xs
xsm
sm
md
lg

ทักษิณ อยู่เหนือกฎหมาย-ระบบยุติธรรมถูกย่ำยีจนป่นปี้ !!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผ่าประเด็นร้อน

เวลานี้เชื่อว่าหลายคนกำลังเห็นความพยายามบิดเบือนกฎหมายไปแบบ “จากดำเป็นขาว” เพื่อเป็นคุณกับพวกตัวเอง หลังจากเกิดเหตุ “ความแตก” กรณีภาพ ทักษิณ ชินวัตร กำลังประดับยศให้กับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เผยแพร่ออกไป เพราะความหมายที่เข้าใจกันมันก็ไม่ต่างจาก “โจรติดยศให้ตำรวจ” ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องอัปยศ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ที่สำคัญก็คือ ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีเรื่องทำนองดังกล่าวเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากได้ตำแหน่งทั้งในวงการราชการในตำแหน่งสำคัญ หรือรัฐมนตรีในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องเดินทางไปให้ดูตัวถึงต่างประเทศเสียก่อน แต่ก็ไม่เคยปรากฏเป็นหลักฐานยืนยันมัดตัวเหมือนกับกรณีของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง คนนี้

เพราะที่ผ่านมาทุกคนล้วนแล้วแต่ปฏิเสธคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง เพราะพวกเขารู้ดีว่ามันหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกฎหมาย เนื่องจาก ทักษิณ มีสถานะเป็นผู้นักโทษผู้หลบหนีคดีมากมายติดตัว ความหมายก็คือ “โจร” ดีๆ นี่เอง

แต่ล่าสุดเมื่อความจริงมันรัดคอจนดิ้นไม่ออก ก็พยายามเปลี่ยนแปลง บิดเบือนความหมายให้ผิดเพี้ยนไปจากความถูกต้อง หมายจะเปลี่ยน “ดำเป็นขาว” อย่างเช่น คำพูดของ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ออกมาระบุว่าความผิดของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหาร หรือเป็นเพราะเผด็จการกลั่นแกล้งนั่นแหละ ต้องการย้ำให้เห็นว่า ทักษิณ ไม่ได้ผิดจริง และคนที่ไปพบ คนที่ไปให้ประดับยศให้ก็ไม่มีความผิด เหมือนกับที่ก่อนหน้านี้พวกแกนนำคนเสื้อแดงปลุกระดมกรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่า เป็นผลงานของ “อำมาตย์” นั่นแหละ

เหมือนกับการตอกย้ำก่อนหน้านี้ว่า “สองมาตรฐาน” มาสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือ ความผิดของ ทักษิณ ชินวัตร ล้วนเกิดจากคำตัดสินจากศาลยุติธรรมใช่หรือไม่ ถ้าเขาไม่ยอมรับ และคนของรัฐบาลไม่เห็นด้วย ก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลอย่างนั้นหรือ

ทั้งที่ในความเป็นจริงก่อนการตัดสินทุกอย่างต้องผ่านการพิจารณา การโต้แย้ง มีการว่าจ้างทนายความชั้นดีราคาแพงกันเป็นโขยง มีพยานหลักฐานชัดแจ้งจนนำไปสู่การพิพากษาความผิด มีการจำคุก มีการออกหมายจับตามมาหลายคดี มีแต่ทักษิณ เท่านั้นที่ไม่ยอมรับความผิด มิหนำซ้ำยังบิดเบือนย้อนกลับมากล่าวหาเป็นกระบวนการ “ยุติความเป็นธรรม” นั่นคือมีโอกาสเมื่อใดก็ตามก็จะกล่าวหาตำหนิศาลไทยแทบทุกครั้ง เป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมในบ้านเกิดของตัวเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่สุด เพียงเพราะคำพิพากษาดังกล่าว ไม่เป็นคุณกับตัวเองเท่านั้น

ขณะเดียวกันก็มีเสียงโต้แย้งซ้ำๆ ว่านี่คือ “สองมาตรฐาน” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง ทั้งที่ไม่ว่ามองในมุมไหนก็ต้องเข้าใจว่าสถานะของ ทักษิณ ล้วนเป็นผลมาจากหลักฐานความผิดชัดเจน และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ตามกระบวนการอย่างเต็มที่แล้ว และที่ผ่านมาเขาก็ต่อสู้จนถึงขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเห็นท่าไม่ดี รู้ว่าไม่ชนะก็หลบหนี

หากจำได้ตอนที่เขากลับมาจูบแผ่นดินมาสู้คดีก็เป็นยุคที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ที่เขาสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรค นอกเหนือจากนี้ยังมีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เช่น สุนัย มโนมัยอุดม ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เนื่องจากขุดคุ้ยคดีสำคัญอีกทั้งยังพยายามใช้ “วิธีพิเศษ” หาทางจับกุมดำเนินคดีอย่างโหดเหี้ยมเสียอีก เชื่อว่าหลายคนคงจำเหตุการณ์ดังกล่าวได้ดี

พฤติกรรมของ ทักษิณ และเครือข่ายในตอนนี้ถือว่าทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ย่ำยีศาลยุติธรรม ทำให้คำสั่งและคำพิพากษาของศาลไทย ไม่มีความหมาย เพราะไม่มีใครยำเกรง สร้างบรรทัดฐานกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ตลอดเวลามีแต่เดินทางไปกราบกราน ขอความเห็นชอบจากคนที่ทำผิดกฎหมาย แม้กระทั่งตำรวจก็ไปให้ “โจร” ประดับยศให้แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างมันผิดเพี้ยนกลับตาลปัตรไปแล้ว

คำถามก็คือ บ้านเมืองจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกนานเท่าไร จะปล่อยให้ศาลถูกย่ำยีจนไร้ความหมายอย่างนั้นหรือ !!

กำลังโหลดความคิดเห็น