xs
xsm
sm
md
lg

นักวิเคราะห์เขมรพูดเอง “พ่อลูกฮุน” เจอทางตันด้านการทูต โลกไม่สนไทยรุกราน แต่ใส่ใจสแกมเมอร์กัมพูชา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นักวิเคราะห์และฝ่ายค้านเขมรชี้ รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวทางการทูต ไม่สามารถดึงชาติมหาอำนาจหรือประชาคมโลกมาร่วมกดดันไทยกรณีความขัดแย้งชายแดนได้ เพราะ“ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” มุ่งแต่รักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง เล่นพรรคเล่นพวก ขาดความโปร่งใส ไม่ฟื้นฟูประชาธิปไตย นานาชาติจึงไม่มีใครพูดว่าไทยรุกราน มีแต่พูดถึงแต่เรื่องอื้อฉาวในกัมพูชา โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

วันที่ 21 ม.ค.2569 เว็บไซต์ TFA Khmer ในเครือข่ายวิทยุเอเชียเสรี(Radio Free Asia-RFA) ได้นำเสนอบทความเรื่อง “นักวิเคราะห์ชี้ กัมพูชากำลังเดินเข้าสู่ทางตันด้านการทูต” เขียนโดย เสก บัณฑิต อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ชี้ว่า กัมพูชากำลังเผชิญทางตันด้านความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศมหาอำนาจ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากรัฐบาลของนายฮุน มาเนต มุ่งให้ความสำคัญกับอำนาจ การเล่นพรรคเล่นพวก และขาดเจตจำนงที่แท้จริงในการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย รวมถึงไม่ให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ส่งผลให้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา–ไทยยังคงติดค้างยืดเยื้อ เพราะไม่มีผู้นำประเทศใดในเวทีโลกเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย

นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่พรรคฝ่ายค้านของกัมพูชาระบุว่า นับตั้งแต่ไทยเปิดปฏิบัติการทางหารกับกัมพูชา รัฐบาลกัมพูชามักแสดงท่าทีอวดอ้างว่ากัมพูชาได้เปรียบไทยในเวทีการทูตระหว่างประเทศ โดยอ้างว่ามีหลักฐานทางกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศจำนวนมากในการโต้แย้งฝ่ายไทย แต่ในความเป็นจริง ผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกลับไม่ให้ความสนใจต่อข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา–ไทย กลับพูดถึงเพียงปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และผู้ลี้ภัย แทนที่จะชี้ชัดว่าไทย “รุกรานกัมพูชา”
นายเซง วันนลี ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิรัฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับ RFA เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ว่า สาเหตุที่กัมพูชาล้มเหลวด้านการทูตในเวทีนานาชาติ มาจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน การถดถอยของประชาธิปไตย ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และการขาดธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ อีกทั้งรัฐบาลยังมุ่งเน้นเรื่องอำนาจและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ยากที่จะช่วยกัมพูชาในข้อพิพาทชายแดนกับไทย

นายเซง วันนลี กล่าวว่า “ปัจจัยที่จะทำให้ยุทธศาสตร์การทูตของนายฮุน มาเนต ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่การเลือกข้างระหว่างสหรัฐฯ หรือจีน แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้กัมพูชาเป็นรัฐที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และเป็นพื้นที่การลงทุนที่ปลอดภัย หากกัมพูชาแสดงให้โลกเห็นถึงความเข้มแข็งและความจริงใจในการจัดการอาชญากรรมข้ามชาติ ประตูการทูตจะเปิดกว้างมากขึ้น และการคุกคามจากการรุกรานใด ๆ จะได้ถูกยับยั้งจากประชาคมโลกผ่านผลประโยชน์ร่วมที่มีอยู่ในกัมพูชา”
ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาประสบภาวะชะงักงันในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย แม้กัมพูชาจะยื่นข้อเสนอเจรจาทวิภาคีกับไทยหลายครั้ง แต่ถูกฝ่ายไทยปฏิเสธ โดยอ้างว่าต้องรอให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่งก่อน ขณะเดียวกัน หลังการสู้รบ 21 วันยุติลงเกือบหนึ่งเดือน กองทัพไทยได้ประกาศยึดครองพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชาหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่พลเรือนและบริเวณโบราณสถานของขอม

กรณีดังกล่าว กัมพูชายอมรับว่ามีการสูญเสียดินแดนจริง แต่รัฐบาลกัมพูชายังไม่ได้นำคดีฟ้องไทยต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคยพยายามชี้แจงต่อคณะทูตต่างประเทศประจำกัมพูชาเกี่ยวกับการรุกรานของไทยหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผล ขณะที่กองทัพไทยยังคงขยายการวางลวดหนาม ยึดพื้นที่ และรื้อทำลายสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ยึดครองต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณและอุปกรณ์แก่กัมพูชาในเรื่องผู้ลี้ภัย การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน รวมถึงงบประมาณบางส่วนสำหรับปราบปรามการพนันออนไลน์เท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงปัญหาการรุกรานและการเผาทำลายบ้านเรือนของประชาชนกัมพูชาโดยไทยอย่างตรงไปตรงมา นักวิเคราะห์จึงเห็นว่านี่คือความล้มเหลวด้านการทูตของกัมพูชา ทั้งในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค

RFA ไม่สามารถติดต่อ นายแปน โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา และนายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อขอความเห็นในประเด็นนี้ได้ เมื่อวันที่ 20 มกราคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ยอมรับถึงความยากลำบาก โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความยากลำบากของชาติในขณะนี้คือความยากลำบากของชาวเขมรทุกคน แต่กุญแจสำคัญคือการเปลี่ยนความยากลำบากและความมุ่งมั่นของประชาชนให้เป็นพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ผ่านความสามัคคีเพื่อปกป้องชาติและแผ่นดิน

ขณะเดียวกัน เขายืนยันว่าการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญเพื่อคุ้มครองความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ผู้สังเกตการณ์มองว่า คำมั่นของฮุน มาเนต สะท้อนการยอมรับความล้มเหลวด้านการทูต หลังจากพยายามขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศในประเด็นข้อพิพาทกัมพูชา–ไทย แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจากกัมพูชามีเรื่องอื้อฉาวจำนวนมาก โดยเฉพาะอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์

นายคิม ซก โฆษกของ “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ 23 ตุลาคม” กล่าวว่า สาเหตุที่ปัญหากัมพูชา–ไทยไม่ได้รับความสนใจจากผู้นำโลก เป็นเพราะรัฐบาลตระกูลฮุนไม่ให้ความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างแท้จริง เช่น การเสริมสร้างนิติรัฐและการฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้นำกัมพูชามีลักษณะเผด็จการ มุ่งรักษาอำนาจและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ส่งผลให้การทูตในเวทีโลกยังล้มเหลวต่อเนื่อง

นายคิม ซก กล่าวอีกว่า “ครอบครัวฮุนทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจของตนเอง ไม่ได้ร่วมมือกับนานาชาติในการแก้ปัญหาประเทศ ทั้งปัญหาการรุกรานดินแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนั้นจีนและสหรัฐฯ จึงหันไปสนใจปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตนมากกว่า”

นักวิเคราะห์ด้านสังคมและการเมืองระบุว่า ในขณะที่โลกกำลังสับสนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เช่น อิหร่าน เวเนซุเอลา คิวบา สงครามยูเครน–รัสเซีย และความขัดแย้งญี่ปุ่น–จีนเกี่ยวกับไต้หวัน หากกัมพูชาไม่สามารถแก้ไขปัญหากับไทยด้วยสันติวิธีได้ ก็จำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าทางทหารกับไทยเป็นครั้งที่ 3 อย่างชาญฉลาดและยึดหลักกฎหมาย พร้อมทั้งต้องเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของชาติ และดำเนินการฟ้องไทยต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น