xs
xsm
sm
md
lg

บันทึกหน้าใหม่ของวอชิงตัน โพสต์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สื่อหนังสือพิมพ์ในยุคอินเตอร์เน็ต ถ้าไม่ตาย ก็ไม่โต เพราะถูกอินเตอร์เน็ตแย่งทั้งผู้อ่านและโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักไปจนหมด ถ้าไม่อยากตาย ก็ต้องปรับตัว ซึ่งมีอยู่ไม่กี่วิธี คือ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เปลี่ยนแปลง พัฒนาตัวเองให้เป็นสื่อใหม่ แต่ถึงแม้จะไม่ตาย ก็ไม่โต หรือ ไม่โตเหมือนในอดีตอีกแล้ว

นี่คือ ชะตากรรมอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ของสื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์

เจ้าของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ เลือกวิธีที่สามคือ หาเจ้าของใหม่ ด้วยการขายให้กับผู้ก่อตั้งและเจ้าของ อะเมซอน ดอทคอม เจฟฟ์ เบซอส ในราคา250 ล้านเหรียญดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 7,500 ล้านบาท

ก่อนหน้านั้น ไม่กี่วัน บริษัท นิวยอร์ค ไทมส์ ขายหนังสือพิมพ์ในเครือ คือ บอสตัน โกลบ ให้กับเจ้าของทีมเบสบอล Red Sox ชื่อ จอห์น เฮนรี ในราคาเพียง 70 ล้านเหรียญ ซึ่งถูกมาก ตอนที่นิวยอร์ค ไทมส์ ซื้อบอลสตัน โกลบ เมื่อยี่สิบก่อน ต้องจ่ายถึง 1.1 พันล้านเหรียญ

สามปีก่อน วอชิงตัน โพสต์ ขายนิตยสารนิวสวีค ให้กับมหาเศรษฐีชาวแคลิฟอร์เนีย ในราคาเพียง 1 เหรียญ แต่ผู้ซื้อต้องรับภาระหนี้สินไปทั้งหมด

นายโดนัลด์ เกรแฮม ประธานกรรมการบริษัทวอชิงตัน โพสต์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลเกรแฮมซึ่งเป็นเจ้าของวอชิงตัน โพสต์ มานานถึง 80 ปี เปิดเผยถึงเหตุผลในการขายครั้งนี้ว่า เพราะเอาไม่อยู่แล้ว ไม่สามารถทำให้วอชิงตัน โพสต์กลับมามีกำไรได้ ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรต่อไป ทางที่ดีคือ หาเจ้าของใหม่

ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี คศ. 2007-2012 รายได้จากค่าโฆษณาของหนังสือพิมพ์ในอเมริกาลดลงไปถึง 55 เปอร์เซ็นต์

ยอดจัดจำหน่ายของหนังสือพิมพ์ วอชิงตัน โพสต์ ลดลงเหลือ 472,000 เล่มต่อวัน ในปี 2012 จาก 769,000 เล่ม เมื่อปี 2002 ขณะที่ รายได้ลดลง 31 % ในช่วงเวลาเดียวกัน เหลือ 582 ล้านเหรียญ เมื่อปีที่แล้ว และที่เคยได้กำไร 109 ล้านเหรียญในปี 2002 กลายเป็นขาดทุน 53.7 ล้านเหรียญ ในปี 2012

สาเหตุสำคัญก็เป็นเพราะ คนอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง เพราะพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ ที่บริโภคข่าวจากช่องทางอื่นๆ โดยเฉพาะโทรทัศน์ และเว็บไซต์ข่าว วอชิงตัน โพสต์ พยายามชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป ด้วยการเก็บเงินคนที่เข้ามาอ่านข่าวในเว็บไซต์ของตน หากต้องการอ่านข่าวเพิ่มจากโควต้าที่ให้อ่านฟรี ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ไม่ได้ผลสักเท่าไร เพราะ ข่าว เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคไม่ยอมจ่ายเงินซื้อ

วอชิงตัน โพสต์ ถือว่า เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีอิทธิพลสูงมาก ในสหรัฐอเมริกา คู่กับ นิวยอร์ค ไทมส์ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ มีอายุได้136 ปีแล้ว ในปี 19331 หรือเมื่อ 80 ปีก่อน ยูจีน เมเยอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ในตอนนั้น ได้เป็นเจ้าของวอขิงตัน โพสต์ด้วยการประมูลซื้อ จากเจ้าของที่ล้มละลาย ต่อมา ลูกเขยคือ ฟิลิป เกรแฮม ซึ่งแต่งงานกับแคทเธอรีนลูกสาวของยูจีน ได้รับช่วงบริหารต่อ จนเสียชีวิตในปี 1963 แคทเธอรีน เข้ามาดูแลกิจการ โดยเป็น Publisher หรือ บรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ตั้งแต่ปี 1969-1979

ในยุคของ แคทเธอรีน นักข่าววอชิงตัน โพสต์ สองคน คือ คาร์ล เบิร์นสตีน และบ๊อบ วู้ดเวิร์ด ได้สร้างผลงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนอันลือลั่นคือ คดี วอเตอร์เกต ในปี 1972-1973 ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันต้องลาออกจากตำแหน่ง โดยได้รับไฟเขียวจากแคทเธอรีน ให้เล่นข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ทีมงานทำเนียบขาวจะพยายามล็อบบี้ ให้หยุดเสนอข่าวก็ตาม

แคทเธอรีน ออกจากตำแหน่งผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาในปี 1979 ไปเป็นประธานกรรมการ และซีอีโอ ของบริษัท วอชิงตัน โพสต์ จนเสียชีวิตในปี 2001 ผู้ที่รับตำแหน่ง Publisher ต่อจากเธอคือ โดนัลด์ เกรแฮม ลูกชาย ส่วนPublisher คนปัจจุบันคือ แคทเธอรีน เกรแฮม เวย์เมาธ์ หลานยายของแคทเธอรีน เกรแฮม ในจดหมายที่เธอมีถึงพนักงาน แจ้งข่าวการขายวอชิงตัน โพสต์ กล่าวในตอนหนึ่งว่า เธอและครอบครัว ไม่คิดว่าจะมีวันนี้

โดนัลด์ หาผู้ที่จะมาซื้อวอชิงตัน โพสต์ มาหลายเดือนก่อนหน้านี้ เจฟฟ์ เบซอส เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการทาบทาม ทั้งสองคนรู้จักกันดี เพราะโดนัลด์ มีสายสัมพันธ์กว้างชวางใน ซิลิคอน แวลเลย์ ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาให้กับ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าของเฟซ บุ๊ค ด้วย แต่เบซอส ไมสนใจในตอนแรก อ้างว่า ไม่มีเวลาพอที่จะมานั่งเจรจา ทำข้อตกลงซื้อขาย แต่แล้ว เมื่อเดือนก่อน เขาส่งอีเมล์ไปบอก โดนัลด์ว่า ถ้ายังจะขายวอชิงตัน โพสต์อยู่ เขาก็พร้อมแล้ว

เบซอล ใช้เวลา 20 ปี สร้างอะเมซอนให้ยิ่งใหญ่ขึ้นมา และมีมูลค่าถึง 26 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ ตระกูล เกรแฮม ครอบครองวอชิงตัน โพสต์มานานถึง 80 ปี แต่มีมูลค่าเพียง 250 ล้านเหรียญ ในวันที่ขายให้เบซอส เปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นถึงขนาดของความมั่งคั่ง และความรวดเร็วในการสั่งสมความมั่งคั่ง ที่แตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างสื่อใหม่กับสื่อเก่า

เจฟฟ์ เบซอส ซื้อ วอชิงตัน โพสต์ โดยใช้เงินส่วนตัว เขาบอกในจดหมายที่มีถึงกองบรรณาธิการ วอชิงตันโพสต์ว่า จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับงานประจำวัน แคทเธอรีน เวย์มัธ ยังคงเป็น ผู้พิมพ์ผู้โฆษณาต่อไป เช่นเดียวกับ บรรณาธิการยังเป็นคนเดิม

เบซอส เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ และสนใจในเรื่อง การทำหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์อะเมซอน ดอทคอม ของเขา เป็นนวตกรรมที่ปฏิวัติ ธุรกิจร้านหนังสือในตอนแรก และพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกในเวลาต่อมา เช่นเดียวกับ แทบเล็ต Kindler ที่ปฏิวัติ รูปแบบการอ่านหนังสืออย่างสิ้นเชิง

เขายังไม่เปิดเผยว่า จะทำอะไรกับ วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งทำให้เกิดการคาดเดากันไปหลายทาง สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ความเป็นเจ้าของวอชิงตัน โพสต์ หนังสือพิมพ์ที่มีอิทธิพลระดับชาติมากที่สุด หนึ่งในสองฉบับ จะทำให้เขาเป็นบุคคลสำคัญ ที่แม้แต่ทำเนียบขาวก็ต้องฟังว่า เขาพูดอะไร เขาอาจจะซื้อวอชิงตัน โพสต์ เพื่อรักษาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ให้คงอยุ่ต่อไป เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรืออาจจะใช้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการขายสินค้าออนไลน์ พัฒนาวอชิงตัน โพสต์ ให้เป็นสื่อดิจิตอลเต็มตัว

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสื่อเก่า วอชิงตัน โพสต์ ในร่มเงาสื่อใหม่ของเจฟฟฺ เบซอส ได้เริ่มขึ้นแล้ว

เบซอส ใช้เวลา 20 ปี สร้างอะเมซอนให้ยิ่งใหญ่ขึ้นมา และมีมูลค่าถึง 26 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ ตระกูล เกรแฮม ครอบครองวอชิงตัน โพสต์มานานถึง 80 ปี แต่มีมูลค่าเพียง 250 ล้านเหรียญ ในวันที่ขายให้เบซอล เปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นถึงขนาดของความมั่งคั่ง และความรวดเร็วในการสั่งสมความมั่งคั่ง ที่แตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างสื่อใหม่กับสื่อเก่า