xs
xsm
sm
md
lg

พธม.แถลงซัด “แม้ว” กบฏ จี้รัฐใช้ กม.จัดการ-แนะผู้รักชาติเตรียมพร้อมในที่ตั้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ ระบุ “ทักษิณ” และบริวาร ไม่ยอมรับศาล พฤติกรรมจาบจ้วงล่วงละเมิด ซ้ำปลุกม็อบเสื้อแดงก่อเหตุป่วนเมือง เลยกรอบสิทธิเสรีภาพ เข้าข่ายเป็นกบฏ เรียกร้องรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายให้เต็มที่ กันเหตุรุนแรง เตือน ปชช.อย่าตกเป็นเหยื่อข่าวเท็จ ยืนยันพันธมิตรฯ ไม่เคลื่อนไหวใดๆ ให้ ปชช.ผู้รักชาติอยู่ในที่ตั้งรอดูสถานการณ์เตรียมพร้อม


คลิกที่นี่ เพื่อฟังแถลงการณ์ของพันธมิตรฯ ฉบับที่ 4/2553

เมื่อเวลาประมาณ 12.15 น.วันที่ 9 มี.ค. ที่บ้านพระอาทิตย์ หลังจากมีการประชุมของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อหารือถึงสถานการณ์บ้านเมือง นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้อ่านแถลงการณ์ของพันธมิตรฯ ฉบับที่ 4/2553 ดังนี้

แถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 4/2553 รวมพลังแผ่นดิน หยุดภัยคุกคามประเทศไทย

ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณและตระกูลชินวัตรกว่า สี่หมื่นหกพันล้านบาท ซึ่งคำพิพากษาของศาลได้ระบุและชี้ให้เห็นถึงการใช้อำนาจมิชอบเอื้อประโยชน์พวกพ้องของรัฐบาลในระบอบทักษิณหลายกรณี ทำให้สังคมส่วนใหญ่ได้เห็นข้อเท็จจริงและยอมรับได้กับคำพิพากษาของศาล โดยปราศจากข้อสงสัย มีเพียงคนส่วนน้อยบางกลุ่มที่ถูกชี้นำโดยข้อมูลที่บิดเบือนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและเครือข่าย

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาของศาลครั้งนี้ได้ตอกย้ำและยืนยันการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อคัดค้านต่อต้านระบอบทักษิณมาตลอด 4 ปี

ที่ประชุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้วิเคราะห์สถานการณ์สังคมการเมืองไทย โดยเฉพาะการไม่ยอมรับความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน เครือข่ายบริวารที่ได้ประโยชน์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนที่ศาลสั่งยุบพรรคด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรงว่าเป็นภัยคุกคามต่อระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปีนั้น วันนี้ได้พิสูจน์ชัดเจนว่าระบอบทักษิณยังไม่สลายไปแม้พ้นจากอำนาจ แต่พยายามเคลื่อนไหวเพื่อกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

การเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้ยกระดับเป้าหมายการต่อสู้จากการต่อต้านรัฐประหาร ไปสู่การคุกคามสถาบันองคมนตรี จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง และร้ายแรงที่สุดคือการมุ่งทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างเปิดเผยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งการชุมนุมรอบนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แกนนำ นปช. พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลและกล่าวหาว่าศาลถูกแทรกแซงและปล้นทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องขยายผลเอาผิดในคดีอื่นๆ รวมทั้งบรรดารัฐมนตรีและบุคคลที่ร่วมกระทำผิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน

แม้ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลได้ก็ตาม แต่ต้องเป็นการวิจารณ์ที่มีหลักวิชาการ ถือเหตุผลและไม่มีอคติ ในขณะเดียวกันไม่มีบทบัญญัติใดๆ ในรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ประชาชนเดินขบวนต่อต้านคำพิพากษาของศาล

ด้วยเหตุดังนั้น พฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน แกนนำ นปช. และพรรคเพื่อไทยที่ร่วมเกณฑ์คนมาชุมนุม จึงเข้าข่ายละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เพราะเป็นพฤติกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้จึงถือได้ว่า พ.ต.ท.ทักษฺณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน แกนนำ นปช.เข้าข่ายเป็นกบฎในราชอาณาจักร เพราะมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างระบอบการปกครองและเป็นภัยต่อความมั่นคง

นอกจากนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังเห็นว่า การเคลื่อนไหวของ นปช.และเครือข่ายในขณะนี้ ได้สะท้อนชัดเจนว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เลยกรอบและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธแนวทางสันติ อหิงสา อย่างสิ้นเชิง เพราะบรรดาแกนนำ ทุกระดับตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีอาญาแผ่นดิน แกนนำ นปช. ทีมงานได้มีพฤติกรรมชี้นำ ยั่วยุให้มวลชนก่อความรุนแรงสารพัดวิธีการ ซึ่งสวนทางกับคำประกาศของแกนนำว่าจะยึดมั่นแนวทางสันติวิธีตามรัฐธรรมนูญอย่างสิ้นเชิง

การเคลื่อนไหวของ นปช.ครั้งนี้ ยังมีความมุ่งหมายกดดันประชาชนและสังคมมากกว่าจะกดดันรัฐบาล โดยเฉพาะการประกาศให้ กทม.เป็นเมืองอัมพาต ขัดขวางระบบจราจรและการคมนาคม ด้วยการปิดถนนสี่มุมเมือง เตรียมปิดและมีเป้าหมายโจมตีสถานที่สำคัญของราชการ ซึ่งยุทธวิธีดังกล่าวอาจไปกระตุ้นให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยและประชาชนพลังเงียบได้รับผลกระทบและความเดือดร้อน จนอาจมีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน นปช. ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนคนไทยด้วยกันในที่สุด

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอเรียกร้องพลังแผ่นดินทุกภาคส่วนร่วมกันนำพาสังคมไทยให้พ้นจากวิกฤติการณ์และความรุนแรงดังนี้

1. ในส่วนของรัฐบาล จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อป้องปรามความรุนแรงทุกรูปแบบ และจัดระบบกลไกสื่อสารกับสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์ นอกจากนี้รัฐบาลจะต้องยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรงแยกผู้บริสุทธิ์ออกจากแกนนำที่มีวาระซ่อนเร้นและหลอกใช้ประชาชนเป็นเหยื่อทางการเมือง

2. ในส่วนของภาคประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ของสังคมนั้นจะต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และไม่สนับสนุนไม่ว่าโดยตรงและโดยอ้อมต่อความรุนแรงทุกรูปแบบ และร่วมกันต่อต้าน หยุดยั้ง ระงับเหตุที่จะนำไปสู่ความรุนแรง นอกจากนี้ชุมชนต่างสามารถสร้างกลไกร่วมมือกับภาครัฐเพื่อ เฝ้าระวังภัย แจ้งเบาะแส และข้อมูลข่าวสารให้กับภาครัฐและเจ้าหน้าที่

3. ในส่วนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ให้ทุกคน รวมทั้งประชาชนผู้รักชาติตั้งมั่นอยู่ในที่ตั้ง ติดตามสถานการณ์ และเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทันทีตลอดเวลา โดยให้รอคำประกาศต่อไป

เชื่อมั่นในพลังประชาชน
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
9 มีนาคม 2553
บ้านพระอาทิตย์
สุริยะใส กตะศิลา















กำลังโหลดความคิดเห็น