xs
xsm
sm
md
lg

“อัมมาร” ชี้ หากสภาเลือก “หมัก” กลับเก้าอี้จะกลายเป็น “สภาไร้มารยาท”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
อดีตรองนายกฯ “ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม” แนะ สภาไม่ควรเร่งรีบเลือกนายกฯ ควรคิดให้ดีก่อนว่าใครที่จะเป็นนายกฯแล้วสามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ - ประธาน TDRI “อัมมาร สยามวาลา” ดักคอ ส.ส.ในสภา รวมตัวกันเลือก “หมัก” กลับมาเป็นนายกฯ นอกจากจะสร้างความขัดแย้งเพิ่มแล้ว ยังทำให้กลายเป็น “สภาไร้มารยาท” ที่ละเมิดคำสั่งศาลในทางพฤตินัย

นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ดำเนินรายการโดย กรุณา บัวคำศรี ว่า สถานการณ์ในวันนี้แม้จะยังไม่เอื้อต่อสร้างความสงบในสังคมมากนัก เพราะแต่ละฝ่ายยังคิดต่างกันอยู่มาก แต่การที่ศาล รธน.ตัดสินให้ นายสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะสามารถแก้ปัญหาในบ้านเมืองได้ เพียงแต่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะสภาต้องใจเย็นคิดพิจารณาให้ถ้วนถี่ ว่าควรจะเลือกใครเป็นนายกฯ เพื่อให้ปัญหาบ้านเมืองมีทางออก

ทั้งนี้ ประการแรกที่ควรจะทำ ก็คือ สภาไม่ควรที่จะรีบโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันศุกร์ที่ 12 ก.ย.นี้ เพราะไม่จำเป็นต้องเร่งรีบขนาดนั้น เนื่องจากกฎหมายให้เวลาถึง 1 เดือน ดังนั้นรัฐบาลควรใช้เวลาคิดให้คุ้มค่าเสียก่อน เพราะการที่ไม่มีนายกฯอยู่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศมากมาย ก็คล้ายกับตอนที่นากยกรัฐมนตรีไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ที่สามารถมีนายกฯรักษาการปฏิบัติหน้าที่แทนได้

นายไพบูลย์ เสนอว่า การแก้ไขปัญหาในขณะนี้ควรให้ทุกฝ่ายมาร่วมพูดคุยกัน โดยหาคนที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมาเป็นคนกลางในการเจรจา ก็น่าจะทำให้สามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะปัญหาที่มีอยู่ทุกวันนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยของปัญหามีอยู่มากมาย ซึ่งหากจะคาดหวังให้การแก้ปัญหาจบลงอย่างรวดเร็วคงเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ตนยังมองว่า การแก้ปัญหานั้นควรหาหลายๆ วิธีมาผสมผสานกัน เพื่อให้ได้ทางออกที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้

ด้าน ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา รักษาการประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยเช่นกันว่า ไม่ควรจะรีบเลือกนายกรัฐมนตรีในวันศุกร์ที่ 12 นี้ เพราะการทำเช่นนั้นถือเป็นการเร่งรีบจนเกินไป ซึ่งสภาควรจะใช้เวลาพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเลือกตัวนายกฯคนใหม่ เมื่อผู้ดำเนินรายการ ถามว่า แล้วการที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีนานเกินไป จะไม่ส่งผลเสียต่อการบริหารประเทศอย่างที่พรรคพลังประชาชนกล่าวอ้างหรือ นายอัมมาร ตอบว่า “บางทีไม่มีคนบริหาร ดีกว่ามีคนบริหารที่ไม่มีใครยอมรับ”

นายอัมมาร กล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวแล้วตนคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะผิดมารยาทอย่างร้ายแรง ที่เลือก นายสมัคร กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถึงแม้สิ่งที่สภาทำจะไม่ได้เป็นการหมิ่นศาลตามหลักนิตินัย แต่โดยพฤตินัยแล้วก็เป็นการหมิ่นศาลอย่างร้ายแรง เพราะหากเลือกนายสมัคร กลับเข้ามาอีก ก็เท่ากับว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ไม่ได้เกิดขึ้น ศาลเหมือนไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะแม้ว่าจะตัดสินไปแล้วว่าคนๆ นี้ไม่มีคุณสมบัติเป็นนายกฯ แต่สภาผู้แทนก็ยังไม่สนใจ ยังจะให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ซึ่งเรื่องนี้แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดมารยาทอย่างมาก

“มันไม่ใช่มารยาทของ คุณสมัคร แต่เป็นมารยาทของสภาผู้แทนราษฎรที่เลือกท่านสมัคร และหากสภาผู้แทนราษฎร เลือกท่านจริง ผมก็ต้องยอมรับเพราะผมเป็นประชาชนธรรมดา คงไม่มีอำนาจไปทำอะไร แต่ผมก็จะตราหัวไว้ว่า เป็นสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่มีมารยาท” นายอัมมาร กล่าว

ส่วนทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาการเมืองในขณะนี้ ตนมองว่า ควรยุบสภา เพราะสภาพของสภาในปัจจุบันมันไปไม่ไหวแล้ว เพราะเสียงข้างมากที่ นายสมัคร และพรรคพลังประชาชนมีอยู่ในสภา มันถูกต้องข้อสงสัยว่าไม่ใช่แล้ว เพราะเสียงที่แท้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ เริ่มไม่เห็นด้วยที่จะให้เป็นเสียงข้างมากแล้ว ดังนั้นเมื่อพรรคพลังประชาชนเอง ก็ยังมีความคิดอยากจะทำประชามติ เพื่อถามประชาชนว่ายังต้องการรัฐบาลชุดนี้อยู่หรือไม่ ดังนั้น ก็ควรจะพูดอย่างตรงไปตรงมา ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ไปเลยจะดีกว่า
นายอัมมาร สยามวาลา
กำลังโหลดความคิดเห็น...