xs
xsm
sm
md
lg

“นช.ทักษิณ”พบรักแอร์โฮสเตส ร่วมหอที่ดูไบ-สั่งการรบ 19 ก.ย.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เรื่องมันฟ้อง โดย กรงเล็บ

การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร เพื่อดูแลสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายน ซึ่งมีการเผาหัวเชื้อ โหมโรงด้วยการข่มขวัญฝ่ายรัฐ ด้วยการพูดดักหน้า ดักหลัง ในทำนองว่า

หากเกิดเหตุรุนแรง ก็เป็นเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่าง “รัฐบาลกับกองทัพ”

จนกลายเป็นปัจจัยแทรกซ้อน ถึงขั้นลูกพี่ลูกน้องของนักโทษชายทักษิณ อย่าง “พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร” ถึงขนาดเปิดทางให้ท็อปบู๊ตออกมาปฏิวัติอีกรอบ

เป็นการพูดโดยไร้ซึ่งความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง

เป็นการพูดโดยขาดจิตสำนึกและอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่เคยพร่ำพ่นว่ามีอยู่เต็มเปี่ยม และเกลียดชังการปฏิวัติรัฐประหาร แม้ตัวเองจะสวมเครื่องแบบสีเขียว

แต่วันนี้ถ้าการปฏิวัติเข้าตีนตัวเองก็พร้อมจะเตะเข้าโกล์

วิธีคิดอย่างนี้ วิญญูชนพึงรับได้หรือไม่ สังคมไทยต้องร่วมกันให้คำตอบ

ความพยายามที่จะสร้างบรรยากาศให้ดูขมุกขมัว นำไปสู่ความรุนแรงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์บางประการที่ใครบางคนแอบวาดหวังอยู่ จึงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ส่วนใครชักใยอยู่เบื้องหลังคงไม่ต้องพูดกันให้มากความแล้ว

เพราะจากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ตามติดการเคลื่อนไหวของ นช.(พ.ต.ท.)ทักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอด พบว่า นับจาก นช.ทักษิณ เดินทางไปอวดร่ำอวดรวยทำเหมืองเพชร จนร่อนเร่ไปถึงประเทศสวาซีแลนด์

และกลับเข้าดูไบในวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

ปรากฏว่ามีคนจากเมืองไทยเดินทางไปพบกันเป็นว่าเล่น คล้ายคลึงกับในช่วงก่อนเกิดเหตุเมษาแดงถ่อยอย่างยิ่ง

โดยคนที่เข้าพบ นช.ทักษิณ นอกจากจะมี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น้องสาวแล้ว ยังมี ส.ส.กลุ่มใหญ่จากทั้งพรรคเพื่อไทย

และ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย จับกลุ่มกันกว่า 30 คน เดินทางไปรับงานจากนายใหญ่

คนวงในให้ข้อมูลว่าการเข้าพบครั้งนี้ไม่ใช่การเยี่ยมเยียนธรรมดา เพื่อให้คนไกลได้คลายเหงา แต่ ส.ส.กลุ่มดังกล่าวจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผ่านกลไกรัฐสภา

ซึ่งหากยังจำแผนตากสิน 2 ได้ จะพบว่ามีเนื้อหาระบุชัดที่จะใช้รัฐสภาเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนเกิดความเสื่อมศรัทธาต่อระบบรัฐสภา เพื่อเปิดทางให้อำนาจนอกระบบมีความชอบธรรมในการเปลี่ยนแปลงการเมืองนอกรัฐธรรมนูญ

แบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

อันจะส่งผลให้คดีความต่าง ๆ ของ นช.ทักษิณต้องสิ้นสุดลง รวมถึงยังปกป้องทรัพย์สินจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทที่ถูกอายัดเอาไว้ได้ด้วย

แผนการที่ถูกวางไว้คือ การป่วนในสภาทั้งจากคนของพรรคเพื่อไทย ประสานกับ ส.ส.แปรพักตร์จากพรรคภูมิใจไทย ให้ทิ่มแทงตอกลิ่มความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยใช้ปัญหาละเอียดอ่อนอย่างเช่น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอกฎหมายปรองดอง มาเป็นชนวนเพื่อนำไปสู่การแตกหัก และให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยเร็วที่สุด

ขณะที่ยุทธวิธีอีกด้านก็ใช้ สามเกลอหัวขวด เคลื่อนไหวนอกสภา ซึ่งภาพที่เห็นวันนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า จากเหตุการณ์เมษาแดงถ่อยกลุ่มสีน้ำเงินทำตัวเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มเสื้อแดงนำไปอ้างสร้างความชอบธรรมในการล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ส่วนการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงเที่ยวนี้ก็เป็นแนวร่วมมุมกลับ ให้กับกลุ่มสีน้ำเงินที่หวังไกลถึงบัลลังก์แห่งอำนาจระยะยาวได้ใช้เป็นเงื่อนไขในการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดเหตุวุ่นวายในบ้านเมืองอีกรอบ

หวังที่จะเผด็จศึกรัฐบาลให้ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

น่าแปลกที่คนกำลังพบรักใหม่กับสาวเชียงใหม่แอร์โฮสเตสของสายการบินแห่งหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่าง นช.ทักษิณ ซึ่งหัวใจควรจะอ่อนโยนกับความรักที่กำลังก่อกำเนิด กลับยังพกพาแต่ความแค้นแน่นอก จนสูญเสียภาวะที่ควรจะมีความสุขล้นทรวงไปอย่างน่าเสียดาย


แม้ว่า นช.ทักษิณ จะยังประกาศตัวชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยมีความสงบสุข ตราบใดที่เขายังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งเพื่อปฏิบัติการ ก็เริ่มคิดหน้าคิดหลังมากขึ้น ไม่ได้ทุ่มทุนสร้างเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นจึงส่งผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่างแรง ล่าสุดมีข่าวว่า สามเกลอหัวขวดทำใจรับสภาพที่จะไม่ได้มีเงินใช้คล่องมือเหมือนในอดีต ต่อรองขอให้ส่งท่อน้ำเลี้ยงมาให้อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ทำกิจกรรมแดงประจำเดือน เพื่อไม่ให้มวลชนเสื้อแดงฝ่อลง ซึ่งทางนายใหญ่อนุมัติในหลักการนี้แล้ว เพราะยังเห็นความจำเป็นที่ต้องหล่อเลี้ยงมวลชนเสื้อแดงต่อไป แต่ปัจจัยที่น้อยลงก็ทำให้หลายงานที่จัดกิจกรรมไป ถึงขนาดต้องเก็บเงินคนที่ไปร่วมงาน

ทำเอาหลายคนถึงกับผงะ ปรับพฤติกรรมไม่ทัน เนื่องจากเคยชินกับการไปแล้วได้ตังค์ ไม่คุ้นเคยกับการไปแล้วต้องจ่าย หลายคนก็เลยลังเลว่าจะร่วมสังฆกรรมต่อไปหรือไม่

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ลดทอนศักยภาพการทำลายล้างของแดงประจำเดือนไปในระดับที่มีนัยยะสำคัญ

แต่สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ แม้อานุภาพการทำลายล้างจะลดน้อยถอยลง แต่พลานุภาพแห่งความเลวที่พร้อมสมรู้ร่วมคิด หรือสร้างสถานการณ์ให้ความเคลื่อนไหวของมวลชนเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มคนที่ต้องการฉวยโอกาสเสวยอำนาจจากความวุ่นวายของบ้านเมือง ได้เข้ามาปฏิบัติการนั้น พร้อมที่จะดำเนินการทุกเมื่อ

19 กันยายนนี้ จึงไม่ใช่เรื่องตื่นตูมที่รัฐบาลจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นเครื่องมือในการดูแลเพื่อควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

แต่ถ้าให้ลองทำตัวเป็นหมอดูทำนายเหตุการณ์ ก็ยังเชื่อว่า ประเทศไทยน่าจะผ่านเหตุการณ์ที่มีคนพยายามจะให้เกิดความรุนแรงนี้ไปได้ แต่รัฐบาลอย่าคิดว่าจะได้ครองอำนาจยาวนาน โดยไม่มีอุปสรรคเพราะยังมีปัจจัยทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ร.บ.ปรองดอง

ไปจนถึง ความไม่ลงรอยในพรรคร่วมรัฐบาล ที่ยังมีการขบเหลี่ยมกันให้เห็นในหลายเรื่อง เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ตลอดเวลา

ซึ่งคนเป็นผู้นำรัฐบาลอย่าง “อภิสิทธิ์” ปรารภดัง ๆ ให้สังคมได้ยินหลายครั้งว่า “การยุบสภาไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งตามระบอบประชาธิปไตยในการแก้ปัญหา”
นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กำลังโหลดความคิดเห็น