ยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ก็ได้รับการชื่นชมจากนิตยสารนิวสวีคแล้วว่า เธอจะเป็นผู้นำหญิงเทียบชั้นได้เท่ามาร์กาเรต แทตเชอร์ หรือนางอินทิรา คานธี ผมว่าคนเขียนนี่ก็เวอร์เกินไปหน่อย เขียนอย่างนี้คนเขาจะนินทาเอาได้ว่ารับจ้างเขามา
คงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่เมืองไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิง นิวสวีคชมว่าเธอมีบุคลิกภาพอ่อนโยนแบบไทยๆ แต่ก็มีความมุ่งมั่น และแข็งแกร่ง คุณยิ่งลักษณ์ทำหน้าที่นักการเมืองที่ดี ไม่พูดมากจนเกินไป มีความระมัดระวัง เวลาให้สัมภาษณ์จึงออกมาดี แรกๆ ก็มีคนสังเกตว่าคงมีคนเขียนสคริปต์ให้ แต่ระยะหลังๆ เธอสามารถตอบคำถามได้อย่างดี
ประเทศไทยเรามีผู้นำมาหลายคน แต่ไม่เคยมีสตรีเป็นผู้นำ ผู้นำส่วนใหญ่เป็นทหาร บุคลิกภาพก็ดูน่าเกรงขาม บางคนก็มีความอ่อนโยนอย่างจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีคนเล่าว่า พอได้พบตัวพูดจาปราศรัยด้วยก็ชอบ แสดงว่าจอมพล ป.มีเสน่ห์ สำหรับท่านปรีดี พนมยงค์ นั้นมีคนเล่าว่าท่านเป็นคนสุภาพมาก พูด “ผม” “คุณ” ตลอด คนนับถือยำเกรง ท่านมีความซื่อสัตย์ และฉลาดปราดเปรื่องมาก เรียกได้ว่าทั้งเก่งและดี ท่านมีลูกน้องน้อย แต่มีลูกศิษย์มาก แม้จะไม่มีอำนาจนานเหมือนจอมพล ป. แต่บารมีท่านก็ยังคงมีอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้
จอมพลสฤษดิ์ มีลักษณะผู้นำแบบไทยๆ มากที่สุด คือ ออกจะนักเลงนิดๆ มีความเด็ดขาด และที่สำคัญก็คือเจ้าชู้ จอมพลสฤษดิ์ มีอำนาจมาก ลูกน้องรัก มีคนเล่าว่าสมัยนั้น มีผู้คิดจะล้มล้างจอมพลสฤษดิ์ แต่ก็ทำได้ยากเพราะจอมพลสฤษดิ์ คุมอำนาจไว้หมด จึงแนะนำให้หาผู้หญิงไปให้มากๆ ประกอบกับจอมพลสฤษดิ์ ชอบดื่มสุราอยู่แล้ว สรุปก็คือล้มไม่ได้ ก็หาทางให้อายุสั้น ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น
จอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้นำที่ไม่เก่ง จะว่าดีก็พูดได้ยาก แต่เป็นผู้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้นำนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งก็ได้ ขอให้ใช้คนเป็น จอมพลสฤษดิ์ มีที่ปรึกษาดี คือ หลวงวิจิตรวาทการ จึงได้รับคำแนะนำที่ดี หลวงวิจิตรฯ แนะนำคนหนุ่มที่เก่งๆ ในสมัยนั้น คือ นายถนัด คอมันตร์ นายบุณย์ เจริญไชย และนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเวลานั้นคนเหล่านี้อายุ 30 กว่าๆ เท่านั้น เข้ามาเป็นรัฐมนตรี และจอมพลสฤษดิ์ ได้ทุ่มเททรัพยากรให้กับภาคอีสานมาก แม้บั้นปลายจะถูกยึดทรัพย์ก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังจดจำจอมพลสฤษดิ์ ว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง
ผู้นำพลเรือนสมัยประชาธิปไตย ไม่ค่อยจะมีสีสันมากเท่าไร นายควง อภัยวงศ์ เป็นคนมีอารมณ์ขันแต่ในแง่ผู้นำ นายควงก็ยังมิได้มีบทบาทที่เด่นชัด พรรคประชาธิปัตย์เองได้รับการยอมรับจากประชาชนว่าเป็นฝ่ายค้านที่ดี นักการเมืองคนสำคัญๆ ของพรรคมักพูดเก่ง สำหรับนายชวน หลีกภัย ได้รับการชื่นชมในความซื่อสัตย์ และความสุภาพเรียบร้อย มีความระมัดระวัง ยึดหลักกฎหมายและระเบียบราชการ
นายอภิสิทธิ์ จะได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้นำที่ดีและเก่ง มีความอดกลั้นอดทนสูงสุด มีความเป็นสุภาพบุรุษ ลักษณะการเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์เป็นแบบสากล เทียบได้กับนักการเมืองในประเทศตะวันตก แต่สำหรับคนไทย อาจเห็นว่ามีความเรียบง่าย จืดชืดไปหน่อย แม้จะพูดเก่งมีเหตุมีผล แต่ก็เป็นการพูดแบบเรียบง่าย ไม่มีประโยคเด็ด ขาดความเร้าใจไปหน่อย
สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ต้องยอมรับในความกล้า ลักษณะผู้นำของทักษิณมีความฉับไว มีบทบาทเชิงรุกตลอดเวลา และมีความคิดใหม่ๆ ที่นำเสนอต่อสาธารณชน ทักษิณเป็นผู้นำที่ใช้สื่อ และการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์มาก รวมถึงการเดินงานแบบมวลชน กล้าใช้เงิน จึงได้รับความนิยมจากประชาชนมาก ความผิดพลาดของเขาก็คือ การใช้อำนาจเพื่อสร้างนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ตัวเอง หาไม่แล้วเขาก็คงจะเป็นผู้นำที่สามารถอยู่ในอำนาจได้นานที่สุดคนหนึ่ง
เวลานี้ เรายังพูดไม่ได้ว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นอย่างไร อย่างหนึ่งที่พอมองออกก็คือ ความอดทน ดูจะมีมาก คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำในระยะนี้ก็คือ การรู้จักผ่อนปรน คุณยิ่งลักษณ์จะถูกตัดสินด้วยการตั้งคณะรัฐมนตรี หากคุณยิ่งลักษณ์สามารถสละละทิ้งนักการเมืองหน้าเก่าๆ และคนเสื้อแดงได้ ก็จะได้รับการต้อนรับที่ดี
พรรคเพื่อไทยมีคนที่มีความสามารถมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าคนเหล่านี้จะได้รับบทบาทมากน้อยเพียงใด ปัญหาใหญ่ที่คุณยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญก็คือ บทบาทที่จะให้แก่ทักษิณ และแก่คนเสื้อแดง การตั้งคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ จะบอกว่าทักษิณไม่เกี่ยวคงไม่มีคนเชื่อ ส่วนพวกเสื้อแดงนั้นเริ่มมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจนแล้ว ที่น่าสนใจก็คือ ขอให้แก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณยิ่งลักษณ์เองคงไม่อยากยุ่งกับคนเสื้อแดง ฝ่ายที่ต้องการล้มเลิก มาตรา 112 ในระยะยาว บทบาทของคนเสื้อแดงก็จะเปลี่ยนไป เพราะการเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล กับการเป็นฝ่ายรัฐบาลนั้นต่างกัน พวกเสื้อแดงเรียกร้องสิ่งที่ยากลำบากสำหรับรัฐบาลในเรื่อง มาตรา 112 แต่การสอบสวนเรื่องคนตายนั้น รัฐบาลใหม่คงทำต่อไป และกว่าจะรู้ผลก็คงอีกนาน
การเป็นผู้หญิงที่ไม่ก้าวร้าว ทำให้พรรคฝ่ายค้านไม่สามารถโจมตีคุณยิ่งลักษณ์แรงๆ ได้ และการโยงใยคุณยิ่งลักษณ์กับทักษิณบ่อยๆ ก็ไม่ใช่วิธีการที่ดี มีอยู่ทางเดียวก็คือจะต้องตัดสินกันด้วยผลงาน แต่คุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท “หัวก้าวหน้า” ที่ใส่ใจในสิทธิของสตรีมากนัก ข้อนี้ก็อาจเป็นจุดด้อยประการหนึ่งที่ทำให้เธอได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสตรีที่ตื่นตัวทางการเมืองน้อย
ส่วนจะเป็นผู้นำเทียบได้กับแทตเชอร์ หรืออินทิรา คานธีนั้น ผมว่ายังห่างไกล เอาแต่เพียงว่าให้เอาตัวรอดไปได้สักสมัยเดียวก็เพียงพอแล้ว
คงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่เมืองไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิง นิวสวีคชมว่าเธอมีบุคลิกภาพอ่อนโยนแบบไทยๆ แต่ก็มีความมุ่งมั่น และแข็งแกร่ง คุณยิ่งลักษณ์ทำหน้าที่นักการเมืองที่ดี ไม่พูดมากจนเกินไป มีความระมัดระวัง เวลาให้สัมภาษณ์จึงออกมาดี แรกๆ ก็มีคนสังเกตว่าคงมีคนเขียนสคริปต์ให้ แต่ระยะหลังๆ เธอสามารถตอบคำถามได้อย่างดี
ประเทศไทยเรามีผู้นำมาหลายคน แต่ไม่เคยมีสตรีเป็นผู้นำ ผู้นำส่วนใหญ่เป็นทหาร บุคลิกภาพก็ดูน่าเกรงขาม บางคนก็มีความอ่อนโยนอย่างจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีคนเล่าว่า พอได้พบตัวพูดจาปราศรัยด้วยก็ชอบ แสดงว่าจอมพล ป.มีเสน่ห์ สำหรับท่านปรีดี พนมยงค์ นั้นมีคนเล่าว่าท่านเป็นคนสุภาพมาก พูด “ผม” “คุณ” ตลอด คนนับถือยำเกรง ท่านมีความซื่อสัตย์ และฉลาดปราดเปรื่องมาก เรียกได้ว่าทั้งเก่งและดี ท่านมีลูกน้องน้อย แต่มีลูกศิษย์มาก แม้จะไม่มีอำนาจนานเหมือนจอมพล ป. แต่บารมีท่านก็ยังคงมีอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้
จอมพลสฤษดิ์ มีลักษณะผู้นำแบบไทยๆ มากที่สุด คือ ออกจะนักเลงนิดๆ มีความเด็ดขาด และที่สำคัญก็คือเจ้าชู้ จอมพลสฤษดิ์ มีอำนาจมาก ลูกน้องรัก มีคนเล่าว่าสมัยนั้น มีผู้คิดจะล้มล้างจอมพลสฤษดิ์ แต่ก็ทำได้ยากเพราะจอมพลสฤษดิ์ คุมอำนาจไว้หมด จึงแนะนำให้หาผู้หญิงไปให้มากๆ ประกอบกับจอมพลสฤษดิ์ ชอบดื่มสุราอยู่แล้ว สรุปก็คือล้มไม่ได้ ก็หาทางให้อายุสั้น ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น
จอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้นำที่ไม่เก่ง จะว่าดีก็พูดได้ยาก แต่เป็นผู้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้นำนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งก็ได้ ขอให้ใช้คนเป็น จอมพลสฤษดิ์ มีที่ปรึกษาดี คือ หลวงวิจิตรวาทการ จึงได้รับคำแนะนำที่ดี หลวงวิจิตรฯ แนะนำคนหนุ่มที่เก่งๆ ในสมัยนั้น คือ นายถนัด คอมันตร์ นายบุณย์ เจริญไชย และนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเวลานั้นคนเหล่านี้อายุ 30 กว่าๆ เท่านั้น เข้ามาเป็นรัฐมนตรี และจอมพลสฤษดิ์ ได้ทุ่มเททรัพยากรให้กับภาคอีสานมาก แม้บั้นปลายจะถูกยึดทรัพย์ก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังจดจำจอมพลสฤษดิ์ ว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง
ผู้นำพลเรือนสมัยประชาธิปไตย ไม่ค่อยจะมีสีสันมากเท่าไร นายควง อภัยวงศ์ เป็นคนมีอารมณ์ขันแต่ในแง่ผู้นำ นายควงก็ยังมิได้มีบทบาทที่เด่นชัด พรรคประชาธิปัตย์เองได้รับการยอมรับจากประชาชนว่าเป็นฝ่ายค้านที่ดี นักการเมืองคนสำคัญๆ ของพรรคมักพูดเก่ง สำหรับนายชวน หลีกภัย ได้รับการชื่นชมในความซื่อสัตย์ และความสุภาพเรียบร้อย มีความระมัดระวัง ยึดหลักกฎหมายและระเบียบราชการ
นายอภิสิทธิ์ จะได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้นำที่ดีและเก่ง มีความอดกลั้นอดทนสูงสุด มีความเป็นสุภาพบุรุษ ลักษณะการเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์เป็นแบบสากล เทียบได้กับนักการเมืองในประเทศตะวันตก แต่สำหรับคนไทย อาจเห็นว่ามีความเรียบง่าย จืดชืดไปหน่อย แม้จะพูดเก่งมีเหตุมีผล แต่ก็เป็นการพูดแบบเรียบง่าย ไม่มีประโยคเด็ด ขาดความเร้าใจไปหน่อย
สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ต้องยอมรับในความกล้า ลักษณะผู้นำของทักษิณมีความฉับไว มีบทบาทเชิงรุกตลอดเวลา และมีความคิดใหม่ๆ ที่นำเสนอต่อสาธารณชน ทักษิณเป็นผู้นำที่ใช้สื่อ และการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์มาก รวมถึงการเดินงานแบบมวลชน กล้าใช้เงิน จึงได้รับความนิยมจากประชาชนมาก ความผิดพลาดของเขาก็คือ การใช้อำนาจเพื่อสร้างนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ตัวเอง หาไม่แล้วเขาก็คงจะเป็นผู้นำที่สามารถอยู่ในอำนาจได้นานที่สุดคนหนึ่ง
เวลานี้ เรายังพูดไม่ได้ว่าคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นอย่างไร อย่างหนึ่งที่พอมองออกก็คือ ความอดทน ดูจะมีมาก คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำในระยะนี้ก็คือ การรู้จักผ่อนปรน คุณยิ่งลักษณ์จะถูกตัดสินด้วยการตั้งคณะรัฐมนตรี หากคุณยิ่งลักษณ์สามารถสละละทิ้งนักการเมืองหน้าเก่าๆ และคนเสื้อแดงได้ ก็จะได้รับการต้อนรับที่ดี
พรรคเพื่อไทยมีคนที่มีความสามารถมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าคนเหล่านี้จะได้รับบทบาทมากน้อยเพียงใด ปัญหาใหญ่ที่คุณยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญก็คือ บทบาทที่จะให้แก่ทักษิณ และแก่คนเสื้อแดง การตั้งคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ จะบอกว่าทักษิณไม่เกี่ยวคงไม่มีคนเชื่อ ส่วนพวกเสื้อแดงนั้นเริ่มมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจนแล้ว ที่น่าสนใจก็คือ ขอให้แก้กฎหมายอาญา มาตรา 112 เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณยิ่งลักษณ์เองคงไม่อยากยุ่งกับคนเสื้อแดง ฝ่ายที่ต้องการล้มเลิก มาตรา 112 ในระยะยาว บทบาทของคนเสื้อแดงก็จะเปลี่ยนไป เพราะการเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล กับการเป็นฝ่ายรัฐบาลนั้นต่างกัน พวกเสื้อแดงเรียกร้องสิ่งที่ยากลำบากสำหรับรัฐบาลในเรื่อง มาตรา 112 แต่การสอบสวนเรื่องคนตายนั้น รัฐบาลใหม่คงทำต่อไป และกว่าจะรู้ผลก็คงอีกนาน
การเป็นผู้หญิงที่ไม่ก้าวร้าว ทำให้พรรคฝ่ายค้านไม่สามารถโจมตีคุณยิ่งลักษณ์แรงๆ ได้ และการโยงใยคุณยิ่งลักษณ์กับทักษิณบ่อยๆ ก็ไม่ใช่วิธีการที่ดี มีอยู่ทางเดียวก็คือจะต้องตัดสินกันด้วยผลงาน แต่คุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท “หัวก้าวหน้า” ที่ใส่ใจในสิทธิของสตรีมากนัก ข้อนี้ก็อาจเป็นจุดด้อยประการหนึ่งที่ทำให้เธอได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสตรีที่ตื่นตัวทางการเมืองน้อย
ส่วนจะเป็นผู้นำเทียบได้กับแทตเชอร์ หรืออินทิรา คานธีนั้น ผมว่ายังห่างไกล เอาแต่เพียงว่าให้เอาตัวรอดไปได้สักสมัยเดียวก็เพียงพอแล้ว



