xs
xsm
sm
md
lg

“องอาจ” ชม ปธ.กรธ.คอนเฟิร์มไม่เซตซีโรพรรค จี้ไล่เอาผิดพวกบิดเบือนร่าง รธน.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (แฟ้มภาพ)
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชมประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันไม่เซตซีโรพรรคการเมืองหาก รธน. ผ่าน ชี้ ถ้าจดใหม่มีแต่จะยุ่งยาก ต้องสมัครสมาชิกพรรคกันใหม่ ไม่มีประโยชน์ แถมทำถูกมองหวังสลายพรรค แนะจับตากฎหมายลูก จี้ กรธ. เอาผิดหากมีพวกใช้วิชามารบิดเบือนนำบทบัญญัติที่ไม่ได้อยู่ใน กม. มาอ้างยัดไส้

วันนี้ (3 ก.ค.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมายืนยันว่า ไม่มีบทบัญญัติใดในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พรรคการเมืองในปัจจุบันต้องไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ว่า นับเป็นเรื่องดีที่ประธาน กรธ. ออกมายืนยันเรื่องนี้ ทำให้มีความชัดเจนขึ้นว่าจะไม่มีเซตซีโรพรรคการเมืองในความเป็นจริงแล้วพรรคการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยมี ส.ส. ในสภาต่างมีการพัฒนาเป็นลำดับ จึงควรปล่อยให้พรรคการเมืองมีวิวัฒนาการต่อไปตามครรลองของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“ความพยายามใด ๆ ที่จะให้พรรคการเมืองจดทะเบียนใหม่ มีแต่จะสร้างความยุ่งยากให้พรรคการเมือง และสมาชิกพรรคการเมืองหลายล้านคน ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการสมัครสมาชิกใหม่ ซึ่งมีขั้นตอนการสมัครมากพอสมควร ยังมองไม่เห็นประโยชน์ใด ๆ ที่จะได้จากการจดทะเบียนพรรคใหม่ ในทางตรงกันข้ามอาจถูกทำให้มองได้ว่าต้องการสลายพรรคการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อทำให้พรรคการเมืองที่มีอยู่ทุกวันนี้อ่อนแอมากกว่า และสนับสนุนพรรคการเมืองใหม่ที่มีเครือข่ายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ ซึ่งย่อมไม่เกิดผลดีต่อการเดินหน้าไปตามโรดแมปที่วางไว้แต่อย่างใด แต่ก็คงต้องติดตามดูว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว ช่วงเขียน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองจะมีการนำการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่มาใส่ไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่” นายองอาจ กล่าว

ส่วนที่ประธาน กรธ. เปิดเผยว่า มีวิชามารมาบิดเบือนบทบัญญัติที่ไม่ได้มีอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ นายองอาจ กล่าวว่า หากมีการใช้วิชามารบิดเบือนเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญจริงก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทาง กรธ. ควรจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่บิดเบือนอย่างจริงจังมากกว่าที่จะออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะเฉย ๆ เพราะจะทำให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วยว่าลักษณะวิชามารตามที่ประธาน กรธ. กล่าวถึงนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดก็จะเกิดผลดีที่จะเป็นตัวอย่างต่อคนอื่นไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายในลักษณะนั้นอีก แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจถูกมองได้ว่าเป็นเพียงการตีปลาหน้าไซเท่านั้น ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อกระบวนการทำประชามติแต่อย่างใด


กำลังโหลดความคิดเห็น