xs
xsm
sm
md
lg

ศาลปกครองโต้ “หัสวุฒิ” แจงสอบสวนวินัยไม่ได้ล่าช้า ยันมติ ก.ศป.สั่งพักราชการชอบด้วยกฎหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจากแฟ้ม
ศาลปกครองร่อนเอกสารข่าวโต้ “หัสวุฒิ” ยันมติ ก.ศป. สั่งพักราชการ - ตั้ง กก. สอบสวน ชอบด้วยกฎหมาย ซ้ำศาลอาญาการันตีมีอำนาจ สั่งยกฟ้อง แจงกรรมการสอบสวนวินัยไม่ได้ล่าช้า แต่ติดขัดปัญหาอุปสรรคที่อาจกระทบการสอบสวน จึงต้องละเอียดรอบคอบเพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมระบุมติ ก.ศป. ตั้งกรรมการสอบสวนซ้ำปมปฏิบัติราชการพิษณุโลก ยุติเรื่องข้อหาพฤติกรรมคลั่งพลังจิตหลังสอบแล้วไม่มีมูล

วันนี้ (11 ก.ย.) สำนักงานศาลปกครองได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด แถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 ก.ย. เรียกร้องขอความเป็นธรรมจากการถูกสั่งพักราชการ และดำเนินการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำชี้แจงแบ่งออกเป็น 4 ประเด็น ระบุว่า

1. กรณีการสั่งพักราชการประธานศาลปกครองสูงสุด คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) ได้มีการดำเนินการไปโดยชอบด้วยขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ โดยในคำสั่งพักราชการได้แจ้งสิทธิฟ้องคดีปกครองโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ด้วย แต่ประธานศาลปกครองสูงสุดไม่ได้ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งพักราชการต่อศาลปกครองแต่อย่างใด แต่ได้ยื่นฟ้องกรรมการตุลาการศาลปกครองเสียงข้างมาก เป็นคดีอาญาในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งศาลอาญาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น หลังจาก ก.ศป. แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ก็มีอำนาจที่จะมีมติให้พักราชการได้ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อโจทก์ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองและมีส่วนได้เสียโดยตรง เป็นคู่กรณีในการสอบสวนครั้งนี้ บุคคลภายนอกอาจระแวงสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปของโจทก์ จึงอาจเป็นเหตุให้ ก.ศป. สั่งพักราชการโจทก์ และถ้าผลการสอบสวน หรือพิจารณาปรากฏว่าโจทก์มิได้กระทำการตามที่ถูกสอบสวน โจทก์ก็ดำรงตำแหน่งตามเดิมมิได้เสียสิทธิไป ลำพังเพียงแต่การที่จำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองร่วมกันมีมติพักราชการโจทก์ เนื่องจากมีกรณีถูกกล่าวหาเกี่ยวกับข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชน โดยไม่ปรากฏเหตุอื่นที่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้งหกมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงยังไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง และศาลได้ออกใบสำคัญ คดีถึงที่สุดแล้ว

2. กรณีกล่าวอ้างว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชี้มูลความผิดโดยไม่มีเหตุผล จนทำให้ ก.ศป. เสียงข้างมากมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนนั้น การดำเนินการของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544 ซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดได้ยื่นฟ้องกรรมการสอบข้อเท็จจริงเสียงข้างมากเป็นคดีอาญา ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ศาลอาญาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองในฐานะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะแสวงหาข้อเท็จจริงเพียงใด ย่อมอยู่ในอำนาจและดุลพินิจ และกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้แสวงหาข้อเท็จจริงจากหลายฝ่าย จนนำมาซึ่งการสรุปรายงานผลการสอบข้อเท็จจริง พฤติการณ์ที่ปรากฏตามฟ้องยังไม่พอให้ฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง และศาลได้ออกใบสำคัญคดีถึงที่สุดแล้ว

3. กรณีกล่าวอ้างว่า กระบวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนและการดำเนินการของ ก.ศป. มีความล่าช้า หรือมีการประวิงเวลานั้น นับตั้งแต่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 58 ก.ศป. ได้ติดตามเร่งรัดให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนได้ชี้แจงต่อ ก.ศป. ว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มีการเตรียมการเพื่อให้เกิดความพร้อมที่จะให้มีการประชุมคณะกรรมการสอบสวนอยู่ตลอดเวลา แต่โดยที่มีอุปสรรคบางประการที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินการสอบสวน ซึ่งคณะกรรมการสอบสวน ได้เร่งดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าว โดย ก.ศป. เห็นชอบด้วยและได้ขยายระยะเวลาการสอบสวน ตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544

ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนได้รายงานผลการสอบสวน และนำเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ศป. เมื่อวันที่ 19 ส.ค. และวันที่ 9 ก.ย. โดย ก.ศป. ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในและภายนอก ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อที่จะให้ได้ความแน่ชัด และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ. 2544 ทั้งนี้ ประธานศาลปกครองสูงสุดได้ยื่นฟ้องกรรมการสอบสวนเสียงข้างน้อยเป็นคดีอาญาในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้อง

4. กรณีกล่าวอ้างว่ามีการสอบข้อเท็จจริงประธานศาลปกครองสูงสุดในเรื่องอื่น ๆ ด้วยนั้น เป็นกรณีที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดำเนินการตามที่ ก.ศป. ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือส่งเรื่องร้องเรียนมาให้ ก.ศป. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และมีตุลาการศาลปกครองจำนวนมากได้ลงชื่อร่วมกันเสนอเรื่องต่อ ก.ศป. ให้พิจารณาดำเนินการ โดย ก.ศป. ได้พิจารณาผลการสอบข้อเท็จจริงและมีมติแล้วจำนวน 2 กรณี ได้แก่ กรณีประธานศาลปกครองสูงสุด เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลก ก.ศป. ได้พิจารณารายงานผลการสอบข้อเท็จจริงในการประชุมเมื่อวันที่ 19 ส.ค. และ 9 ก.ย. 58 ซึ่ง ก.ศป. มีมติเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก โดยเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลตามที่ถูกกล่าวหา และให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป และกรณีกล่าวหาว่าประธานศาลปกครองสูงสุด มีพฤติกรรมคลั่งพลังจิต ก.ศป. ได้พิจารณารายงานผลการสอบข้อเท็จจริงในการประชุมเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 58 ซึ่ง ก.ศป. เห็นว่าไม่มีมูลและมีมติให้ยุติเรื่อง

5. กรณีที่ประธานศาลปกครองสูงสุด ระบุว่า มีการฟ้องคดีอาญาจำนวน 6 คดีนั้น ปรากฏว่า ประธานศาลปกครองสูงสุดได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาตุลาการศาลปกครอง ที่มีหนังสือขอให้คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพฤติกรรมของประธานศาลปกครองสูงสุด และยื่นฟ้องกรรมการตุลาการ ศาลปกครองที่มีหนังสือแจ้งให้เลขาธิการสำนักงานศาลปกครองออกหนังสือนัดประชุม ก.ศป. ในความผิดฐานหมิ่นประมาทอีก รวม 3 คดี ศาลอาญาวินิจฉัยว่าเป็นการดำเนินการเพื่อให้ ก.ศป. ซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานสูงสุดของศาลปกครองตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของโจทก์ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันศาลปกครอง ไม่ได้เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง จึงขาดเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ คดีไม่มีมูลที่จะประทับฟ้องไว้พิจารณา พิพากษายกฟ้อง และศาลได้ออกใบสำคัญคดีถึงที่สุดแล้วทั้ง 3 คดี


กำลังโหลดความคิดเห็น...