โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวสะเทือนใจของน้องบูม นักเรียนชั้น ม.5 ที่ต้องสู้ชีวิตเพียงลำพัง ทำงานพาร์ตไทม์ได้เดือนละ 6,000 บาทเพื่อส่งเสียตัวเองเรียน ล่าสุดพลังโซเชียลล้นหลาม ยอดบริจาคพุ่งทะลุ 1 ล้านบาทภายในวันเดียว จนเจ้าตัวต้องขอปิดรับบริจาค ชี้ “มีคนที่ลำบากกว่าผม”
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เฟซบุ๊ก "เมศ เจ้าชายน้อย-" ได้เผยเรื่องราวของน้องบูม วัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 ที่ต้องสู้ชีวิตเพียงลำพัง อยู่ห้องเช่า ทำงานพาร์คไทม์ได้เดือนละ 6,000 บาทเพื่อส่งเสียตัวเองเรียน หลังแม่เช่าห้องให้แล้วไม่กลับมาอีกเลย โดยเล่าว่า “ผมอยู่คนเดียวในห้องเช่าครับ ไม่มีหม้อหุงข้าว ไม่มีตู้เย็น มีแค่ที่นอนเล็กๆ 3 ฟุต กับความขยันและอดทน
ชีวิตตัวคนเดียวในห้องเช่า อายุ 17 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.5 ต้องทำงาน Part Time รายวัน แลกเงินเดือนละ 6,000 มาจ่ายค่าห้องเดือนละ 2,500 บาท ส่วนที่เหลือก็เก็บเอาไว้ซื้อข้าวสารถุงเล็กๆ (ถุงละ 1 กิโลฯ) เก็บเอาไว้ไปโรงเรียน ทำด้วยตัวเองทุกอย่างเพียงตัวคนเดียวตั้งแต่อยู่ ม.1 จนตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ม.5 และยังไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสเรียนต่อไหมเพราะไม่มีเงิน
ย้อนกลับไปในอดีตน้องมีพี่ชาย 1 คน และพ่อแม่แยกทางกันตอนน้องอยู่ ม.1 คนเป็นพี่และน้องไปอยู่กับพ่อ แต่ด้วยน้องมีปัญหาบางอย่างที่ทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง
จนน้องต้องแยกออกมาอยู่กับแม่ และด้วยเวลานั้นแม่ทำงานต่างจังหวัด แม่ก็หาห้องเช่าให้ลูกชายและแม่ก็ไปๆ มาๆ ส่งเงินมาให้บ้างไม่ส่งบ้างจนน้องเกรงใจแม่ และบอกแม่ว่าจะหางานเลี้ยงตัวเอง
ตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ไม่ได้มาหา ไม่ได้ส่งเงินมาให้น้องเลย น้องต้องอยู่ในห้องเช่าที่แห่งนี้เพียงคนเดียว..
ปัจจุบันน้องเรียนอยู่ชั้น ม.5 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ จ.นนทบุรี โดยทุกวันน้องจะตื่น 07.30 น.อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน หลังเลิกเรียนบ่าย 3 โมงครึ่งน้องจะรีบไปทำงานรายวันที่ร้านพิซซ่า ฮัท เพราะจะได้เงินเป็นชั่วโมงที่ทำ โดยทำหน้าที่ทำพิซซาและจัดส่ง เลิกงานประมาน 5 ทุ่มครึ่งกว่าจะกลับถึงบ้านทำการบ้านอาบน้ำนอนก็เกือบตี 1 ตี 2 เข้านอน ตื่น 7 โมงครึ่งไปโรงเรียน วันไหนไม่สบายก็พยายามกัดฟันอดทนไปเรียนไปทำงานเพราะถ้าไม่ได้ไปวันนั้นจะไม่ได้เงิน
ภายในห้องน้องมีเพียงที่นอน 3 ฟุต พัดลมและกระทะไฟฟ้าเล็กๆ ที่ซื้อผ่านแอปฯ ประมาณ 200 กว่าบาทเพื่อเอาไว้หุงข้าว ทอดไข่ กินมาม่าแบบนี้ทุกวัน ไม่มีหม้อหุงข้าวที่จะเอาไว้หุงกิน ไม่มีตู้เย็นที่จะดื่มน้ำเย็นๆ หรือแช่ของเก็บเอาไว้
เรื่องการเรียน น้องมีความมานะ ขยัน ใฝ่เรียนมาก เรื่องงานน้องมีความอดทน ขยัน พูดจาไพเราะ มารยาทดี
เมศยอมรับเลยว่าน้องมีความอดทน เข้มแข็ง ขยัน มานะ ตั้งใจ เมศขอชื่นชมอย่างมากกับสิ่งที่น้องเจอ
เบื้องต้นเมศนำข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่และเงินจำนวนหนึ่งให้กับน้องเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น
มีพี่ๆ ท่านใดอยากซื้อหม้อหุงข้าว ตู้เย็นเล็กให้น้อง สามารถติดต่อสอบถามได้ทางกล่องข้อความ หรือ 08-0775-3230 เมศ
*เพิ่มเติม **
ขออนุญาตลบเลขบัญชีออกมานะ เนื่องจากน้องได้รับความช่วยเหลือเพียงพอแล้วครับ
นี่ล่ะครับชีวิตจริงกับชีวิตของเด็กที่เรียนชั้น ม.5 ที่ไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่ตัวเองเผชิญ กลับลุกขึ้นดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน "ความอดทนจะให้พลัง" พี่ชื่นชมเรานะ คนเก่ง
(เรื่องราวดังกล่าวน้องบูมเป็นผู้ถ่ายทอดเล่าให้เมศรับทราบ และระหว่างนั่งคุย มี จนท.หน่วยงานเกี่ยวกับเด็กดูแลทุกอย่าง และผมได้รับอนุญาตจากน้องบูมและหน่วยงานให้ลงรูป และรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเป็นสื่อกลางในความช่วยเหลือ เรียบร้อยแล้วครับ)"
ล่าสุดผู้โพสต์ได้รายงานความคืบหน้าหลังโพสต์ช่วยเหลือน้องบูม โดยระบุว่า "1 วัน ทะลุ 1 ล้านบาท ขอปิดความช่วยเหลือครับ พี่เป็นสื่อกลางช่วยเราแล้วนะ
เราขยัน อดทน เก่งมาก พี่ดีใจกับเราด้วยนะ
พี่เมศ พอแล้วครับ ยังมีคนที่ลำบากกว่าผมอีก ผมฝากขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยเหลือผมนะครับ
จากเรื่องราวที่เมศลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือน้องบูมเด็กคนหนึ่งที่เช่าห้องอยู่ตัวคนเดียว ทำงานเลี้ยงชีพดูแลตัวเอง ที่หลายคนรับทราบจากหน้าสื่อออนไลน์
ไปก่อนหน้านี้
จนมีพลเมืองดีให้ความเป็นห่วงโทร.มาสอบถามรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ พร้อมหยิบยื่นความช่วยเหลือเข้าหาน้องมากมาย เพียง 1 วันเท่านั้นยอดเงินที่เข้าบัญชีน้องโดยตรงทะลุเกิน 1 ล้านบาท
โดยเงินจำนวนนี้ทางหน่วยงานราชการโดยตรงที่รับผิดชอบเรื่องนี้ บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นนทบุรี จะเข้ามาดำเนินการช่วยดูแลเรื่องการเรียนของน้องและช่วยดูแลเรื่องเงินที่พลเมืองดีส่งมาช่วยเหลือน้องทุกขั้นตอนต่อไป (เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องน้องบูมจะมีญาติพี่น้อง พ่อ แม่เพิ่มเติม หรือจะมีใครมาขอเงินน้อง)
เบื้องต้นเมศได้ดำเนินการลบเลขบัญชีของน้องบูมออกจากหน้าสื่อเฟซบุ๊กออกเรียบร้อยแล้วครับ เมศขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนที่ให้ความเป็นห่วงและติดตามเรื่องราวพร้อมหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้น้องนะครับ
ขอขอบคุณทางโรงเรียนที่เห็นความลำบาก มานะ ขยัน อดทนในตัวน้องและส่งเรื่องเข้ามาให้ทางหน่วยงานราชการของจังหวัดนนทบุรีให้รับทราบ
ขอขอบคุณหน่วยงานของจังหวัดที่รับทราบเรื่องและไม่นิ่งนอนใจประสานงานความช่วยเหลือมาถึงผมเพื่อเข้าช่วยเหลือน้อง และผมก็เป็นสื่อกลางในความช่วยเหลือในสื่อออนไลน์จนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รับทราบเรื่องราวของน้อง
เมศขอขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคนในสื่อออนไลน์ จากใจจริงครับ"


