xs
xsm
sm
md
lg

“อภิสิทธิ์” ย้ำ “ไอ้ตู่” ถูกเพิกถอน ส.ส.คดีเผาเมือง แนะ “เหลิม” ถอนร่างปรองดอง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
หน.ปชป.แจงทนายความไอพียู ย้ำ “จตุพร” ถูกเพิกถอนสิทธิ์ตามกติกากฎหมายที่เสมอภาค เชื่อนายกฯ เดินสายพูดตามพี่ชาย แต่ต่างชาติที่ตามเหตุการณ์จะรู้ดี แนะ “เฉลิม” ถอน พ.ร.บ.ปรองดอง แก้ ม.68 ชี้เป็นประเด็นเรียกแขกให้ออกมาต่อต้านรัฐบาล เตรียมแปรญัตติดึง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านกลับสู่ พ.ร.บ.งบประมาณปกติ ไล่ดูแล้วโครงการที่มีความพร้อมแค่ 2 แสนล้านเท่านั้น

วันนี้ (5 มิ.ย.) ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังการเข้าหารือของ มาร์ค ทรอเวล (Mr.Mark Trowell) ทนายความจากสหภาพรัฐสภาโลก (IPU) กรณีคดีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ พ้นจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งนายจตุพร ร้องไปว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์นั้นว่า ได้ให้ข้อมูลไปว่าข้อกฎหมายที่นำไปสู่การพ้นตำแหน่งของนายจตุพรจากสมาชิกภาพ เพราะนายจตุพรถูกคุมขังโดยหมายศาล ซึ่งเป็นกติกาที่ปฏิบัติกันเสมอภาคกันทุกคน

“จริงๆ คดีที่นายจตุพรถูกคุมขัง เป็นเรื่องของการก่อความไม่สงบ ดูจะมีความสับสนกับข้อมูลของฝ่ายรัฐบาล ที่พูดไปถึงคดีการหมิ่นประมาทอะไรแบบนั้น ก็ได้ลำดับเหตุการณ์ให้ฟังว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง” นายอภิสิทธิ์ย้ำ

ต่อข้อถามว่าความเข้าใจต่างประเทศต่อสถานการณ์การเมืองไทยเป็นอย่างไร เนื่องจากผู้นำประเทศก็เที่ยวไปพูดตามประเทศต่างๆ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ธรรมดา การเมืองบางครั้งก็มีการใส่ความเห็น บางทีก็เอาข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปให้ แต่เชื่อว่าคนที่ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างต่อเนื่องก็น่าจะเข้าใจ แต่เชื่อว่านายกฯ ก็คงจะพูดทำนองเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นพี่ชาย คือพยายามจะทำให้มองเห็นว่าฝ่ายรัฐบาลเป็นตัวแทนประชาธิปไตยที่กำลังถูกคุกคาม อย่างที่คุณทักษิณ พยายามทำมาตลอดหลายปี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวหาว่ามีบุคคลชื่อย่อ ส.เสือ จ้องล้มรัฐบาล ว่า ตนไม่ทราบ ร.ต.อ.เฉลิม พูดอะไรเยอะมาก ตนตามไม่ทัน ความจริงถ้า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่อยากให้บ้านเมืองมีปัญหาความขัดแย้ง ก็อย่างสร้างปมความขัดแย้งด้วยการเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง, พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อทำผิดให้เป็นถูก เพิ่มอำนาจของตัวเอง ช่วยเหลือพรรคพวกตัวเอง ความขัดแย้งในสังคมก็จะมีขึ้น ถ้ารัฐบาลที่รับเลือกตั้งจากประชาชน พยายามแก้ปัญหาประชาชนก็จะไม่มีปัญหา

“ไม่ต้องไปสนใจ ก.ไก่ถึง ฮ.นกฮูก สนใจรัฐบาลดีกว่า ถ้ารัฐบาลลองเอากฎหมาย 7 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ปรองดอง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ออกไป บรรยากาศทุกอย่างก็จะเรียบร้อยดี เพราะรัฐบาลทำงานมา 2 ปี เรื่องที่มีปัญหาจริงๆ ก็มีเรื่องพวกนี้เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ แม้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยบ้าง ก็อยู่ในกรอบปกติของการแสดงความเห็นทางการเมือง เห็นชัดอยู่แล้วว่ายิ่งทำก็ยิ่งขัดแย้ง ไม่เห็นนำไปสู่ความปรองดองตรงไหน ทางตัวผมและคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็อยากย้ำคุณเฉลิมว่า ไม่เคยเรียกร้องการนิรโทษกรรมฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ทุกฝ่ายควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยอมรับในกระบวนการยุติธรรม” ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการแปรญัตติ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของตนว่า ตนเห็นว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะตั้งงบประมาณไปอยู่นอกระบบโดยไม่จำเป็น จึงพยายามแปรญัตติให้กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท กลับเข้ามาสู่การผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่ถูกต้อง ไม่ให้มีการโยกย้ายเงิน ซึ่งอ้างว่ากู้ไปทำอย่างหนึ่ง แต่เอาไปทำอย่างอื่น และให้มีหลักประกันเรื่องวินัยทางการคลัง เพราะรัฐบาลอ้างว่ากู้เงินนี้ไปแล้วจะทำให้งบประมาณสมดุลในปี 2560 แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน

“ในส่วนของกรรมาธิการพิจารณาแล้ว พบว่าจริงๆ หลังจากไล่สอบถามแล้วโครงการที่มีความพร้อมในการทำจริงน่าจะไม่เกิน 2 แสนล้าน ซึ่งน่าจะเอามาบรรจุใน พ.ร.บ.งบประมาณได้เลย เพราะไม่เกินเพดานหนี้ของรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (มูดีส์) อาจลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย เนื่องจากโครงการจำนำข้าวที่ทำให้ขาดทุนมหาศาล ว่า เรื่องการจัดอันดับของมูดีส์ ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กที่เกี่ยวกับการจำนำข้าว ตนเห็นว่าเรื่องที่ใหญ่กว่าคืออนาคตของข้าว และเกษตรกรไทย ถ้าปล่อยให้ประเทศสูญเสียเงินปีละ 2 แสนล้าน ที่ครึ่งหนึ่งตกอยู่กับชาวนา อีกครึ่งหนึ่งตกอยู่กับใครไม่ทราบ แล้วก็มีกระบวนการในการทุจริต พร้อมกับระบบการทำลายระบบการค้าข้าว วันข้างหน้าชื่อเสียง ขีดความสามารถของข้าว และเกษตรกรไทยที่จะค้าขายก็จะไม่มี เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องมีคำตอบได้แล้ว

เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม ส่งสัญญาณว่าหากการพูดคุยกับบีอาร์เอ็นในวันที่ 13 มิ.ย. สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่ดีขึ้นอาจจะต้องมีการพิจารณาทบทวน ไม่พูดคุยกับบีอาร์เอ็นอีกว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีการทบทวนการพุดคุย เพราะถ้าพูดคุยไประดับความรุนแรงไม่ลดลง ทั้งอีกฝ่ายหนึ่งก็ยังมีการเผยแพร่คลิปให้ร้ายฝ่ายไทยผ่านทางโซเชียลมีเดีย และเรียกร้องข้อเสนอนอกเหนือจากกรอบที่เคยตกลงกันไว้ ก็ไม่สมควรที่จะพูดคุยกันต่อ รัฐบาลไทยควรที่จะเป็นฝ่ายรุกกลับเข้าไป โดยจะต้องเป็นผู้ที่ตั้งเงื่อนไขบ้าง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าการพูดคุยไม่ได้นำไปสู่ความสงบเรียร้อยของคนในพื้นที่ เป็นเพียงเครื่องมือให้คนกลุ่มหนี่งที่มีเป้าหมายทางการเมือง







กำลังโหลดความคิดเห็น