xs
xsm
sm
md
lg

เชื่อ “นพเหล่” โชว์แผนที่ปลอม - แฉแผนกาสิโน 4 พันล้านรอบ “พระวิหาร”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อดีตทนายความคดีเขาพระวิหาร “สมปอง สุจริตกุล” ย้ำไทยไม่เคยยอมรับปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร น่าแปลกที่ “นพเหล่” ไปเซ็นยินยอม-ด้าน “เทพมนตรี ลิมปพะยอม” นักประวัติศาสตร์ เชื่อ แผนที่กระทรวงต่างประเทศนำมาเผยคือของปลอม ไม่ใช่ฉบับเดียวกับที่เขมรจะนำไปขอขึ้นทะเบียน

คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการคมชัดลึก

วานนี้ (24 มิ.ย.) ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล รักษาการคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และหนึ่งในทนายความของประเทศไทยที่ว่าความคดีปราสาทเขาพระวิหารต่อศาลโลกในปี 2505 ให้สัมภาษณ์ในรายการคมชัดลึก ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนนัล ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ว่า การอธิบายรายละเอียดทางด้านคดีเขาพระวิหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วานนี้ ถูกต้องครบถ้วนตามประวัติศาสตร์คดีเขาพระวิหารทุกประการ คือ ไทยไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตย และแผนที่ของกัมพูชา มีการดำเนินการทักท้วงคำตัดสินของศาลโลกมาตลอด และได้มีข้อสงวนส่งไปยังองค์การสหประชาติว่าวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าเมื่อกฎหมายระหว่างประเทศพัฒนาขึ้น ไทยจะทวงอธิปไตยเขาพระวิหารกลับมาอีกครั้ง จึงสรุปได้ว่า ไทยไม่เคยยอมรับการเสียปราสาทเขาพระวิหารเลย เรายืนยันอย่างนั้นมาตลอด แต่มาถึงวันนี้ตนก็ไม่รู้ว่าทำไม รมว.ต่างประเทศ จึงไปยินยอมเซ็นข้อตกลง เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับว่าปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ทั้งที่ผ่านมาไทยเคยคัดค้านมาโดยตลอด

ส่วนกรณีที่ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้ไปเซ็นยินยอมในข้อตกลงให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหาร แล้วมากล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงร่วมกัน ไม่ใช่สนธิสัญญาระหว่างประเทศ จึงไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภานั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ อย่างไรก็ต้องเข้าสภา ดังนั้น การที่นายนพดล กล่าวอ้างจึงเป็นเพียงการเล่นคำเพื่อเลี่ยงประเด็นเท่านั้น

ด้าน รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ตอนนี้ควรจะแยกเรื่องเขตแดน กับเรื่องมรดกโลกออกจากกันเสียก่อน ถ้าให้องค์การมรดกโลกจัดการ พื้นที่ดังกล่าวจะเป็น No man land คือไม่มีใครเป็นเจ้าของซึ่งไทยกับกัมพูชาจะได้เป็นเจ้าของจัดการร่วมกัน เป็นพื้นที่ที่จะเป็นสมบัติเรียนรู้ร่วมกัน พอมาถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันว่าไทยและกัมพูชาจะแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างไร

ตนเคยกล่าวไปแล้วว่า เฉพาะตัวเขาพระวิหารเหมือนกับกระดูกทั้งดุ้น แต่เนื้อหนังอยู่ในไทยทั้งหมด เพราะคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของเขาพระวิหาร คือ เมืองๆ หนึ่งที่มีอาณาบริเวณโดยรอบ ดังนั้น แค่ตัวปราสาทอย่างเดียวมันไม่มีคุณค่าพอที่จะเป็นมรดกโลกได้ ดังนั้น ทางออกก็คือ ไปสอบถามยูเนสโก ว่า ตกลงแล้วจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้หรือไม่เพื่อจะได้ยุติปัญหาในตอนนี้ก่อน

ด้าน นายเทพมนตรี ลิมปพะยอม นักประวัติศาสตร์อิสระ กล่าวว่า การแถลงการณ์ร่วมกันว่าไทยจะยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น จะทำให้ไทยเสียพื้นที่อย่างแน่นอนเพราะการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารจะต้องมีพิกัดดาวเทียมซึ่งจะกินพื้นที่ของไทย เพราะต้องกันพื้นที่เอาไว้เป็นเขตอนุรักษ์

นายเทพมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนกล้าพูดได้เลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องการนำโบราณสถานมาหากินอย่างแน่นอน เพราะตนทราบข้อมูลมาว่าหลังจากขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารสำเร็จจะมีโครงการแผนพัฒนาเขาพระวิหารที่มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้าน โดยจะเปิดบ่อนกาสิโน ใกล้ๆ กับเขาพระวิหาร รวมถึงมีแนวทางของเจรจาเปิดพื้นที่ตรงนั้นเป็นแหล่งค้าขาย

ที่กล้าพูดเช่นนี้เพราะตนเคยเห็นร่างโครงการดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้มีผลประโยชน์มหาศาลซึ่งมีเอกชนจากบริษัท อัปซาลาม ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ ที่เตรียมเข้าไปรับสัมปทานโดยแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับรัฐบาลกัมพูชา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดกัมพูชาจึงไม่ยอมขึ้นทะเบียนร่วมกับไทย เพราะหากขึ้นทะเบียนร่วมกับไทยแล้ว ไทยก็จะมีส่วนร่วมในผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย ดังนั้นเราจึงต้องรู้ให้ทันกับเรื่องเรานี้ เพื่อที่ประชาชนอย่างเราจะได้ไม่ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้บริษัทข้ามชาติ และรัฐบาลหรือรัฐมนตรีบางคน

อีกทั้งตนเชื่อว่า แผนที่ที่นายนพดลนำมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนั้น ไม่ใช่แผนที่ตัวจริง ที่นายนพดล ไปเซ็นยินยอมไว้กับทางกัมพูชา เพระตนเชื่อมั่นว่าการขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเขาพระวิหารไม่มีทางที่ยูเนสโกจะยอมแน่ จึงไม่เชื่อว่า กัมพูชาจะขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจริง ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ นายนพดล นำเอกสารที่ไปเซ็นให้ความร่วมมือกับกัมพูชานั้นมาเปิดเผยให้สื่อมวลชนดู ว่า มีรายละเอียดอย่างไรและแผนที่ ที่แนบมากับเอกสารนั้นเป็นฉบับที่นายนพดล ได้นำมาเปิดเผยหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ยังไม่มีใครได้เห็นเอกสารความร่วมมือดังกล่าวเลยเป็นการทำโดยงุบงิบ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน

“รัฐบาลอ้างอยู่เสมอว่ามาจากประชาชน แต่พอเรื่องนี้กลับไม่เคยมองเห็นหัวประชาชน” นายเทพมนตรี กล่าว



กำลังโหลดความคิดเห็น