xs
sm
md
lg

ศาลปกครองสูงสุด สั่งงดบังคับคดีจ่ายค่าโง่คลองด่าน 4 พันกว่าล้าน รอพิจารณาคดีใหม่

เผยแพร่:

แฟ้มภาพ
ศาลปกครองสูงสุด ยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลางสั่งงดการบังคับคดีจ่ายค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน งวด 2,3 รอการพิจารณาคดีใหม่ ชี้หากที่สุดฝ่ายรัฐแพ้ซ้่ำก็ไม่ยากแก่การบังคับให้ต้องจ่ายค่าเสียหาย

วันนี้ (14 ก.ย.) ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางให้งดการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ให้รัฐต้องจ่ายค่าเสียหายในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านจำนวนตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการจำนวน 4,761,872,349.06 บาท และ 32,576,783.10 เหรียญสหรัฐ ไว้ในระหว่างที่ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่

ทั้งนี้คดีคำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่22 ก.ค. 59 กระทรวงคลังได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย รับคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ดังกล่าวไว้พิจารณา และมีคำสั่งเรียกให้บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด พร้อมพวกรวม 6 รายซึ่งเป็นผู้ที่รับจ้างออกแบบและร่วมก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ทำคำให้การแก้คำร้อง ขณะเดียวกัน กระทรวงคลังและ กรมควบคุมมลพิษ ก็ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่งงดการบังคับคดีหรือระงับการจ่ายค่าเสียหายงวดที่ 2 -3ไว้จนกว่าศาลจะพิจารณาคดีใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งศาลปกครองกลางก็ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. งดการบังคับคดีตามที่ทั้งสองหน่วยงานร้องขอ ทำให้ บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างและพวกยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด

สำหรับเหตุผลศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง ระบุว่า เมื่อศาลปกครองกลางเป็นศาลปกครองชั้นต้นที่ได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้ ศาลปกครองกลางจึงมีอำนาจพิจารณาคำของดการบังคับคดีของกระทรวงการคลัง ผู้ร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ และกรมควบคุมมลพิษ ผู้คัดค้านได้ ที่บริษัทวิจิตรภัณฑ์ฯและพวกอ้างว่าศาลปกครองชั้นต้นไม่อาจงดการบังคับคีดได้จึงไม่อาจรับฟังได้ ส่วนมีเหตอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งงดการบังคับคดีตามคำร้องกระทรวงการคลัง และกรมควบคุมมลพิษหรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีนี้ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ในระหว่างการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำสั่งรับคำขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามคำขอของกระทรวงการคลัง และกรมควบคุมมลพิษ และมีคำสั่งเรียกให้บริษัทวิจิตรภัณฑ์และพวกทำคำให้การแก้คำขอพิจารณาคดีใหม่แล้ว ฉะนั้นคดีจึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีใหม่ ซึ่งหากมีการบังคับดคีต่อไปแล้วและในชั้นสุดท้าย กระทรวงการคลังกับกรมควบคุมมลพิษเป็นฝ่ายชนะคดี การบังคับคดีก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป กรณีจึงมีเหตุผลสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้ก่อนได้ตามนัยมาตรา 75/1 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.จัดต้้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ประกอบมาตรา 292 วรรคหนึ่ง(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

สำหรับข้ออ้างของบริษัทวิจิตรภัณฑ์ฯกับพวกที่ว่า หากศาลปกครองสูงสุดเห็นควรงดการบังคับคดี บริษัทวิจิตรภัณฑ์ฯกับพวกขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้กระทรวงคลัง และกรมควบคุมมลพิษนำเงินงวดที่ 2 และงวดที่ 3 ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดมาวางต่อศาลเพื่อที่จะไม่เป็นการยากแก่การบังคับคดีในภายหลังได้นั้น เห็นว่า ทั้งกระทรวงคลังและกรมควบคุมมลพิษต่างก็เป็นหน่วยงานของรัฐมีความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติตามีคำพิพากษา ซึ่งจะไม่เป็นการยากแก่การบังคับคดีในภายหลัง กรณีจึงไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งให้กระทรวงคลังและกรมควบคุมมลพิษนำเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาชองศาลปกครองสูงสุดมาวางต่อศาลแต่อย่างใดดังนั้นการที่ศาลปครองกลางมีคำสั่งให้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดนั้นศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย

สำหรับค่าเสียหายคลองด่านที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อปีให้รัฐต้องจ่ายตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการนั้นรวมกว่า 9 พันล้าน โดยกรมควบคุมมลพิษได้มีการจ่ายงวดแรกไปแล้วโดยก่อนหน้านี้กรมควบคุมมลพิษได้มีการชำระเงินงวดแรกให้บริษัทไปเมื่อวันที่ 26 พ.ย.58 เป็นเงิน 3,174,581,566.04 บาท และ 21,713,855.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนงวดที่ 2 และงวดที่ 3 จำนวนงวดละ 2,380,936,174.53 บาท และ 16,288,391,55 เหรียญสหรัฐ รวม 4 พันกว่าล้านบาทไม่มีการจ่าย และถ้าเป็นไปตามคำสั่งก็จะต้องรอผลการพิจารณาคดีใหม่ที่ศาลปกครองรับไว้พิจารณาวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นก่อน
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...