xs
xsm
sm
md
lg

“วิษณุ” อุบไต๋ทางออก รธน.ไม่ผ่านกันไขว้เขว แจงพักงาน ขรก.ไม่เกี่ยวเอื้อประชามติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี(แฟ้มภาพ)
รองนายกฯ เผยยังไม่ใช่เวลาบอกทางออก รธน.ไม่ผ่าน หวั่นไขว้เขว แย้มมีแนวทางอยู่แล้ว ย้ำไม่เลื่อนประชามติ แจงให้ฝ่ายหนุน-ต้านมาชี้แจงในพื้นที่จำกัดป่วนได้เต็มที่ ปัดเรียกว่าดีเบต ให้ ตร.ดูอีสานมีป่วนแต่ไม่ถึงขั้นขัดขวาง เผยไร้ชื่อผู้ว่าฯ กทม. ที่ถูก ม.44 สั่งพักงานเหตุ ศอตช.ไม่ส่งมา คาดใช้มาตรการปกติแทน ชี้มีแยกสอบกันเอง โต้จัดการช่วงนี้ไม่เกี่ยวประชามติ ไม่มีเรื่องการเมือง

วันนี้ (22 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเครือข่ายนักวิชาการผู้ห่วงใยเรียกร้องให้เปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในช่วงรณรงค์ประชามติว่า เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้น สิ่งที่นายกฯ พูดคือแนวทาง ส่วนประเด็นที่นักวิชาการกลุ่มนี้เรียกร้องให้เปิดเผยทางออกหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านนั้น ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุแล้วว่าจะต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่จะทำอย่างไร ให้ใครเป็นคนทำ ยังไม่สามารถบอกได้ในเวลานี้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลรู้แล้วปกปิด แต่ยังไม่ถึงเวลา อาจใช้โอกาสรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อพิจารณาก็ได้ เวลานี้ไม่ควรพูดอย่างอื่นให้ไขว้เขวไปจากการออกเสียงประชามติในวันที่ 7ส.ค.

“แนวทางการร่างใหม่รัฐบาลมีอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่ชัดเจน จึงไม่สมควรที่จะพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้ คสช.จะเป็นผู้ตอบคำถาม” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าวันที่ 7 ส.ค.มีการลงประชามติแน่นอน ไม่เลื่อน เพราะไม่ได้กำหนดเวลาไว้ลอยๆ ส่วนต่อไปถ้าประชามติผ่านก็มีแนวทางว่าจะทำอะไรต่อจากนี้บ้าง หรือถ้าประชามติไม่ผ่านเราชัดเจนว่าจะทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดยเร็วเพื่อเดินตามโรดแม็ป ใครที่ยังไม่รู้ว่าวันที่ 7 ส.ค.คือวันออกเสียงประชามติ ก็ขอให้โปรดทราบ บางคนอาจไม่เข้าใจว่าประชามติคืออะไร อาจไม่เหมือนเลือกตั้งจึงไม่โดนใจ

ส่วนกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมจัดให้มีการดีเบตร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า คงไม่ใช่การดีเบตที่จะหาวาทะเด็ดมาโต้แย้งกัน เพราะจะกลายเป็นการเอาแพ้เอาชนะกัน โดยไม่ดูเนื้อหาสาระ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายตนประสานกระทรวงมหาดไทยและ กกต. เพื่อเปิดเวทีอภิปรายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดย กกต.จังหวัดจะเป็นเจ้าภาพ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นฝ่ายสนับสนุนทั้งสถานที่และบุคลากรซึ่งจะเชิญทั้งผู้เห็นด้วยและเห็นต่างมาอภิปรายเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการอภิปรายในพื้นที่จำกัด ไม่เปิดเผยสู่ภายนอก

“ใครอยากฟังก็เข้าไปคุยกันในเวทีนั้น ใครอ่านรัฐธรรมนูญมาเข้าใจว่าอย่างไรก็พูดไป และไม่มีคนกลางไปชี้แจง ทราบว่าทุกจังหวัดกำลังจะเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวในอีก 1-2 วันนี้ เราไม่เรียกสิ่งนี้ว่าดีเบต แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นชี้แจง เราต้องการชาวบ้านหรือใครก็ได้ที่ต้องการไป จะไปป่วนในที่อันจำกัดนี้ก็เชิญ ผมได้แนะนำให้จัดเพื่อสอดคล้องกับมาตรา 7 และ 10 โดยไม่ให้ขัดกับมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ประชามติ” นายวิษณุกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีมีการฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง เป็นสัญญาณความวุ่นวายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เท่าที่ดูทางภาคเหนือยังไม่ถึงขั้นป่วน แต่ทางภาคอีสานจะเป็นการป่วนสร้างความวุ่นวายหรือไม่ ต้องให้ตำรวจเข้าไปดูแล เรื่องนี้อาจมีการป่วนเพียงเล็กน้อยแต่ยังไม่ถึงขั้นขัดขวางการทำประชามติ

นายวิษณุกล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 43/2559 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและผู้บริหารท้องถิ่นจำนวน 60 คน ว่าหลังจากนี้จะต้องดำเนินการสอบหากไม่ผิดหน่วยงานต้นสังกัดต้องรีบแจ้งมา ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดไม่มีชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เพราะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้มูลนั้น เนื่องจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไม่ได้ส่งรายชื่อมา และตนไม่ทราบว่าเข้าข่ายหรือไม่ แต่รายชื่อที่ส่งมาล้วนผ่านการโหวตและเห็นชอบกันเป็นเอกฉันท์ใน ศอตช.แล้วจึงส่งมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 44 ส่วนใหญ่ถูกร้องเรียนมาทั้งสิ้น ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ถูกร้องเรียนเช่นกันแต่กลับไม่มีรายชื่อ นายวิษณุกล่าวว่า กรณีนี้มีหลายอย่าง ไม่ใช่ว่าพอไม่มีรายชื่อมาจะฟอกตัวและหลุดไป แต่เป็นเรื่องที่หากใช้มาตรการตามปกติได้ก็ให้เขาใช้มาตรการตามปกติไป ต้องคิดถึงบ้านเมืองในวันข้างหน้า อีกปีสองปีถ้าไม่มีมาตรา 44 แล้วประเทศไทยจะอยู่กันอย่างไร ซึ่งต้องอยู่ได้ ต้องมีระบบของมัน ส่วนวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องพิเศษ เมื่อจะใช้มาตรา 44 ต่อผู้ใดจะต้องตอบคำถาม ไม่ใช่จะตอบคำถามแค่ส่อทุจริตหรือไม่ แต่ต้องตั้งคำถามว่าถึงขั้นต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่ ถ้าไม่ถึงขั้นเขาสามารถไปดำเนินการเอง กรณีของผู้ว่าฯ กทม.นั้นกระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการสอบอยู่ เมื่อไหร่ที่กระทรวงมหาดไทยเห็นว่าเหนือบ่ากว่าแรงเขาอาจจะรายงานไปที่ ศอตช. หรือจะรายงานตรงมาก็ได้ ดังนั้น อย่าไปเข้าใจว่าอะไรกันมีแค่นี้หรือประเทศไทย ไม่ใช่หรอก มันมีอีกที่เขาไปแยกย้ายสอบกันเอง

รองนายกฯ กล่าวว่า ความจริงรายชื่อที่ส่งมาถึงตนไม่ได้มีแค่ 60 รายชื่อ แต่มีถึงกว่า 200 รายชื่อ ซึ่งตนดูแล้วพบว่าอีกประมาณร้อยกว่ารายเป็นเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการระดับเล็ก ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 จึงส่งชื่อไปให้ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการรายนั้นๆ ตรวจสอบ โดยส่งไปพร้อมข้อหา ให้เขาไปสอบกันเอง ส่วนจะพักงานหรือไม่อำนาจอยู่ที่ผู้บังคับบัญชา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีรายชื่อนายก อบจ.2 ที่มีนามสกุลเดียวกับนักการเมือง มีการมองว่าเป็นการเมืองหรือไม่ วิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ ความจริงนามสกุลใหญ่ๆ มีเยอะแยะ แต่สื่อไปเน้นอยู่ 2-3 นามสกุล และช่วยกลับไปดูว่าเขาโดนข้อหาอะไร เจ้าตัวเขารู้ คนเหล่านี้สามารถไปชี้แจงแก้ต่างได้ ถ้าไม่มีอะไรก็จบ นอกจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะติดใจที่ยังไม่สามารถคืนให้ได้ เมื่อถามย้ำว่าการดำเนินการในช่วงนี้เพราะว่าใกล้การทำประชามติหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน หากเอาตรงนั้นมาเป็นตัวแปรยังมีอีกหลายจังหวัด


กำลังโหลดความคิดเห็น...