนือทำออกมาแล้วก็รุนแรงพอสมควร

Forex 3D ที่ผมจะพูดครั้งนี้ ไม่อยากจะพูดว่า ... แต่ข้อเท็จจริงและดูพฤติกรรมแล้ว เขาเตรียมตัวโกง และเตรียมตัวหนีมาตั้งแต่วันแรกที่เขาตั้งแล้ว แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเขาใช้วิธีการอะไรบ้าง และนายอภิรักษ์เป็นคนอย่างไร

แต่ก่อนที่เราจะก้าวไปสู่ตัวบุคคลในนั้น ผมอยากจะเล่าเรื่อง Forex นิดหนึ่ง ท่านผู้ชมหลายคนจะไม่เข้าใจคำว่า Forex


Forex ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Foreign Exchange คือการเล่นเงินตราต่างประเทศ เขาเล่นกันอย่างไร เขาเล่นกันตรงที่ว่า ประการแรก สมมุติว่าท่านผู้ชมซื้อเงินดอลลาร์มาวันนี้ ในราคาประมาณ 30.50 บาท แล้ววันพรุ่งนี้ดอลลาร์ขึ้น เงินบาทซื้อดอลลาร์ ต้องจ่าย 30.75 บาท เพราะฉะนั้นจะมีส่วนต่างอยู่ 25 สตางค์ 25 สตางค์ตรงนี้คือกำไร นานมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อสัก 20-30 ปีที่แล้ว มันจะมีบริษัทที่ให้เล่นเงินตราต่างประเทศได้ น่าจะเป็นชื่อบริษัท SuperRich ที่ตอนนี้ยังมีสาขาอยู่ 2-3 สาขา แต่เป็นสีไปแล้ว SuperRich สีแดง SuperRich สีเหลือง อะไรพวกนี้ ก็คือว่า พี่น้องกัน แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทำแล้วรวย สะสมเงินไปเรื่อยๆ 20-30 ปี แล้วต่างคนต่างก็แยกออกไปทำกันเอง รับแลกเปลี่ยนเงินตรา เวลาท่านผู้ชมจะไปต่างประเทศ ท่านผู้ชมไปแลกที่ SuperRich จะได้เรทที่สูงกว่าไปแลกกับแบงก์ เมื่อท่านผู้ชมกลับมา มีเงินตราต่างประเทศ เอาไปขายคืน SuperRich ก็จะได้ราคาสูงกว่าที่ขายแบงก์ แล้วเขาก็เอาเงินก้อนนี้ไปยำ เอาไปเล่นต่อ เขากำไรเป็นเศษสตางค์นะ 10 สตางค์ต่อดอลลาร์ 20 สตางค์ต่อดอลลาร์ แต่เขาก็เก็บเล็กผสมน้อย

ผมมีคนที่เคยเล่นตลาด Forex เมื่อ 30 ปีที่แล้ว เขาเล่าให้ฟัง เขาบอกสมัยก่อนเอาเงินสด 300,000 บาท ไปวางกองเอาไว้ โอนเข้าบัญชีเลย ทำสัญญาเรียบร้อย เขาก็จะให้วงเงิน 50 ล้านบาท เอ๊ะ ทำไมมันเยอะอย่างนี้ เนื่องจากว่าการกำไรและขาดทุนของ Forex มันกำไรเป็นเศษสตางค์ เพราะฉะนั้นแล้วท่านใช้วงเงิน 50 ล้านบาท ท่านอาจจะขาดทุน 50,000 บาท เท่านั้นเอง แต่ถ้าท่านขาดทุน 50,000 บาท เมื่อไรปั๊บ ท่านต้องเอาเงินสดที่ท่านขาดทุน 50,000 บาท ไปถม 300,000 บาท ให้มันครบ 300,000 เหมือนเดิม 300,000 นี้ห้ามถอนนะ แต่ถ้าจะเลิกเล่นค่อยถอนออกไป แต่ถ้าท่านกำไร 50,000 บาท วันรุ่งขึ้นเขาจะโอนเงินให้ท่านทันที 50,000 บาท เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่าการเล่นเงินตราต่างประเทศไม่ใช่ของใหม่ เป็นเพียงแต่ว่าเขากำไรกันเป็นเปอร์เซ็นต์ จำนวนเปอร์เซ็นต์มันน้อยมาก น้อยจริงๆ ไม่เหมือนสิ่งที่ Forex 3D บอกว่า มันทำกำไรได้ปีละ 120 เปอรเซ็นต์ ผมฟังแค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าไอ้นี้มันโกงแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วยิ่งเห็นพฤติกรรมของมันในการโชว์ออฟ ใช้รถมาเซราติ นั่งเครื่องบินเหมาลำ เมียเอาเงินของประชาชนไปเปิดเครื่องสำอางชื่อเจสซิก้า แล้วไปคบกับดีเจแมน ดีเจแมนขนเงินเข้ามากอง นั่นน่ะเงินของมันทั้งนั้น

เอาล่ะ Forex เขาทำอย่างไร ผมจะชี้ให้เห็น บริษัท Forex 3D มันอ้างว่ามันเอาเงินท่านผู้ชมไปซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ดังต่อไปนี้ 1. ซื้อขายดอลลาร์ 2. ซื้อขายเงินปอนด์ของอังกฤษ 3. ซื้อขายเงินยูโร 4. ซื้อขายเงินเยน ท่านผู้ชมครับ เรามาดูตัวเลขของจริงกันเลย แต่ก่อนจะถึงตรงนั้นผมจะเล่าให้ฟังว่า ยอดของการซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ทั่วโลกเขาเล่นกัน ปริมาณเงินที่เล่นกัน มากกว่า GDP ทั้งโลก 2 หรือ 3 เท่าตัว เนื่องจากกำไร margin มันน้อยมาก คุณทุ่มไป 50 ล้านบาท วันเดียวคุณอาจจะได้กำไรแค่ 50,000 บาทเอง หรืออาจจะขาดทุนแค่ 50,000 หรือ 100,000 บาท


ทีนี้เรามาดูกันนิดหนึ่ง ผมจะชี้ให้ดูว่าตัวเลขจริงๆ เดือนตุลาคม 2558 สี่ปีที่แล้วมา 1 ดอลลาร์ จะแลกเงินบาทได้ 36.54 บาท สี่ปีให้หลัง พฤศจิกายน 2562 1 ดอลลาร์ จะแลกได้ 30 บาทเอง แปลว่าอะไร มีส่วนต่าง ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า spread ส่วนต่างก็เอา 36.54 บาท เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ลบออกจาก 30 บาทวันนี้ ส่วนต่างนั้นก็คือ 17 หรือ 18 เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งตกใจ 17 หรือ 18 เปอร์เซ็นต์นี้ 4 ปี เอาง่ายๆ ท่านผู้ชมเอา 4 หารก็แล้วกัน สมมุติท่านผู้ชมเล่นเก็งกำไรอยู่ก็แล้วกัน ว่าดอลลาร์ต้องขึ้น เงินบาทต้องแข็ง สมมุติว่าท่านเก็งกำไรถูกแล้วกัน นี่ยังไม่นับว่าเก็งกำไรผิดนะ ขาดทุนนะ เอาว่าท่านเล่นแล้วได้ แทงแล้วได้นะ 4 ปี ท่านกำไร 17-18 เปอร์เซ็นต์ ท่านเอา 4 หารสิ 4 ปี ตกปีละเท่าไร ปีละ 4 เปอร์เซ็นต์กว่าเท่านั้นเอง แล้วจะมาพูดได้อย่างไรว่าจะให้ท่านเดือนละ 10 เปอร์เซ็นต์ ใช้สมองคิดสิครับท่าน แค่นี้ก็รู้แล้ว


เอาล่ะ เราพูดถึงดอลลาร์แล้ว เรามาพูดถึงตัวอื่นบ้าง เรามาพูดถึงเงินยูโร เงินยูโรเมื่อเดือนกันยายน 2562 กันยาฯ 60 กันยาฯ 61-62 สองปีที่แล้ว 1 ยูโรแลกได้เงินไทย 39.50 บาท มาพฤศจิกายน ปีนี้ เพราะว่าผมก่อนออกรายการผมเช็กตัวเลขแล้ว ขายได้แค่ 33.50 บาท ก็อีกเหมือนกัน สมมุติว่าท่านเล่นเงินยูโรเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และท่านเก็งกำไรถูก ท่านก็จะกำไรประมาณ 2 ปีนี้ 6 บาทเอง ต่อ 1 ยูโร หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ 15 เปอร์เซ็นต์ 15 เปอร์เซ็นต์นี้ ท่านเอา 2 หาร ก็ตกปีละ 7 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง ต่อปีนะท่านผู้ชม ถ้าท่านเอา 12 หาร 7 เปอร์เซ็นต์ครึ่ง ยังไม่ได้ 1 เปอร์เซ็นต์เลย ต่อเดือน แล้วจะให้ท่านได้อย่างไรเดือนละตั้ง 10 เปอร์เซ็นต์ เห็นหรือยังครับ

เงินอังกฤษ ไล่มาอีก เงินปอนด์ เงินปอนด์ สิงหาคม 2558 สี่ปีกว่าที่แล้ว เงินปอนด์ เงินอังกฤษมาถึงปีนี้ ใน 4 ปีมีส่วนต่างแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เอง 4 ปี มีส่วนต่าง 30 เปอร์เซ็นต์ คือพูดง่ายๆ ว่าถ้าเล่นถูก กำไร 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเอา 4 ปี ตามหลักเกณฑ์ของ Forex 3D แล้ว มันกำไรปีละ 120 เปอร์เซ็นต์ 4 ปี 480 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นไปไม่ได้ มันโกหก มันบัดซบมาก ผมขอโทษท่านผู้ชมที่ท่านหลงเชื่อมันนะ แต่ถ้าท่านคิดเป็น เอาเงินเยนก็ได้

เงินเยนของญี่ปุ่น ท่านน่าจะรู้ เพราะพวกท่านหลายท่านและคนไทยชอบไปญี่ปุ่น สิงหาคม ปี 2559 เราใช้เงิน 35 บาท เพื่อแลกเงินเยนได้ 100 เยน มาปีนี้ เดือนนี้ พฤศจิกายน 2562 เราใช้เงินแค่ 28 บาทเอง แลกได้ 100 เยน ถ้าเราแทงถูก ก็แสดงว่าเรากำไร มีส่วนต่าง เรากำไรมา 20 เปอร์เซ็นต์ ใน 59-60-61 สี่ปี 20 เปอร์เซ็นต์ ก็เท่ากับปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ ปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ หารด้วย 12 เดือนหนึ่งยังแค่ 0.4 เปอร์เซ็นต์เอง ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ไอ้บ้านี่มันบอกว่ามันให้ได้เดือนละ 10 เปอร์เซ็นต์ ปีละ 120 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมคิดให้ดีๆ คิดตามผมแล้วท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า ไอ้นี่คือขบวนการต้มตุ๋น หลอกลวงอย่างชัดๆ เลยนะ

ท่านผู้ชมครับ แล้ว Forex 3D มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มันจะมีคนๆ หนึ่งซึ่งเป็นตัวจักรกลที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดนี้พินาศฉิบหายไป ในส่วนของท่านผู้ลงทุน หลายท่านอยากจะรู้ว่านายอภิรักษ์ โกฎธิ เป็นใคร อายุ 30 ปีเอง เมื่อสมัยอายุ 17 ปี เป็นคนที่ชอบไปทำศัลยกรรม ถึงกับออกรายการทีวีว่า อายุ 17 ปี ไปทำศัลยกรรมมาแล้ว 16 ครั้ง อภิรักษ์ โกฎธิ แหล่งข่าวบอกว่าเป็นคนดอย เขาเรียกคนชายขอบ ชายแดน แม่ขายของอยู่บนดอยปุย ของคือของฝากนะ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวดอยปุย ขายของฝาก พ่อเป็นบุรุษไปรษณีย์ สาขาไปรษณีย์ เงินเดือนไม่กี่พันบาท อภิรักษ์ โกฎธิ นี่ถ้าดูรูปเก่าของเขา สมัยที่เขายังไม่ได้มาผ่าตัดศัลยกรรม 16 ครั้ง หน้าตาเขาเหมือนเด็กดอยเลย ตัวดำ ดั้งไม่มี คือเอาอย่างนี้ดีกว่า ดูปั๊บรู้ทันที จะถามว่ามาจากเผ่าไหน มาจากม้งหรือเปล่า หรือมาจากลีซอ


อภิรักษ์ โกฎธิ เมื่ออายุ 16 ปี เกิดความคิดอะไรไม่รู้ ไปหาเงินหาทองอิท่าไหนไม่รู้ แต่คุณสมบัติของหมอนี่มีอยู่หลายอย่าง ข้อแรก เป็นคนที่มีอัจฉริยภาพมาก genious มากในเรื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เรียนมาทางนี้นะ ไม่ได้จบทางนี้ด้วย แล้วก็ไม่ได้จบอะไรด้วย สอง ความจำเป็นเลิศ สาม เรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก มันชำนาญมาก คนที่รู้จักอภิรักษ์ โกฎธิ บอกว่า ไอ้หมอนี่มันสามารถขับรถแคมรี่ที่มันใช้อยู่ ตอนนั้นตอนที่ยังจนอยู่ ขนาดจนยังมีแคมรี่นะ แต่แคมรี่นั้นมันได้บารมีของเมียที่เป็นกะเทยซื้อให้ สามารถอยู่ชั้น 7 มันถอยหลังลงที่จอดรถด้วยการถอยหลัง แล้วใช้มือเดียว ลงมาถึงชั้นล่าง ไม่มีกระทบกระแทกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แสดงว่ามันเป็นคนที่เก่ง แล้วมันเก่งคอมพิวเตอร์ขนาดที่ว่ามันแฮกได้ทุกเรื่อง มันสามารถแฮกอีเมลใครก็ได้ อย่าว่าแต่อีเมลเลย ท่านผู้ชมเอาบัตรประชาชนวาง หมายเลขบัตรประชาชน แล้วมีหมายเลขบัตรเครดิตวาง ให้มันจำได้ปั๊บ มันแฮกเงินท่านผู้ชมหมดเลย นี่คือความเป็นอัจฉริยภาพของมัน แล้วมันคิดอะไร มันคิดหลายชั้น


เขาเป็นคนที่ลึกซึ้งมาก เป็นเด็กที่เป็นจอมวางแผนตั้งแต่เด็ก ถ้ามันไม่วางแผนตั้งแต่เด็ก มันจะไปทำทำไมศัลยกรรมตั้ง 16 ครั้ง เพราะว่ามันรู้ว่าถ้าจะอยู่ในสังคมไทย ต้องหล่อ ต้องสวย ต้องเท่ หน้าตาแบบคนดอยจะไปหลอกคนให้มาลงทุน มันไม่ได้ หรือจะไปหลอกผู้หญิงก็ไม่ได้ อภิรักษ์ โกฎธิ ไปศัลยกรรมมาแล้วในช่วงอายุ 17-24 ปี เป็นช่วงที่เขาถีบตัวเองขึ้นมา เขาจะทำงานทุกอย่าง เขาจะรับจ้างแฮกข้อมูลมาโน่นนี่นั่น จนกระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาไปแฮกข้อมูลทางราชการ อิท่าไหนไม่รู้ โดนจับได้ วันหนึ่งเขากำลังจะขึ้นเครื่องบินไปที่เกาหลี เขาโดนคอมมานโดของตำรวจเข้าไปจับตัวออกมาจากเครื่องบินเลย เอาไปดำเนินคดีที่ สภ.ประตูน้ำพระอินทร์ ไปดูสิครับหลักฐานยังอยู่ที่นั่น มีการประกันตัวออกมา 500,000 บาท แล้วหลังจากนั้นเขาก็มีคนติดต่อมา เพราะไอ้หมอนี่เป็นคนเก่ง และสามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจที่เกี่ยวกับสีเทา มันจะเก่งมาก เรื่องสีเทามันเก่งจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้มีคนมาเป็นแม่ยกสนับสนุนจริงๆ มันก็ประเภทหาเช้ากินค่ำ รับงานจ๊อบหนึ่งได้มา 50,000 บาท รับงานจ๊อบหนึ่งได้มา 100,000 บาท ไอ้นี่เป็นคนที่หมกมุ่นในกาม ชอบเที่ยวสถานบันเทิงทุกแห่ง เจอผู้หญิงสวยไม่ได้ ประกอบกับพอมันทำศัลยกรรมแล้วมันหล่อ มันเป็นคนหล่อมาก เพราะฉะนั้นแล้ว ทั้งผู้หญิง ทั้งหมอนวด ทั้งผู้หญิงหากิน ทั้งผู้หญิงค็อกเทลเลานจ์ ชอบมัน มันก็คงจะไปมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ต้องเสียเงิน และมิหนำซ้ำอาจจะได้เงินได้ทองแถมมาอีก แต่มันไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการ มันต้องการเงินทุนสักก้อนหนึ่ง มันต้องการรายได้ประจำที่มันสามารถจะเอาไปใช้และเอาไปลงทุนทำอะไรหลายอย่าง เผอิญมันเข้าไปใน IG ของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่แปลงเพศ ผู้หญิงคนนี้ชื่อ จอย นี่คือแม่ยกตัวจริงคนแรก


คุณจอย ชื่อจริงชื่อ อัทธนีย์ นามสกุล อารีย์ ไอ้หมอนี่มันเก่ง มันไปเข้าใน IG เพราะคุณจอยนางก็มีชื่อมากในเรื่องของการเลี้ยงเด็ก ในวงการรู้เลยว่าถ้าพูดถึงกะเทยที่เลี้ยงเด็กผู้ชาย อันดับ 1 ต้องแม่จอย ไม่มีใครกินแม่จอยได้ลงเลย เพราะแม่จอยสวย สวยนะครับ ดูรูปที่ผมเอามาลง สวยมากๆ แล้วตอนนั้นคุณจอยเขามีร้านอาหารอยู่ในเครือของเขา เขาจะเป็นหุ้นส่วนหรือจะเป็นผู้จัดการร้าน ผมไม่รู้ แต่ว่าเขามีอยู่ 7 ร้าน ฉะนั้นแล้วคุณจอยจะมีเงินมีทองมากเลย ที่จะเอามาสนับสนุน ช่วยเหลือ ถ้าเลี้ยงเด็กผู้ชายหลายคน และในที่สุดก็มาเจออภิรักษ์ อภิรักษ์ไปแฮก IG หรือเข้าไปดู IG จอย แล้วก็ติดต่อกับจอยผ่าน IG ติดต่อไปติดต่อมาจนกระทั่งได้เจอตัวจริง วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556 มันหล่อ ดูรูปในทีวีที่ผมใส่มาให้ดูนะ หล่อขนาดไหน เอาล่ะ หล่อก็แล้วกัน ผมยังชอบหน้าตามันเลยครับ เผอิญผมเป็นเสือดำ ไม่ใช่เสือไบ ผมก็เลยแค่ชมว่าไอ้นี่มันหน้าตาดี




จอยก็ลุ่มหลง หลงใหล และคลั่งไคล้อภิรักษ์มาก ก็ทุ่มเท ให้ทุกอย่าง มีเงินมีทองให้ใช้ ซื้อรถให้ใช้ อภิรักษ์ตอนนี้ก็เลยมีที่พิงแล้ว มีแม่ยกที่เป็นตัวเป็นตน อภิรักษ์ก็เลยเริ่มเสาะแสวงหา คือถ้าจะพูดว่าอภิรักษ์ใช้จอยเป็นบันไดในการเหยียบขึ้นไป เพื่อไปสู่เป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้ ที่เขาวางแผนเอาไว้ตั้งแต่เขาหนุ่มๆ พูดไม่ผิด จอยก็อย่างว่าล่ะครับ แต่วันนี้คุณจอยอายุ 50 แล้ว ถ้าวันนี้ 50 ตัดเวลาไปสัก 4 ปีที่แล้ว ประมาณปี 56 คุณจอยก็ประมาณ 44 แต่ว่าดูทั้งหน้าตา ทั้งจมูกที่ทำมา ทั้งหน้าอก อะไรพวกนี้ ก็ถือว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งนะ เดี๋ยวนี้คนที่แปลงเพศที่สวยๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นปอย ตรีชฎา ขนาดผู้ชายด้วยกันก็ยังลุ่มหลง หลงใหล คลั่งไคล้กันนะ เอาเป็นว่าในที่สุดแล้ว ระหว่างที่คบกับจอย เมื่อมีที่พึ่งแล้ว อภิรักษ์ก็เริ่มอาละวาดในวงการ ธุรกิจอะไรที่เป็นสีเทา เขาจะมุ่งเข้าไปทำหมด อะไรที่เป็นการเก็งกำไร ถูกหรือไม่ถูก เขาไม่รู้ล่ะ เขามีเซนส์ เขามีปัญญาสูงมากที่จะรู้ว่างานนี้ทำแล้วจะต้องได้เงินแน่นอน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง จอยเล่าให้ฟังว่าเขามาขอยืมเงินจอย 2 ล้านบาท บอกขอยืมเช้า กลางคืนจะคืนให้ แล้วบวกดอกเบี้ยให้อีก 800,000 บาท เขาถามว่าเอาเงินไปทำไม นายนี่บอกว่า เผอิญทหารไปยึดทองคำมา แล้วจะขายราคาถูก ไม่เกิน 2 ล้านบาท แล้วมูลค่าทองคำนี่ประมาณ 5 ล้านบาท เขาต้องการเงิน 2 ล้าน เดี๋ยวนี้ นั่งปิกอัพไป เผอิญจอยตอนนั้นกำลังเริ่มหงุดหงิด เพราะอภิรักษ์เริ่มมีแฟนใหม่อีกคนหนึ่งแล้ว จอยเขาก็เลยไม่ให้ มันก็เลยไปเอาเงินอีกคนหนึ่งมา แล้วมันก็ไปเอาทองมา แล้วหลังจากให้เปอร์เซ็นต์ไปแล้วมันก็ได้กำไรประมาณ 2 ล้านกว่าบาท เพียงชั่ว 24 ชั่วโมง มันหมุนไปหมุนมา มันได้เงิน 2 ล้านกว่าบาท นี่แสดงถึงความอัจฉริยะในการทำกำไรในหลายๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้มันถึงเป็นคนเก่ง และมันไม่พอเพียงแค่นี้หรอกครับ ตอนที่มันโดนจับที่สนามบินดอนเมือง ที่จะขึ้นเครื่องไปเกาหลี แล้วก็ไปสู่ประตูน้ำพระอินทร์ จอยไปประกันตัวมันออกมา ตอนนั้นก็มีตำรวจผู้ใหญ่คนหนึ่ง ผมรู้ชื่อ แต่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ เข้ามาแทรกแซง รู้ว่าไอ้นี่มันเก่ง แล้วชอบอภิรักษ์ เพราะอภิรักษ์มันจะมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือกะเทยจะชอบมัน เผอิญตำรวจนายนี้มีชื่อในวงการ เป็นกะเทยเหมือนกัน เป็นเกย์ เป็นตำรวจเกย์ อย่าให้เอ่ยชื่อเลย ในที่สุดแล้วก็ช่วยนายอภิรักษ์ออกมา เป็นตัวที่ปกป้องอภิรักษ์มาตลอด เพราะฉะนั้นแล้ว อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย อภิรักษ์มันจะรอดตลอดเวลา


ทีนี้ อภิรักษ์มันก็รู้ว่าวิธีการที่มันจะต้องดังขึ้นมา แล้วก็ทำลักษณะเอาเงินมาร่วมลงทุน แล้วก็ให้มันเอาเงินเอาทองไปลงทุนในสิ่งที่มันต้องการ มันต้องมีโปรไฟล์ มันก็เริ่มสร้างโปรไฟล์มัน เอาไปลงในกูเกิล ลงในวิกิพิเดีย มันสร้างมาทั้งนั้นล่ะ โปรไฟล์ อีกหน่อยมันก็เปิดเฟซบุ๊ก ก็มีรูปของมันนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งยิ้ม แล้วข้างหลังก็เป็นจอคอมพิวเตอร์ มีเส้นกราฟ คนที่ไม่รู้ก็บอกไอ้นี่มันเก่ง


แล้วเผอิญตอนที่มันจะเลิกกับจอย มันมีแฟนคนหนึ่ง ชื่อฟาราห์ ฟาราห์เป็นผู้หญิงสวยมาก เป็นคนมุสลิม และเผอิญฟาราห์เขาสนิทสนมรู้จักกับพิงกี้-สาวิกา ไชยเดช เขาเป็นมุสลิมด้วยกัน เขาก็เลยแนะนำให้มันรู้จักกับพิงกี้ ก็เข้าทางมันเลยสิ เพราะมันกำลังต้องการสร้างโปรไฟล์ สิ่งที่มันต้องการคือมันต้องการที่จะเอาคนที่มีชื่อมีเสียงมาถ่ายรูปกับมัน แล้วพูดถึงมันในทางที่ดี ไปๆ มาๆ ไปเจอพี่ชายพิงกี้ รู้สึกจะชื่อศรายุทธ ไชยเดช มั้ง


พี่ชายพิงกี้เป็นแกนนำระดับหัว ของโครงการแชร์เถื่อนตัวนี้ สองคนนี้ประชุมกันทุกวัน ก่อนที่จะตั้งบริษัทแชร์นี้เพื่อมาโกงประชาชน ประชุมกันทุกวันเลย ทุกเย็น รู้สึกจะประชุมที่ไบเทค หรือที่ไหนไม่รู้ แต่ประชุมทุกเย็นเลย ประชุมเพื่อวางแผน และที่รู้มา วางแผนกันลึกซึ้งมาก อย่างเช่น ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาเพื่อรับเงิน ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาเพื่อจ่ายเงิน เพราะฉะนั้น Forex 3D นี่ไม่ใช่บริษัทนะ มันมีบริษัทล่างลงมา ที่เป็นตัวรับเงินมา แล้วส่งออกไป แล้วมันก็ส่งออกไปเทรดซื้อขายที่ Forex 3D ซึ่งมันไม่ได้ส่งไปเทรดซื้อขาย จะเทรดซื้อขายได้อย่างไร เพราะผมบอกแล้วไง ว่าอัตรา spread ส่วนต่างของค่าเงินมันต่ำมาก มันจะไปจ่าย 100 เปอร์เซ็นต์ 120 เปอร์เซ็นต์ ได้อย่างไร มันก็ใช้วิธีนี้


ทีนี้ มันมีอยู่ตัวหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ ความที่มันเป็นคนหล่อ มันชอบไปเที่ยว ค็อกเทลเลานจ์แถวเลียบทางด่วน ไปเอ่ยชื่ออภิรักษ์สิ ทุกคนรู้จักหมด เข้าไปนี่ เงิน 100,000-200,000 ปลิวว่อน เด็กเป็นหัวหน้า ผู้หญิงเสิร์ฟเอาไป 5,000 บาท ผู้หญิงทุกคน คนเสิร์ฟทุกคน เอาไปคนละ 1,000 ชื่ออภิรักษ์ก็เลยเป็นชื่อที่โด่งดัง หน้าตาดี หล่ออีกต่างหาก ตรงนั้นท่านผู้ชมเชื่อไหม เงินก้อนต้นๆ ที่มันเอามาลงทุนบริษัทมันคือเงินจากผู้หญิงที่ขายค็อกเทลที่อยู่ในเลานจ์ พวกนี้มีเงินเก็บ วันหนึ่งอาจจะมี ถ้าหารายได้วันละสัก 10,000 เดือนละ 200,000-300,000 มี บางคนมีเป็นล้าน ก็เอาเงินก้อนนี้มาลง แต่พวกนี้รวยไปแล้ว เพราะพวกนี้เข้าตอนต้น เพราะอภิรักษ์ต้องการเงินในการเริ่มต้น แล้วไม่มีเงินอะไรในการเริ่มต้นดีเท่ากับเอาเงินพวกนี้มา หมอนวดก็เอาเงินเขามา หลายคนวันนี้มีเงินเป็นสิบล้าน เพราะเล่นแชร์ตรงนี้ใน 1-2 ปีแรก แต่ก็โชคดีที่ยังไม่มีใครเจ๊ง เพราะพวกนี้ถอนตัวออกไปก่อน นั่นคือสิ่งที่มา

ทีนี้มีอีกตัวหนึ่งที่สำคัญมาก อภิรักษ์มีลูกน้องคนหนึ่ง ชื่อพสิษฐ์ เป็นคนรูปหล่อมาก เดี๋ยวผมจะเอารูปให้ดู




พออภิรักษ์เลิกกับจอย พสิษฐ์ ก็เลยเข้ามาแทนที่อภิรักษ์ จอยนี่ก็เป็นคนที่แพ้คนหล่อ พสิษฐ์ เป็นคนสงขลา แม่ขายมะม่วงอยู่ที่สงขลา แล้วหลังจากที่แชร์นี้โด่งดังขึ้นมาและได้ส่วนแบ่งกัน พสิษฐ์ก็ย้ายแม่จากสงขลา ทิ้งเลยทางใต้ ธรรมดาแล้วคนใต้จะรักครอบครัวมาก นี่พสิษฐ์ทิ้งเลย ตัดญาติมิตรหมด เอาแม่คนเดียว ไปอยู่เชียงใหม่ ไปเปิดร้านชื่อเสวยหวาน

พสิษฐ์ เป็นเลขาฯ ของนายอภิรักษ์ แล้วคนๆ นี้รู้เรื่องเงินทองของอภิรักษ์หมดทุกบาททุกสตางค์ เพราะคนๆ นี้คือคนเซ็นเช็คออกและรับเงินเข้า ทุกอย่างอยู่ในมือของเขาหมด อภิรักษ์มีทรัพย์สินอยู่ที่ไหน ซื้ออะไรไว้ที่ไหน รู้หมด




อภิรักษ์ในที่สุดก็แต่งงาน ปี 59 พอแต่งงานปี 59 ก็เลิกกับฟาราห์ ก็ทิ้งฟาราห์ไปแล้ว ปี 59 ภรรยาคนปัจจุบันนี้ ชื่อเล่นชื่อจิ๊กกี๋ อาชีพเดิมคือคนที่ทำงานอยู่ในค็อกเทลเลานจ์ ตอนหลังพอแชร์ร่ำรวยขึ้น จิ๊กกี๋ก็เอาเงินแชร์ก้อนนี้ไปลงทุนทำเครื่องสำอางชื่อเจสซิก้า แล้วจิ๊กกี๋ก็พยายาม ยอมเสียเงินเท่าไรก็ได้ ขอให้คุณเบลลา ไปเปิดงานเครื่องสำอาง ไปดูรูปเก่าๆ ได้ จะเห็นว่าเบลลาไป จิ๊กกี๋โด่งดังมาก จิ๊กกี๋ได้รถสปอร์ต โน่นนี่นั่น เต็มที่หมด ก็คือเงินประชาชนทั้งนั้น

เสร็จเรียบร้อยแล้ว อภิรักษ์ พอได้เงินจากคนอื่นเข้ามามากขึ้นๆ อย่าลืมนะครับ เอาเงินหมอนวดเข้ามา เอาเงินคนที่ทำงานบริการกลางคืนเข้ามา เขาก็เริ่มสร้างสายของเขาแล้ว สายของเขาจะเดินสายเพื่อหาเงินฝากจากประชาชนเข้ามาลงทุน ทีมของเขา เดี๋ยวดูในรูป ผมให้ดู หล่อ เท่ สมาร์ท ไปดูได้เลย หล่อทุกคน มีแม้กระทั่งฝรั่งที่หน้าตาหล่อๆ คนต่างชาติหน้าตาหล่อๆ พวกนี้เขาเรียกว่า หล่อพิฆาตเกย์ และหล่อพิฆาตสาว เพราะว่าพวกเกย์จะชอบคนหล่อ เอาพวกนี้ไปเจาะ ไปชอบ ให้เที่ยวบ้าง หรือโน่นนี่นั่น ส่วนจะมีอะไรกันหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ถ้าจะมีผมก็ไม่ประหลาดใจ เพราะบางคนที่หล่อๆ ก็ทำมาหากินแบบนี้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นมันจะมีคลับผู้ชายได้อย่างไร ถูกไหมครับ


ก็ดึงเอาเงินต่างๆ พวกนี้เข้ามา แต่ละสายก็มีเครือข่ายของมัน เจาะไปเรื่อยๆ เอาเงินมาลงๆ ทีนี้ เผอิญตอนนั้นเงินมันเข้ามาเยอะ เข้ามาเยอะตลอดเวลา เขาเริ่มธุรกิจนี้ประมาณปี 58 ปลายๆ ปี 58 พอเข้า 59-60-61 เป็นช่วงที่เขาพีคมาก พีคสูงสุด จากการรู้จักสาวิกา-พิงกี้ ก็ทำให้เขาไปรู้จักดีเจแมน และใบเตย


เงินที่แต่งงานวันนั้น ค่าแต่งงานอภิรักษ์ออกให้หมด ส่วนเงิน 40-50 ล้าน ดีเจแมนก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ในส่วนลึกว่าเป็นเงินของอภิรักษ์ อาจจะให้ยืมมาเพื่อมาโชว์ออฟ อันนั้นผมไม่รู้แล้ว แต่ดีเจแมนตอบไม่ได้หรอก ถ้าคุณจะตอบว่าคุณเอาเงินทีไหนมาตั้ง 40-50 ล้าน ถ้าคุณตอบไม่ดี คุณโดนสรรพากรเล่นงาน และคุณจะโดนข้อหาฟอกเงินด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว ตอนนี้ดีเจแมนก็ปิด IG ตัวเองแล้ว หนีไปเลยงานนี้ แต่ว่าถ้าถามว่าดีเจแมนจะเป็นเครือข่ายด้วยหรือเปล่า ผมไม่รู้ เครือข่ายจะรู้หรือไม่รู้ ก็ต่อเมื่อดีเอสไอเห็นเส้นทางการเดินของเงิน


อภิรักษ์ไปซื้อคอนโดฯ อันหนึ่งอยู่ที่ซอย 31 ชื่อ Royce Resident หน้าโรงเรียนสวัสดี ซื้อเพนท์เฮาส์เลยนะ ราคาประมาณเกือบ 200 ล้านบาท คอนโดฯ เพนท์เฮาส์เกือบ 200 ล้านบาท สร้างบ้านให้พ่อ สร้างบ้านให้แม่ ส่วนตัวเมียนั้นเปลี่ยนรถเป็นว่าเล่น มาเซราติเอย เฟอร์รารีเอย




ท่านผู้ชมครับ เงินท่านผู้ชมทั้งนั้น ไอ้พวกนี้มันลืมตัว และมันเจตนาจะฉ้อโกง มันวางแผนมาตั้งนานแล้ว หมอก็ยังต้องลงทุน โชคดีที่มีอดีตดารานักแสดงคนหนึ่ง ชื่อคุณอาย ไม่กลัว ออกมาบอกว่าลงไปแล้ว 2 ล้าน ไม่ได้เงินปันผล โดนโกง ส่วนที่เหลือยังแอบๆ อายๆ อยู่ ยังไม่กล้าโผล่ ผมเชื่อว่าเครือข่ายที่เป็นดาราจะมีอีกหลายคน ส่วนพิงกี้จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ผมไม่ทราบ ผมมองเขาในแง่ดีก่อนดีกว่าว่าเขาไม่ยุ่ง ไม่ได้เกี่ยวอะไร เพียงแต่ว่าเขาเป็นตัวไปเสริมบารมีของอภิรักษ์ และเมียของเขา และเครือข่ายของเขา

มีคนๆ หนึ่ง เดี๋ยวผมเอารูปให้ดู เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทย อยู่พระราม 9 คนๆ นี้ชอบผู้ชายหล่อเหมือนกัน ชอบอภิรักษ์มาก คนๆ นี้ก็เลยช่วยงานอภิรักษ์ตลอดเวลา อย่างเช่นคนเอาเงินมาฝากที่แบงก์กสิกรไทย สาขาพระราม 9


คนๆ นี้ชื่อเล่นชื่อกอล์ฟ ชื่อจริงของเขาเดี๋ยวผมจะหาให้ ทำเรื่องนี้เล่นเอาผมปวดหัวเลยงานนี้ เพราะตัวละครเยอะเหลือเกิน เอาเป็นว่าคนๆ นี้จะใช้หน้าที่ตัวเองที่อยู่ธนาคารกสิกรไทย ใครเอาเงินมาฝากแบงก์กสิกรไทย เขาจะบอกว่า เอามาเล่น Forex สิครับ มีกำไรเดือนละ 10 เปอร์เซ็นต์ ปีละ 120 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าเงินฝากเยอะ เพราะฉะนั้นแล้วคนๆ นี้ก็ต้องโดนดำเนินคดีด้วย และคนๆ นี้ลาออก แล้วมาทำงานกับนายอภิรักษ์อยู่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วคนพวกนี้ก็เลยกลายเป็นทีมงานของเขา

วันนี้ผมไม่อยากจะพูดถึงทีมงานอะไรมากมายนัก ผมจะพูดถึงวิธีการ วิธีการอย่างเช่น เขาเอาดารามา จากฟาราห์ซึ่งเป็นแฟนเขา หลังจากที่เขาเลิกกับจอยแล้ว ฟาราห์ก็มาเปิดประตูดาราผ่านพิงกี้-สาวิกา ไชยเดช แล้วก็ไปเจอดีเจแมน แล้วก็คนในวงการ เอ๊ะ รวยนี่ หล่อ หน้าตาดี ไปไหนมาไหน ท่านผู้ชมครับ เหมาเครื่องบินทั้งลำ ของเอ็มเจ๊ต ไปเชียงใหม่ก็เหมาเครื่องบินไป ไปฮ่องกง ไปดูไบ และเขาชอบเดินทางไปดูไบเรื่อยๆ และเขาเป็นคนที่ชอบผู้หญิงสวย จนกระทั่งปีหนึ่ง รู้สึกจะปี 59 พฤษภาคม 59 เขาไปเจอนางแบบเกาหลีคนหนึ่ง ชื่อโมนิก (เดี๋ยวผมเอารูปขึ้นให้)


โมนิก เป็นนางแบบเกาหลี สวย สง่า อดีตเป็นเมียเก็บของเศรษฐีฮ่องกง แล้วเดินทางมาเมืองไทย มาเจอคนๆ หนึ่ง เขาเห็นโมนิกสวย เลยเอาไปมอบให้กับอภิรักษ์ ในตอนที่มอบให้กับอภิรักษ์ ก็ราคาค่าใช้บริการของอภิรักษ์กับโมนิก คือ 500,000 บาท (พระเจ้าช่วยกล้วยทอด) 500,000 บาทต่อ 1 คืน อะไรทำนองนี้มั้ง แต่ว่าอภิรักษ์ไปตกหลุมรักโมนิก พาไปดูไบหลายครั้ง คบกันอยู่ 9 เดือน ในที่สุดแล้ว โมนิกก็ไม่กล้ามาเมืองไทยอีก เพราะอภิรักษ์รักโมนิกมาก ซื้อกระเป๋าแอร์เมสให้โมนิก ใบละ 4 ล้าน หนังจระเข้ 4 ล้าน ซื้อให้ 2-3 ใบ แล้วให้เงินไปอีกก้อนหนึ่ง แต่เขาก็ใช้งานโมนิกเหมือนกันนะ ใช้โมนิกไปติดต่อเศรษฐีฮ่องกง เอาเงินมาลงทุนกับเขา


แล้วที่โมนิกไม่กล้าเข้าเมืองไทยก็เหตุผลเพราะว่าเมีย คือจิ๊กกี๋ หึง ก็เอาทนายไปเล่นงานโมนิก เวลาโมนิกบินจะเข้าเมืองไทย ข้อหาว่าทำให้ครอบครัวแตกแยก มาแย่งผัวเขา โมนิกกลัว พอโมนิกกลัวก็เลยไม่มาอีกเลย ในที่สุดโมนิกก็เลยไปอยู่อเมริกา เพราะฉะนั้นโมนิกก็คือตุ๊กตาของเล่นตัวหนึ่งของอภิรักษ์ อภิรักษ์นี่เป็นคนที่หมกมุ่นในกามมาก เขาต้องมีผู้หญิงสวย ต้องมีโน่นมีนี่ และใช้เงินเป็นแสนๆ เลย เวลาเขาเข้าไปที เขาจะมีหน้าที่เอาผู้หญิงราคาแพงพวกนี้ ไปส่งให้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะอยู่กันตรงพลาซ่าแอทธินี เรสซิเดนซ์ ข้างหลังโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ของเสี่ยเจริญ ก็เอาไปส่งแค่ข้างล่าง แล้วค่อยขึ้นไปข้างบน เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเลยว่า เขาซื้อเฟเวอร์ แล้วเขาเอาเงินต่างๆ มาซื้ออิทธิพล มาซื้อ connection ในขณะเดียวกัน ท่านผู้ชมครับ เขาเริ่มรู้แล้วว่าเขาอยู่ได้ไม่นาน เขาได้วางแผนเอาไว้แล้วที่จะหนี อภิรักษ์จะเหมาเครื่องบินเหมาลำบินไปที่ดูไบ บินไปที่สิงคโปร์ เขาจะมีคนสิงคโปร์คนหนึ่ง ชื่อดารัล ไค เป็นคนสิงคโปร์ มีเมียเป็นคนไทย อดีตเป็นเน็ตไอดอล เดี๋ยวผมเอารูปขึ้นมาให้ดู คนๆ นี้จะเป็นคนที่ช่วยฟอกเงินให้อภิรักษ์ เพราะที่สิงคโปร์นี่ ต้องเข้าใจอย่างหนึ่ง เงินที่ไปฝากที่สิงคโปร์ สิงคโปร์มีกฎหมายชัดเจน แม้กระทั่งดีเอสไอจะขอดูบัญชีอภิรักษ์ ก็ดูไม่ได้ เพราะกฎหมายเขาไม่เปิด ถึงแม้จะเป็นสาขาธนาคารกรุงเทพ ก็เปิดให้ดูไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิงคโปร์นี่เป็นดินแดนแห่งการฟอกเงินที่แท้จริง แล้วก็เอาเงินไปที่ดูไบ เพราะว่าเวลาเช่าเครื่องบินเหมาลำออกไป เวลาออกไปจะมีพสิษฐ์ไปด้วย พสิษฐ์นี่ชื่อเล่นชื่อ เจ ออกไปด้วย และเงินที่ไปฝากที่สิงคโปร์ ฝากที่ดูไบ เป็นเงินของประชาชนทั้งสิ้น


เพราะฉะนั้นแล้วเขาออกไปปีหนึ่งมีเกือบๆ 10 เที่ยว เที่ยวหนึ่งขนกระเป๋าไปประมาณ 10-15 กระเป๋า กระเป๋าเดินทางใบใหญ่นะ ถามว่าเขาเอาเงินไทยไปฝากหรือ ไม่ ถ้าไปสิงคโปร์ เอาเงินไทยไปฝาก ได้ เพราะว่าสิงคโปร์รับเงินไทย แต่ถ้าไปฝากที่ดูไบ เขาก็จะเอาเงินไทยแลกตลาดมืด แลกเงินดอลลาร์ แลกเงินปอนด์ แลกเงินเยน แลกเงินยูโร แล้วก็ขนเอาไปฝากที่ดูไบ เพราะฉะนั้นเงินของเขาอยู่เมืองนอกเกือบหมดแล้ว เหลือแต่เพียงเฉพาะทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ในเมืองไทย อย่างเช่น คอนโดฯ ราคาเกือบ 200 ล้าน ที่ซอยสวัสดี รถต่างๆ ซึ่งไม่มีค่าอะไรทั้งสิ้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่ซื้อบ้านให้พ่อ ซื้อบ้านให้แม่ แล้วก็ไปซื้อที่เพื่อจะทำโกคาร์ทประมาณ 300-400 ไร่ ทั้งหมดนี้เป็นทรัพย์สินที่เขาเคลื่อนย้ายไม่ได้ แล้วใครเป็นคนดูแลทรัพย์สินเหล่านี้ คือนายเจนี่ล่ะครับ นายเจที่เห็นรูปว่าหล่อๆ ที่ชื่อพสิษฐ์ ตำแหน่งของเขาก็คือเป็นเลขาฯ CEO เขาจะรู้เส้นทางการเงินในการเดินหมดเลย เพราะฉะนั้นแล้วผมเชื่อว่านายอภิรักษ์อยู่ต่างประเทศ และอภิรักษ์เคยไปเจอฮุน เซน ตัวต่อตัว ผมยังเชื่อว่าอภิรักษ์มีพาสปอร์ตเขมร ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าอภิรักษ์ไม่กลับมาแล้ว ถ้าดีเอสไอจะดำเนินคดี จะต้องดำเนินคดีให้ถึงขั้นที่เขาเรียกว่า ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ต้องทำให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว จะหาคำตอบให้กับประชาชนผู้สูญเสียไม่ได้

แต่ท่านผู้ชมครับ อย่าโกรธผมนะ ท่านผู้ชมที่เสียเงินไปงวดนี้ อย่าไปเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมตั้งเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนเยียวยาคนที่เสียเงินไปในเรื่องแชร์เถื่อนนะ มันเป็นเรื่องตลก ท่านอย่าไปเสนอนะ เขาหัวเราะท่านทั้งประเทศเลย เพราะเขาก็จะบอกว่าคุณโง่แล้วยังจะให้พวกผมเอาภาษีอากรของพวกผมมาช่วยคุณอีกหรือ

ผมรู้แล้วครับ นายเจ ซึ่งเป็นเลขาฯ ของอภิรักษ์ ชื่อเดิมชื่อ อภิสิทธิ์ ร่วมเหมือน เขาเปลี่ยนชื่อเป็นพสิษฐ์ ศุภศักดิ์ธนินท์ ชื่อเท่มากเลย เขาจะเป็นคนที่รู้เรื่องทุกอย่าง ดูหน้าตาเขาในรูปนะครับ หล่อมาก


หน้าตาอย่างนี้ผู้หญิงคนไหนก็หลงใหล กะเทยคนไหนก็ทุ่มเทให้ตัวเอง เดี๋ยวผมจะเอารูปอีกรูปหนึ่งที่เห็นชัดเลยว่ามีดีเจแมน ใบเตย และอภิรักษ์ แล้วแขกโพกหัวที่อยู่ริมนั้นคือ นายเปรม ชวาลา ในตำแหน่งที่มีอยู่ในแผนภูมินั้น ก็คือเป็นที่ปรึกษา


ผมยังไม่รู้เลยว่าคนนี้เป็นคนวางแผนให้อภิรักษ์หรือเปล่า แต่ผมคิดว่าถ้าจะวาง ก็ส่วนหนึ่ง แต่อภิรักษ์เป็นคนที่ฉลาด เขารู้เล่ห์ รู้เรื่องกลโกงว่าเขาควรจะโกงอย่างไรถึงจะได้ผล เพราะฉะนั้นแล้ว ผมมีรูปของโมนิกนั่งเครื่องบิน โมนิกดื่มแชมเปญ อภิรักษ์จูบศีรษะโมนิก แล้วสองคนไปยืนแลกเปลี่ยนพันธสัญญาแห่งความรักกันบนทะเลทรายที่ดูไบ คือทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่บัดซบที่สุด


คนๆ หนึ่ง น่ากลัวมาก วางแผนทุกอย่างเลย ที่จะเดินมาตั้งแต่หนุ่ม นี่เพิ่งอายุ 30 เองนะ การไปเปลี่ยนศัลยกรรมใบหน้าครั้งนั้น เมื่ออายุ 17 เป็นจุดเริ่มต้น เริ่มต้นด้วยว่า ต้องเป็นคนหล่อ ต้องเป็นคนสวย สังคมถึงจะยอมรับ เขาเป็นคนที่มีวาทศิลป์เลิศ เขาพูดจาอะไรคนก็จะเชื่อ เหมือนกับเขาไปพูดกับเศรษฐีดูไบ ว่าให้เงินเขามาสัก 1 พันล้านสิ ภายใน 1 เดือน เขาทำให้ได้ 2 พันล้าน แน่นอน เขาเอาเงินนี้มาลง มาหมุน แล้วเขาก็เอาเงินใหม่เข้ามาแล้วก็ไปคืนเศรษฐีดูไบ 2 พันล้าน เพื่ออะไรรู้ไหม เพื่อสร้างความมั่นใจ เพื่อที่อีกหน่อยจะได้รีดไถเศรษฐีดูไบให้มากกว่านั้นอีก คนๆ นี้น่ากลัวมาก

คนๆ นี้ยังน่ากลัวกว่าคนๆ หนึ่งซึ่งไปฆ่าคนตายเสียอีก เพราะคนๆ นี้หลอกลวงประชาชนเป็นจำนวนตอนนี้น่าจะใกล้หมื่นแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดเลย ผมมีรูปให้เห็นเลยครับ รูปที่เขานั่งเครื่องบินไปกับเจ คุณพสิษฐ์ จากเด็กดอยจริงๆ นะ เด็กดอยจริงๆ แล้วก็เจริญเติบโตมา แล้วผมก็มีรูปคุณกอล์ฟ หรือชื่อศิราเมษฐ์ สุภัคศิริประสาน คนทำงานธนาคาร KBANK


ท่านผู้ชมจะเห็นว่าขบวนการของเขาถูก Set up ขึ้นมา จะมีทีมๆ หนึ่ง ทีมหนุ่มหล่อ ออกไปลุย เขาเอาเงินเริ่มต้นมาจากพวกผู้หญิงที่ใช้บริการ เอามาลง แล้วเมื่อชื่อเสียงมีขึ้น ข่าวเขาในกูเกิล โปรไฟล์เขาในกูเกิล ในวิกิพีเดีย ก็จะเป็นโปรไฟล์ที่เลิศหรู เฟซบุ๊กของเขาจะโชว์ถึงความร่ำรวยของเขา คือเมื่อเขาโชว์ความร่ำรวย ภาพมันจะสะท้อนออกมาให้กับท่านผู้ชมบางคนที่อาจจะคิดไม่ถึง หรืออาจจะคิดตื้นไปว่า นี่เขาประสบความสำเร็จจริงๆ นะ เพราะว่าทุกคนตอนนั้นยังเชื่อว่าเขาเก่ง และเขาค้าเงินตราต่างประเทศจนเขารวย เมื่อเขารวยมากแล้วเขาก็ระดมทุน ระดมทุนแล้วเขาก็ปันผลให้ ไม่เห็นเหรอ ถ้าเขาไม่รวยแล้วเขาจะจัดงานปาร์ตี้ นั่งเครื่องบิน IG เขามีนั่งเครื่องบิน เหมาเครื่องบินไป นั่งดื่มแชมเปญกับผู้หญิง ท่านผู้ชมครับ เงินพวกท่านทั้งนั้น

ท่านผู้ชมครับ มีคนพยายามที่จะเดินทางและไปหาเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และพยายามอย่างมากที่จะให้ออกกฎหมายให้เข้มงวด เข้มแข็งกว่านี้ ท่านผู้ชมครับ ไม่ต้องหรอก กฎหมายมีอยู่แล้ว มีอยู่ทุกประการ เรื่องแชร์ เรื่องการต้มตุ๋นประชาชน เรื่องการฉ้อโกงประชาชน มีอยู่อย่างเดียวที่รัฐบาลต้องทำ คือต้องหาทางป้องกันไม่ให้เรื่องราวต่างๆ พวกนี้มันเกิดขึ้นและลุกลามต่อไป มันทำได้อย่างไรที่ให้คน ตอนนี้มีเข้ามาแจ้งความแล้วเกือบหมื่นคน ยังมีอีกเป็นหมื่นคนที่ยังไม่แจ้งความ หรือช่างมัน ยอมเสียไป มันหลอกลวงคนเป็นหมื่นๆ คนได้อย่างไร ความเคลื่อนไหวอะไรในเฟซบุ๊ก ในโซเชียลมีเดีย ที่มันผิดปกติ รัฐบาลต้องจับตาดู รัฐบาลต้องเข้าไปดู ต้องเข้าไปสืบสวนสอบสวนก่อนที่มันจะทำความเสียหายให้กับประชาชน เงินที่ได้ไปตอนนี้ก็จะเหลือเฉพาะทรัพย์สิน สินทรัพย์ อาจจะอายัดเงินธนาคารพ่อกับแม่ได้บ้าง พ่อกับแม่จิ๊กกี๋ ลูกสาวเอารถไปให้พ่อที่บ้านนอก บ้านนอกนะ ในหมู่บ้านๆ หนึ่งเลย พ่อสักเต็มตัวเลย นั่งรถคันใหม่ นั่งยิ้ม เห็นรอยสักเต็มตัว เป็นคนอีสาน ถ้าเราช่วยกันจับตาดู ที่ผมคิดว่าที่น่าจะทำได้ก็คือ อะไรก็ตามที่มันเคลื่อนไหวผิดปกติในโซเชียลมีเดีย ในเฟซบุ๊ก ท่านผู้ชมต้องพยายามหาทางเตือนขึ้นมาว่าผิดปกติหรือเปล่า อย่าลืมนะ หลักการง่ายๆ คนที่จะชวนพวกเราไปลงทุนมันต้องทำตัวให้เด่นก่อน ทำตัวให้น่าเชื่อถือ แล้วต้องสร้างโปรไฟล์ตัวเองให้ดี แล้วเครือข่ายต่างๆ ก็จะมาพูดจาสนับสนุนในโปรไฟล์ของเขา เหมือนอย่างอภิรักษ์ ก็ใช้เครือข่ายของดาราเข้ามาช่วย ใช้คนหนุ่ม จ้างเข้ามา รูปหล่อ จับจุดอ่อนได้ ผู้หญิงชอบคนหล่อ กะเทยชอบคนหล่อ มีเงินกะเทยไปลงกับอภิรักษ์เยอะ ไม่ใช่น้อย แล้วพวกนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีเงินนะ เงินเยอะ ผู้หญิงบริการ นั่นเป็นช่วงต้น พอช่วงต้นมีทุนเริ่มต้นแล้ว พัฒนาต่อไปก็เริ่มระดมเครือข่าย เครือข่ายก็เอารอบนอกมา ไม่อย่างนั้นคนที่เชียงใหม่ตั้งเกือบพันคนจะเข้ามาได้อย่างไร อภิรักษ์เป็นคนเชียงใหม่ เอาน้องชายเป็นคนดูแลลูกค้าเชียงใหม่ วันนี้ที่เชียงใหม่เดือดร้อนกันไปหมดเลย 900 กว่าคน เกือบพันคน ผมเชื่อว่าหลายคนก็ลงเงินไปเป็นจำนวนหลายๆ ล้าน


ท่านผู้ชมครับ เราจะห้ามความโลภได้อย่างไร ตอบผมหน่อยสิ ห้ามไม่ได้ แต่เราต้องพยายามป้องกันไม่ให้คนที่ฉ้อฉล หรือจิตใจไม่ดี มาทำร้ายประชาชน ทั้งๆ ที่ความโลภมันเกิดกับประชาชน และประชาชนเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการโลภขึ้นมาได้ แต่หน้าที่พวกเราและหน้าที่เจ้าหน้าที่ต้องทำเช่นนี้ ไม่ต้องไปร่างกฎหมายให้มันวุ่นวาย เมืองไทยมีกฎหมายมากพอแล้ว มากจนเกินพอ มิหนำซ้ำยังต้องยกเลิกกฎหมายบางประเภทไปเสียด้วยซ้ำ แต่กฎหมายเรื่องฉ้อโกงประชาชนในเรื่องแชร์ลูกโซ่ มีชัดเจนแล้ว และมันพูดในทำนองว่า เจ้าหน้าที่ราชการมันซื้อได้หมด ผมหวังว่าไม่ใช่ดีเอสไอนะครับ แต่ผมก็เห็นใจดีเอสไอ เรื่องทั้งหมดจะเปิดขึ้นมาอีกมาก หลังจาก ปปง.ดูว่าเส้นทางการเงินเดินไปที่ใครบ้าง เดินไปที่ใคร คนนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยทันที อาจจะเข้าข่ายกรณีสมรู้ร่วมคิด เพราะกฎหมายไทยมีอยู่แล้ว กฎหมายสมรู้ร่วมคิด เพราะฉะนั้นแล้ว ดีเจแมน ท่านจะปฏิเสธอย่างไรท่านปฏิเสธไป แต่ถ้าวันนั้นมาถึง ท่านก็จะปฏิเสธไม่ออก แล้วท่านไม่ต้องไปขู่นะครับว่าท่านจะฟ้องคนโน้นท่านจะฟ้องคนนี้ ท่านอยู่เฉยๆ ท่านเก็บตัวเงียบ ถ้าเป็นไปได้ ท่านควรจะออกมายืนข้างประชาชนเขาบ้าง ที่สูญเสียเงินทองไปในฐานะที่ท่านรู้เส้นสนกลใน สาวิกา ไชยเดช ก็คงจะต้องถูกเรียกตัวไปสอบอย่างแน่นอนที่สุด พิงกี้ ดีเจแมนก็คงจะถูกเรียกตัวไปสอบ ให้การให้ดีๆ นะครับ เพราะตำรวจชุดดีเอสไอชุดนี้ เท่าที่ผมรู้มา ไม่ใช่ธรรมดา แล้วเขานั่งยิ้มๆ เขาไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขาแอบสืบลับๆ แล้วคดีฉ้อโกงประชาชนแบบนี้ ติดคุกยาวครับ ติดคุกยาว ผมเจอคนที่ทำงานใน UFUN ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เวลาขึ้นศาลด้วยกัน คดีฉ้อโกงทั้งนั้น หน้าตาดูไม่ได้เลย แล้ววันนี้ไปดูหน้าตาแม่มณีสิ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานแม่มณีก็คงจะต้องถึงจุดจบ อีกไม่นานนี้ และผมเชื่อว่าอภิรักษ์อาจจะมีความสุขกับเงินทองที่ขนไปอยู่เมืองนอก อาจจะเปลี่ยนพาสปอร์ตใช้ แต่ถ้ารัฐบาลไทยมุ่งมั่น ตั้งใจจริงๆ อย่างน้อยที่สุด ทรัพย์สมบัติที่เขาฝากไว้ในธนาคารต่างประเทศ ดีเอสไอทำเรื่อง อัยการสูงสุดแผนกต่างประเทศ ให้ติดต่อไปประเทศโน้นประเทศนี้ที่เขาพำนักอาศัยอยู่ ขอตรวจสอบและขออายัดเงินในบัญชีของอภิรักษ์ ทำได้ครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง


ท่านผู้ชมครับ ความขมขื่นของประชาชน ความขมขื่นของสังคมไทย มันมีมากเหลือเกิน มันมีมากจนผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีก มันมีเรื่องที่จะต้องให้ผมพูดอีกเยอะแยะไปหมด เรื่องเก่าๆ เรื่องใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เหมือนกับวันนี้ผมอยากจะพูดเรื่องของควันหลงของกรณีละเมิดลิขสิทธิ์ของเด็ก 15 ปี ว่าตำรวจสอบมาแล้ว ว่ามีคนไปแจ้งความ 329 คดี คือแก๊งเวรตะไลนี่ล่ะที่ไปดำเนินการ นี่เฉพาะที่ปรากฏหลักฐาน ที่ไม่ปรากฏหลักฐาน ที่ไปทุบตี ข่มขู่ และกรรโชกทรัพย์เขา บวกๆ แล้วผมว่าน่าจะถึงเกือบพันคดี แล้วยังมีเรื่องเก่าที่ผมเคยพูดฮ่องกงกับจีน วันนี้ใกล้ถึงจุดแตกหักแล้ว มีการเผารถบัส ที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง ตำรวจฮ่องกงปฏิบัติตนอย่างเงียบสงบ ไม่ทำร้ายประชาชน ประชาชนที่ตายไป 1 คน คือคนที่กระโดดตึกตาย นอกนั้นแล้วประท้วงแบบนี้ไม่มีคนตายสักคน เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก แสดงว่าเรื่องใกล้จบแล้ว เพราะว่าวันนี้คนในฮ่องกงไม่สนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงอีกแล้ว การเดินประท้วงมีคนเพียงไม่กี่ร้อยคน และกลุ่มผู้ประท้วงก็แบ่งออกเป็น 3-4 กลุ่ม กลุ่มหนึ่ง CIA อเมริกาหนุนหลัง กลุ่มหนึ่ง MI5 อังกฤษหนุนหลัง กลุ่มหนึ่งไต้หวันหนุนหลัง เรื่องราวมันเยอะเหลือเกินท่านผู้ชม ผมอายุก็มากแล้ว ไม่รู้จะมีโอกาสมานั่งเล่าเรื่องให้ท่านผู้ชมฟังได้อีกมากน้อยแค่ไหน ยังมีเรื่องเส้นทางสายไหมของจีน ซึ่งผมอยากจะพูดมาก ยังมีเรื่องของอเมริกันอันตราย ผมก็อยากจะพูดมาก ยังมีเรื่องบทบาทของสี จิ้นผิง ที่มีต่อประเทศไทย ผมก็อยากจะพูด ยังมีเรื่องน้ำในแม่โขง เรื่องมากเวลาไม่ค่อยมี ท่านที่อยากให้ผมพูดอาทิตย์ละสองครั้ง เห็นใจผมเถอะครับ อาทิตย์ละครั้งผมก็จะแทบตายอยู่แล้ว เรื่องแชร์ Forex 3D นี่ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับมา 3 วัน 3 คืน เพื่อเตรียมเอกสาร

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน ถ้าชอบ กดไลก์มา ถ้าชอบ ถ้ารักกันจริง ไหนๆ ผมก็ทนทำ แชร์ไปให้เยอะๆ แชร์ออกไปเลย แชร์ให้เป็นพันๆ แชร์เลย เพื่อที่จะให้คนทั่วประเทศไทยเขาได้รับทราบกัน สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...