xs
xsm
sm
md
lg

นับถอยหลังคดียึดทรัพย์ป่วน-ไม่ป่วน!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผ่าประเด็นร้อน

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ทักษิณ ก็ได้ทวิตเตอร์เข้ามาอีก สร้างกระแสกล่าวหาศาลส่วนใหญ่ว่า “ถูกแทรกแซง” ซึ่งถือว่าเขาได้ทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างที่ไม่อาจให้อภัยกันได้เลย เพราะนั่นหมายความว่าหากศาลตัดสินคดียึดทรัพย์ในวันที่ 26 ก.พ.ที่จะถึงนี้ผลออกมาเป็นลบกับตัวเขาก็หมายความว่าศาลถูกแทรกแซง ไม่ยุติธรรม อะไรประมาณนี้ เป็นการกล่าวหาแบบทำลายล่วงหน้า


นับจากวันนี้ (23 ก.พ.) ไปจนถึงวันที่ 26 ก.พ.ซึ่งเป็นวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทของ ทักษิณ ชินวัตร ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแบบไม่กระพริบ เพราะไม่ว่าด้วยจำนวนเงินที่มหาศาล ตัวบุคคลซึ่งมีทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้คัดค้าน ซึ่งก็คือโจทก์กับจำเลยนั่นเอง ก็ต้องถือว่าเป็นคดีสำคัญและสร้างความตึงเครียดให้กับบ้านเมืองมานานหลายเดือน

สำหรับ ทักษิณ แล้วนอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีอีกหลายคดีทุจริตที่ยังคาอยู่ในศาล เนื่องจากถูกจำหน่ายออกไปชั่วคราว เนื่องจากตัวเขายังหลบหนีไม่ยอมมาปรากฎตัวต่อศาล

ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างต่อเนื่อง และเข้ามาทุกประเภททั้งบวกและลบ เป้าหมายก็เพื่อให้ฝ่ายของตัวเองได้รับประโยชน์มากที่สุด

หากจะแยกพิจารณาเฉพาะความเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้เริ่มโหมเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยก่อนหน้านี้ก็ได้เริ่มมีการบั่นทอนความน่าเชื่อถือ หรือ “ดิตเครดิต” กระบวนการยุติธรรม ซึ่งในที่นี้หมายถึง “ศาล” มาอย่างต่อเนื่อง เช่นกล่าวว่า กระบวนการ “ยุติความเป็นธรรม” ขณะเดียวกันยังได้ส่งสัญญาณให้เครือข่ายในสังกัดของตัวเองไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงหลากหลายกลุ่ม เคลื่อนไหวให้ประสานกับการเคลื่อนไหวในสภาของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป้าหมายก็เพื่อกดดันให้ผลคดีออกมาเป็นคุณกับตัวเอง หรืออีกด้านหนึ่งอาจถึงขั้นสร้างความปั่นป่วนจนไม่สามารถอ่านคำพิพากษาหรือเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปก่อน

ซึ่งหากจะเป็นถึงขั้นดังกล่าวได้นั่นก็หมายความจะต้องทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น และถ้าประเมินจากความเคลื่อนไหวหลายสิ่งหลายอย่าง ก็เริ่มเห็นพิรุธที่ชี้ให้เห็นร่องรอยที่น่าเป็นห่วงไม่น้อย เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเครือข่ายของ ทักษิณ ได้โหมปลุกระดมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นใบปลิว ออกสปอตตามสื่อในสังกัดทั้งโทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุชุมชนบิดเบือนให้เห็นว่าจำนวนเงิน 76,000 ล้านบาท ล้วนเป็นเงินบริสุทธิ์ของ ทักษิณ วึ่งหากมีการพิพากษายึดทรัพย์ดังกล่าวถือว่าเป็นการ “ปล้นทรัพย์”


น่าสังเกตก็คือ ทุกคำพูดดังกล่าวล้วนเป็นถ้อยคำที่เป็นลักษณะของการปลุกระดม โดยไม่มีการชี้แจงหรืออธิบายข้อกล่าวหาใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งโบ้ยว่าต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดมาจากฝ่าย “อำมาตย์” ซึ่งในเบื้องต้นย่อมหมายถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขณะที่หลายฝ่ายประเมินตรงกันว่าเป้าหมายที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ข้างหลังต้อง “เหนือ” ไปกว่านั้น แต่จำเป็นต้องปิดบังอำพรางเอาไว้ชั่วคราว

ล่าสุดเมื่อวานนี้(22 ก.พ.) ทักษิณ ก็ได้ทวิตเตอร์เข้ามาอีก สร้างกระแสกล่าวหาศาลส่วนใหญ่ว่า “ถูกแทรกแซง” ซึ่งถือว่าเขาได้ทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างที่ไม่อาจให้อภัยกันได้เลย เพราะนั่นหมายความว่าหากศาลตัดสินคดียึดทรัพย์ในวันที่ 26 ก.พ.ที่จะถึงนี้ผลออกมาเป็นลบกับตัวเขาก็หมายความว่าศาลถูกแทรกแซง ไม่ยุติธรรม อะไรประมาณนี้เป็นการกล่าวหาแบบทำลายล่วงหน้า


นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวอีกด้านหนึ่งที่เพิ่งออกมาจากปากของโฆษกพรรคการเมืองใหม่ สำราญ รอดเพชร ที่ระบุว่ากำลังมีความพยายามในการติดสินบนศาล มีการบอกจำนวนตัวเลข 5,000 ล้านบาทให้กับผู้พิพากษาจำนวน 5 คน เพื่อพลิกคดี แต่ความหมายก็คือยังอยู่ในขั้นตอนของ “ความพยายาม” ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งไม่รู้ว่าคนพูดต้องการ “ดักคอ” ใครบางคนที่กำลังเคลื่อนไหวในทางลับอยู่หรือไม่ เพื่อให้ยุติการกระทำอันมิชอบ และทำลายทั้งกระบวนการหรือไม่ ไม่อาจทราบได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ เมื่อพูดถึงคดีทักษิณ ก็ต้องนึกไปถึงสินบน “ถุงขนม” 2 ล้านบาท ที่พยายามทำให้ตกหล่นอยู่ในศาล แต่โชคดีมีคนเห็นเสียก่อนจึงมีการดำเนินคดี จำคุกทนายความของโดนลงโทษสูงสุดเป็นเวลา 6 เดือน และหากย้อนกลับไปในคดี “ซุกหุ้น” ภาค 1 เมื่อปี 2544 ก็มีเรื่องอื้อฉาวติดสินบนองค์คณะผู้พิพากษาจนมีการแฉโพยกันในภายหลังปรากฎเป็นข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับรู้ถึงความอัปยศดังกล่าวกันไปแล้ว

ดังนั้น สิ่งที่ต้องรับรู้กันก็คือ คนอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ย่อมไม่ธรรมดา ต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกยึดทรัพย์ เชื่อว่าทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งทำลายกระบวนการยุติธรรมทั้งกระบวน เพราะเวลานี้หากย้อนกลับไปดูถ้อยคำปลุกระดมที่คนเสื้อแดงกำลังดำเนินการอยู่ก็คือ “หากยึดทรัพย์ก็เท่ากับการปล้นทรัพย์” และผลการพิพากษาออกมาเป็นลบกับเขามันก็อาจเป็นชนวนทำให้เกิดความวุ่นวาย เนื่องจากชาวบ้านบางกลุ่มมีอารมณ์หลงเชื่อไปบ้างแล้ว

ขณะเดียวกัน กระบวนการของการกดดันศาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งการข่มขู่ด้วยวาจา ดังที่เคยออกมาจากปากของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ว่าอาจจะมีการลอบทำร้ายผู้พิพากษารวมไปถึงบุคคลสำคัญอื่นๆ รวมไปถึงก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก่อนมีการลอบวางระเบิดที่ริมรั้วของศาลฎีกาสนามหลวง ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ แม้ว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นฝีมือของฝ่ายไหนกันแน่ แต่เป้าหมายก็เพื่อข่มขู่และสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย

อย่างไรก็ดี จนถึงนาทีนี้หากประเมินสถานการณ์รอบด้านแล้วเชื่อว่าสังคมล้วนมีความจดจ่อรอฟังว่าศาลจะมีคำพิพากษาออกมาอย่างไร และยังเชื่ออีกว่าเมื่อมีผลการตัดสินออกมาอย่างไรทุกฝ่ายก็ต้องเคารพ หากใครยังดันทุรังออกมาแสดงสร้างความปั่นป่วนก็คงถูกประณามและถูกต่อต้านในที่สุด

แต่สิ่งที่น่าห่วงไม่แพ้กันก็คือ การสร้างสถานการณ์เพื่อให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษา หรืออาจถึงขั้นทำให้องค์คณะผู้พิพากษาไม่ครบ ซึ่งทุกฝ่ายกำลังจับตามอง เพราะหากเปรียบไปแล้วสถานการณ์เวลานี้กำลังนับถอยหลัง ส่วนจะป่วนหรือไม่ป่วนก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลและข้อเท็จจริง ที่สำคัญต้องรอฟังเหตุผลของคำพิพากษาว่าจะอธิบายถึงที่มาที่ไปของคดีอย่างไรต่างหาก

ถึงตอนนั้นคงตาสว่างกันเสียที!!


กำลังโหลดความคิดเห็น