xs
xsm
sm
md
lg

ทูต 56 ประเทศพอใจคดีบึ้มราชประสงค์คืบหน้า ขอข้อมูล “จีน-มาเลย์-ตุรกี” เพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เชิญคณะทูตานุทูต 56 ประเทศ ซึ่งเป็นระดับเอกอัครราชทูต 2 ประเทศ รวมถึงผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 7 แห่ง มาชี้แจงถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ ที่กระทรวงการต่างประเทศ
ทูต 56 ประเทศพอใจคดีบึ้มราชประสงค์คืบหน้า “ตร.-บัวแก้ว” เล็งประสานทางการตุรกีหาข้อมูลพาสปอร์ตปลอม 200 เล่มเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้ส่งสำเนาให้ทางการจีนตรวจสอบแล้ว พร้อมประสานทางการมาเลเซียขอข้อมูลผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม ด้าน “บิ๊กโด่ง” ไม่ฟันธงขอตำรวจให้ข้อมูลชายเสื้อเหลือง

วันนี้ (23 ก.ย.) นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เชิญคณะทูตานุทูต 56 ประเทศ เป็นระดับเอกอัครราชทูต 2 ประเทศ รวมถึงผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 7 แห่งมาชี้แจงถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ ที่กระทรวงการต่างประเทศ

นายเสขเปิดเผยภายหลังชี้แจงกว่า 30 นาที ว่าคณะทูตมีความพึงพอใจหลังจากทางการไทยได้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น และมีการอธิบายกระบวนการสืบสวนสอบสวนให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ได้ชี้แจงความคืบหน้าทางคดีในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งคณะทูตยังมีข้อสงสัยในบางประเด็นบ้าง แต่แค่เล็กน้อย เช่น ขั้นตอนการสืบสวน การแจ้งข้อกล่าวหา การควบคุมตัวผู้ต้องหา การพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการทำงาน ที่สามารถยับยั้งการก่อเหตุต่อเนื่องได้ นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงไปว่าทางตำรวจไม่เคยระบุว่าผู้ต้องหาคดีระเบิดมีสัญชาติใด

ส่วนกระแสข่าวที่ประเทศมาเลเซียสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวได้นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่ทราบว่าเป็นข่าวมาได้อย่างไร พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เข้าข่ายการก่อการร้าย แต่เป็นการแสดงความไม่พอใจของบางกลุ่มเท่านั้น หากจะเรียกว่าก่อการร้ายต้องดูว่ามีเครือข่ายทั่วโลกหรือไม่ มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน และประกาศตัวแสดงความรับผิดชอบเพื่อยืนยันข้อเรียกร้อง

ส่วนข่าวทางการมาเลเซียได้จับผู้ต้องสงสัย 8 ราย และพบว่า 4 คนเป็นชาวอุยกูร์นั้น พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า เป็นเพียงการสอบสวนของทางมาเลเซียในภาพรวมซึ่งทางไทยจะประสานขอข้อมูลต่อไป

ส่วนกรณีนี้ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดจะต้องนำตัวขึ้นศาลพลเรือน หรือศาลทหาร พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า หากพบว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการครอบครองยุทธภัณฑ์ก็ต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนการตรวจสอบสัญชาตินายอาเดม คาราดัก ผู้ต้องสงสัยว่าร่วมขบวนการก่อเหตุระเบิดที่ถูกจับกุมพร้อมหนังสือเดินทางปลอม 200 เล่ม ก่อนหน้านี้นั้นอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตตุรกีเพื่อหาแนวทางตรวจสอบ โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้กับทางการจีนตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นหนังสือเดินทางของจีนจริงหรือไม่

อีกด้าน เวลา 17.00 น. ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียสามารถจับกุมชายเสื้อเหลือง และเสื้อฟ้าได้ ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดราชประสงค์ว่า ตั้งแต่เกิดเหตุทางทหารก็ร่วมกับตำรวจพยายามสืบตามพยายานหลักฐาน มีผลสำเร็จตามลำดับ แต่ขั้นตอนการสืบสวนขณะนี้ได้ผ่านพ้นช่วงทหารไปแล้ว จะต้องรอฟังจากตำรวจที่จะพยายามปฏิบัติตามนโยบายผู้บังคับบัญชาหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนความคืบหน้าตนก็รอฟังอยู่เหมือนกันว่าจะเป็นตัวจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ดำเนินการออกหมายจับแล้ว 13 ราย แต่จะเป็นผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ต้องรอความชัดเจน

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานการจับผู้ต้องหา 2 คนที่มาเลเซีย หรือไม่ พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเพราะเป็นหน้าที่ ส่วนทางทหารจะติดตามข่าวสาร ขณะนี้ทราบว่ามีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เดินทางไปประสานงานกับทางมาเลเซียแล้วซึ่งจะได้ความอย่างไรต้องรอดูอีกที

“ส่วนสองคนนั้นจะเป็นตัวจริงหรือไม่ ผมยังไม่ได้รับคำยืนยันชัดเจน แต่มีความคาดการณ์ว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ขอไม่ระบุ เพราะไม่สามารถระบุได้ ต้องรอความชัดเจนจากตำรวจเป็นหลัก” พล.อ.อุดมเดชกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...