xs
xsm
sm
md
lg

“สุวพันธุ์” เผยหลังถกวิป 3 ฝ่าย ยันปฏิรูปไม่ล้มเหลว วางรากฐานให้เสร็จ ก.ค.60

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรณะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย คุยภาพรวมการปฏิรูป ตั้งแต่เริ่มรัฐประหาร ชูบูรณาการบริหารราชการก้าวหน้าไปมาก ไม่ได้ล้มเหลว คืบหน้าตามวาระเร่งด่วน ยุติการหาประโยชน์จากโครงการรัฐ สร้างความเป็นธรรมกระบวนการยุติธรรม ระบุ สนช.จ่อพิจารณากฎหมายต้านโกง 2 ฉบับ รับลูกนายกฯ วางรากฐานให้เสร็จใน ก.ค. 60 เสียใจพวกพูดความสงบสุขเป็นของเทียม ยันบังคับใช้กฎหมายตรงไปตรงมา ชี้ปราบยายุคทักษิณจุดเริ่มปัญหาชายแดนใต้ บอกสังคมรู้จักคนหลายประเภทได้ดีขึ้น

วันนี้ (26 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.00 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ได้หารือภาพรวมของการปฏิรูปประเทศ นับตั้งแต่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงขณะนี้ครบ 2 ปี ถือว่ามีความก้าวหน้าไปมาก ทั้งมิติของการบูรณาการบริหารราชการ และ มิติของการปฏิรูปประเทศ

“วิปทั้ง 3 ฝ่ายเห็นว่าการปฏิรูปไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่มีความคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ไม่ควรใช้คำพูดเพียงหนึ่งประโยคมาสร้างข่าวให้ประชาชนสับสน เพราะเมื่อ คสช.เข้าควบคุมอำนาจก็ได้ดำเนินการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ลดความเหลื่อมล้ำ ดำเนินงานทุกอย่างตามวาระเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ไม่ใช่วาระเร่งด่วนของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง พยายามยุติการหาผลประโยชน์จากโครงการของรัฐบาล สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ไม่มีสิ่งใดที่ คสช.และรัฐบาลชุดนี้ละเลย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าว

นายสุวพันธุ์กล่าวด้วยว่า แผนปฏิรูปต่างๆ ที่วิป 3 ฝ่าย ได้ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะไว้ถูกนำมาขับเคลื่อนและมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบซึ่งมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ กำลังอยู่ในการพิจารณาของ สนช. เมื่อมีผลบังคับใช้การโกง การทุจริต ที่เคยทำและลอยนวลกัน จะทำไม่ได้โดยง่ายอีกต่อไป และจากนี้ไปทุกเรื่องจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีได้สั่งการใน ครม.แล้ว ว่าการทำงานของรัฐบาลทั้งมิติการบูรณาการบริหารราชการ และการปฏิรูปในระยะ พ.ค. 2559 ถึง ก.ค. 60 ต้องมีแผนที่นำทางชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อต้านการทุจริต การปฏิรูปตำรวจ การช่วยเหลือเกษตรกร การศึกษา การปรับปรุงกฎหมายที่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องจัดลำดับมาให้ชัดเจน แม้ว่าบางเรื่องอาจไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายใน ก.ค. 60 นี้ แต่รากฐานต้องถูกวางไว้ เพราะสังคมคาดหวังไว้สูงมาก

“เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทยที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก ผมสัมผัสกับคนในพื้นที่หลายกลุ่มหลายระดับ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุขในสังคม ทำมาหากินได้ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ผมอยากให้คนไทยได้คิดพิจารณา และมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามาไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใดจะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2 พันคน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า ข้อดีของการแสดงความเห็นต่าง ๆ ในสังคมไทยขณะนี้ คือ ทำให้สังคมไทยได้รู้จักคนหลายประเภทได้ดีขึ้น ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วใครที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง ใครที่หวังเพียงแค่ผลทางการเมือง คนที่ติดตามเรื่องราวของบ้านเมือง บางเวลาคงฉุกคิดได้ว่าเส้นแบ่งระหว่างผลประโยชน์ของบ้านเมือง กับผลประโยชน์ทางการเมืองมันบางมาก เมื่อบ้านเมืองมีวิกฤตผู้นำที่เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการเมือง บ้านเมืองจะไปทางหนึ่ง แต่ผู้นำที่เลือกวิธีการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง บ้านเมืองก็จะไปอีกทางหนึ่ง เป็นบ้านเมืองที่ดีงาม มีคุณธรรม จริยธรรม อาศัยอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ ดังนั้น ตนเชื่อว่าคนไทยมีคำตอบอยู่ในใจถึงผู้นำของเขาแต่ละคนแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น