คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สร้างผลงานโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี 2569 ด้วยการคว้า 2 รางวัลจากเวทีการประกวดระดับประเทศ ในการประกวดผลิตคลิปวิดีโอสะท้อนคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ภายใต้หัวข้อ “ซื่อสัตย์สุจริต ชีวิตติด AI” ในระดับอาชีวศึกษา (ปวส.) หรือเทียบเท่า และระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ มอบรางวัลโดย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
การประกวดครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ โครงการ “ลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2568” โดย กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน และดำเนินงานโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ ควบคู่กับคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตในยุคเทคโนโลยี AI
ทีม BluePlokKan สามารถคว้ารางวัล “ชนะเลิศระดับประเทศ” ได้รับโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา 15,000 บาท ประกอบด้วย นักศึกษาจากหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ ได้แก่ นางสาวนราวดี ภู่สกุล, นายสุธนัย คำแก้ว และนายกสิณ บุญชู พร้อมด้วยนักศึกษาจากหลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล นายพีรวิชญ์ ไชยศร และนายภูษิต วายามานนท์
ผลงาน “Final Pitch with Integrity” ของทีม สะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความซื่อสัตย์” ในโลกยุค AI ได้อย่างร่วมสมัย ผ่านเรื่องราวของการ Pitching งานของนักศึกษา ที่ต้องตัดสินใจนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม ตัวผลงานเปรียบเทียบการใช้ AI ในมุมมองที่แตกต่าง ทั้งด้านที่สร้างสรรค์และด้านที่บิดเบือน เพื่อชวนตั้งคำถามเชิงจริยธรรมในกระบวนการคิดและการตัดสินใจ สื่อสารให้เห็นว่าโลกของ AI มีหลายมิติ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้อย่างมีสติ เคารพคุณค่าของตนเอง และใช้ AI ในฐานะ “โค้ช” หรือ “ผู้ช่วย” ขณะที่ต้นทางของความคิด จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ยังคงต้องเริ่มต้นจากมนุษย์ผู้สร้างสรรค์งานเป็นสำคัญ
นางสาวนราวดี ภู่สกุล ตัวแทนทีม BluePlokKan กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้พวกเรามอง AI แค่ในมุมของเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น แต่พอได้ลงมือทำจริง เราเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองมากขึ้นว่า เรากำลังใช้ AI เพื่อช่วยคิด หรือกำลังให้ AI คิดแทนเรา โปรเจกต์นี้สอนให้พวกเราเข้าใจว่า การเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ดี ไม่ได้วัดกันแค่ผลงานออกมาดูว้าวแค่ไหน แต่ต้องเริ่มจากความคิด ความตั้งใจ และความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เราเลือกใช้ AI เป็นเหมือนโค้ช เป็นผู้ช่วย แต่ต้นทางของไอเดียและคุณค่าของงาน ต้องเป็นตัวตนของเราเอง
“การได้ขึ้นเวทีระดับประเทศ ทำให้พวกเรากล้าเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองมากขึ้น และเห็นชัดขึ้นว่า คอนเทนต์ที่มีคุณค่า สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมได้จริง ถ้าเรากล้าคิด กล้าตั้งคำถาม และซื่อสัตย์กับสิ่งที่เราทำ”
อีกหนึ่งความสำเร็จของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ DPU คือ ทีม matammai ที่คว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร และทุนการศึกษา 10,000 บาท ประกอบด้วย นักศึกษาจากหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ ได้แก่ นางสาวอริสรา แสนคำ, นางสาวสุชัญญา อเนกวิทยากิจ, นางสาวสุกัญญา สมเย็น, นายตฤณธรรม ตางาม และนางสาวศศิมล ศิริสวรรยา
ผลงาน “ฝันที่ยืมมา” ของทีม matammai นำเสนอเรื่องราวที่ผสมผสานมุมมองของเยาวชนเข้ากับสถานการณ์ใกล้ตัวในโลกดิจิทัล ถ่ายทอดประเด็นการนำ AI มาใช้ปลอมแปลงเอกสารเพื่อจัดทำพอร์ตโฟลิโอในการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ตัวผลงานสะท้อนความกดดัน ความคาดหวัง และทางเลือกที่ท้าทายของวัยรุ่นในยุคเทคโนโลยี ก่อนจะชี้ให้เห็นว่า “ความซื่อสัตย์สุจริต” คือคุณค่าหลักที่นำไปสู่การตัดสินใจอย่างถูกต้อง และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างภาคภูมิใจและมีความสุขอย่างแท้จริง
นางสาวสุกัญญา สมเย็น ตัวแทนทีม matammai กล่าวว่า “การทำผลงานชิ้นนี้ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ว่า คอนเทนต์ที่ดีสำหรับพวกเรา ไม่จำเป็นต้องโปรดักชันที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ไอเดียต่างหากที่ทำให้เราแตกต่าง และสะท้อนตัวตนของเรา ประสบการณ์จากเวทีนี้ทำให้พวกเรากล้าที่จะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่รับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ และเชื่อว่าการเริ่มต้นจากความซื่อสัตย์ คือพื้นฐานสำคัญที่จะพาเราเติบโตในรั้วมหาวิทยาลัยและในเส้นทางชีวิตต่อไป”
ด้าน อาจารย์อานนท์ บัวภา หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเวทีการประกวด คือห้องเรียนที่ใหญ่และท้าทายที่สุดของนักศึกษา การเปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิด ทดลอง ตั้งคำถาม และกล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยมีอาจารย์คอยทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน คอยชวนเด็กมองปัญหาให้ลึกขึ้น และผลักดันให้เขาใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เต็มที่
“ความสำเร็จของนักศึกษาในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากระบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือทำจริง ที่สำคัญต้องขอขอบคุณผู้บริหารมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ที่ให้การสนับสนุนแนวคิดการเรียนการสอนเชิงสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้นักศึกษาได้ออกไปเรียนรู้บนเวทีระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง เวทีการประกวดจึงเป็นเหมือนพื้นที่ที่ช่วย ‘ปลดล็อกศักยภาพ’ ให้เด็กได้พิสูจน์ว่า ความคิดของเขามีคุณค่า และสามารถสื่อสารกับสังคมในวงกว้างได้จริง”
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในการใช้สื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์สังคม พร้อมตอกย้ำบทบาทของการเรียนการสอนที่มุ่งพัฒนาทั้งทักษะวิชาชีพและคุณธรรมควบคู่กันไป


