xs
xsm
sm
md
lg

ปลัด มท.จี้ทีมไซเบอร์ มท.สกัดข่าวลือก่อนวันทำประชามติ สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเคลียร์ อปท. “ร่าง รธน.ไม่มียุบ อปท.”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0890.2/ ว 4101 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีร่างรัฐธรรมนูญกับการยุบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
“ปลัดมหาดไทย” ทำหนังสือด่วนที่สุด! สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เคลียร์ข่าวลือร่าง รธน.ฉบับประชามติยุบ อปท. ยันกระบวนการร่างกฎหมาย อปท.ชั้น สปท.ยังไม่สรุป ชี้เป็นการปล่อยข่าวสร้างความสับสนเหมือนกรณีปล่อยข่าว “ฉีกบัตร-เช็กข้อมูลประชาชนผ่านเว็บไม่ปลอดภัย” พร้อมสั่ง “ทีมไซเบอร์มหาดไทย” ติดตามเคลียร์ข่าวลือก่อนทำประชามติ 7 ส.ค.อย่างเข้มข้น

วันนี้ (21 ก.ค.) มีรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0890.2/ ว 4101 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีร่างรัฐธรรมนูญกับการยุบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทยไดัรับแจ้งว่ามีสื่อสังคมออนไลน์ (social medie) เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับลงประชามติ ที่จะจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 2559 ว่า มีข้อความที่ระบุเรื่องให้มีการยุบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยเห็นว่า เนื้อหาข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับลงประชามติ มิได้มีข้อความที่บัญญัติเรื่องยุบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด ประกอบกับขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในประเด็นการเสนอร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเรื่องการจัดตั้งหรือควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

“ขอให้จังหวัดแจ้ง อปท.ทั่วประเทศในพื้นที่ให้ทราบรวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตจังหวัดทราบข้อเท็จจริง”

มีรายงานว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานว่า มีการฉีกทำลายบัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงประชามติ ที่ติดไว้ในบริเวณศาลาประจำหมู่บ้านในพื้นที่ภาคเหนือ และขณะเดียวกันนี้มีเหตุการณ์ปล่อยข่าวสร้างความสับสนทางสื่อโซเชียลมีเดีย (FB/Line) ว่าให้ระวังการตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงประชามติทางระบบสารสนเทศของกรมการปกครอง (www.khonthai.com) นั้นจะทำให้ข้อมูลประชาชนไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และคาดว่าในช่วงตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะมีการกระทำด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อสร้างความสับสนในการลงประชามติ หรือบิดเบือนเจตนารมณ์ในการลงประชามติของประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้จังหวัดทราบไปแล้วนั้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและรักษาความสงบเรียนร้อยในพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกจังหวัด ดำเนินการ ดังนี้

1. กรณีการฉีกทำลายบัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนนประชามตินั้น ให้จังหวัดเร่งประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้เสียหาย (เจ้าของกรรมสิทธิ์บัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนน) เพื่อไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจโดยเร็ว และให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าหรือกลุ่มวัยรุ่นที่อาจถูกจ้างวานให้เข้าไปทำลายบัญชีผู้สิทธิลงคะแนนด้วย

2. กำชับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการติดตามข่าวสารต่างๆ ทางสื่อโซเซียลมีเดีย ที่ได้สั่งการไว้แล้วให้เริ่มปฎิบัติการตรวจสอบและติดตามรวมทั้งเมื่อพบข่าวสารที่เป็นเท็จให้รีบดำเนินการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนในข่าวสารที่ถูกต้องตามที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดแนวทางขั้นตอนการปฎิบัติไว้แล้วและให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

3. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดและทุกช่องทางรวมทั้งเครือข่ายของฝ่ายปกครองท้องที่และท้องถิ่นในจังหวัดชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีผู้พยายามสร้างความสับสนเกี่ยวกับการทำประชามติใน 7 สิงหาคม 2559 ให้ประชาชนในจังหวัดทราบทุกระยะด้วยโดย ไม่ต้องกังวลว่าการชี้แจงจะทำให้ประชาชนผู้รับข่าวสารตื่นตระหนกเพราะเป็นข้อเท็จจริง ที่จะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการรักษากฎกติกาเพื่อให้มีการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองเพื่อให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าต่อไปได้

4. ขอให้จัดประชุมศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยฯจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดทุกสัปดาห์ด้วย หากพบว่ามีการกระทำดังกล่าวข้างต้นให้รีบดำเนินการตามกฎหมายโดยเฉียบขาดแล้วรายงานให้ กระทรวงมหาดไทยทราบ

โดยที่ผ่านมาได้สั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และให้วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสร้างสถานการณ์เพื่อระงับหรือยุติการสร้าง ปล่อยข่าวเท็จ สร้างความสับสนให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงมหาดไทยจะเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการดังกล่าวเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่


กำลังโหลดความคิดเห็น