xs
xsm
sm
md
lg

"ชายหมู" ของเขาดีจริง รอดบัญชีขรก.กังฉินล็อต4

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวการเมือง


ป้อมพระสุเมรุ

  

                ล็อต 4 มาแน่ เหลือแค่ “เนติบริกร”วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนส่งกลับไปให้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนาม เพื่อพักงานข้าราชการที่พัวพันการทุจริต

ชื่อที่หลายคนจับตาอย่าง“ชายหมู”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะมีหรือไม่ จากกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีมติ ชี้มูลโครงการไฟประดับลานกทม. มูลค่ากว่า 39 ล้านบาท ยังต้องรอลุ้น เพราะ สตง.เอง ชงไปให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่มี“บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน ตั้งนานสองนานแล้ว

แต่ไม่มีใครรู้ว่า รายชื่อจะปิ๋วในชั้น ศอตช.หรือไม่ หรือส่งไปแล้วไปปิ๋วในชั้น“บิ๊กตู่”หรือ“เนติบริกร”ก็ไม่อาจรู้ได้

แต่ที่แน่ๆ ขึ้นชื่อว่า “ชายหมู ศิษย์กำนันเทือก”มีสิทธิ์จะรอดตามเคย อย่างที่รู้กัน“บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะพี่รองแห่งบูรพาพยัคฆ์ ซี้ย่ำปึ้กกับ “เดอะเทือก”สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. มาตั้งแต่สมัยร่วมศึกการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สี่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553
            
    โอกาสที่ ล็อต 4 จะไร้ชื่อ “ชายหมู”สูงปรี๊ด! ทั้งที่ในความเป็น จริงถ้าใช้บรรทัดฐานกับข้าราชการคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ป่านนี้“ชายหมู”กลับไปเลี้ยงหลานตั้งนานแล้ว

ยิ่งช่วงนี้ “บิ๊กตู่”ปรับแผนการคืนเก้าอี้ให้กับข้าราชการที่พัวพันการทุจริตใหม่ จากเดิมข้าราชการรายใดมีเรื่องร้องเรียน หรือเป็นคดีความอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องเคลียร์ตัวเองให้ได้ก่อนว่า บริสุทธิ์ ถึงจะได้รับเก้าอี้ตัวเดิม

กรณีถ้ามีเรื่องร้องเรียนมากกว่า 1 แห่ง ต้องเคลียร์ตัวเองให้ได้ทุกแห่ง ติดอยู่ในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ก็ไม่ได้ แต่ล่าสุดด้วยความที่มีข้าราชการพัวพันการทุจริต ในล็อตที่ 1, 2 และ 3 มีหลายร้อยชีวิต ทำให้มากองกันอยู่เต็มไปหมด ได้คืนกันไปแล้วไม่กี่คน

“บิ๊กตู่”เลยปรับแผนใหม่ หวังแก้ปัญหาข้าราชการเต็มกรุ ต่อไปข้าราชการรายใดที่ถูกตรวจสอบหลายแห่ง แต่ถ้า“ป.ป.ช.”บอกว่าไม่ผิด ให้คืนได้เลยไม่ต้องรอองค์กรตรวจสอบอื่น โดยอ้างว่า ป.ป.ช. มีศักดิ์และสิทธิ์ มากพอแล้ว หรือถ้าองค์กรตรวจสอบอื่นบอกเคลียร์หมดแล้ว แต่ถ้า ป.ป.ช. บอกยังไม่เรียบร้อย ก็นั่งตบยุงต่อไป
               
พูดง่ายๆ คือ เอา “ป.ป.ช.”เป็นตัวตั้ง ในการจะคืนหรือไม่คืนตำแหน่งให้ใคร

เรื่องนี้ส่วนหนึ่งยังว่ากันว่า เป็นการแก้ไขปัญหาของ“สตง.”ที่ระยะหลังๆ มานี้ ฟันดะไม่ไว้หน้าใคร ซึ่งผู้มีอำนาจมองว่า บางเรื่อง สตง. เองหยุมหยิมเกินไป ทำตัวเป็นนักบัญชี ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่ผิดก็ได้ อีกทั้งในความเป็นจริง สตง.ไม่มีอำนาจลงโทษใคร นอกจากชี้ถูกชี้ผิดอย่างเดียว สุดท้ายคนที่ลงดาบจริงๆ คือ“ป.ป.ช.” ทางหนึ่งเข้าใจว่า เจตนาต้องการระบายหลังข้าราชการพัวพันทุจริตมากองกันเต็มไปหมด แต่อีกทางหนึ่งก็เกิดคำถามเหมือนกันว่า ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ กับนโยบายปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะพักแล้วก็ปล่อย มันฉาบฉวยเกินไปหรือไม่ 
             
    ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ “บิ๊กกุ้ย”พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ผงาดขึ้นเป็นประธาน ป.ป.ช.มา เครดิตของสำนักงานป.ป.ช. ก็ตกไปไม่ใช่น้อย การทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ดูเหมือนว่า รัฐบาลเข้าไปคอนโทรลได้หรือไม่ การปล่อยใคร หรือไม่ปล่อยใคร อยู่ในอาณัติของผู้มีอำนาจหมดแล้ว ?

ขณะที่ป.ป.ช.วันนี้ เงียบๆ ไปเยอะ คดีสำคัญๆ ยังไม่ผลิดอกออกผลมาเท่าที่ควร บางเรื่องที่ไต่สวนอยู่ในโค้งสุดท้ายในยุคที่มี“ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ”เป็นประธาน และ “วิชา มหาคุณ”เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน จนบัดนี้ยังค้างเติ่ง ไม่มีวี่แววว่าจะจบได้

ไม่ว่าจะเป็นคดีการจัดซื้อ จีที 200 ในยุคที่มี “บิ๊กป๊อก”เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่รัฐเสียค่าโง่ไปไม่รู้ตั้งกี่ร้อยล้านบาท, คดีจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผุ้ชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ที่มี“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”และคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกกล่าวหา , คดี 3 จี ที่มี “จุติ ไกรฤกษ์”สมัยเป็นรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร “ไอซีที” เป็นผู้ถูกกล่าวหา

ต้องบอกว่า หายเข้ากลีบเมฆไปหมด ไม่รู้ติดขัดอะไร !
           
     แม้แต่กรณีที่ “บิ๊กป๊อด”พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะจำเลยคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ร้องขอให้ ป.ป.ช. ถอนฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่คณะทำงานที่มี“สรรเสริญ พลเจียก”เลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นหัวหน้า สรุปมานานโขแล้ว และเสนอเข้าไป แต่จนถึงวันนี้ “บิ๊กกุ้ย”ก็ยังไม่มีวี่แวว ซึ่งไม่รู้ว่า ข้อสรุปไม่ตรงใจหรือไม่ เลยไม่เอาเข้าสักที

ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวหลุดมาว่า คณะทำงานสรุปแล้วว่า จะไม่ถอนฟ้อง แต่จู่ๆ เรื่องก็ค้างเติ่ง ติดนู่นบ้าง ติดนี่บ้าง เยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งที่“บิ๊กกุ้ย”เคยบอกว่า เรื่องนี้จะทำให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2559 แต่นี่ปาเข้าจะ 3 เดือนแล้ว ยังค้างเติ่ง

เวลาโดนซักถาม ก็บอกว่ายังไม่เห็นบ้าง บางทีก็บอกกำลังศึกษาอยู่ ในขณะที่ตัวเลขาธิการป.ป.ช. ยืนยันว่า เสนอไปแล้ว พูดจาไม่ตรงกัน ไปกันคนละโทน จนถูกจับไต๋ได้หมดเกลี้ยงแล้วว่า สงสัยจะมีรายการโอ้ละพ่อแน่

การปล่อยไว้นานวัน ตัว“บิ๊กกุ้ย”เองก็จะถูกครหาไปเรื่อยๆว่า ที่ดองเค็ม เนื่องจากกลัวว่า ถ้ามีมติไม่ถอนฟ้องตามข้อเสนอของคณะทำงานแล้วว่า“บิ๊กป๊อด” น้องรัก “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะหมดช่องดิ้น โดยเฉพาะในช่อง ป.ป.ช. จะเหลือก็แค่การต่อสู้ในชั้นศาลฎีกาฯ อย่างเดียว ที่ไม่มีทางเข้าไปแทรกแซงได้

กลับกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมา ป.ป.ช. กลับไปโชว์ผลงานไล่บี้พวกปลาซิวปลาสร้อยแทน โดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบ้าง นายกเทศมนตรีบ้าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบาลบ้าง เรื่อยไปถึงระดับเลขานุการ อย่างสัปดาห์ก่อนนู้น ก็ฟันไปร่วมครึ่งร้อย

แน่นอนว่า ป.ป.ช. ควรให้ความสำคัญกับทุกคดี เพราะขึ้นชื่อว่า โกงกินแล้วไม่ควรเว้นไว้แม้สักรายเดียว แต่การไปไล่เก็บกวาดผู้บริหารท้องถิ่นแทน เพื่อกำลังกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างหรือไม่
          
      บางทีเรื่องปริมาณก็สำคัญ แต่คุณภาพ ก็ควรสำคัญด้วยเช่นกัน !
กำลังโหลดความคิดเห็น