xs
xsm
sm
md
lg

หมอโยโกะเปิดภาพจริงไขมันในช่องท้อง ชี้เป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน แนะวิธีกู้ตับให้กลับมาปกติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ด็อกเตอร์โยโกะ ผ่าตัดกระเพาะ“ เปิดภาพไขมันในช่องท้อง เผยไขมันพอกตับถือเป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน พร้อมแนะทำ IF 18/6 ควบคู่นอนก่อน 4 ทุ่ม

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เพจ "ด็อกเตอร์โยโกะ ผ่าตัดกระเพาะ" ของ พญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดแบบส่องกล้องแผลเล็ก ได้ออกมาโพสต์ถึงอันตรายของไขมันที่มองไม่เห็น โดยระบุว่า “สวัสดีเช้าวันจันทร์ค่ะ วันนี้หมอมีเรื่องไขมันที่อันตรายที่สุดมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ

ไขมันที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ไขมันที่เราจับได้ แต่คือ “ไขมันที่เราไม่เคยเห็น” ไขมันที่เรามองเห็นหน้ากระจก ไขมันที่เราหยิบได้ ไขมันที่เราบีบได้ ทั้งหมดนั้นยังไม่ใช่ตัวอันตรายที่สุด

ตัวจริงคือ ไขมันที่แทรกอยู่ลึกในช่องท้อง โอบล้อมตับ ห่อหุ้มลำไส้ พันรอบหลอดเลือด และแทรกอยู่รอบอวัยวะสำคัญทั้งหมด และในห้องผ่าตัด สิ่งที่หมอเห็นมามากกว่า 4,000 เคสทุกวันๆ ก็คือ ไขมันในช่องท้อง ตามรูปที่เห็นอยู่นี้เลยค่ะ เห็นทุกวันจนหมอกลัวค่ะ

ไขมันใต้ผิว = แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
ไขมันในช่องท้อง = ตัวจริงที่โหดกว่า

ไขมันในช่องท้อง ไม่ใช่แค่ “ก้อนไขมัน” แต่มันคืออวัยวะต่อมไร้ท่อที่ดุมาก ไขมันบางชนิดมีหน้าที่แค่เก็บพลังงาน แต่ไขมันในช่องท้องคือ โรงงานฮอร์โมน + โรงงานอักเสบ

เมื่อเรากินเกิน + ไม่ค่อยขยับ + นอนน้อย + เครียด

เซลล์ไขมันชนิดนี้จะ
- ขยายตัว
- เบียดเส้นเลือด
- ขาดออกซิเจน
- ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
- เรียกเม็ดเลือดขาวเข้ามา
- เปลี่ยนเป็นโหมดอักเสบ

จากนั้น… มันจะเริ่ม “ปล่อยสารพิษ” ออกมาทั้งวัน สิ่งที่ไขมันชนิดนี้ปล่อยออกมา

- สารกระตุ้นการอักเสบ
- กรดไขมันอิสระ
- ฮอร์โมนที่ทำให้ดื้ออินซูลิน และลดฮอร์โมนดีที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลิน

ผลคือ
ร่างกายอักเสบเรื้อรัง
น้ำตาลสูง
อินซูลินทำงานแย่ลง
ไขมันในเลือดผิดปกติ
หลอดเลือดเสื่อม
สมองไม่รับรู้สัญญาณอิ่ม
กินง่าย อิ่มยาก

ทั้งหมดนี้…เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วตับมาเกี่ยวตรงไหน? เกี่ยวโดยตรงค่ะ และนี่คือจุดที่เรื่องเริ่ม “พังเป็นลูกโซ่”

ไขมันและสารพิษจากไขมันในช่องท้องจะไหลตรงเข้าตับ

ไม่ผ่านระบบกรอง
ไม่ผ่านด่านคัดกรอง

ตับ = ด่านหน้า โดนเต็มๆ

ไขมันพอกตับ = ภัยเงียบที่โหดมาก

ตับไม่ค่อยปวด ไม่ค่อยเตือน ไม่ค่อยฟ้อง เพราะฉะนั้นใครที่บอกว่าปวดท้องบ่อยๆ เป็นไขมันพอกตับ อันนั้นไม่ใช่นะคะ ไขมันพอกตับจะไม่มีอาการค่ะ
มันจะสะสมไขมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง

- ไขมันพอกตับ
- ตับอักเสบ
- พังผืด
- ตับแข็ง
- มะเร็งตับ

หลายคนรู้ตัวตอนที่มันมาไกลแล้ว เช่น ไปตรวจอัลตราซาวนด์เจอ หรือทำ Fibroscan เจอ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เจอ

ปัญหาหลักของไขมันพอกตับคืออะไร?

ถ้าให้อธิบายสั้นที่สุด

ตับ “รับพลังงานเก่ง”
แต่ “ส่งออกไม่ทัน”

ตับรับน้ำตาล รับไขมัน สร้างไขมันเก่งแต่ระบายออกไม่ทัน โดยเฉพาะถ้ากินหวาน ดื่มหวาน อ้วนลงพุง ดื้ออินซูลิน พันธุกรรมเสี่ยงมันจะสะสมเร็วมาก

ข่าวดีก็คือ ไขมันในช่องท้อง และไขมันพอกตับ เป็นไขมันที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีที่สุด

ทำไมมันถึงยุบได้ไว? เพราะมันไวต่อ

✔️ การขาดพลังงาน
✔️ การ fasting
✔️ การออกกำลังกาย
✔️ การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

ออกกำลังกายช่วยตับยังไง?

1. ลดไขมันในตับโดยตรง
→ เปิดโหมดกำจัดไขมันในเซลล์

2. เพิ่มคุณภาพระบบเผาผลาญ
→ เครื่องยนต์ในเซลล์ทำงานดีขึ้น
→ เผาไขมันในช่องท้องได้เก่งขึ้น

3. ลดการอักเสบทั้งระบบ
→ ลดสารอักเสบ
→ เพิ่มสารต้านอักเสบ

4. อาจช่วยชะลอการเกิดพังผืด

แม้ในคนที่โรคไปไกลแล้ว
การออกกำลังกายก็ยังมีประโยชน์

สรุปแบบหมอโยโกะ

ไขมันในช่องท้อง = ระเบิดเวลาภายในร่างกาย
ไขมันพอกตับ = ภัยเงียบ

แต่…มันเป็นภัยที่ย้อนกลับได้ถ้าเริ่มวันนี้ หยุดวงจรนี้ตั้งแต่วันนี้

กินให้พอดี
คาร์บไม่ขัดสี
โปรตีนถึง
ไขมันดี
เพิ่มช่วง fasting (อดอาหาร) ในคนไข้หลังผ่าตัดกระเพาะ เริ่มทำ IF ได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์เป็นต้นไป แนะนำทำ IF 18/6 คือใน 1 วันจะรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีพลังงานอยู่ 6 ชั่วโมง อีก 18 ชั่วโมงที่เหลือดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่าและกาแฟดำล้วนๆ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนให้พอ (เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม นอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน และนอนหลับ/ตื่น ในเวลาเดิมทุกวัน)

ตับมันทนเก่ง มันทำงานให้เราทั้งชีวิตโดยไม่เคยบ่น จนวันที่มันใกล้พัง มันถึงจะเริ่มส่งสัญญาณ อย่ารอให้มันร้องนะคะ เริ่มดูแลมันตั้งแต่วันนี้”




กำลังโหลดความคิดเห็น