xs
xsm
sm
md
lg

สปท.เริ่มพรุ่งนี้ประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั่วประเทศ หวังชุมชนมีส่วนร่วมปฏิรูป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รองประธาน สปท.แถลงแผนประชาสัมพันธ์ปฏิรูป เริ่ม 3 มิ.ย. ประสานมหาดไทย-องค์กรเครือข่ายเร่งกระจายข่าวเชิงรุกทั่วประเทศ หวังชุมชนมีส่วนร่วมปฏิรูปพาประเทศพัฒนา ชูผลการจัดอันดับ IMD สื่อให้เห็นปฏิรูปได้ผล

วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาปฏิรูปขับเคลื่อนประเทศ (สปท.) แถลงข่าวถึงแผนการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามนโยบาย “สื่อสารทั่วไทย สื่อไกลทั่วโลก” ว่า ในวันที่ 3 มิถุนายนนี้เป็นวันที่ทาง สปท.จะเริ่มขับเคลื่อนการสื่อสารผลงานของ สปท.เชิงรุกสู่ 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศไทย โดย สปท.ได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย และองค์กรเครือข่ายขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยจะส่งรายงานแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ และส่งแผนงานการขับเคลื่อนปฏิรูปของคณะกรรมาธิการทุกคณะให้แก่ผู้ว่าราชการทั้ง 77 จังหวัด เพื่อให้นำข้อมูลข่าวสารด้านการปฏิรูปเผยแพร่ไปยังส่วนราชการทุกหน่วยในสังกัด จากนั้นจะมีการจัดส่งแผนการปฏิรูปไปยังอำเภอที่มีอยู่ 800 อำเภอทั่วประเทศ และชุมชนต่างๆ ที่มีอยู่กว่า 5,000 ชุมชน และเผยแพร่ผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านทุกหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตื่นตัว และตระหนักในการรับรู้ข่าวสาร โดยจะครอบคลุมประชาชน 30 กว่าล้านคน เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศให้บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งตนเชื่อว่าหากเดินตามแผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ก็จะนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายอลงกรณ์กล่าวว่า ผลจากการปฏิรูปประเทศ ตั้งแต่พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานั้นเริ่มปรากฏผล เนื่องจากสถาบันไอเอ็มดี (IMD) ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรากฏว่า ในปีนี้ (2559) ประเทศไทยได้เลื่อนอันดับความสามารถจากอันดับ 30 เป็นอันดับที่ 28 เชื่อว่าในปีหน้าอันดับการแข่งขันจะดีขึ้นไปอีก จึงมั่นใจว่าในช่วงเวลาที่ สปท.เหลืออยู่จะสร้างผลงานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างประเทศได้







จ่ายเงินผ่านบัตรดัน GDP ไทยเพิ่มขึ้น 1.13 แสนล้านบาทในช่วง 5 ปี
จ่ายเงินผ่านบัตรดัน GDP ไทยเพิ่มขึ้น 1.13 แสนล้านบาทในช่วง 5 ปี
จากผลสำรวจของ “วีซ่า” จัดทำโดย บริษัท มูดี้ส์ อนาไลติคส์ (Moody’s Analytics) แสดงให้เห็นว่าจำนวนธุรกรรมและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด เพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยถึง 3.18 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.13 แสนล้านบาทโดยประมาณ) หรือสูงขึ้น 0.19% ในอัตราการเติบโตของ GDP ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2554-2558 ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่เพิ่มสูงที่สุดในทวีปเอเชีย รองลงมาคือเวียดนาม 0.14% และสิงคโปร์ 0.1% โดยประเทศไทยยังได้รับผลพลอยได้จากการเติบโตของการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยสร้างงานกว่า 75,730 อัตราต่อปีในช่วงเวลาดังกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...