xs
xsm
sm
md
lg

"สมชาย" แฉยับ! เปิดเบื้องหลังล้ม รธน.60 หวังโละมาตราแสลงใจ "จริยธรรม-ตัดสิทธิ" ปูทางก๊วนการเมืองคืนอำนาจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"สมชาย แสวงการ" อดีต ส.ว. เปิดซีรีส์ "รู้ทันประชามติ" แฉเบื้องหลังความพยายามล้มรัฐธรรมนูญ 2560 ชี้เป้า 2 มาตราเด็ด "จริยธรรมนักการเมือง-ลักษณะต้องห้าม" คือจุดสลบที่นักการเมืองจ้องโละทิ้งเพื่อฟอกตัวและนิรโทษกรรมทางอ้อม ปลุกประชาชนลงมติ "ไม่เห็นชอบ" 8 ก.พ.นี้ เพื่อรักษาเกณฑ์มาตรฐานปราบโกง

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในประเด็น "รู้ทันประชามติ" เพื่อให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการออกเสียงประชามติ พร้อมแนะให้ประชาชน "ไม่เห็นชอบ" ในการลงประชามติเพื่อล้มรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อรักษาเกณฑ์มาตรฐานทางจริยธรรมและการปราบโกงนี้ไว้ โดยอดีต ส.ว.ได้ระบุข้อความว่า

"Ep.1 มาตรา160(4)(5) แสลงใจนักการเมืองเทา?

ก่อนถึงวันออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติควรรับทราบให้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญมาตราใดบ้างที่นักการเมืองอยากแก้ไข โดยจะขอนำเสนอรายประเด็นให้ทราบต่อไป ดังนี้

มาตรา 160(4)(5) ในเรื่องคุณสมบัติ ที่ต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และไม่ประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น เป็นมาตราหนึ่งที่นักการเมืองส่วนใหญ่ในหลายพรรคทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านอยากแก้ไขโละทิ้งมากที่สุดมาตราหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่เคยถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้อดีตนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วอย่างน้อย 2 คน และยังโยงไปถึงบทบัญญัติเรื่องจริยธรรม ส.ส. ส.ว.ที่ทำให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากตำแหน่งในเรื่องครอบครองที่ดินป่าอุทยานเขาใหญ่ ทำให้ ส.ส.ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลเรื่องผิดจริยธรรมร้ายแรงเพราะเสียบัตรลงคะแนนแทนกัน และบุกรุกที่ดิน ป่าสงวน ซึ่งศาลฎีกาเคยพิพากษาจำคุกและให้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วเกือบ 10 คน รัฐธรรมนูญมาตราแสลงใจนายกฯ รมต. ส.ส. ส.ว.นี้กำลังจะถูกยกเลิกไปในการลงประชามติเห็นชอบให้เลิกรัฐธรรมนูญ 2560 และจะไม่มีวันปรากฏมาตรา 160(4)(5) อีก ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะไม่มีวันที่พวกเขาจะยอมให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ที่เขาตั้งขึ้น บัญญัติไว้อีกแน่นอน จึงเสนอมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงประชามติ X #ไม่เห็นชอบ #ล้มรัฐธรรมนูญ #ปราบโกง"

ต่อมา เมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายสมชายได้ออกมาโพสต์ข้อความอีกครั้ง ระบุว่าเป็น EP.2 ให้ข้อมูลต่อเนื่องเกี่ยวกับความพยายามยกเลิกรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มการเมือง นอกจากนี้ นายสมชายยังเผยว่าการลงประชามติเห็นชอบให้ร่างใหม่คือการช่วยเปิดทางให้นักการเมืองที่ขาดคุณสมบัติกลับมา จึงรณรงค์ให้ประชาชนตัดสินใจลงมติ "ไม่เห็นชอบ" ทั้งนี้ นายสมชายได้ระบุข้อความว่า

"Ep.2 มาตรา 98(4)(5) แสลงใจนักการเมือง

ถูกศาลตัดสิทธิการเมือง? ก่อนถึงวันออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติควรรับทราบให้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญมาตราใด บ้างที่นักการเมืองอยากแก้ไข โดยจะขอนำเสนอรายประเด็นให้ทราบต่อไป ดังนี้

มาตรา 98 ตามรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งใช้กับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มี 18 อนุมาตรา แต่อนุมาตราที่แสลงใจ และบรรดานักการเมืองระดับหัวหน้าทีมและลูกทีมอยากโละทิ้งมากที่สุดคือ มาตรา 98 (4) และ(5) เนื่องด้วยนักการเมืองระดับนำของหลายพรรคการเมืองถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตัดสิทธิเลือกตั้งหรือตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี จึงมีความพยายามในหลายครั้งที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตัดออก แต่ไม่กล้าเสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา เพราะจะปรากฏให้ประชาชนเห็นชัดเจนว่าแก้ไขเพื่อตนเองและพวกพ้อง ดังนั้น การรณรงค์ให้เห็นชอบประชามติ ล้มรัฐธรรมนูญแล้วร่างใหม่โดยนอมินี ก็จะทำให้ประชาชนมองไม่เห็นว่าได้ยกเลิกอนุมาตรานี้ไปแล้ว

ซึ่งเท่ากับเป็นการนิรโทษกรรมทางอ้อมเพื่อยกเลิกลักษณะต้องห้ามดังกล่าว และเปิดโอกาสให้อดีต ส.ส. ส.ว. รมต.ที่เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาวินิจฉัยตัดสิทธิไป สามารถกลับมาสมัคร ส.ส. ส.ว. เป็น รมต.ได้อีกครั้ง รัฐธรรมนูญมาตราแสลงใจที่เป็นลักษณะต้องห้ามของนายกฯ รมต. ส.ส. ส.ว.นี้กำลังจะถูกยกเลิกไปในการลงประชามติเห็นชอบเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 และจะไม่มีวันปรากฏมาตรา 98(4)(5) อีกไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะไม่มีวันที่พวกเขาจะยอมให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ที่เขาตั้งขึ้นบัญญัติไว้อีก จึงเสนอมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงประชามติ X #ไม่เห็นชอบ"




กำลังโหลดความคิดเห็น