xs
xsm
sm
md
lg

“อ้ายปึ้ง” ลอยหน้าเข้า ศอ.รส. บอกไม่ทำเดี๋ยวโดนข้อหาละเว้นหน้าที่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล (แฟ้มภาพ)
“สุรพงษ์” เข้า ศอ.รส. บอกทำตัวไม่ถูก เหตุคำตัดสินศาล รธน. กำกวม มั่นใจยังไม่พ้นตำแหน่งรองนายกฯ พ้อโดนทั้งขึ้นทั้งล่องตำแหน่งอื่นยังมี หากหยุดปฏิบัติหน้าที่จะถูกร้องได้ ตีหน้าเศร้ากลัวไม่มีตัวแทนไทยร่วมประชุมผู้นำอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 พ.ค. เมื่อเวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุม ศอ.รส. โดยนายสุรพงษ์ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รวมถึงรัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี กรณีโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯตนเป็น รมว.ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 54 ต่อมาในวันที่ 28 ต.ค. 55 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตนเป็นรองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่ง ดังนั้นคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ตนพ้นจากตำแหน่งพร้อมนายกฯ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 54 เท่ากับตอนนั้นตนเป็นแค่ รมว.ต่างประเทศ ถ้าจะพ้นจากตำแหน่งก็ต้องพ้นตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เพียงตำแหน่งเดียว เพราะตนเป็นรองนายกฯ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 55 ซึ่งตนได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินตำแหน่งรองนายกฯแยกต่างหาก ตนจึงยังมีหน้าที่รับผิดชอบในตำแหน่งรองนายกฯ ที่ต้องดูแลกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานควบคุมสนับสนุนการวิจัย สภาวิจัยแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญควรชี้ให้ชัด จะมาเทียบเคียงกับคดีอาญาคงไม่ได้ เพราะเมื่อตนพ้นจากตำแหน่งนั้นไปก็ยังมีตำแหน่งอื่นต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อ ที่สำคัญที่สุดหากตนไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้วไปขึ้นเวทีหาเสียงช่วงใกล้การเลือกตั้ง ก็จะมีคนกล่าวหาตนได้ว่าใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งไปหาเสียงก็ผิดกฎหมายอีก หรืออาจถูกกล่าวหาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่อีก ตนโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง วันนี้อยู่ในสภาวะที่สงสัยตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ยังมา ศอ.รส. เพราะได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. ในฐานะที่เป็นรองนายกฯ จึงมาสังเกตการณ์การประชุม ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว.แรงงาน ก็ต้องมาทำงานที่ ศอ.รส. ด้วย ส่วนที่ประชุม ครม. มีมติให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ช่วยดูแลงานในส่วนของตน และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรองนายกฯนั้น โดยตำแหน่งที่ตั้งตนมาเป็นประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. เพราะตนอยู่ในฐานะรองนายกฯ ดังนั้น การตั้งนายพงศ์เทพ มาช่วยดูงานอาจเป็นการเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่งก็ได้ ต้องถาม ครม. ที่ได้ประชุมเมื่อช่วงเช้าว่าได้ดูคำวินิจฉัยแล้วหรือยัง ตนยังอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ ครม. จะมาตัดสินว่าตนไม่อยู่ ครม. ไม่ได้

เมื่อถามว่ายืนยันจะทำหน้าที่รองนายกฯต่อไปใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนอ่านกฎหมายแล้วมั่นใจว่าต้องทำหน้าที่รองนายกฯต่อไป ตนต้องดูแลหน่วยงานในกำกับ มิฉะนั้นฝ่ายที่เกลียดตนจะไปร้องอีกว่าตนไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตนจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่องก็คงไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย

“ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ผมเองพยายามอ่านรัฐธรรมนูญด้วยความเข้าใจ ในฐานะที่เป็นนักการเมือง ผมก็เข้าใจว่าผมพ้นจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เท่านั้น แต่ตำแหน่งรองนายกฯ ผมยังปฏิบัติได้อยู่ต่อไป นายกฯ ก็เหมือนกัน เพราะได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น รมว.กลาโหม อีกตำแหน่งหนึ่งในภายหลังเหมือนผม ดังนั้น ทั้งหมดที่โดน 10 คน มี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที คนเดียวที่อยู่ในตำแหน่งเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ยินสิ่งที่ผมพูด และอยากฝากถามผู้ที่ตัดสินผมด้วยว่า พวกท่านได้พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งหรือไม่ ถึงจะมาวินิจฉัยผม” นายสุรพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่าใครจะเป็นผู้ชี้ขาดว่ารัฐมนตรีที่เหลือใครจะทำงานได้บ้าง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จากการปรึกษาเบื้องต้นกฤษฎีกาบอกว่าตนยังอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ ทั้งนี้ เป็นเพียงการพูดกันเท่านั้นยังไม่มีอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร อีกทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ประกาศในราชกิจจาฯ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าคนที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลจะต้องไปร้องแน่นอน ซึ่งตนจะได้มีโอกาสไปชี้แจงด้วย เพราะที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปนั้น ตนไม่มีโอกาสได้ชี้แจงอะไรเลย ซึ่งทุกคนที่โดนตัดสินพ้นสภาพควรมีโอกาสได้ชี้แจงบ้าง เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่ยื่นเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะตนได้ตีความกฎหมายตามที่ถูกวินิจฉัยแล้ว ว่าพ้นจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เพียงตำแหน่งเดียว

ถามต่อว่าหากทำงานต่อจะนำไปสู่การฟ้องร้องหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนอยากเรียกร้องให้ไปฟ้องเดี๋ยวนี้เลย เพราะต้องการรู้ความชัดเจนเหมือนกัน ในเมื่อกล้าตัดสินแล้วก็ระบุให้ชัดเจน สังคมจะได้รู้ว่าความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน มีบรรทัดฐานอย่างไร

นายสุรพงษ์กล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศเมียนมาร์ ในวันที่ 11 พ.ค. นี้ ว่า การประชุมในระดับผู้นำอาเซียน นายกฯต้องไปโดยตำแหน่ง ซึ่งที่ประชุม ครม. เคยเห็นชอบว่านายกฯต้องไปกล่าวเนื้อหาอะไรบ้าง แต่ตอนนี้ต้องขึ้นอยู่กับ ครม. ว่าจะอนุมัติให้ตนไปในฐานะตัวแทนของนายกฯได้หรือไม่ เนื่องจากตนยังเป็นรองนายกฯ ทั้งนี้ หากครม. ไม่สามารถพิจารณาได้ทันก็คงช่วยไม่ได้ ที่ประเทศไทยจะไม่ได้ไปสรุปกับนานาประเทศ ว่าไทยพร้อมจะเป็นประชาคมอาเซียนแล้วหรือยัง และหากไทยไม่ส่งผู้นำไปร่วม ต่างชาติก็จะมองว่าประชาคมอาเซียน ยังขาดประเทศที่เป็นแกนนำ เพราะที่ผ่านมาไทยเรานำเรื่องนี้มาตลอด และแน่นอนว่าย่อมมีประเทศที่จะเข้ามาช่วงชิงการเป็นผู้นำอาเซียน ทั้งนี้ การตัดสินคดีความต่างๆ วันนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในประเทศไทย ต่างชาติเขาเห็นหมดกับสิ่งที่เรียกว่าปฏิวัติโดยขบวนการยุติธรรม สิ่งนี้จะทำความเสื่อมถอยให้กับประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด ควรมีการปฏิรูปโดยเร็ว หากมีการเลือกตั้ง สิ่งแรกที่ตนจะเสนอให้พรรคดำเนินการคือการปฏิรูปขบวนการยุติธรรม ควบคู่ไปกับการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบบริหารทั้งหมด ปราบปรามคอร์รัปชันทั้งภาครัฐ และเอกชน บ้านเมืองจึงจะใสสะอาด


กำลังโหลดความคิดเห็น