xs
xsm
sm
md
lg

“กาหลิบ-จักรภพ” ปราม “น้องสาวแม้ว” อย่าขวางเสื้อแดงสู้อำมาตย์ ขู่ซ้ำรอย “หมัก-สมชาย”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บทความ รัฐบาลเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง ที่เผยแพร่ในบล็อกของกลุ่มคนเสื้อแดง
“กาหลิบ” โผล่ปราม “ยิ่งลักษณ์” หลังสั่งเบรกเสื้อแดงกดดัน กกต.ชี้ รัฐบาลใต้วงล้อมศัตรูต้องจับมือมวลชน ยกกรณี “สมัคร-สมชาย” ทำเสื้อแดงสับสน เพราะวางตัวไม่ถูกจนสุดท้ายหล่นจากเก้าอี้ อ้างอำมาตย์กุมทั้งทหาร-ศาล-สื่อ-นักวิชาการ ในมือ ให้ปล่อย นปช.-เสื้อแดงเคลื่อนไหวตามจริงจะดีกว่า

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา บล็อกของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ใช้ชื่อว่า democracy100percent ได้ตีพิมพ์บทความที่ชื่อ “รัฐบาลเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง” โดยผู้ใช้นามปากกา “กาหลิบ” อดีตคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ที่หายสาบสูญไปตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงในเดือนเมษายน 2552

ในบทความกล่าวตอนต้นว่า เรื่องเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครใส่ใจมากนัก คือ ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับกลุ่ม นปช.ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ปรามแกนนำ นปช.ว่า อย่าเคลื่อนไหวกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเรื่องรับรอง ส.ส.และขอให้หยุดการกระทำที่ผ่านมาเสีย ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้ผล เพราะไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลยจาก นปช.จนถึงวันนี้

กาหลิบ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งใช้คำว่ารัฐบาลประชาธิปไตยกับมวลชน ซึ่งหมายถึงกลุ่ม นปช.เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ โดยยกกรณีที่พรรคพลังประชาชน โดย นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เป็นรัฐบาลเมื่อปี 2551 มวลชนเสื้อแดงกลับอยู่ในสภาพสับสน เพราะไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไร เมื่อฝ่ายตนเองได้เป็นรัฐบาล เนื่องจากเกรงว่าจะเสียบรรยากาศในการสร้างความปรองดอง เมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุม ไม่นานนักรัฐบาลนายสมัคร และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ปิดฉากลง

“จะดำรงตนเป็นผู้ประท้วง รัฐบาลของเราก็ไม่อยากให้ประท้วง จะเคลื่อนไหวเพื่อทำลายรากเหง้าเผด็จการที่เราต่างรู้ดีว่าแทรกซึมอยู่ทุกแห่งหนในสังคมไทย รัฐบาลของเราก็ไม่อยากให้ทำ เพราะเกรงว่าจะเสียบรรยากาศ เมื่อแนวทางจากส่วนกลางขาดหาย และยืนยันจะเป็นรัฐบาลกันลูกเดียว มวลชนเกือบทั้งหมดก็หันหลังกลับบ้าน ไปประกอบอาชีพทำมาหากินเพื่อชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปในการต่อสู้นานหลายปีก่อนหน้านั้น แล้วก็ได้เห็นกันแจ่มแจ้งว่า รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็กลายเป็นรัฐบาลล่อนจ้อน ขาดมวลชนสนับสนุนและปกป้อง” บทความระบุ

กาหลิบ อ้างว่า รัฐบาลประชาธิปไตยในระบอบเผด็จการที่ห้อมล้อมตัวอยู่นั้น จำเป็นต้องอาศัยแรงสนับสนุนโดยตรงจากมวลชนอย่างยิ่ง ซึ่งการปรองดองไม่ได้หมายความว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องลงไปนอนหงายอยู่กับพื้น และแสดงกิริยาหมอบราบคาบแก้วให้เป็นที่ประจักษ์ แต่จะต้องหมายความว่า ในขณะที่เราต่างก็ไม่ไว้วางใจกันเช่นนี้ เราต้องยอมให้แต่ละฝ่ายยึดมั่นกับปัจจัยสนับสนุนของตนไปพลางก่อน จนกว่าการสละอำนาจแฝงเร้นบางอย่าง ที่ไม่มีลักษณะขายสิทธิขั้นพื้นฐานของมวลชนจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

“ในขณะที่ ‘เขา’ ยังคงกองทัพที่พรั่งพร้อมด้วยอาวุธ อำนาจตุลาการที่ปฏิเสธมิได้ ตรวจสอบมิได้ และแม้แต่จะวิจารณ์ก็ไม่ได้ พรั่งพร้อมด้วยนักวิชาการที่พร้อมช่วยอธิบายมิจฉาทิฐิของระบอบเก่าให้กลายเป็นถูก สื่อมวลชนที่พร้อมรับใช้อำนาจรัฐ (ที่มิใช่อำนาจรัฐบาลจากการเลือกตั้ง) เป็นต้น ก็ชอบธรรมแล้วมิใช่หรือ ที่รัฐบาลเลือกตั้งผู้อยู่ในวงล้อมของศัตรูอย่างนั้นจะต้องประสานมือกับมวลชนผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อความอบอุ่นมั่นคง” กาหลิบวิเคราะห์ถึงกองกำลังของศัตรูที่น่าจะหมายความถึง “กลุ่มอำมาตย์” ในความหมาย “อำมาตย์-ไพร่” ของกลุ่มคนเสื้อแดง

กาหลิบ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า การแสดงท่าทีว่าไม่เกี่ยวข้อง เพราะเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะครหาในความสัมพันธ์ทางการเมือง หรือการสั่งซ้ายหันขวาหัน เพื่อตอบสนองเป้าหมายในการปรองดอง ได้ทุกเมื่อ ล้วนแสดงภาพใหญ่ว่าเรากำลังรื้อฐานสนับสนุนของเราหรือทำให้เกราะของเราบางและอ่อนแอลงทั้งสิ้น พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเพื่อไทยจึงควรงดเว้นในท่าทีดังกล่าวนั้น แล้วปล่อยให้ นปช. และกลุ่มต่างๆ ขับเคลื่อนไปตามพลังจริงทางสังคมจะดีกว่า ซึ่งได้ยกกลอนที่มีคนเขียนไว้ว่า “ยิ่งใหญ่ไร้มิตรแท้ ยิ่งเก่งแน่ยิ่งต้องนิ่ง ยิ่งสูงขาดที่พิง ยิ่งยืนนิ่งยิ่งงดงาม”

สำหรับเจ้าของนามปากกา “กาหลิบ” เคยปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะไปปรากฏในคอลัมน์ “เลือกคบไม่เลือกข้าง” ของหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ซึ่งเป็นที่โจษจันว่า เจ้าของนามปากกานี้อาจจะเป็น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และแกนนำ นปช.ที่กำลังต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงคดีอาญาอีกหลายคดี ซึ่งได้หลบหนีไปต่างประเทศเมื่อปี 2552 พร้อมๆ กันกับเวลาที่คอลัมน์เลือกคบไม่เลือกข้างได้หายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์โลกวันนี้
นายจักรภพ เพ็ญแข (ภาพจากแฟ้ม)