xs
xsm
sm
md
lg

(คำต่อคำ) ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง : เมดเล่ย์ Talk "แม่มณี"แชร์ลูกโซ่อมตะ - GSP คืออะไรทำไมสหรัฐฯ ตัดสิทธิไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์










วันนี้ (1 พ.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในสไตล์ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง โดยวันนี้ ได้เล่าเบื้องลึกเบื้องหลังว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงตัดสิทธิ GSP ของไทย และเรื่องร้อนๆ ที่พลาดไม่ได้ นิวยอร์กไทม์รายงานผลวิจัยใหม่อีก 30 ปี ประเทศไทยน้ำจะท่วมเยอะกว่าที่คิด “แชร์แม่ชม้อย” ต่างจาก “แชร์แม่มณี” ตรงไหน มาวิเคราะห์กัน

คำต่อคำ : SONDHI TALK [1 พ.ย. 2562] GSP คืออะไรทำไมสหรัฐฯ ตัดสิทธิไทย ในมุมมองของ สนธิ ลิ้มทองกุล

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ก็เป็นการไลฟ์เฟซบุ๊กอีกครั้งหนึ่งของผม สนธิ ลิ้มทองกุล ในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ในฐานะที่เป็น "ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง"

วันนี้มีเรื่องราวต่างๆ ซึ่งถ้าจะเปรียบเป็นเพลง ก็ต้องถือว่าวันนี้เป็นเมดเลย์ คือการเอาเพลงหลายๆ เพลงมาร้อยรวมกันแล้วก็ร้องทีเดียวหมด เรื่องที่พูดวันนี้มีหลายเรื่อง มีทั้งเรื่องของโลก ทั้งเรื่องของภูมิภาค และเรื่องที่อยู่ในประเทศไทย แต่ก่อนที่เราจะก้าวเข้าไปสู่เรื่องราวต่างๆ นั้น ก็ขอเตือนความจำนิดหนึ่งนะครับ วันที่ 2 คือวันพรุ่งนี้ เราจะนำกฐินไปทอดที่วัดป่าภูแปก จ.เลย ที่เคยชวนท่านผู้ชมไปในเรื่องของการมาร่วมกันทำบุญ ก็เหลือเวลาอีกสักประมาณวันหนึ่ง คือวันนี้ ที่จะสามารถโอนเงินทำบุญในเรื่องกฐินได้

วันนี้ผมจะมาในลักษณะเรื่องของเมดเลย์หลายๆ เรื่อง เรื่องหนึ่ง เอกสารที่ผมถืออยู่นี้ จะพูดก่อนนะครับ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก อันนี้เป็นข่าวที่มาจากหนังสือพิมพ์นิวยอกร์ไทมส์ ข่าวนี้ลงเมื่อประมาณวันที่ 29 ตุลาคม ก็เมื่อสองวันที่แล้ว ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก จำเป็นที่จะต้องเล่าให้กับท่านผู้ชมฟัง คือเขาเคยมีการวิจัยมาพักหนึ่งแล้วว่าโลกเรามันร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย แล้วทำให้ระดับน้ำทะเลมันขึ้นสูงผิดปกติ ซึ่งทุกวันนี้ก็ขึ้นสูงอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือ คณะวิจัยชุดที่แล้วที่วิจัยแล้วรายงานออกมาเป็นครั้งแรกนั้น วันนี้มีรายงานครั้งที่สองออกมาแล้ว เขาบอกว่า ตายล่ะ งานวิจัยครั้งแรกนั้นกำหนดตัวเลขผิดพลาดไป ก็คือว่า มองโลกในแง่ดีจนเกินไป งานวิจัยครั้งที่สองเขาก็เลยเอาเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะคำนวณเพื่อให้มันแม่นยำกว่าครั้งแรก เครื่องมือบางตัวก็จะเป็น อย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ ที่เราเรียกกันว่า Artificial Intelligence เอาเข้ามาประกอบการวิจัย

เตือนกรุงเทพฯ พร้อมหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกใกล้จมน้ำ

ผลการวิจัยออกมาครั้งนี้ อย่าตกอกตกใจนะครับ เพราะว่ามันน่ากลัวมา มันกำลังบอกหลายๆ อย่าง ว่าโลกเรา น้ำทะเลสูงขึ้นอย่างชนิดที่เรียกว่าเราเองก็คิดไม่ถึง แล้วเขาบอกว่ามีประชากรทั่วโลก ประมาณ 150 ล้านคน จะได้รับผลกระทบจากการน้ำทะเลสูงขึ้น ยกตัวอย่าง เขาบอกว่าในเวียดนาม เมืองโฮจิมินห์ ซิตี จะอยู่ภายใต้น้ำที่ท่วมเมืองทั้งเมือง และประชากรของเวียดนามประมาณ 1 ใน 4 คือ 20 ล้านคน อาจจะต้องมีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัย อย่าเพิ่งดีใจ ประเทศไทยก็เช่นกัน รายงานคราวที่แล้วของประเทศไทยเขาบอกว่า ประชากรของไทย ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ก็คือประมาณ 6 แสนคน ถึง 1 ล้านคน จะได้รับผลกระทบจากที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แต่งานวิจัยชุดใหม่ที่ออกมาครั้งนี้ บอกว่าประชากรไทยมีถึง 10 เปอร์เซ็นต์ คือ 6.5 ล้านคน หรือ 7 ล้านคน นั่นก็คือคนที่อยู่รอบๆ กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ จะต้องถูกน้ำท่วมอย่างแน่นอนที่สุด และก็ท่วมอย่างถาวร อาจจะท่วมถึงหน้าแข้ง หรือท่วมขึ้นมาที่เข่า อันนี้เขายืนยันเลยว่า จากการวิจัยครั้งหลังสุดนี้ พิสูจน์ชัดเจนแล้ว ก็เป็นอันว่านี่คือข้อมูลล่าสุด

เซี่ยงไฮ้ก็โดน เมืองเซี่ยงไฮ้นี่โดนหนักมาก เพราะฉะนั้นเมืองเซี่ยงไฮ้ก็อาจจะโดนน้ำท่วมเช่นกัน คือน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่ท่วมแล้วจากไป แต่เป็นการท่วมแล้วคงอยู่ หมายความว่าถ้าน้ำขึ้นมาจนถึงหน้าแข้งเรา ก็จะอยู่ตลอดไป มันไม่ใช่เหมือนแต่ก่อนที่พอถึงเวลาหน้าน้ำลดก็ลดลงไป น้ำทะเลก็ลง น้ำก็ออกไป เพราะว่าน้ำทะเลมันดันขึ้นมาสูง เมื่อดันขึ้นมาสูงแล้ว ระดับน้ำทะเลที่ลดแล้ว คือน้ำทะเลลง ระดับที่ลงแล้วก็ยังสูงกว่าพื้นที่ที่เราอยู่

เอาเฉพาะประเทศไทยก่อน ประเทศไทยเป็นลักษณะของดินแดนที่ค่อยๆ ไล่ลาดลงมาทีละนิดๆ ข้างหลังติดเขา เขาข้างหลังก็คือหิมาลัย ข้างหน้าติดน้ำ น้ำก็คือมหาสมุทรแปซิฟิก อ่าวไทย ถ้าพูดถึงฮวงจุ้ย มันดีมาก แต่หมอดูฮวงจุ้ยยุคนั้นไม่เข้าใจว่าโลกมันจะร้อนขึ้น แล้วไม่รู้ นึกไม่ถึงว่าน้ำทะเลจะขึ้นมาสูงถึงขนาดนั้น น้ำทะเลสูงครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อประชากร 150 ล้านคน แล้วเมื่อไหร่ล่ะ? ท่านผู้ชม ในรายงานนี้ ซึ่งนิวยอร์กไทมส์เขารายงานออกมา เขาบอกว่าไม่เกินปี ค.ศ. 2050 แน่นอนที่สุด อีก 30 ปีเองนะครับท่านผู้ชม อีกไม่เกิน 30 ปี และ 30 ปีนั้นคือภาวการณ์ที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมขึ้นมาอย่างจริงจัง แต่ก่อนจะถึง 30 ปี ผมเชื่อว่าภายในอีก 20 ปี ภาวการณ์ของน้ำค่อยๆ ท่วมทีละนิดจะเริ่มมาแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ผมพูดไม่ได้ต้องการให้ตกใจ แต่ให้เตรียมตัวไว้

นอกจากนี้แล้ว ยังมีหลายสถานที่ที่เป็นโบราณสถานที่มีชื่อมีเสียงมากในโลกนี้ อย่างเช่น เมืองอเล็กซานเดรีย เมืองอเล็กซานเดรียก็คือเมืองหลวงซึ่งอเล็กซานเดอร์มหาราชเข้ามายึดครองอียิปต์แล้วสร้างเมืองขึ้นมา เรียกว่า อเล็กซานเดรีย เขาบอกว่าอเล็กซานเดรียจะจมอยู่ใต้น้ำ ที่อิรัก เมืองบาสรา บาสราเป็นเมืองของอิรักที่มีวัตถุโบราณที่เก่าแก่ ก็จะจมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน เวียดนามจมอยู่ใต้น้ำ เพราะฉะนั้นแล้วประเทศใดก็ตามที่มีประชากรที่ต้องพึ่งพาอาศัยและอยู่ติดทะเล จะได้รับผลกระทบหมด แน่นอนที่สุด ถ้ากรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบอย่างมากมาย สมุยก็ต้องได้รับ ภูเก็ตก็ต้องได้รับ

ท่านผู้ชมต้องตามผมมานิดหนึ่ง ลักษณะของน้ำท่วมในอดีตนั้น พอระดับน้ำทะเลลดลง กับระดับพื้นดินของเรา พื้นที่เราอยู่ทุกวันนี้ ที่เราเดินอยู่บนกรุงเทพมหานครนี้ จะเดินอยู่ที่เอสพลานาด หรือจะเดินอยู่ที่สมุทรปราการ หรือกำลังเดินจะขึ้นเครื่องบินอยู่ที่สุวรรณภูมิ ระดับน้ำมันจะห่างกันพอสมควรที่เราจะระบายน้ำที่ท่วมจากฝนที่ตกลงมาลงไปสู่ทะเลได้ แต่พอน้ำทะเลมันสูงขึ้น สูงขึ้นหมายความว่าพอถึงเวลาระดับน้ำทะเลที่ลดลง ระดับที่ลดลงแล้ว ระดับน้ำยังสูงกว่าพื้นดินที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร แล้วท่านผู้ชมรอฝนตกสัก 5 วัน รอพายุใหญ่ที่เข้ามาทางภาคเหนือ หรือรอพายุใหญ่ที่เข้ามาทางเวียดนาม เหมือนกับพายุใหญ่ที่เรากำลังเจอกันอยู่ที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนฟ้าคะนองตก มาแค่ 3-4 วัน รอหน้าน้ำที่ฝนที่กักอยู่ในป่า น้ำป่าไหลทะลักลงมา เมื่อไหลทะลักลงมาแล้ว ปกติของเรา เราก็พยายามตั้งรับให้ดีที่สุด โดยหวังว่าถ้าน้ำป่าไหลลงมาแล้ว แล้วท่วมกรุงเทพมหานคร หรือท่วมพื้นที่ต่างๆ พอน้ำทะเลลดลงแล้ว น้ำพวกนี้ก็จะถูกผ่องถ่ายออกไปสู่ทะเลได้ แต่ท่านผู้ชม ลองหลับตาวาดภาพสิครับ น้ำป่าไหลลงมาท่วมอยุธยา ท่วมปทุมธานี ท่วมเมืองต่างๆ ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็รอน้ำทะเลลด น้ำจะได้ไหลออกไป แต่ปรากฏว่าน้ำทะเลมันลดลง แต่ระดับน้ำทะเลมันก็ยังสูงกว่าพื้นดิน เพราะฉะนั้นน้ำที่ท่วมกรุงเทพมหานครหรือทางภาคกลางที่ไหลมาจากทางภาคเหนือ จะเห็นได้ชัดว่ามันไม่มีทางออกแล้ว

นัยตรงนี้สูงมาก 30 ปี เวลาผ่านไปเหมือนโกหก ผมเผลอแป๊บเดียวปีนี้ผม 72 แล้ว เพราะฉะนั้นยุคลูกยุคหลานของเรา ใครก็ตามที่อายุประมาณ 30-30 กว่า อีก 30 ปี ก็คง 60-60 กว่า ใครที่รับราชการอยู่ก็เกษียณอายุ แต่ไม่ต้องถึง 60 หรอก ท่านอายุเพียง 50 ท่านจะเริ่มเจอปรากฏการณ์นี้แล้ว นั่นคือ "ภาวการณ์วิกฤต" ที่ลูกและหลานท่านจะต้องเจอในอนาคต มีทางออกอย่างไรบ้าง มีสิครับ ตอนนี้มีเงินมีทอง สะสมเก็บเอาไว้ ไม่ต้องไปซื้อทอง ไม่ต้องไปซื้อเงินกองทุนใดๆ ทั้งสิ้น สะสมเอาไว้แล้วไปหาซื้อที่แถวอีสาน ตั้งแต่โคราชขึ้นไป ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 400 หรือ 500 เมตร

ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นคนที่เชื่อถือเรื่องของพ่อแม่ครูอาจารย์ ผมอดสังเกตไม่ได้ อดสังเกตไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมภาคอีสานถึงมีพระอริยสงฆ์เยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าสุทธาวาส สกลนคร ไม่ว่าจะเป็นหลวงตามหาบัว ที่ จ.อุดรธานี ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมพร ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่หนองคาย หลวงปู่ หลวงพ่อ หลวงตาทั้งหลาย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ในประเทศไทย มาจากอีสานทั้งนั้น และผมก็เคยถามหลวงพ่อญาท่าน ซึ่งอยู่ จ.หนองบัวลำภู วัดกุดโพนทัน ผมถามว่า หลวงพ่อ หลวงพ่อทำไมมาที่หนองบัวลำภู แล้วทำไมพระทางอีสานเยอะเหลือเกิน ไปทางภาคเหนือมีน้อย อาจจะมีหลุดมาบ้างบางองค์ อย่างเช่นหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ทางเชียงใหม่ ท่านก็บอกว่า ในอนาคตข้างหน้าอีสานจะเป็นดินแดนที่ปลอดภัย รอดพ้นจากการถูกน้ำท่วม นี่คือคำพูดของพ่อแม่ครูอาจารย์ ผมเชื่อว่าคนที่มีฌานไม่จำเป็นต้องดูรายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิวยอร์กไทมส์ ในฌานก็คงจะบอกได้พอสมควรว่าในอนาคตน้ำจะท่วมโลก น้ำจะท่วมกรุงเทพมหานคร น้ำจะท่วมประเทศไทย น้ำจะท่วมเวียดนาม น้ำจะท่วมบางส่วนของญี่ปุ่น น้ำจะท่วมเกาะฮ่องกง แล้ววันนี้ฌานของหลวงพ่อถูกต้องหมด ทั้งๆ ที่หลวงพ่อพูดกับผมมานานแล้ว

แนะเก็บเงินซื้อที่ภาคอีสานหนีน้ำท่วม”

วันนี้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เอางานวิจัยที่เป็นการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ออกมายืนยันและบอกข่าวร้ายให้พวกเราทราบว่าที่เคยทำนายไปคราวที่แล้ว ทำนายผิดไปนิดหนึ่ง (มากเหลือเกิน) ก็คือว่า ผลกระทบต่อน้ำท่วมจะมี แต่ไม่มากนัก แต่วันนี้มันพิสูจน์ชัดว่าเขามองโลกในแง่ดีจนเกินไป

ท่านผู้ชมครับ ท่านที่มีลูกมีหลาน อายุยังเด็กยังเล็ก ไอ้ผมนี่ไม่เป็นไรหรอกครับ อีก 30 ปี ผมก็ 102 แล้ว ผมคงไม่อยู่จนถึงวันนั้น ผมเชื่อว่าในช่วงระยะนี้ จากนี้ไป พยายามอย่าไปลงทุนซื้อรถคันใหม่หรือทำอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องไร้สาระ เก็บเงินเก็บทองนิด ไปหาซื้อที่แถวอีสานที่พื้นที่มันสูงกว่าที่ในกรุงเทพฯ กรุงเทพฯ พื้นที่มันต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอยู่แล้ว กรุงเทพฯ อยู่รอดได้ในอดีตเพราะว่ารอให้น้ำมันลดแล้วค่อยระบายน้ำออกไป แต่ในอนาคตนั้น เมื่อน้ำทะเลมันสูงขึ้น เวลามันลดแล้ว ระดับน้ำที่มันลดแล้วก็ยังสูงกว่าพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ผมก็ทั้งเห็นใจและไม่เห็นใจอภิมหาเศรษฐีทั้งหลายที่กว้านซื้อที่กันในกรุงเทพมหานคร ตารางวาละ 1 ล้าน 2 ล้าน ที่แถวเพลินจิต ประมูลที่กันที สร้างที่กันที ไม่ว่าจะเป็นไอคอนสยาม ไม่ว่าจะเป็นตึกมหานคร ไม่ว่าจะเป็นตึกโน้นตึกนี้ พออีก 20-30 ปีข้างหน้า ราคาตึกพวกนั้น ราคาที่ดินจะไม่มีความหมายเลย ท่านผู้ชมถ้าอยากจะตั้งตัวกันจริงๆ รีบไปซื้อที่ที่ยังราคาถูกอยู่ ที่สัก 1 ไร่ 2 ไร่ จะเป็นหนองบัวลำภูก็ได้ หรือว่าจะเป็นอยู่แถวๆ กาฬสินธุ์ก็ได้ หรือจะเป็นอยู่แถวๆ อุดรธานีก็ได้ ที่ๆ มันอยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้าไป ราคาที่ซื้อก็พอจะมี ไร่นึงก็คงจะไม่เกิน 1 แสน สูงสุด เก็บเอาไว้เพื่อให้ลูกให้หลานในอนาคต

วันนี้เราจะมองไม่เห็น พวกเรานี่เหมือนกบ กบนี่จะไม่เดือดร้อนถ้าอยู่ในหม้อ น้ำยังเย็นอยู่ ไฟมันกำลังต้มน้ำอยู่ พอน้ำเริ่มอุ่นกบก็รู้สึกยังสบายใจอยู่ แต่พอน้ำมันเดือดขึ้นมาทันที กบมันกระโดดแล้วในที่สุดก็ต้องตายในหม้อนั้น นี่คือการเปิดเมดเลย์เรื่องแรก คือเรื่องของตัวนี้

ใช้โซเชียลอย่างมีสติ

เรื่องที่สอง ผมมีเรื่องที่เตือนสติท่านผู้ชมนิดหนึ่ง เรื่องหนุ่มแว่นหัวร้อน ผมไม่พูดรายละเอียดนะ เรื่องมันจบไปแล้ว แต่ผมมีรูปๆ หนึ่งที่จะให้ท่านผู้ชมได้ดู เดี๋ยวทีมงานเขาจะเอารูปขึ้น รูป 2 รูปนี้ รูปแรกคือหนุ่มหัวร้อนนั่งอยู่ในห้องสอบสวน แล้วห้องสอบสวนก็มีตำรวจนั่งอยู่ อีกรูปหนึ่งคือข้างนอกโรงพัก มีประชาชนอยู่กลุ่มหนึ่ง 100-200 คน ใส่เสื้อกล้ามบางคน ท่าทางบึกบึน แมนเหลือเกิน คือเตรียมพร้อมที่จะประชาทัณฑ์หนุ่มหัวร้อน เพราะไอ้หมอนี่มันปากเสีย มันเที่ยวด่าคนโน้นด่าคนนี้ ที่ผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูดเพราะอะไร เพราะว่าคนทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งหนุ่มหัวร้อน และคนที่ไปล้อมโรงพัก ป่วยทั้งคู่ ป่วยจริงๆ ผมยังคิดเลยว่าคนที่อยู่ในห้องสอบสวนนั้นคือคนไข้ใน คนที่อยู่นอกโรงพัก ที่ล้อมโรงพักนั่นคือคนไข้นอก น่าจะเอาทั้งสองฝ่ายนี้ไปรอรับยาที่ช่อง 8 กันทั้งคู่เลย

ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่า เวลาเราเสพข่าวทางโซเชียลมีเดีย เราต้องใช้สตินิดหนึ่ง และเราอย่าไปใช้อารมณ์ จริงๆ แล้วถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ยกเว้นบางประการที่หนุ่มหัวร้อนคนนั้นเที่ยวไปด่าดูถูกคนจน หรือโน่นนี่ แต่หลักๆ ที่มันพูดเรื่องคนไทยไม่มีวินัยในการขับรถโน่นนี่นั่น ไอ้แว่นคนนี้มันพูดถูกนะ พูดไม่ผิดหรอก แต่เผอิญมันไปฟาดงวงฟาดงา ไปกระทบจิตใจคนไม่มีเงินขึ้นมา เขาก็เลยมาจะเล่นงานมัน เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องบางเรื่องเวลาดูแล้วให้คิด ใช้สติคิดนิดหนึ่ง แล้วบอกว่า เออ ไอ้นี่มันบ้า ท่านผู้ชมจำได้ไหมคนโบราณเขาสอนว่า อย่าไปถือคนบ้า อย่าไปว่าคนเมา ปรากฏว่าในยุคที่มีเรื่องตอนนั้น ทั้งโซเชียลมีเดียจะกระทืบมันให้ตาย ด้วยคำพูด ด้วย text ด้วยรูป นักเลงคีย์บอร์ดเต็มไปหมดเลย บ้ากันไปหมดทั้งแผ่นดิน ผมอยากจะเตือนนิดหนึ่ง เสพโซเชียลมีเดียต้องเสพด้วยความระวัง

“แม่มณี”แชร์ลูกโซ่อมตะนิรันดร์กาล

เอาล่ะ เมดเลย์เพลงที่ 3 คือเรื่องของแม่มณี แม่มณีนี่น่าสนใจมาก ข้อแรก ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเรื่องแม่มณีไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเป็นเรื่องเก่าจริงๆ นะ คือมันผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ถามว่าคนไทยนี่ตกลงมันจะโง่ตราบชั่วนิรันดร์กาลเลยเหรอ อมตะนิรันดร์กาลในความโง่ของคนไทยเลยเหรอ ไม่รู้เลยหรือว่าแชร์แม่มณีมันคือแชร์ลูกโซ่ แล้วเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่ง ผมไม่ได้ว่าเมืองไทยนะ ลักษณะแชร์ลูกโซ่ หรือที่เราเรียกกันว่าแชร์พีระมิด มีกันทั่วโลก ไม่ใช่มีเฉพาะในเมืองไทย แม้กระทั่งในประเทศอเมริกาก็มี คนซึ่งทำงานอยู่ในสถาบันการเงิน ในเรื่องวงการเงิน การบริหารการเงินซึ่งฝรั่งไว้ใจมาก ชื่อแมดอฟฟ์

แมดอฟฟ์ นี่ เนื่องจากมันรู้จักไฮโซ เซเลบ เยอะไปหมดเลย มันก็เอาเที่ยวเอาเงินไฮโซ เซเลบมา แล้วบอกมาลงทุนกับมัน มันจะให้ดอกเบี้ยที่สูง ขนาดฝรั่งซึ่งการสื่อสารและข้อมูลข่าวสารเขาน่าจะดีกว่าไทย ก็ยังโดนแมดอฟฟ์หลอกไปมูลค่าเกือบๆ หลายหมื่นล้านบาท รู้สึกจะร่วมๆ 1 billion dollars

แต่ที่ผมกำลังจะพูด เรื่องของแม่มณีมันเป็นนิยายเรื่องเดิมๆ ตั้งแต่แม่ชม้อย คุณชม้อย ทิพย์โส มาจนถึงแชร์ชาร์เตอร์ เอกยุทธ อัญชันบุตร ที่เสียชีวิตไปแล้ว มาเรื่อยๆ มาถึงแชร์ UFUN แล้วในที่สุดก็มาถึงตรงนี้ ทีนี้ผมก็เลยมีข้อสงสัย ผมก็เลยเช็กข้อมูลมานิดหนึ่ง น่าสนใจมาก คนตั้ง 2-3 พันคน ไปหลงเชื่อในแชร์แม่มณี ปรากฏว่าพอเช็กไปเช็กมาคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ทั้งเจ้าหน้าที่เอย ทั้งคนที่สอบเอย เขาก็พูดเหมือนกันว่า พี่รู้ไหมว่าคนที่เล่นแชร์แม่มณี เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ รู้อยู่แล้วว่ามันคือแชร์ลูกโซ่ แต่ว่ามันให้ผลตอบแทนที่ดี พวกนี้ก็พูดกับตัวเองตลอดเวลาว่า ขอเข้าหน่อยเถอะ ได้กำไรแล้วจะถอย จะถอย รู้ว่ามันต้องล้มแน่นอน แต่ขอออกก่อนที่มันจะล้ม แต่ว่าทุกครั้งที่รู้ มันจะถูกบดบังไปด้วยกิเลสแห่งความโลภ อยากได้รวยขึ้น ขออีกครั้งน่ะๆ แล้วก็เลยมีเรื่องมีราว

นอกจากนั้น แชร์แม่มณี ลักษณะของการตั้งวงแชร์แบบนี้ มันจะมีบุคลิก คุณสมบัติบางประการที่ทำให้คนเชื่อถือ ประการแรก เมื่อคุณตั้งแชร์แบบนี้แล้ว คุณบอกว่าจะให้ผลตอบแทนเท่านี้ๆ คุณจะให้ผลตอบแทนได้อย่างไร เพราะว่าคุณไม่มีธุรกิจอะไรที่จะให้ผลตอบแทนได้แบบนี้ แม้กระทั่ง ปตท. ซึ่งขายน้ำมันผูกขาด ก็ยังไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้แบบนั้น แม้กระทั่งการค้ายาเสพติด ก็ไม่สามารถให้ตอบแทนได้แบบนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นมีข้อเดียวเท่านั้นเอง ซึ่งคนก็รู้นะว่าจะได้ผลตอบแทนแบบนั้นก็หมายความว่าเงินใหม่ต้องเข้ามาทดแทนเงินเก่า เงินใหม่เมื่อมาลงแชร์ ก็เอาจำนวนเงินที่ลงแชร์นั้นไปคืนกลับให้เป็นรูปดอกเบี้ย แล้วใน 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง จะต้องหาคนใหม่เข้ามาให้มากพอที่จะส่งดอกเบี้ยให้ได้ทุกเดือน และสามารถที่จะคืนเงินต้น เพราะระหว่างนั้นก็จะมีคนบอกว่า เอาล่ะ กำไรแค่นี้พอแล้ว จะขอเงินต้นคืน ไม่อิดออด ลงไป 5 แสน ลงไป 1 ล้าน คืนให้เลยเป็นเงินสด 5 แสน 1 ล้าน ทำอยู่ประมาณสัก 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง คนไทยจะชอบปากต่อปาก เฮ้ย ลงสิแม่มณี ไม่มีปัญหา ผมลงไป 1 ล้าน แล้วผมไม่พอใจ ผมขอเงินคืน เขาคืนให้ทันทีเลยนะ แล้วผมก็ลงอีก ได้มา แล้วผมขอเงินคืน เขาก็คืนให้อีก ทีนี้พอปากต่อปาก เงินมันก็เริ่มไหลเข้ามาทีละนิดๆๆ

ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือว่า พอขยายเครือข่าย ท่านผู้ชมจำไว้นะครับ แชร์อะไรก็ตามในวงไหน ถ้ามันเริ่มขยายเครือข่าย แสดงว่ามันต้องการปริมาณของเงินที่เข้ามามากพอที่จะมาจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืน ที่กำลังเริ่มสูงขึ้นๆ สมมุติว่ามีอยู่ 100 ราย มีคนจะต้องจ่ายดอกเบี้ยคืน 100 ราย อย่างน้อยที่สุด แล้วมีคนขอเงินต้นคืนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คือ 10 ราย แต่พอเกิดเป็น 1,000 ราย คนขอเงินต้นคืนก็ต้องประมาณ 100 คน ถ้าเป็น 2,000-3,000 ราย อย่างเช่นที่โดนกันอยู่ทุกวันนี้ คนขอเงินต้นคืนก็จะมีประมาณ 200-300 ราย 200-300 รายนี้ เงินต้นนะ ไม่ใช่ดอกเบี้ยนะ ต้องจ่ายคืนเป็นเงินก้อน จึงต้องมีเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นๆ พอยิ่งใหญ่ขึ้นๆ มันเป็นดินพอกหางหมู มันเริ่มขยับอะไรยากขึ้น และอีกประการหนึ่ง ในวงการแชร์บ้าแชร์บอ แชร์ที่ชั่วช้า มันมีคู่แข่งเยอะ ท่านผู้ชมไปดูได้เลยในเฟซบุ๊กในขณะนี้มีแชร์หลายประเภท ซึ่งใช้วิธีการแบบนี้หมด เมื่อมีคู่แข่งเยอะขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร คือการเตะตัดขากัน การปล่อยข่าวว่าแชร์นี้จะล้ม หรือการที่แม่มณีอ้างว่าตัวเองโดนแฮกเฟซบุ๊ก ก็มีความเป็นไปได้ คือแชร์แม่ชม้อย แชร์แม่มณี หรือแชร์แม่อะไรก็ตาม มันจะต้องเป็นสายพานที่เดินตลอด หยุดไม่ได้นะ ถ้ามันเดินตลอดแล้วมีคนเอาของมาวาง เอาเงินมาวาง เอาเงินใหม่มาวาง มันก็สามารถจะบริหารจัดการไปได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามสายพานหยุด พอสายพานหยุดชะงักครั้งหนึ่ง ก็ลำบากแล้ว ชะงัก 2 ครั้ง ชะงัก 3 ครั้ง คนที่เอาเงินมาวางบนสายพานก็จะหยุดวาง ส่วนคนที่มีเงินอยู่บนสายพานเห็นว่ามีปัญหาแล้ว ทุกคนก็จะมะรุมมะตุ้มขอเงินคืน

ท่านผู้ชมครับ อย่าว่าแต่แชร์แม่มณีเลย วันนี้ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เช่น ธนาคารกรุงเทพ ถ้าคนที่ไปฝากเงินธนาคารกรุงเทพถอนเงินหมดเลยทุกคน ธนาคารกรุงเทพก็อยู่ไม่ได้ นับประสาอะไรกับแชร์แม่มณี ธนาคารใดก็ตามในอดีต เรามีตัวอย่างให้เห็นมาชัด เมื่อมีข่าวที่ไม่ดีเกิดขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำเกิดขึ้น ทำให้คนกลัว คนจะเริ่มไปถอนเงินจากธนาคารนั้น ในที่สุดธนาคารนั้นอยู่ไม่ได้ ต้องติดต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เอาเงินสดเข้ามาสนับสนุนธนาคารนั้น จนกระทั่งผ่านวิกฤต จนกระทั่งความเชื่อมั่นกลับคืนขึ้นมา คนก็ไม่ถอนเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทยก็เข้ามาควบคุมดูแลบริหารธนาคารที่ใกล้จะล้มนั้น แชร์ก็เช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ ชีวิตทุกวันนี้ ความมั่นคง ความศรัทธา เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด รัฐบาล จะเป็นรัฐบาลแบบไหนก็ตาม ผมไม่สนใจ สนใจอยู่อย่างเดียวว่า ประชาชนมีความศรัทธาในรัฐบาลนั้นหรือเปล่า และรัฐบาลนั้นมีความมั่นคงหรือเปล่า ความมั่นคงของรัฐบาลสะท้อนกลับไปยังผู้ที่ต้องการเอาเงินมาลงทุนในประเทศ ศรัทธาที่มีต่อรัฐบาล สะท้อนถึงความนิยมชมชอบ ทำให้ได้รับความมั่นคงในทางอ้อมโดยปริยาย จากศรัทธาที่ประชาชนมีความนิยมชมชอบ ด้วยเหตุนี้ ศรัทธาจึงสำคัญมาก ความมั่นคงจึงสำคัญมาก

แต่มีอีกมิติหนึ่งซึ่งหลายคนไม่ได้คิด ผมสังเกตแล้วว่าเดี๋ยวนี้คนที่เล่นแชร์ลักษณะแบบนี้ กลายเป็นคนอายุไม่มากเล่น คนหนุ่มคนสาวเล่น คนที่ทำมาหากินเล่น ไม่เหมือนสมัยแม่ชม้อย แม่ชม้อยนี่คนอาวุโส คนแก่คนเฒ่า สมัยก่อนนี้ แม่ชม้อย ท่านผู้ชมเชื่อไหม ท่านผู้ชมบางคนเกิดไม่ทัน ผมเกิดทัน กองทัพอากาศทั้งกองทัพเลย ตั้งแต่นายพล พลอากาศเอก ไปจนถึงแม่ทัพอากาศ แม้กระทั่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ทุกคนเอาเงินไปลงกับแม่ชม้อยหมด แล้วปรากฏว่าพอแม่ชม้อยล้มปังปั๊บ พวกผู้บัญชาการ พวกนายพลทั้งหลาย ได้เงินคืนก่อน เพราะว่าเป็นนายพล คนที่เจ็บตัวคือพวกจ่าเอก จ่าอากาศเอก นาวาตรี เรืออากาศตรี เรืออากาศโท มันเป็นสัจธรรมของความเจ็บปวด ว่าพอมีเรื่องมีราวทีไร ผู้ใหญ่รอดตัวทุกที ผู้น้อยต้องเจ็บตัว แต่พอมาช่วงหลัง ผมสังเกตแล้ว คนที่เล่น ไม่ว่าจะเป็น UFUN หรือว่าแชร์แม่มณี เป็นคนที่อายุไม่มาก คนพวกนี้เป็นอย่างไร คนพวกนี้สังเกตให้ดีๆ นะ ถ้าเราดูสาขาอาชีพที่เขาทำอยู่ คนที่เป็นข้าราชการจะมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจส่วนตัว

ทุกวันนี้สังคมไทยเป็นสังคมของการที่ผู้ประกอบการธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ ขายครีม ขายเสื้อผ้าเก่า ขายรองเท้า ขายขนมเค้ก มีเงินสะสม ในยุคเศรษฐกิจดีๆ เงินกำไรเดือนละเป็นแสน ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีก็ตกมาเหลือประมาณ 7-8 หมื่น พอเศรษฐกิจตกเรื่อยๆ กำไรจะเหลือแค่ 2-3 หมื่น ตายล่ะ ไม่พอใช้ เพราะสมัยก่อนนี้ดูแลครอบครัวทั้งครอบครัวจากการทำงานออนไลน์ หรือไปเปิดร้านเบเกอรีร้านหนึ่งแล้วขายดิบขายดี กำไรวันละ 2-3 พันบาท กำไรเดือนละเกือบแสน อ้าว ธุรกิจตกลงมาเหลือแค่กำไรวันละประมาณ 1,000 บาท เดือนละ 3 หมื่น ค่าใช้จ่าย ดูแลแม่ ดูแลพ่อ ส่งน้องเรียนหนังสือ ต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน มันไม่พอ เดือนหนึ่งมันต้องมี 5-6 หมื่น ถึงจะพอ ทำยังไง เอาล่ะ มันมีเงินที่สะสมเอาไว้ประมาณ 5 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาท เธอๆๆ แชร์แม่มณี เอาไหม นี่มันแชร์ลูกโซ่นี่ เฮ้ย เขามั่นคงนะ คือไม่ถามนะว่าแชร์พวกนี้เอาเงินมาจากไหน ถามสนใจอยู่อย่างเดียวว่าแล้วฉันขอลงสัก 3-4 เดือน หรือ 5 เดือน แล้วขอเงินต้นคืนได้ไหม ได้สิ ก็ฉันลงไปหลายครั้งแล้ว ฉันสงสัย ฉันขอเงินคืน เขาก็คืนให้ทันที แล้วฉันก็กำไรจากตรงนี้ นี่ล่ะครับที่เป็นสาเหตุทำให้คนพวกนี้ ที่เอามาลงแชร์ก็เพราะว่าเศรษฐกิจมันตก เมื่อเศรษฐกิจมันตก ก็เหมือนคนซื้อหวยน่ะ เศรษฐกิจตกทีไร ยอดหวยขายดีขึ้นทุกครั้ง วิ่งหวยทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง วันที่ 1 กับวันที่ 16 เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วหลายๆ แชร์ก็เกิดขึ้นมา ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำนี้จำนวน ปริมาณเท้าแชร์พวกนี้ แชร์ที่มันผิดกฎหมาย แชร์ลูกโซ่ มีอยู่เยอะ ไม่เชื่อไปเช็กดูได้

อันนี้ก็ต้องพูดกันอีกทีหนึ่ง ต้องพูดกันในแง่ไหน ต้องพูดกันในแง่ที่ว่า เรื่องนี้จริงๆ ถ้ารัฐบาลเอาจริง ผมพูดนะ เอาจริง เรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น คือถ้ามีคนเช็ก มีข้อมูลดี ก็จะสามารถเข้าไปสู่เว็บไซต์ของการเล่นแชร์ได้ เพราะสมัยนี้การเล่นแชร์ไม่เหมือนสมัยก่อน แชร์แม่ชม้อย แชร์แม่ชม้อยถ้าจะเล่นแชร์ผมต้องรู้จักคน คนที่รู้จักแชร์แม่ชม้อย และเป็นนายหน้าแชร์แม่ชม้อยไปติดต่อผม เสร็จเรียบร้อยแล้วผมต้องขนเงิน 1 ล้าน ท่านผู้ชมสมัยก่อนเงินแบงก์พันยังไม่มี แบงก์ 500 ยังไม่มีเลย เงิน 1 ล้าน ก็เท่ากับว่าแบงก์ร้อย 1 ปึก 100 ใบ ก็ 1 หมื่นบาท ต้องเอาไปถึง 100 ปึก 100 ปึกนี่ใส่กระเป๋าเดินทางต้อง 2 ใบนะ ลากไป ลากไป นั่งรถไปหาแม่ชม้อย แล้วเอาไปฝากเป็นก้อนๆ แต่สมัยนี้ไม่มี ผ่านคิวอาร์โค้ดบ้าง ผ่านทางออนไลน์ จ่ายเงินออนไลน์บ้าง ผ่าน wallet บ้าง กดปุ๊บปั๊บๆ เข้าแล้ว แชร์แม่มณีก็จะมีฝ่ายบัญชีคอยรับว่าเข้าแล้วก็แจ้งกลับไปทางเฟซบุ๊กว่าได้รับแล้วนะคะ จำนวนนี้ เป็นจำนวน 1 ยูนิต ตีซะว่า 1 ยูนิต 1 หมื่น ได้ 1 ยูนิต ลงมาแล้ว 100 ยูนิต คือ 1 ล้านบาท

ด้วยเหตุนี้ การตรวจสอบเป็นการตรวจสอบที่ไม่ยากถ้ารัฐบาลทำจริงจัง ถ้ารัฐบาลจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองบังคับการป้องกันคุ้มครองผู้บริโภค ตรงนี้ทำอย่างไรที่จะให้พวกนี้พยายามป้องกันไม่ให้ลักษณะแชร์แม่มณีเกิดขึ้นอีก หรือถ้าเกิดขึ้นก็ให้เกิดขึ้นน้อยลง เพราะฉะนั้นแล้วมิติของว่า ทำไมคนถึงมาเล่นแชร์กันเยอะ ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมลองห้ามความโลภสิ ห้ามได้ไหม ถามตัวเองสิ ตัวเองยังอยากได้ อยากเป็น อยากมี ทุกคนมีอย่างนั้นหมด แล้วจริงๆ คนที่มาเล่นแชร์แม่มณี พูดกันตรงๆ เป็นนักการพนันทั้งสิ้น คือไม่ใช่พนันในลักษณะเดินเข้าบ่อน คือเป็นคนกล้าเสี่ยง รู้อยู่แล้ว คนที่ใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ ที่ถูกหลอกมา ผมว่ามีไม่มากหรอก แต่ส่วนใหญ่จะรู้ เพราะฉะนั้นคนพวกนี้ผมเห็นใจ แต่ผมไม่สงสาร ผมเห็นใจที่เขาไม่มีทางออก เพราะรายได้เขาน้อยลง เขาต้องหาทางที่จะเพิ่มรายได้ของเขา และไม่มีวิธีไหนดีเท่ากับการยั่วยวนด้วยผลประโยชน์ชั้นสูงกับบรรดาแชร์แม่แชร์พ่อทั้งหลายที่มีอยู่ทุกวันนี้ นั่นคือข้อคิดของผมในเรื่องของแชร์แม่มณีนะครับ

“ความเหลื่อมล้ำ-คอร์รัปชั่น”ชนวนประท้วงทั่วโลก

เขาบอกว่าเดือนตุลาคม เป็นเดือนแห่งความวุ่นวาย มีการประท้วงกันในประเทศไทย คือเดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทยมันวุ่นวายเพราะว่า ตุลาคม เป็นจุดเริ่มต้นของข้าราชการ คนที่เพิ่งเข้าไปรับตำแหน่งใหม่ มันก็จะเกิดความวุ่นวาย บางทีเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน หรือเกิดคลื่นใต้น้ำ แต่เดือนตุลาคมนี้ เมื่อผมมองส่องกล้องไปทั่วโลก ผมได้เข้าไปอ่านหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน บทความหนึ่งน่าสนใจมาก และในขณะเดียวกันก็มีเว็บไซต์ของ Amnesty International ก็น่าสนใจ บทความข่าวชิ้นหนึ่งของ BBC ก็น่าสนใจ ทั้ง 3 บทความลงข่าวเหมือนกันหมดว่า วันนี้โลกไม่สงบ เพราะว่ามีการประท้วงกันทั่วโลก ประท้วงกันทั่วโลก น่าสนใจมาก แปลกมาก ประท้วงกันที่เอกวาดอร์ อเมริกาใต้ ประท้วงกันที่ชิลี อเมริกาใต้ ประท้วงกันที่เลบานอน เบรุต แม้กระทั่งเนเธอร์แลนด์ก็ประท้วง ฝรั่งเศสประท้วงตลอดเวลา เสื้อกั๊กสีเหลืองที่ประท้วงกันนี่ ประท้วงมาเป็นปีแล้ว ยังไม่นับฮ่องกงซึ่งเริ่มประท้วงกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 4 เดือนเข้ามาแล้ว พฤษภาคม มิถุนายน กรกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน 5 เดือนเข้ามาแล้ว ไม่หยุดไม่หย่อน และมีแนวโน้มจะประท้วงกันต่อไป

ปรากฏว่าเมื่อศึกษาลงไปละเอียดแล้วน่าสนใจมาก หัวข้อของการประท้วง ซึ่งประท้วงต่างถิ่น ต่างแดน บางแห่งห่างจากเราประมาณ 1-2 พันกว่ากิโลเมตร เช่น ฮ่องกง บางแห่งห่างจากเราเป็นหมื่นกิโลฯ เช่น เอกวาดอร์ ชิลี แต่ประท้วงลักษณะที่จะมีลักษณะเหมือนๆ กันทุกประเทศก็คือ ข้อแรก ประท้วงของความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคม ก็คือช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ในขณะนี้มันมีผลกับทั่วโลกแล้ว เพราะฉะนั้นทั่วโลกมันลุกขึ้นมาประท้วงกัน ประท้วงกันตรงประเด็นนี้ เพราะว่าคนจนอยู่ไม่ได้ แต่คนรวยในประเทศตัวเองนั้นรวยเอาๆ แต่คนจนจะทำมาหากินสักอย่างก็ลำบาก ประท้วงเรื่องที่รัฐไม่สามารถจะดูแลประชาชนได้ ในเรื่องของบริการขั้นพื้นฐาน อย่างเช่น รถเมล์ รถไฟใต้ดิน โน่นนี่นั่น การรักษาพยาบาล การศึกษา เด็กไม่มีที่เรียนหนังสือ การศึกษาของลูกคนจนคุณภาพสู้ลูกคนรวยไม่ได้ อะไรต่ออะไรหลายอย่างนั้นมันกลายเป็นสิ่งที่ประท้วงกันทั่วโลก คิดเหมือนกันหมด และเจอปัญหาเหมือนกันหมด

ประท้วงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ประท้วงของการขึ้นราคาน้ำมัน ประท้วงการที่รัฐบาลไม่มีเงินใช้ ต้องขึ้นภาษี ท่านผู้ชมครับ ผมจำไม่ได้ น่าจะเป็นประเทศชิลี เหตุของการประท้วงก็คือว่า เนื่องจากว่ามันมีแอปฯ เหมือน LINE คือ WhatsApp ซึ่ง WhatsApp กับ LINE สามารถจะใช้โทรศัพท์ผ่านไวไฟได้โดยไม่เสียเงิน ก็ปรากฏว่ารัฐบาลขาดรายได้ เพราะบริษัทที่ใช้โทรศัพท์มือถือมันไม่ได้ใช้กรณี Big Data เหมือน AIS เหมือน dtac เหมือนทรู ในเมืองไทยของเรา ที่สามารถจะได้กำไรจากการที่จะต้องคิดค่าไวไฟเท่านั้นเท่านี้ มันเก็บภาษีค่าโทรศัพท์จาก WhatsApp 20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองล่ะครับโป๊ะแตกเลย ประท้วงกันแหลกราญ และมีการขึ้นราคารถไฟฟ้าใต้ดิน จนกระทั่งนักเรียน นักศึกษาต่างๆ สู้ไม่ไหว ก็ปรากฏว่าทุกคนพากันไปที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้วก็นั่งบล็อก ไม่ให้คนเข้า คนออก เห็นไหมครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เบรุต เลบานอน ก็เช่นกัน ที่อียิปต์ก็เช่นกัน เนเธอร์แลนด์ประท้วงอีกรูปแบบหนึ่ง คือชาวไร่ ชาวนา ขับรถแทร็กเตอร์ 3 พันกว่าคัน ขับเข้ามาที่เมืองหลวงแล้วก็บล็อกไฮเวย์หมดทุกอย่าง ทำให้รถในประเทศเนเธอร์แลนด์ติดกันทั้งประเทศ ทำไมพวกชาวไร่ชาวนาของเนเธอร์แลนด์ถึงประท้วง เขาประท้วงเพราะว่าภาวะโลกร้อน แล้วรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เขากำลังกำหนดลงไปบอกว่า คนที่ทำไร่ ทำนา และคนที่เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย หรือเลี้ยงวัวทำนม เป็นตัวการที่ปล่อยก๊าซมีเทนออกไปแล้วทำให้โลกร้อนขึ้นมา พวกนี้ก็ไม่ยอม พวกนี้ก็บอกว่า เฮ้ย ไม่ได้ คุณมาเล่นงานผมคนเดียวไม่ได้ คนที่ทำให้โลกร้อนคือเครื่องบินที่มันวิ่งอยู่บนโลก ตั้งไม่รู้กี่สายการบิน มันปล่อยควันไอเสียมาทำให้โลกร้อน ทำไมคุณไม่ไปเล่นงานพวกนั้น ไม่เท่าเทียมกัน สองมาตรฐาน มาเล่นงานแต่ผม

และอีกประเด็นหนึ่งที่เขาประท้วง เรื่องโลกร้อน โลกร้อนนี่กลายเป็นว่าคนหนุ่มคนสาวเขาเข้ามาประท้วงกันแล้ว อาจจะได้แรงบันดาลใจจากสาวชาวสวีเดน เด็กสาวชื่อ เกรตา ธันเบิร์ก จำได้ไหมครับที่ผมเคยพูดไป เกรตา ธันเบิร์ก เขาส่งเสริม และเขาบอกว่าให้ทุกคน คนหนุ่มคนสาว ลุกขึ้นมา ให้ทั้งนักการเมือง ให้ทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ ให้เจ้าของกิจการ ให้เริ่มที่จะหันมาใส่ใจกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นและทำให้โลกร้อนด้วยความโลภของมนุษย์

ท่านผู้ชมครับ มีอยู่วันหนึ่ง มีการประท้วงกันทั่วโลก คนทั่วโลก 7-8 ล้านคน ซึ่งอาจจะคิดเป็นจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับประชากรของโลก แต่คน 7-8 ล้านคน ออกมาพร้อมกัน ในวันศุกร์ ผมจำไม่ได้ว่าวันไหน เขาประท้วงพร้อมกันเลย ประท้วงเรื่องโลกร้อน และประท้วงต้องการให้คนพวกนี้เรียกร้องคนที่เกี่ยวข้อง มีผลประโยชน์อุตสาหกรรม รัฐบาล ให้ตื่นขึ้นมาและลุกขึ้นมาจัดการกับเรื่องราวต่างๆ พวกนี้เสียที เพราะฉะนั้นแล้ว นี่้คืออีกประเด็นหนึ่งนะครับ

อีกประเด็น ประเด็นสุดท้าย คือการคอร์รัปชัน การคอร์รัปชันนี่เป็นอะไรที่มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของเราแล้ว การคอร์รัปชันมีหลายรูปแบบ แต่ผมกำลังจะพูดว่า ลักษณะเรื่องการคอร์รัปชัน เรื่องโลกร้อน เรื่องที่รัฐไม่สามารถที่จะให้บริการขั้นพื้นฐานได้ รัฐเก็บภาษี เก็บค่าภาษีน้ำมัน เก็บภาษี เพิ่มภาษี เพื่อเอาเงินเอาทองไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้นักการเมืองเอาเงินเอาทองไปถลุงได้ 4-5 ข้อพวกนี้ กลายเป็น 4-5 ข้อที่นักประท้วงทั่วโลก ประท้วงกันบนพื้นฐานของ 4-5 ข้อนี้ จริงๆ เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาของโลกแล้ว ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะประเทศไทย ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะฮ่องกง ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะชิลี แต่เป็นปัญหาที่ประชากรในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน ที่คนรวยทั่วโลกมีแต่รวยขึ้น คนจนมีแต่จนลง วันนี้คนชนชั้นกลางของประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นคนจนแล้ว เพราะว่ารายได้ตก รายได้ไม่ได้เพิ่ม แต่รายจ่ายเพิ่มมากขึ้นๆๆ

ท่านผู้ชมครับ ผมเคยถาม ผมเคยถามคำถามนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีใครตอบผมได้ ผมถามอย่างนี้ ผมบอกว่าลองหลับตาวาดภาพ ลูกชายคุณ หลังจากที่คุณส่งไปเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปี ตีว่ามหาวิทยาลัยรัฐก็ได้ ค่าเทอมอาจจะถูกกว่าเอกชน แต่ก็ไม่ถูกกว่ากันมากนักแล้วเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรฯ ไม่ว่าจะเป็นแม่ฟ้าหลวง ราคาค่าเทอมก็ไม่ได้ต่างไปกว่า ม.กรุงเทพ หรือ ม.รังสิต หรือ ม.ศรีปทุม เอาเป็นว่า 4 ปี คุณส่งลูกคุณไปเรียนหนังสือ เฉลี่ยแล้ว 4 ปี คุณใช้เงินไป 1 ล้านบาท ปีละ 2.5 แสน 2.5 แสนนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นสักประมาณ 1 แสน อาจจะกู้ กยศ. ก็เหลือปีละ 1.5 แสน เอาล่ะ เอาเป็นว่าใช้เงิน จะกู้หรือไม่กู้ก็ตาม เงินที่ใช้ 1 ล้านบาท เมื่อ 1 ล้านบาท เรียนจบไปแล้ว ถ้าได้งานทำ วงเล็บ (ถ้า) นะ ถ้าได้งานทำ เงินเดือนขั้นต่ำก็เริ่มที่ 15,000 บาท นี่คือข้อกำหนดเอาไว้ แต่โอกาสคนที่จะได้ 15,000 บาททุกคน ยังมีไม่มาก โดยเฉลี่ยน่าจะประมาณ 12,000 บาท ระหว่าง 12,000-15,000 อ๋อ แน่นอน ถ้าคุณจบวิศวะ คุณไปทำงานปูนซิเมนต์ไทย คุณอาจจะเริ่มที่ 20,000 แต่คนที่ทำงานปูนซิเมนต์ไทย คนที่ทำงาน ปตท. นั้น เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แล้วผมถามคุณ เอาล่ะ ผมให้เขาได้เดือนละ 15,000 คุณเป็นชาวบ้านที่ทำมาหากิน พ่อเป็นครู แม่เป็นแม่บ้าน หรือว่าพ่อเป็นครู แม่เป็นครู เสร็จแล้วขวนขวายหาเงิน กู้สหกรณ์มาส่งลูกจนกระทั่งจบ 4 ปี 1 ล้านบาท แล้วไปทำงานได้ 15,000 บาท ลูกเรียนอยู่ที่กรุงเทพมหานคร พ่อแม่ก็บอกว่า ดีแล้ว มันมีงานทำจะได้มีเงินใช้ แต่ท่านผู้ชมครับ ถ้ามองจากมุมมองของคนที่มองชีวิตเด็กคนนี้ เงินเดือนๆ ละ 15,000 บาท ถามว่าอีกกี่ปี คนๆ นี้ถึงจะมีบ้านมีช่องอยู่ได้ 15,000 บาท ผมถามนะว่า วันนี้เรามีรถไฟใต้ดินไปทำงาน ทุกสายเชื่อมต่อกันได้หมด ค่ารถไปทำงาน ถ้าคุณจะเช่าหอหรือเช่าคอนโดฯ อยู่ คุณต้องออกไปนอกเมือง ค่าหอ ค่าคอนโดฯ ก็อาจจะตกเดือนละประมาณ 4,000 บาท พอจะหาได้ แต่ถ้าคุณมาอยู่ในเมือง 8,000 ผมยังไม่รู้ว่าคุณจะอยู่ได้หรือเปล่า คุณอาจจะเช่าสัก 10,000 แล้วคุณต้องอยู่กับเพื่อนอีกคนเพื่อเฉลี่ยกัน

เอาล่ะ ตีเสียว่าเดือนหนึ่งลูกคุณใช้ 5,000 บาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่ากิน ตีสักวันละ 200 บาท เฉลี่ยกัน ตีอีก 5,000 เป็น 10,000 ก็ยังเหลืออีก 5,000 นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องอื่นนะ ยังไม่พูดถึงการเที่ยว การจะไปดูหนังวันหยุด การซื้อเสื้อผ้านะ เหลืออีก 5,000 บาท 5,000 นี้ถ้าหักค่า BTS ค่ารถไฟใต้ดิน หักไปหักมาเดือนหนึ่งต้องมี 3,000-4,000 บาท เป็นค่ารถ ยังไม่นับค่าอินเทอร์เน็ต ค่าไวไฟ ที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทโทรคมนาคมเพื่อให้ลูกชายคุณเล่น LINE บ้าง ให้ส่งสติกเกอร์ ยังไม่ได้นับถึงค่าที่ต้องซื้อสติกเกอร์อีก 15,000 บาท จะเหลือสักเท่าไร ผมว่าถ้ามันเหลือ 1,000-2,000 บาทต่อเดือน มันเก่งตายแล้ว แล้วผมถามว่าอีกกี่ชาติมันถึงจะมีบ้านอยู่ได้ อีกกี่ชาติ ผมถามหน่อยซิ นี่คือภาวการณ์ของคนที่อยู่ระดับล่างลงมา แต่ในขณะเดียวกัน คนที่อยู่ในระดับบน วันดีคืนดีเตี่ยก็ไปซื้อที่ผืนหนึ่ง ประมูลได้มาแสนกว่าล้าน แบงก์ก็ให้กู้อีกประมาณ 3 แสนล้าน ทรัพย์สินไปๆ มาๆ กลายเป็นผู้ที่ติดอันดับรวย อันดับที่เท่าไรก็ไม่รู้ของกรุงเทพมหานครหรือของประเทศไทย ชีวิตคนมันช่างต่างกันเหลือเกิน ผ่านไปอีก 5 ปี ลูกคน 15,000 ก็อาจจะได้เงินเดือนสักประมาณ 20,000 หรือ 25,000 ชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง อาจจะกัดฟันไปผ่อนรถสักคันหนึ่ง มันก็เป็นรถอีโคคาร์ อีโคคาร์นี่ผมก็คิดว่าตกประมาณ 5-6 แสนบาท ก็ต้องผ่อนรถอีก ฉะนั้นเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมา มันก็พอเพียงกับการที่ต้องมีปัจจัยสี่ในการใช้ แต่ในขณะเดียวกัน ลูกคนรวย เตี่ยก็รวยขึ้นๆ ไอ้หมอนี่วันดีคืนดีก็สั่งแลมบอร์กินีเข้ามา คันละ 18 ล้าน วันดีคืนดีมันก็ไปกินอาหารมื้อละประมาณ 2-3 พัน หรือ 1 หมื่น วันดีคืนดีมันก็บินไปเที่ยวที่โน่น บินไปเที่ยวที่นี่ ไปถ่ายรูปลงอินสตาแกรมว่าไปเที่ยวกับดารามีชื่อมีเสียง ที่ฝรั่งเศสบ้าง ที่โน่นที่นี่บ้าง เป็นไฮโซบ้าง มีการเอาเงินมาลงทุนเปิดร้านอาหาร คือพูดง่ายๆ ว่ามีเงินเหลือมีเงินใช้ นี่คือความรู้สึกของคน ท่านผู้ชมครับ ระหว่างคนในสังคมที่มันรวย รวยขึ้นๆ และคนในสังคมที่มันจนลงๆๆ นี่คือความรู้สึกจริงๆ เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือปัญหาที่ไม่ใช่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างเดียว เกิดขึ้นกับทั่วโลก

GSP ขนมล่อของสหรัฐฯ ดึงประเทศเล็กเป็นพวก

เรื่องที่สาม ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมคงอยากจะรู้เหมือนกัน คือเรื่อง GSP

GSP มันมีที่มาที่ไป GSP มันเกิดขึ้นโดยสหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนด อะไรบ้างที่เป็น GSP ก็คือในปี ค.ศ. 1969 อเมริกามีแนวนโยบายที่จะให้ GSP กับประเทศต่างๆ โดยเงื่อนไขหลักๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า ประเทศนั้นรายได้ต่อหัว รายได้ประชาชาติ หรือที่เขาเรียกว่า GDP จะต้องไม่ถึง 12,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 360,000 บาท ก็คือว่า รายได้ต่อเดือนต้องต่ำกว่า 30,000 บาท เผอิญเมืองไทยและหลายประเทศที่ได้ GSP นั้น รายได้ตกประมาณ 6,000 กว่าเหรียญต่อปี ก็คือว่าเดือนละ 10,000 กว่าบาทเอง เพราะฉะนั้นแล้วประเทศไทยก็เลยมีสิทธิที่จะได้ GSP ส่วนชาติต่างๆ ที่มาก็มีสิทธิจะได้ GSP ถ้าเข้าไปในเงื่อนไขนี้ เงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขแรก เงื่อนไขกติกาอีกข้อหนึ่งต่อมาก็คือว่า นอกจากนี้แล้ว คุณยังจะต้องเป็นประเทศที่ต่อต้านผู้ก่อการร้ายสากล คุณจะต้องเป็นประเทศที่มีความมั่นคง เสถียรภาพในเรื่องของแรงงาน โน่นนี่นั่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มันมาเป็นเรื่องใหญ่เพราะทำไม เพราะว่า GSP ถูกตั้งขึ้นมาโดยสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1969 เพื่อที่จะใช้สิทธิในการได้ลดภาษี มาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง

ท่านผู้ชมครับ GSP ไม่ได้ตั้งขึ้นเพราะความใจดีของอเมริกา GSP ตั้งขึ้นเพราะอเมริกาต้องการใช้ประโยชน์จาก GSP ตรงนี้มาบีบประเทศต่างๆ ให้เล่นเกมที่ตัวเองต้องการที่จะเล่น ท่านผู้ชมอย่าลืมว่าปี ค.ศ. 1969 นั้น เป็นช่วงของการที่ค่ายๆ ต่าง ประเทศต่างๆ แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นเหล่า อย่างชัดเจน ทางตะวันตกก็มีประเทศอเมริกาเป็นพี่เบิ้ม ประเทศอเมริกาก็เลยต้องยื่นขนมล่อให้ประเทศต่างๆ เข้ามาอยู่ในแคมป์ของตัวเอง GSP ก็เลยเป็นหนึ่งกรณีของการที่ยื่นเข้าไปเพื่อล่อให้ประเทศต่างๆ พวกนี้เข้าเป็นพวกอเมริกา อีกฝั่งหนึ่งก็จะเป็นจีน อีกฝั่งหนึ่งก็จะเป็นรัสเซีย หรือที่เขาเรียกกันว่า ประเทศหลังม่านเหล็ก ในรัสเซีย ในจีนนั้น เนื่องจากว่าจีน ไม้ไผ่แสดงถึงความเป็นตะวันออก เขาก็เลยเรียกว่า ประเทศหลังม่านไม้ไผ่ เพราะฉะนั้น GSP ตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ทางการเมืองแท้ๆ โดยเอาเศรษฐกิจเป็นตัวนำ แล้วใช้เศรษฐกิจมาบีบทางการเมือง ให้ทางการเมืองนั้นเป็นไปตามสิ่งที่อเมริกาต้องการ เพราะฉะนั้นแล้วถ้านักวิชาการทั้งหลายหรือท่านนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย ถ้าท่านดู GSP ในมุมเศรษฐกิจอย่างเดียว ท่านมองผิด ท่านต้องมองในทางการเมือง

ถามว่าประเทศจีนใช้เศรษฐกิจนำการเมืองไหม ใช้ ไม่ใช่ไม่ใช้ ใช้อย่างไร ท่านผู้ชมจำได้ไหมว่ามีอยู่ยุคหนึ่ง ไม่กี่ปีมานี้เอง ประเทศจีนโกรธเกาหลีใต้มาก โกรธตรงไหน เพราะเกาหลีใต้ตอนนั้นกำลังฮึ่มๆ กับเกาหลีเหนือ อเมริกาเลยถือโอกาสบอกว่าจะเอาขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธไปตั้งอยู่ที่เกาหลีใต้ เพื่อประจันหน้ากับเกาหลีเหนือ และขีปนาวุธนั้นเขาเรียกว่า THAAD ตรงนั้นจีนโกรธมาก บอกว่าการที่อเมริกาไปตั้งในเกาหลีใต้ และการที่เกาหลีใต้ยอมให้อเมริกาตั้ง แสดงว่าเกาหลีใต้เป็นศัตรูกับจีน เพราะจริงๆ แล้ว THAAD นั้น จีนมองว่าไม่ได้จ้องไปที่เกาหลีเหนือ แต่พ้นเกาหลีเหนือไปก็จะเป็นประเทศจีน จีนบอก นี่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของจีน เกาหลีใต้ก็แก้ตัวโน่นนี่นั่น ปรากฏว่าจีนไม่ฟังเสียง จีนสั่งให้คนจีนไม่ให้ไปเที่ยวเกาหลีเหนือ กรุ๊ปทัวร์ไม่มีใครไปเกาหลีใต้เลยแม้แต่กรุ๊ปเดียว แล้วก็สร้างปัญหาให้คนที่ต้องการไปเที่ยวเกาหลีใต้ ปริมาณนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ลดลงอย่างมหาศาล ที่ร้ายกว่านั้น ท่านผู้ชมที่เคยไปเกาหลีคงจะจำได้ว่า บริษัท ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีคือ LOTTE จีนสั่งปิด LOTTE เลยนะ คนจีนเข้าไปบอยคอตต์สินค้าร้าน LOTTE จนกระทั่ง LOTTE ต้องถอนตัวออกไปจากจีน ถามว่านี่เป็นการใช้เศรษฐกิจเพื่อมาบีบทางการเมืองไหม ใช่ แต่เขามาใช้เพราะว่าจีนมองว่าอเมริกากับเกาหลีใต้จับมือกัน แล้วเป็นภัยต่อความมั่นคงของจีน จีนถึงไม่ยอม นี่คือความมั่นคงของชาติ

แต่อเมริกาใช้หลัก GSP กับไทยตรงไหนรู้ไหม ตรงที่อเมริกายอมรับคำสั่งจากบริษัทใหญ่ๆ ของอเมริกาที่มีล็อบบี้ยิสต์ ล็อบบี้ยิสต์คือนักล็อบบี้ซึ่งได้เงินเดือนประจำ แล้วก็วิ่งล็อบบี้ให้คองเกรส วิ่งล็อบบี้ให้วุฒิสมาชิก วิ่งล็อบบี้ให้รองประธานาธิบดี วิ่งล็อบบี้ให้ประธานาธิบดี ให้เห็นด้วยกับนโยบายของพวกเขา แล้วพอถึงสิ้นปี ถึงวาระการเลือกตั้งที พวกนี้ก็จัดเงินสนับสนุนการเลือกตั้ง อย่างเช่น บริษัท ดาว เคมิคัล หรือไบเออร์ มอนซานโต พวกนี้ที่มีเรื่องมีราวกับเรื่องสารพิษเรา ก็จะมีล็อบบี้ยิสต์ แล้วพอมีการเลือกตั้งก็จะเอาเงินให้รีพับลิกันเท่านี้ ให้เดโมแครตเท่านี้ เพราะฉะนั้นคนพวกนี้เป็นหนี้เป็นสินทางน้ำใจกัน ส.ส.รีพับลิกันบางคน หรือ ส.ส.เดโมแครตบางคน ก็จะถูกพวกนี้ดูแลเป็นพิเศษ อย่างเช่นลูกเมียจะไปเที่ยวฮาวาย พวกนี้ก็จัดแพกเกจทัวร์ให้ไป แล้วบางครั้งถ้าใหญ่พอ ก็จะมีเครื่องบินส่วนตัวส่งไป ค่าใช้จ่ายบาทเดียวก็ไม่ต้องเสีย เพราะฉะนั้นแล้ว ลักษณะล็อบบี้ยิสต์เป็นเรื่องที่สำคัญมากในอเมริกา เพราะฉะนั้นอเมริกาเอาเศรษฐกิจมาบีบทางการเมือง เพื่ออะไรรู้ไหม เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท มันต่างกับจีน จีนเอาเศรษฐกิจมาบีบเพื่อผลประโยชน์ความมั่นคงของชาติเขา เพราะเขาโกรธที่เกาหลีใต้ไปเล่นร่วมกับอเมริกา นี่คือข้อแตกต่างกัน

ท่านผู้ชมรู้ไหม GSP ครั้งนี้มีเบื้องหลัง แม้กระทั่งคนอเมริกันเอง ท่านผู้ชมบางท่านอาจจะไม่รู้จัก ชื่อพอล ครุกแมน (Paul Krugman) เป็นอาจารย์สอนคณะเศรษฐศาสตร์ แล้วเคยได้รับรางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2511 พอล ครุกแมน เขาทวีตผ่านทวิตเตอร์ของเขาเรื่องการที่อเมริกาตัด GSP ไทย เขาบอกว่า ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะตัดโดยที่ไม่มีเบื้องหลัง แล้วผมไม่เคยคิดเลยว่าอเมริกา หรือประธานาธิบดีทรัมป์ จะมีความสนใจในเรื่องแรงงาน คือข้ออ้างของทรัมป์เขาบอกว่า เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้ดูแรงงานในสถานภาพที่อยู่ในมาตรฐานสากล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานต่างด้าวด้วย พอล ครุกแมน เขาบอกเขาไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่สะท้อนออกมาแล้วเปลือยกายอเมริกาอย่างล่อนจ้อน ก็คือว่า บริษัทต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังสารพิษ 3 ตัว อยู่เบื้องหลัง แล้วก็ยังมีต่อไป อเมริกาก็จะบีบให้ประเทศไทยนำเข้าหมูเนื้อแดง ซึ่งกรมปศุสัตว์สั่งยุตินำเข้าหมูเนื้อแดงตั้งแต่ประมาณ 10-20 ปีที่แล้ว เพราะกรมปศุสัตว์พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าหมูเนื้อแดงมันมีสารที่จะก่อให้เกิดมะเร็ง และจะทำให้คนเรานอนไม่หลับและเป็นโรคหัวใจขึ้นมาได้ ก็เลยสั่งห้ามนำเข้า และที่สำคัญที่สุด ท่านผู้ชมครับ ประเทศไทยตอนนี้คุณภาพหมูก็ดี และผลิตหมูมาเยอะ มีพอเพียงใช้ ทำไมเราจะต้องสั่งหมูเนื้อแดงเข้ามา

บารัก โอบามา เคยพยายามบังคับให้ประเทศไทยนำเข้าหมูเนื้อแดง ประเทศไทยก็ยืนหยัดไม่ถอย เพราะกรมปศุสัตว์ของประเทศไทย ซึ่งน่าสนใจมาก ขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรฯ คำนึงถึงสุขภาพของประชาชน แต่กรมวิชาการเกษตร ซึ่งอยู่กับกระทรวงเกษตรฯ มันไม่คำนึงถึงความเป็นความตายของประชาชนเลย 2 กรม 2 นาคร ความคิดคนละทางกัน ความคิดของทางกรมปศุสัตว์ เป็นห่วงชีวิตของประชาชน ความคิดของกรมวิชาการเกษตร ไม่สนใจ ยอมตกเป็นทาสฝรั่ง เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมอย่าลืมนะ อีกสักพักหนึ่งอเมริกาก็จะเริ่มเอาปัญหาเรื่องการนำเข้าหมูเนื้อแดง ผมถามว่าประเทศไทยจะตั้งรับอย่างไร ประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวให้ดี และท่านผู้ชมรู้ไหม ผมไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ แต่ผมจำเป็นต้องพูด

เมื่อประมาณสัก 3-4 ปีที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านกำลังจะไปที่อเมริกา ไปทำเนียบขาว มีโอกาสที่จะเข้าไปพบประธานาธิบดีทรัมป์ ท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านมีความต้องการมาก ท่านต้องการที่จะให้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำทางโลกตะวันตก ซึ่งท่านมองว่าเป็นอเมริกา ท่านต้องการที่จะเข้าไปและมีการต้อนรับ ก็แสดงว่าอเมริกาไม่ได้ขัดข้องที่ประเทศไทยเรามีเผด็จการทางทหาร แต่ว่าท่านนายกฯ ต้องเสียค่าต๋งให้ไอ้กัน ไอ้กันมันทำประตูไว้เรียบร้อยแล้ว ขายตั๋ว ถ้าจะเข้าต้องจ่ายเงินตรงนี้ ค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายไปคืออะไร เพราะยุคนั้น กสทช. และกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาที่จะเก็บภาษีพวก Google , Facebook , LINE เหตุผลก็เพราะว่าพวกนี้มันทำมาค้าขาย ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าปีที่แล้ว ของ Google ของ Facebook รายได้จากการโฆษณาตกประมาณ 4-5 พันล้านบาท แต่เสียภาษีไม่ถึง 10 ล้านบาท พวกนี้ไม่ยอมเสียภาษีเลยแม้แต่นิดเดียว กสทช. กระทรวงการคลัง กำลังคิดที่จะทำ จะพิจารณาเรื่องนี้ ก็ปรากฏว่าล็อบบี้ยิสต์ของ Google และของ Facebook มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ที่มาเที่ยวอ้างว่าตัวเองต้องการเปิดเสรี ให้คนติดต่อกับคนได้ นี่คือตัวร้ายที่สุด จิตใจมันชั่วร้ายมาก หน้ากากมันเป็นคนที่เปิดเสรี ให้มีอิสระเสรีภาพในเฟซบุ๊ก ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้ แต่พอเขาจะเก็บภาษี มันไปบอกเลย เนื่องจากว่ามันเป็นคนสนับสนุนพรรครีพับลิกันด้วย ไปบอกท่านนายกฯ ว่า ถ้าเอาเรื่องนี้ ถ้าเมืองไทยยังพิจารณาเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มของ Google ของ Facebook แน่นอนล็อบบี้ยิสต์ของ Google ก็ไปช่วยด้วย ท่านนายกฯ จะไม่ได้พบทรัมป์ ตอนนั้นท่านนายกฯ อยากจะไปเจอทรัมป์มาก เพราะอย่างน้อยเป็นการสนับสนุนสถานภาพของท่าน ว่าแม้กระทั่งประเทศประชาธิปไตยตะวันตกก็ยังสนับสนุนอยู่ ปรากฏว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ ท่านผู้ชมไปเช็กได้เลย กสทช. และกระทรวงการคลัง ไม่ได้พิจารณาเรื่องภาษีนี้อีกต่อไป

ครั้งที่สอง ครั้งที่สองที่ท่านนายกฯ ไปเจอทรัมป์ครั้งสุดท้ายที่ท่านไปอเมริกาคราวนี้ ท่านก็เสียค่าต๋งอีก ค่าต๋งคืออะไร คือการสั่งซื้ออาวุธ ไอ้กันมันถือโอกาสขายอาวุธให้ท่านเลย ท่านเป็นคนขี้เกรงใจ ติดนิสัยคนไทย เมื่อมันให้พบแล้ว มันก็ชมเชยว่าตอนนี้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแล้วนะ โน่นนี่นั่น ท่านก็แฮปปี้ มันก็เลยถือโอกาสเอาแพกเกจมาขายอาวุธ ก็เลยทำให้ไทยต้องซื้ออาวุธไป 3-4 รอบ รอบสุดท้ายจ่ายไปอีกหมื่นกว่าล้าน พนันกับผมไหม อีกไม่นาน ถ้าจะต้องไปพึ่งพาอาศัยการโฆษณาชวนเชื่อของไอ้กันเพื่อสนับสนุนสถานภาพของตัวเอง งวดนี้มันคงจะขายอาวุธให้อีกประมาณ 2 หมื่นล้าน คอยดูสิ ไม่ผิด มันขายมาแล้ว 3-4 รอบ เพราะว่ามันรู้จุดอ่อนของเรามันรู้ว่าจุดที่เซนซิทีฟของเรามากที่สุดก็คือเราไม่ใช่เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย มันก็ใช้ตัวนี้ว่า มันจะจับมือให้ มันจะเลี้ยงน้ำชาให้ มีแค่นี้ เพื่อให้กระแสออกไปเพื่อจะ cheer up ว่ารัฐบาลไทย แม้กระทั่งอเมริกันก็ยังยอมรับรัฐบาลไทยในขณะนี้ แต่คุณต้องเสียค่าต๋งนะ ฉันใดฉันนั้น เหมือนกัน วันนี้พิสูจน์ชัดว่าเรื่องสารพิษจริงๆ มันลึกซึ้งกว่านั้น เรื่องสารพิษนั้นมันมาจากบริษัทไกลโฟเซต ยาที่ไอ้กันมันต้องการให้ไม่ให้แบน คือไกลโฟเซต เพราะไกลโฟเซตนั้นเป็นของมอนซานโต และบริษัท มอนซานโต คือบริษัทที่ผลิตพืช GMO พืชที่ตัดแต่งพันธุกรรม ที่ผมเรียกว่าพืชผีดิบ แปลว่าอะไร แปลว่าถ้าพืชผีดิบที่เข้ามาในประเทศไทยได้ เมืองไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะเพาะพันธุ์พืชได้ เพราะถ้าคุณซื้อเมล็ดพันธุ์เข้ามาปั๊บ คุณปลูกมะละกอ ถ้าคุณจะปลูกมะละกอต่อคุณต้องซื้อเมล็ดพันธุ์มันมาปลูก คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะเพาะ เอาหน่อมะละกอหรือหน่อโน่นหน่อนี่มาเพาะแล้วปลูกขึ้นมา เท่ากับว่ามันฆ่ารากเหง้าทางการเกษตรของเราให้ฉิบหายไปตลอดเวลา

ท่านผู้ชมครับ ใน 100 บาท ต้นทุนสารเคมีเกษตรกรคือ 5 บาท ต้นทุนที่จะซื้อเมล็ดพันธุ์พืชจากมันประมาณ 10-15 บาท เพราะฉะนั้นแล้วใน 100 บาทของต้นทุน 15 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับมัน แล้วมันผูกขาด อีกหน่อยประเทศไทยถ้าไปใช้พืช GMO ซึ่งมอนซานโตเป็นเจ้าของ และมอนซานโต กับไบเออร์ ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกัน มันก็เป็นเจ้าของสารพิษไกลโฟเซต เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่าไอ้พวกนี้มันชั่วช้า มันชั่วชาติมาก มันเลวจนผมไม่รู้จะสรรหาคำอะไรที่มาด่าว่ามันเอง เพราะมันบูชาเงินเป็นพระเจ้า แต่ที่เลวกว่ามัน ไอ้พวกนี้คือปิศาจร้าย ที่มันไม่สนใจว่าชาติบ้านเมืองที่มันเอาของชั่วๆ มาขาย ท่านผู้ชมครับ GMO ที่ยุโรปไม่ให้เข้า ถ้าจะเข้าต้องมีฉลากติดเลยนะว่าสินค้าชนิดนี้ผลิตมาจากพันธุ์พืช GMO คนอเมริกันมันอิทธิพลสูงขนาดไหน คนอเมริกันมันต่อสู้ว่าพวกสินค้าผักผลไม้หรืออะไรที่ทำมาจากพืชที่มาจาก GMO แค่ขอให้ติดฉลากว่ามาจาก GMO มันยังไม่ยอมติดเลย อิทธิพลมันมากขนาดไหน เพราะฉะนั้นพวกนี้คือปิศาจร้าย ปิศาจวัว ปิศาจม้า ปิศาจชั่วร้าย ที่ร้ายกาจคือมันเข้าประเทศไทยได้อย่างไร เพราะประเทศไทยดันมีพ่อมดหมอผีที่อยู่ในคราบร่างของนักวิชาการ คราบร่างของข้าราชการที่เกี่ยวพันกับเรื่องพวกนี้ เป็นพ่อมดหมอผีที่นำพวกมันเข้ามา

ท่านผู้ชมครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทรงใช้ชีวิตของพระองค์ท่านทั้งชีวิตต่อสู้ให้คนจน สู้ให้เกษตรกร และพระองค์ท่านได้สร้างเกษตรยั่งยืนขึ้นมาตลอดชีวิต พระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน พระองค์ท่านเดินทางไปทำฝายน้ำ ไปแนะนำการปลูกพืช และพระองค์ท่านเป็นผู้ที่เก็บเมล็ดพันธุ์ของพืชแทบจะทุกอย่างในประเทศไทย อยู่ในสตอก ซึ่งผมไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนตอนนี้ แต่พระองค์ท่านมีตรงนี้อยู่ เพราะพระองค์ท่านมองการณ์ไกลว่าในอนาคตนั้นเมล็ดพันธุ์พวกนี้ก็สามารถจะเอาไปต่อยอดทำให้ประเทศไทยเป็นเกษตรกรที่ยั่งยืนได้

วันนี้ ท่านผู้ชมครับ ไอ้คนชั่วๆ ที่เป็นสายของบริษัทชั่วๆ ทางฝรั่ง ที่เอาเรื่องชั่วๆ เข้ามาทำในประเทศไทยเพียงเพื่อให้มันได้กำไรและเอาเงินเข้ากระเป๋ามัน ไอ้คนพวกนี้มันจะต่างอะไรกับไอ้คนที่ทรยศต่อชาติบ้านเมืองในยุคกรุงศรีอยุธยา แล้วไปเปิดประตูกรุงศรีอยุธยาให้พม่ามันบุกเข้ามาโจมตี มันจะต่างอะไรกับเป็นสายให้กับฝรั่งที่มาล่าอาณานิคมแล้วเข้าข้างฝรั่ง ไม่ต่างกันเลย กรอบเหมือนกัน เพียงแต่วิธีการต่างกันไป

ท่านผู้ชม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทำงานมาทั้งชีวิตเพื่อเกษตรกร เพื่อประชาชน แต่โดนไอ้คนชั่วๆ เพียงไม่กี่คน แล้ววันนี้เจ้ากระทรวงเกษตรฯ คุณจริงจังกับเกษตรยั่งยืนหรือเปล่า ไม่จริงจังหรอก ยังไปไหนไม่รอด ไม่มีเลย กระบวนการเกษตรอินทรีย์หายไปไหน ไม่มีการโปรโมต แต่ถ้าเป็นเกษตรซึ่งใช้สารเคมี มันสนับสนุนกันใหญ่ เพราะว่าฝรั่งพวกนี้เป็นพ่อมัน ยิ่งกว่าบิดาบังเกิดเกล้าอีก ท่านผู้ชมครับ อีกหน่อย ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาสู้ในเรื่องพวกนี้ ประเทศไทยจะไม่มีวันที่จะเป็นครัวโลกได้หรอก เป็นได้อย่างเดียวคือ สุสานโลก ไม่มีทาง เราฝันที่จะมีเกษตรยั่งยืน เราฝันที่จะมีครัวโลก ท่านรัฐมนตรีฯ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หรือรัฐบาลทุกรัฐบาล โม้มาตลอดว่าเมืองไทยต้องเป็นครัวโลก คุณจะเป็นครัวโลกได้อย่างไร ก็ในเมื่อคุณสมรู้ร่วมคิดกับพวกปิศาจที่เลวร้ายพวกนี้ แล้วมาทำลายรากเหง้า รากฐานทางการเกษตร

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้เรากำลังต่อสู้หลายๆ เรื่อง มันเป็นเรื่องกระแสเก่าเผชิญกระแสใหม่ เรากำลังเอาเกษตรยั่งยืนมาต่อสู้กับเกษตรสารเคมี ท่านผู้ชมหลับตาวาดภาพถ้าเราเป็นประเทศที่ไม่มีสารเคมี สินค้าทางเกษตรทุกสินค้าเป็นสินค้าออร์แกนิกหมด สินค้าเกษตรอินทรีย์หมด สุขภาพคนไทยจะดีขึ้น ลูกหลานของเราทั้งหลายที่เกิดมาแล้วมีความผิดปกติทางร่างกายเพราะผลจากพิษร้ายของสารพิษพวกนี้ก็จะหมดไป พ่อแม่ก็จะไม่มีลูกที่มีสมาธิสั้น พ่อแม่ก็จะมีลูกที่มีปัญหาเรื่องต่อมไทรอยด์น้อยลง พ่อแม่ของลูกก็จะมีลูกที่มีการพัฒนาทางสมองได้สมบูรณ์ตามปกติของเด็กทั่วๆ ไป แต่วันนี้ไม่ใช่ แล้วราคาเกษตรอินทรีย์ก็จะสูงขึ้น เกษตรกรก็จะได้รายได้มากขึ้น ประเทศก็จะมีรายได้มากขึ้น เพียงข้อเดียว เราก็สามารถจะเป็นครัวโลกได้ถ้าเรามีเกษตรที่ยั่งยืน ท่านผู้ชมเห็นด้วยไหมเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแล้วในขณะนี้เรากำลังเผชิญกับอำนาจบาตรใหญ่ และความเป็นอันธพาล ความเห็นแก่ได้ ของบริษัทต่างชาติ ด้วยความร่วมมือของข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ บางคนที่ชั่วร้าย ที่ถูกครอบงำโดยบริษัทต่างประเทศ และหาทุกวิถีทางตลอดจนใช้เจ้าพ่อปิศาจของมัน คือไอ้บ้าทรัมป์ ที่จะเอาเรื่อง GSP มาบีบประเทศไทย

ท่านผู้ชม วันนี้ผมต้องชาตินิยม ผมจะชาตินิยมกับพ่อแม่พี่น้องชาวเกษตรกร แต่ผมจะไม่ชาตินิยมว่าประเทศไทยดีกว่าชาติอื่น ไม่ใช่ แต่ผมจะชาตินิยมว่า อะไรที่เป็นภูมิปัญญาไทย รากเหง้าเก่า เราต้องเก็บเอาไว้ เราอย่าไปเชื่อฝรั่งให้มันมากนัก

ย้ำบทบาท“ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง”

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ก็พูดมาร่วมชั่วโมงแล้ว ตอนนี้สำคัญที่สุด ผมอยากจะเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง มีคนถามผม ว่าคุณสนธิทำไมไม่วิเคราะห์การเมือง ไม่ประณามเผด็จการทหาร คุณสนธิเปลี่ยนไปหรือเปล่า ท่านผู้ชมครับ ผมเริ่มต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และผมเป็นคนเดียวที่เอาความจริงมาเปิดเผยที่ช่อง 9 อสมท ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ พร้อมกับคุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ และผมทำไปด้วยไม่หวั่นเกรงภัยใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่คนทั่วไปในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นทหารใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ล้วนแล้วแต่หดหัวหดหาง ไม่กล้าออกมาสู้กับอิทธิพล กับรัฐบาลชุดทักษิณ ไม่ว่าใครก็ตาม ถอยหมด ผมลุกขึ้นมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย โดนฟ้องร้องไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยคดี ผมทำมาตั้งแต่ปี 2548 มาปีนี้ 14 ปีแล้ว ท่านผู้ชมครับ ชาติบ้านเมืองไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ประชาชนในหลายหมู่หลายเหล่าได้รับความเดือดร้อน คนที่ต่อสู้ในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณวิฑูรย์ จากไบโอไทย อาจารย์ปานเทพ หม่อมหลวงกร ที่ต่อสู้เรื่อง ปตท. เรื่องน้ำมันราคาแพง ถูกต่างชาติขูดรีด ประชาชนถูกกดขี่ข่มเหง คุณรสนา พวกนี้สู้แบบหัวชนฝา ไม่มีใครสนใจเขา สื่อมวลชนก็ไม่สนใจ นี่เรื่องสารพิษถ้าไม่ใช่เพราะสู้มาจนกระทั่งในที่สุดแล้วรัฐบาลออกมายืนยันในการแบนสารพิษ สื่อมวลชนก็ไม่ลง แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยสนใจเลยว่าคนไทยตายเป็นพันคนเพราะไอ้สารพิษบ้านี้ ก็ไม่เคยสนใจลง แต่พอมีข่าวนี้ออกมาปั๊บ อ้าว ชนะแล้วนี่ ยืนข้างคนชนะดีกว่า ก็เลยมาช่วยถมหินลงบ่อกันเป็นการใหญ่

ผมเห็นใจคนพวกนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นคุณวิฑูรย์ คุณหมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ต่อสู้เรื่องสารพิษ ต่อสู้จนกระทั่งโดนการเมืองเข้ามาบีบ คนบางคนในโรงพยาบาลจุฬาฯ ถึงกับตั้งกรรมการสอบหมอธีระวัฒน์ โชคดีที่อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ลุกขึ้นมาแล้วระดมประชาชนเข้ามาปกป้องหมอธีระวัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาฯ ถึงถอยออกไป สื่อมวลชน นักรบคีย์บอร์ดทั้งหลาย มัวแต่หมกมุ่นในเรื่องที่ไร้สาระมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอ้หนุ่มหัวร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฆ่าคนตาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฆ่าหมกศพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชนแล้วหนี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่เรื่องที่มันกระทบคนเป็นจำนวนมาก กลับไม่สนใจ กลับไม่เสนอหน้ามา อะไรก็ตามที่เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาด ที่เกิดจากการกระทำของข้าราชการประจำ อย่างเช่นกรณีแบนสารพิษ ไม่สนใจอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งทุกวันนี้มีแค่สื่อมวลชนไม่กี่ฉบับที่สนใจตามเรื่องสารพิษ นอกนั้นเฉยๆ

ท่านผู้ชมครับ คนที่ต้องตายเพราะสารพิษก็ต้องตายต่อไป ลูกหลานคนไทยที่เกิดมาบกพร่องทางร่างกายและจิตใจ ก็เกิดมาโดยไม่มีใครสนใจเลย ท่านผู้ชมคิดว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาเป็นอย่างนี้ คนไข้มะเร็งวันนี้ที่รอตายอยู่ เพราะว่าไม่มีความหวัง ความหวังเขาคือกัญชาที่จะเอามารักษาเขา เขาหวังตรงนี้ คนไข้ทั้งหมด ญาติพี่น้องของเขาร่วม 2-3 ล้านคน เขาทุกข์ใจมาก แต่ว่าเรื่องปัญหากัญชาก็ถูกบล็อกโดยแพทย์แผนปัจจุบัน ถูกบล็อกโดยความคร่ำครึของคนที่มีอำนาจในแผ่นดิน ทั้งๆ ที่กัญชาเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้และมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ต่อรัชกาลที่ 5 มาถึงรัชกาลที่ 6 ท่านผู้ชมครับ เขารักษาคนเป็นโรคต่างๆ ด้วยกัญชา รวมทั้งโรคมะเร็งด้วย มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แล้ว จนกระทั่งมีสูตรการรักษาตั้ง 300-400 สูตร แต่เราไม่ใส่ใจเลยเพราะเราไปเชื่อฝรั่ง เราไปเชื่อแพทย์แผนปัจจุบัน เราเชื่อบริษัทยา พอบริษัทยาเขาบอกว่าน้ำมันกัญชามาหยอดใต้ลิ้น 1 หยด แล้วก็หลับสบาย ถ้าสมมุติว่าตรงนี้เขาเอามาใช้จริงๆ ซึ่งเขาใช้กันอยู่แล้วทั่วโลก ท่านผู้ชมครับ บริษัทยาที่ขายยานอนหลับจะสูญเสียไปอีกเท่าไร ไมเกรน คนที่เป็นไมเกรน ที่แคนาดาเขาพิสูจน์มาแล้วว่าเอาบุหรี่กัญชาสูบเข้าไปเลยเวลาปวดไมเกรน มันก็จะทำให้ไมเกรนหายไป ยาแก้ปวดไมเกรนจะหายไปจากท้องตลาดเท่าไร นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ เรากำลังทำร้ายประชาชนคนไทย

พวกเราเห็นความตายของคนไทยเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วหรืออย่างไร พวกเราไม่มีมนุษยธรรมกันเลยหรืออย่างไร คนเราถ้าเขายังมีความหวังก็จะทำให้เขารอดตาย พ่อแม่พี่น้องของคนที่เป็นไข้ เขาทุกข์มาก เขาก็อยากจะรักษาความหวัง ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมที่มีญาติพี่น้องเป็นมะเร็ง ถามหมอดูสิ ถามหมออย่างเปิดใจเลยว่า ถามจริงๆ เถอะการรักษาคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งนั้น ถูกหรือไม่ถูก ว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ตาย ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ รอด ก็ในเมื่อคุณรู้ว่ารักษาด้วยคีโมมันตาย แล้วคุณก็สงสัย ทำไมคุณไม่ตั้งข้อสงสัยว่ากัญชามันรักษาได้หรือเปล่า ทำไมคุณไม่มานั่งเปิดอกเปิดใจของคุณ แทนที่เราและกลุ่มคนที่ต่อต้านกัญชาอยู่ ไม่ลืมหูลืมตา รวมทั้งแพทย์ต่างๆ ที่ต่อต้าน แล้วใช้ระเบียบวัฒนธรรมของราชการมาปิดกั้นการศึกษาเรื่องนี้ ทำให้ไม่ได้รับความสนใจในการหาความจริงและดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่จะสามารถรักษาได้ด้วยกัญชา

กัญชาก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง สารพิษก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง เป็นผลประโยชน์ต่างประเทศหมดเลย กัญชาเป็นผลประโยชน์ของบริษัทที่ผลิตยา สารพิษก็เป็นผลประโยชน์ของบริษัทผลิตสารเคมี แล้วเมืองไทยจะอยู่กันอย่างไร ท่านผู้ชมเข้าใจไหม เพราะฉะนั้นเลยผมก็เลยมองว่าชีวิตผมตอนนี้ไม่ได้สนใจเรื่องการเมือง เพราะอะไร เพราะผมขี้เกียจหัวชนฝา และผมขี้เกียจผิดหวังอีก ผิดหวังตรงไหน มีการเปลี่ยนมือนักการเมือง เปลี่ยนมือผู้มีอำนาจมา ทุกยุคทุกสมัย แต่ว่าพฤติกรรม ประเพณีไม่เคยเปลี่ยนเลยแม้แต่นิดเดียว โครงสร้างกลับไปเหมือนเดิม ผมกลับมีความคิดว่า อายุผมมากแล้ว ใครจะไปต่อสู้ จะไปด่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปด่า พล.อ.ประวิตร เป็นเผด็จการ เชิญตามสบาย แต่ไม่มีใครสนใจ คนโดนสารพิษตายเป็นพันๆ คน คนป่วยเป็นโรคมะเร็งตาย รวมทั้งญาติพี่น้องเขาเป็นล้านๆ คน ไม่มีใครสนใจพวกเขาเลย หมอธีระวัฒน์ อาจารย์ปานเทพ คุณวิฑูรย์ ก็ทำได้ระดับหนึ่ง ผมเลยต้องทุ่มเทตัวผมเอง เอาปัญญาอธิบายเรื่องราว และนั่นคือที่มาของ "ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง" เพราะถ้าผมอธิบายเรื่องราวให้ได้ และท่านผู้ชมรู้ไหมว่า เดือนตุลาคมทั้งเดือน คนที่เข้าเฟซบุ๊ก "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ท่านผู้ชมทายสิกี่คน 6 ล้านกว่าคน ถ้าคน 6 ล้านกว่าคนฟังผม แล้วเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด และเห็นด้วย แชร์เรื่องของผมออกไปเลย แชร์เลย 6 ล้านกว่าแชร์ แชร์เป็นแสนๆ เป็นล้านๆ ไป คนที่รับรู้เรื่องนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่านผู้ชมอย่าทำเป็นเล่นไปนะ นี่คือการปลุกระดมประชาชนทางปัญญา โดยผ่านทางโซเชียลมีเดีย ผมไม่ได้เป็นเท้าแชร์ ผมขายปัญญาของผม และปัญญาของผมพิสูจน์ได้ว่าถูกหรือผิด และท่านผู้ชมรู้หรือเปล่านี่ยิ่งกว่าการชุมชนบนถนน ยิ่งกว่าการชุมนุมที่สนามหลวง ยิ่งกว่าการเดินขบวน เพราะว่าเมื่อคนเป็นล้านๆ คนมีปัญญามากขึ้น ความกดดันตรงนี้ที่กลับไปที่รัฐบาล ความกดดันตรงนี้ ผมไม่แคร์ว่าจะเป็นรัฐบาลทหารเผด็จการ รัฐบาลประชาธิปไตย รัฐบาลที่พรรคอนาคตใหม่เป็นนายกฯ หรือรัฐบาลที่พรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ แต่ว่าถ้าประชาชนเป็นล้านๆ คนเห็นว่าปัญหานี้รัฐบาลแก้ไม่ถูก ปัญหานี้ที่ประชาชนที่เดือดร้อนต้องได้รับการดูแล ตรงนี้ก็จะมีการกระโดดเข้ามาแก้ปัญหา เหมือนกับที่ชิลี หรือเลบานอน ที่คนมาประท้วงเรื่องการขึ้นค่ารถไฟใต้ดิน ขึ้นราคาน้ำมัน เก็บภาษี 20 เปอร์เซ็นต์ ของ WhatsApp แต่เขาประท้วงก็ต้องมีคนตาย รัฐจับกุมคน 2-3 พันเข้าไป แต่ในที่สุดรัฐก็ต้องถอย แต่ถ้าความกดดันของเรามาทางโซเชียลมีเดีย และกดดันไปตลอด ต้องรู้สึกกัน และเมืองไทยก็จะเปลี่ยนแปลง เมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยการที่คนไทยมีปัญญามากขึ้นๆ ตลอดเวลา เพราะปัญญาเท่านั้น ปัญญาเป็นธรรมชั้นสูง ปัญญาเท่านั้นจะทำให้คนรู้ทันคน และปัญญาเท่านั้นที่จะหาทางออกให้คนเราได้

และนี่คือบทบาทของผมในชีวิตที่เหลือของผม ผมจะทำทางด้านนี้ตลอดไป เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ที่รัฐไม่ใส่ใจ หรือใส่ใจแบบขอไปที หรือสร้างภาพ และยังมีคนเดือดร้อนอยู่ และยังมีคนอีกมากที่ยังไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริงเป็นอย่างไร ผมมีหน้าที่เอาเรื่องราวที่แท้จริงออกมา ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหม หน้าที่ผม สิ่งที่ผมจะทำต่อไปในชีวิต ผมไม่สนใจหรอก ผมจะไปสู้ทำไม สู้ไปแล้วมันก็คือสมบัติผลัดกันชม เปลี่ยนมือรัฐบาลจะเป็นพวกพรรคไหนก็ตาม ทหารไป หรือทหารมา ไม่สำคัญ ผมขอให้ประชาชนที่เดือดร้อน และผมได้ทำอะไรให้กับประชาชนที่เขาเดือดร้อน ชีวิตผมมีความสุข และผมก็จะตายอย่างมีความสุข วันนี้ค่อนข้างยาวหน่อยนะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านผู้ชม แล้วเราค่อยพบกันใหม่อาทิตย์หน้า สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...