xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ให้กำลังใจผู้ว่าการ กปภ.ถูกสอบคุณสมบัติ แนะตรวจ 5 เรื่องสำคัญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (แฟ้มภาพ)
อดีต ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ ขอบคุณผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค-สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เรียกดูข้อมูลสอบโกง พร้อมให้กำลังใจ “เสรี” ถูกตรวจสอบคุณสมบัติ แนะเช็ก 5 เรื่อง คืนความเป็นธรรมข้าราชการถูกสั่งย้ายมิชอบ แฉมีเซ็นจ้างเหมาทั้งที่ไร้หนังสือส่งมอบ จี้ฟ้องร้องเอาเงินคืนหลังยกเลิกสัญญาซื้อที่จันทบุรีเพื่อขยายสำนักงาน แถมเงินตัดต้นไม้ขายหาย เผยพบพิรุธฮั้วประมูล แนะ รมว.มหาดไทย แก้ พ.ร.บ.คุณสมบัติพนักงานรัฐวิสาหกิจ



วันนี้ (26 มิ.ย.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวขอบคุณนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค จากกรณีที่ให้ความสนใจข้อมูลที่แถลงข่าวเกี่ยวกับการทุจริตในการประปาส่วนภูมิภาคโดยได้เรียกข้อมูลไปดู และขอบคุณสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เรียกทุกเรื่องไปตรวจสอบโดยเห็นผลไว เช่น เรื่องการซื้อคลอรีนเหลวที่แพงเกินจริง โดยมีการเรียกค่าเสียหายคืนในส่วนที่มีการบวกเงินเข้าไปเฉยๆ 50 บาทต่อท่อ เป็นเงิน 1.4 ล้านบาท จึงดูท่าทีว่าจะเอาจริงเอาจัง อย่างไรก็ตาม ทราบว่ามีหน่วยปฏิบัติการพิเศษเกี่ยวข้องกับรองผู้ว่าฯ ที่มีปัญหาได้ใช้สุภาพสตรีคนหนึ่งร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของนายเสรี ทั้งที่คนที่เกี่ยวข้องก็ไม่บริสุทธิ์ จึงขอให้กำลังใจนายเสรีด้วย

นายวิลาศกล่าวว่า ตน มี 5 กรณีที่อยากให้นายเสรีตรวจสอบ คือ 1. มีการประกวดราคาที่การประปาภูมิภาคเขต 3 มีห้างหุ้นส่วนจำกัด สุพรรณบุรีเมืองทอง ซื้อซองประกวดราคาและยื่นหนังสือค้ำประกันซองจากธนาคารกรุงเทพรวม 11 ครั้ง ตนมีเอกสาร 3 ครั้งที่ยืนยันว่าเป็นเอกสารค้ำประกันเป็นของปลอม คือ มีโครงการวางท่อขยายเขตจ่ายน้ำที่ตำบลบางขี้เถ้า อ.บางคนที วงเงิน 5.3 ล้านบาท โครงการที่ 2 คือ วงเงินงบประมาณ 42.8 ล้านบาท และโครงการที่ 3 ปรับปรุงเส้นท่อสาขาประจวบคีรีขันธ์ 51 ล้านวางเงินค้ำประกันปลอม 2.5 ล้านบาท โดยในเรื่องนี้มีผู้อำนวยการกองบัญชีและการเงินเทคโนโลยีเขต 3 ราชบุรี ตรวจสอบแต่กลับถูกกลั่นแกล้งย้ายไปเป็นผู้อำนวยการเทคโนโลยีที่เขต 2 จังหวัดชลบุรี และยังถูกตั้งกรรมการสอบด้วย แต่สุดท้ายผลออกมาก็ไม่มีมูล จึงฝากไปยังผู้ว่าการประปาฯ ให้คืนความเป็นธรรมด้วยและตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเหตุใดบริษัทที่ทำผิดจึงไม่มีการระงับการทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าว แต่ปล่อยให้เวลาล่วงไปถึง 2 ปีจึงมีหนังสือยกเลิก

“ทราบมาว่าสาเหตุที่ล่าช้าเป็นเพราะบริษัทดังกล่าวมีงานค้างอยู่หลายโครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จรับเงินเรียบร้อยแล้วและทิ้งเวลาไป 3 เดือน ทางการประปาฯ จึงค่อยมีหนังสือยกเลิกตามมา จึงขอให้ตรวจสอบว่าพฤติกรรมเหล่านี้ใครได้ประโยชน์ โดยในปัจจุบันบริษัทนี้ได้ให้สตรีรายหนึ่งไปจดทะเบียนบริษัททำมาหากินใหม่แล้วด้วย”

2. มีการเซ็นสัญญาจ้างเหมาทั้งที่ไม่มีหนังสือส่งมอบพื้นที่ เป็นการเซ็นแบบให้ตายเอาดาบหน้า ทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงานจนบริษัทไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา ซึงจะทำให้เกิดการฟ้องร้องตามมาจนสร้างความเสียหายให้กับการประปาฯ ในที่สุดโดยทราบมาว่าสาเหตุที่มีการดำเนินการดังกล่าวเพราะต้องการเริ่มให้มีการทำสัญญาเนื่องจากมีเงินทอนคือ ผอ.เขตจะได้ 1 เปอร์เซ็นต์จากราคากลางหลังเซ็นสัญญาเสร็จ หัวหน้าพัสดุอีก 1 เปอร์เซ็นต์ถ้าบริษัทไม่ให้ก็ต้องเผชิญวิบากกรรม เมื่อสัญญาจบต้องจ่าย 2 เปอร์เซ็นต์สำหรับประธานและกรรมการตรวจ จึงทำให้มีการเซ็นสัญญาก่อนโดยไม่มีพื้นที่ จึงขอฝากไปยังผู้ว่าการประปาฯ ให้ไปตรวจสอบเพื่อไม่ให้ลามปามไป โดยที่พบหนักที่สุดคือที่เขต 3 ซึ่ง ผอ.ย้ายไปอยู่เขต 1 หากใช้มาตรฐานที่เคยทำก็จะลามไปทั้งประเทศ และตนเป็นห่วงว่าคนที่ทำอะไรผิดปกติในการประปาฯ ได้ดิบได้ดีหมด เช่นคนที่เป็นรองผู้ว่าฯ ในปัจจุบันเนื่องจากเป็นกระบวนการ จึงอยากให้เช็คย้อนหลังก่อนการแต่งตั้งจะได้ไม่ตั้งคนผิด

3. โครงการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาที่สำนักประปาจันทบุรีที่ดินเดิมมีอยู่ 40 ไร่ แต่มีการเสนอขอซื้อที่ดินเพิ่มอีก 60 ไร่ เพื่อขยายโครงการ วงเงิน 508 ล้านบาท ไม่รวมค่าซื้อที่ดิน โดยมีการซื้อที่ดินไร่ละ 4 แสน จัดซื้อไป 10 ไร่ประมาณ 4 ล้านเศษ มีปัญหาว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีการตัดต้นไม้หมดขายไปได้เงินสี่แสนกว่าบาทแต่ไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวหายไปไหน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต้องซื้อแพงเพราะมีต้นไม้อยู่กว่า 526 ต้น จากนั้นยังมีปัญหาคือมีหนังสือจากจังหวัดห้ามก่อสร้างและขณะนี้มีมติให้ยกเลิกสัญญาแล้ว เงินส่วนนี้ใครจะรับผิดชอบ ขอให้มีการฟ้องร้องเพื่อเอาเงินคืน

เรื่องที่ 4 คือการฮั้วประมูล มีเจ้าหน้าที่การประปาเกี่ยวข้อง โดยพบว่ามีพิรุธทั้งการยื่นซองประมูลและการเคาะราคา เรื่องสุดท้ายที่ 5 คือ ตนเห็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สนใจสิ่งที่ตนแถลงข่าวในครั้งแรก จึงเสนอให้มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 เนื่องจากกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานมาจากการสรรหาไม่ถือเป็นพนักงาน ทำให้ลงโทษไม่ได้ เมือมีปัญหาการทุจริตไม่ว่าจะเอาผิดทางวินัยหรืออาญา จึงต้องแก้ไขและต้องแก้ข้อบังคับว่าด้วยความผิดของพนักงานรัฐวิสาหกิจเพราะไม่เขียนว่ากรณีพนักงานปลดเกษียณสามารถดำเนินการเอาผิดได้แตกต่างจากข้าราชการ โดยมีตัวอย่างที่องค์การโทรศัพท์ที่มีการชี้มูลผู้อำนวยการกับรองผู้อำนวยการฯ ว่าทำผิดตั้งแต่ปี 2557 แต่เกษียณไปแล้วทำให้เอาผิดไม่ได้ ทำให้คนที่คิดทุจริตคนโกงพยายามดึงเรื่องไม่ส่งการตรวจสอบจนกว่าจะปลดเกษียณ จึงฝากให้ รมว.มหาดไทยหรือ ผู้ว่าการประปาฯ และ คตร.ให้แก้ไขกติกาดังกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น