“ปิยสวัสดิ์” ถอนฟ้อง “ปานเทพ” ฐานหมิ่นประมาท กรณีนำเสนอบทความเปิดโปงด้านพลังงานในเว็บไซต์ MGR Online เผย ฝ่ายจำเลยไม่ขอไกล่เกลี่ย พร้อมยืนยันทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน และขอซักค้านด้วยตนเอง จนล่าสุดฝ่ายโจทก์ขอถอนฟ้องเอง โดยไม่มีเงื่อนไข
วันนี้ (1 พ.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นขอถอนฟ้องคดีที่ นายปิยสวัสดิ์ เป็นโจทก์ยื่น นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ฐานหมิ่นประมาท 2 คดี กรณีเขียนบทความเกี่ยวกับพลังงานเผยแพร่ในเว็บไซต์ MGR Online เมื่อปี 2560 โดยศาลได้อนุญาตให้ถอนฟ้องทั้งสองคดีออกจากสารบบ
ทั้งนี้ นายปานเทพ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีดังกล่าวในเฟซบุ๊ก “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ดังนี้
ตามที่ นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ (โจทก์) ฟ้อง นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ (จำเลย) ในคดีหมิ่นประมาทกรณีที่ได้ “โพสต์ลิงก์” จากบทความของ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จากเว็บไซต์ของ MGR Online ในแฟนเพจเฟซบุ๊กของ “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” จำนวน 3 บทความ อันเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องรวม 2 คดีตั้งแต่ต้นปี 2560 นั้น
ต่อมาก่อนถึงนัดชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลอาญาได้นัดให้นายปิยสวัสดิ์ และ นายปานเทพ มาไกล่เกลี่ย 3 ครั้ง ปรากฏว่า นายปานเทพ (จำเลย) ขอไม่มาไกล่เกลี่ยทั้ง 3 ครั้ง เพราะนายปานเทพประสงค์จะขอซักค้านนายปิยสวัสดิ์ด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อถึงนัดชั้นไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรก ศาลฯ ได้ขอให้ไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งหนึ่ง โดยนายปิยสวัสดิ์มีเงื่อนไขว่า จะถอนฟ้อง แต่ขอให้นายปานเทพมีการลงคำชี้แจงของนายปิยสวัสดิ์ในเว็บไซต์ผู้จัดการ (MGR Online) และขอให้มีการลบ 3 บทความดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ผู้จัดการ (MGR Online) แต่นายปานเทพ ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เพราะนายปิยสวัสดิ์ฟ้องนายปานเทพเป็นการส่วนตัวคนเดียว โดยไม่ได้ฟ้องร้องเว็บไซต์ผู้จัดการ (MGR Online) อีกทั้งนายปานเทพไม่สามารถจะลบลิงก์บทความดังกล่าวได้ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างสุจริต และยืนยันจะขอซักค้านนายปิยสวัสดิ์เองในชั้นไต่สวนมูลฟ้องครั้งแรกนี้ด้วยตัวเอง
ในวันเดียวกันนั้นเอง ฝ่ายนายปิยสวัสดิ์ขอเปลี่ยนเงื่อนไขว่า ขอให้นายปานเทพนำข้อความและคำชี้แจงของนายปิยสวัสดิ์ลงในแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” โดยอ้างต่อศาลฯ ว่า ถ้านายปานเทพเป็นสื่อมวลชนมืออาชีพจริงต้องเปิดพื้นที่ให้ความเห็นที่แตกต่างได้ลงในแฟนเพจเฟซบุ๊กเดียวกันได้
นายปานเทพ แจ้งต่อศาลฯ ว่า ยินดีให้นายปิยสวัสดิ์ลงบทความได้ แต่เมื่อลงคำชี้แจงให้แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่า นายปานเทพ จำเป็นจะต้องเห็นด้วยกับคำชี้แจงเสมอไป โดยนายปานเทพขอสงวนสิทธิ์ที่จะลงโต้แย้งคำชี้แจงของนายปิยสวัสดิ์ในกระทู้เดียวกัน หากไม่เห็นด้วยกับคำชี้แจงของนายปิยสวัสดิ์ ศาลฯ เห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรและเป็นไปได้ จึงนัดให้นายปิยสวัสดิ์ทำชี้แจงส่งให้นายปานเทพพิจารณาและเลื่อนนัดไต่สวนออกไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน นายปิยสวัสดิ์ไม่ได้ส่งคำชี้แจงใดๆ กลับมา (หลังจากเลื่อนไปแล้วหลายครั้ง) ต่อมาทนายฝ่ายนายปิยสวัสดิ์ขอเปลี่ยนเงื่อนไขอีกครั้งหนึ่ง โดยให้นายปานเทพทำบันทึกข้อตกลงบางประการ เช่น ขอให้ลบลิงก์บทความดังกล่าว, รวมถึงต่อไปในภายภาคหน้าหากนายปานเทพจะเขียนข้อความพาดพิงนายปิยสวัสดิ์ จะต้องส่งให้นายปิยสวัสดิ์ดูก่อน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม นายปานเทพ ปฏิเสธที่จะทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นธรรมเพราะจะกระทบการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน จึงจำเป็นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องเลย
ต่อมาวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้ง ปรากฏว่า นายปิยสวัสดิ์ไม่มาตามที่ศาลฯ นัด (โดยอ้างว่าติดภารกิจต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ตกลงนัดหมายกับศาลฯ ล่วงหน้าแล้ว) และทนายฝ่ายนายปิยสวัสดิ์ได้ขอลดเงื่อนไขที่เคยขอศาลฯ ไว้เมื่อครั้งก่อนหน้านั้น ก่อนเริ่มการไต่สวนมูลฟ้องในวินาทีสุดท้าย โดยเงื่อนไขดังกล่าว คือ ขอให้นายปานเทพเพียงแค่ “ลบลิงก์” 3 บทความดังกล่าวเท่านั้นพอ โดยไม่ต้องลบบทความต้นฉบับและไม่ต้องทำบันทึกใดๆ ทั้งสิ้น แลกกับการถอนฟ้องของนายปิยสวัสดิ์ อย่างไรก็ตาม นายปานเทพ ปฏิเสธอีกเช่นเคย และยืนยันว่า ขอให้เริ่มมีการไต่สวนมูลฟ้องเลยเพื่อพิสูจน์ความจริง เพราะการเริ่มไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้ได้ล่าช้ามาเป็นเวลาเนิ่นนานมากแล้ว
ศาลอาญาจึงถามนายปานเทพ ว่า เหตุใดจึงไม่ลบแค่ลิงก์บทความดังกล่าว นายปานเทพ ตอบเหตุผลไปว่า เพราะบทความทั้ง 3 ชิ้นในคดีนี้ เป็นการทำหน้าที่สื่อมวลชนในการตั้งคำถามเพื่อสาธารณประโยชน์ในด้านพลังงาน และนายปานเทพไม่เคยแพ้คดี หรือมีประวัติด่างพร้อยหมิ่นประมาทใครในการทำอาชีพสื่อมวลชนกว่า 20 ปีที่ผ่านมา นายปานเทพ จึงได้ขอให้ศาลฯไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้เลยโดยจะขอซักค้านด้วยตัวเองเพื่อปกป้องวิชาชีพสื่อมวลชน แต่เมื่อศาลฯ เห็นว่า นายปิยสวัสดิ์ไม่มาศาลฯ ศาลฯ จึงนัดหมายขอให้นายปิยสวัสดิ์มาศาลอาญาด้วยตัวเองในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันครั้งสุดท้ายได้ก็ให้เริ่มไต่สวนมูลฟ้องเลย
เมื่อมาถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฯ นัดให้นายปิยสวัสดิ์มาที่ศาลฯ ด้วยตัวเอง ปรากฏว่า นายปิยสวัสดิ์ ไม่มาศาลฯ โดยส่งทนายความมารายงานต่อศาลฯ ว่า นายปิยสวัสดิ์มีความประสงค์จะถอนฟ้อง 2 คดีนี้ออกไปจากสารบบ โดยไม่มีเงื่อนไขให้ฝ่ายจำเลยต้องดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ศาลฯ จึงอนุญาตให้นายปิยสวัสดิ์ถอน 2 คดีนี้ออกไป โดยทั้งนี้ได้มีบันทึกประกอบการถอนฟ้องว่าทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจในคดีนี้อีกต่อไป
ในโอกาสที่ นายปิยสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีนี้เอง แต่กลับไม่มาศาลฯ เอง และสุดท้ายต้องถอนฟ้องไปเอง ซึ่งเป็นเหตุทำให้นายปานเทพไม่มีโอกาสที่จะซักค้านนายปิยสวัสดิ์ในศาลฯ เพื่อพิสูจน์ความจริงได้ จึงขอเชิญชวนท่านผู้อ่านได้พิจารณาอ่านและแชร์ 3 บทความด้านปิโตรเลียมและภาพประกอบบทความฉบับ “ปิยสวัสดิ์ถอนฟ้อง” ดังปรากฏบทความด้านล่างนี้
บันทึกลับ! ไพ่ฝากจากทักษิณในรัฐบาลทหาร (ตอนที่ 1): จากข้อสงสัยการประมูลและโอนปิโตรเลียมถึงสโมสรฟุตบอลอังกฤษ?
https://mgronline.com/daily/detail/9600000006760
บันทึกลับ! ไพ่ฝากทักษิณในรัฐบาลทหาร (ตอนที่ 2) : ปรองดองท่อน้ำเลี้ยง?
https://mgronline.com/daily/detail/9600000009114
บันทึกลับ! ไพ่ฝากจากทักษิณในรัฐบาลทหาร (ตอนที่ 3) : เปิดซุปเปอร์ดีล 3.5 แสนล้านบาท เข้ากระเป๋าใคร?
https://mgronline.com/daily/detail/9600000011659
“สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด ซึ่งคดีนี้เป็นคดีตัวอย่างที่อาจจะช่วยลบคำครหาจาก “ติ่งทุนพลังงาน” ว่า ข้อมูลและบทความของภาคประชาชนบิดเบือนไม่เป็นความจริงหรือไม่รู้จริง เพราะสุดท้ายเมื่อประชาชนคนหนึ่งพร้อมจะพิสูจน์ความจริงในบทความตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว และมีฝ่ายใดหรือไม่ ที่เป็นฝ่ายหนีการพิสูจน์ความจริง ???” นายปานเทพ ระบุ


