xs
xsm
sm
md
lg

“พันธมิตรฯ” หวั่นบึ้มรอบทำเนียบ ติดตั้งสปอตไลต์เพิ่ม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“พันธมิตรฯ” ติดตั้งสปอตไลต์ รอบทำเนียบ ป้องกันระเบิด “จำลอง” ลั่นค้านรัฐบาลเขยแม้วทุรังแก้ไข รธน.ถึงที่สุด ย้ำ เงื่อนไขเจรจา รัฐบาลต้องลาออก-ไม่แก้ รธน.ความขัดแย้งยุติแน่ ปฏิเสธ เปิดถนนราชดำเนินนอก 100% เกรงความปลอดภัยของผู้ชุมนุม

วันนี้ (4 พ.ย.) ที่ห้องผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ แถลงข่าวกรณีเกิดเหตุระเบิดช่วงกลางดึกวานนี้ที่บริเวณสะพานอรทัย ด้านข้างทำเนียบรัฐบาล โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุตนได้ไปสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าว พบว่า มีเศษสะเก็ดระเบิดตกอยู่จำนวนมากพื้นถนนมีหลุมลึกลงไปประมาณหนึ่งนิ้ว จากการสอบถามการ์ดพันธมิตรฯซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าว ระบุว่า เป็นการขว้างระบิดเข้ามาจากตึกร้างด้านหัวมุมของมหาวิยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยหลังจากเกิดเหตุเห็นได้ชัดเจนว่ามีชายฉกรรจ์ 3 คน เดินออกมาจากตึกร้างและขับรถเก๋งออกไปจากพื้นที่ ซึ่งการ์ดไม่กล้าตามออกไปเพราะเกรงมีอาวุธร้ายแรง

“เรามีความจำเป็นต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยและแนวป้องกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในจุดที่ล่อแหลมรอบทำเนียบรัฐบาลจะต้องติดตั้งสปอตไลต์รอบๆ พื้นที่ชุมนุมเพื่อให้การ์ดพันธมิตรฯสามารถมองเห็นได้ระยะไกลจะทำให้เห็นผู้ที่จะเข้ามาทำร้าย หรือก่อกวนได้มากขึ้นและหาทางป้องกันก่อนเกิดเหตุได้ทันท่วงที เพราะการชุมนุมของเราต้องช่วยตัวเองไม่มีอาวุธเป็นการชุมนุมอย่างสันติ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของรัฐบาลที่เป็นปล่อยให้มีคนร้ายเข้ามาทำร้ายประชาชนและลอยนวลไปได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างไร ฝ่ายรัฐและตำรวจก็ไม่เคยออกมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เห็นตรงกันที่จะให้มีเวทีสานเสวนาเพื่อยุติความขัดแย้งในบ้านเมืองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เกิดจากสองฝ่ายเท่านั้นคือฝ่ายรัฐบาลและพันธมิตรฯ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายอื่นมาเกี่ยวข้อง เพราะการหาทางออกของประเทศอยู่ที่รัฐบาลถ้าทำตามข้อเสนอของพันธมิตรฯ โดยการลาออกและไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ก็สามารถยุติความขัดแย้งได้รวดเร็ว ซึ่งหากรัฐบาลจะมาเจรจาก็สามารถมาได้ทันที ขณะที่คนกลางจะต้องเป็นคนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ และสังคมเชื่อถือเพื่อเป็นช่องทางนำไปสู่การเจรจาและปฏิรูปการเมืองใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพลังประชาชน (พปช.) เตรียมเสนอยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.291 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.3 ในสัปดาห์หน้าวันที่ 12-13 พ.ย.นี้ ทางพันธมิตรฯจะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง พันธมิตรฯจะคัดค้านให้ถึงที่สุด เพราะพันธมิตรฯไม่มั่นใจว่าพรรค พปช.จะหมกเม็ดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัวหรือไม่ ซึ่งหากเสนอเมื่อไหร่พันธมิตรฯจะคัดค้านทันที

ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่กองทัพมีท่าทีเป็นห่วงเรื่องสถาบันที่ทางพันธมิตรฯก็ดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพันธมิตรฯควรระมัดระวังด้วย พล.ต.จำลอง กล่าวว่า กองทัพไม่ควรมาห่วงเรื่องที่พันธมิตรฯ นำสถาบันมาพูดบนเวที และใช้เป็นหลักการต่อสู้ของพันธมิตรฯ เพราะเป็นการกระทำตามรัฐธรรมนูญที่คนไทยทุกคนสามารถลุกขึ้นมาปกป้องสถาบันได้ หากพันธมิตรฯไม่ทำ ก็ไม่เห็นว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายรัฐที่เป็นผู้รักษากฎหมายลุกขึ้นปกป้องสถาบัน ทหารไม่ต้องมาห่วงหรือปรามฝ่ายเราหรอก ควรไปปรามฝ่ายอื่นจะดีกว่า

สำหรับกรณีที่ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ออกมาระบุว่า กลัวทหารจะเป็นตัวจุดชนวนให้บ้านเมืองปั่นป่วน พล.ต.จำลอง กล่าวว่าไม่ขอพูดถึงคนชื่อนี้อีก ส่วนมีประชาชนเป็นห่วงว่าประเทศชาติจะเกิดการนองเลือดนั้น พล.ต.จำลอง ระบุว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นฝ่ายที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนมาโดยตลอด จะเกิดการนองเลือดหรือไม่เป็นหน้าที่ของ รัฐบาล ทหาร ตำรวจ จะต้องทำให้เกิดความสงบในประเทศไม่ใช่หน้าที่ของพันธมิตรฯ เพราะเราชุมนุมมาอย่างสงบ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่ม นปช.ได้บุกยึดสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ จ.เชียงใหม่ เป็นการทำให้เกิดความวุ่นวายเหมือนอย่างที่พันธมิตรฯเคยทำหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามความชอบธรรมของกลุ่ม นปช.ว่าอยู่ตรงไหน ไปบุกยึดสถานีโทรทัศน์ของเอกชนได้อย่างไร เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากการกระทำของพันธมิตรฯ ที่มีความชอบธรรมเพราะเรายึดสถานีที่เป็นของรัฐใช้เงินภาษีของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ทำให้ประชาชนเดือดร้อนประชาชนสามารถบุกยึดและไล่ออกจากทำเนียบรัฐบาลได้

ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.ได้ขอร้องให้พันธมิตรฯเปิดเส้นทางสะพานมัฆวาน ถนนราชดำเนิน จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพพระพี่นางฯ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เรื่องการเปิดถนนพันธมิตรฯได้ดำเนินการก่อนแล้ว คือ ได้รื้อเวทีใหญ่ออกไปแล้ว ซึ่งในช่วงวันงานตั้งวันที่ 14-19 พ.ย.จะรื้อเต็นท์และสิ่งของต่างๆ ออกไป แต่ยังต้องเหลือบางส่วนไว้ไม่สามารถเปิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จะต้องมียางรถยนต์ไว้เป็นแนวป้องกันให้กับผู้ชุมนุม เพราะว่าไม่มีใครให้การยืนยันกับพันธมิตรฯได้ว่าจะมาดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับการชุมนุม ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เข้ามาทำร้ายผู้ชุมนุมนับครั้งไม่ถ้วน ถึงแม้ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ อยากให้เกิดความสวยงามสมพระเกียรติแต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ชุมนุมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง และเจ้าหน้าที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ฯ ประมาณ 30 คน ได้ช่วยกันรื้อกระสอบทรายและยางรถยนต์ ที่กลุ่มพันธมิตรฯนำมาวางเป็นเครื่องกีดขวางอยู่บริเวณแยกมัฆวานรังสรรค์และบนถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ฝั่งวัดมกุฎกษัตริย์ติยาราม โดยเจ้าหน้าที่ได้ขนสิ่งของทั้งหมดมากองไว้ที่บริเวณข้างกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดถนนและใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ที่จะเสด็จในงานของสถาบันพระปกเกล้า ที่จัดขึ้น ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ ในช่วงเช้าของวันที่ 5 พ.ย.นี้ โดยทางเจ้าหน้าที่จะขอเปิดเส้นทางบริเวณดังกล่าวเป็นเวลา 1 วัน จากนั้นก็จะปิดเส้นทางดังกล่าวเช่นเดิม ทั้งนี้หลังจากที่มีการรื้อยางรถยนต์และกระสอบทรายออก ทางตำรวจจะมีการจัดการเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจะนำไฟส่องสว่างมาติดรอบพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น






กำลังโหลดความคิดเห็น