xs
xsm
sm
md
lg

ถอดบทเรียนพยาบาลสาว รพ.ร้อยเอ็ด! อดีตพยาบาลแฉวงจร "เวรนรก" เงินเดือนครึ่งแสนแต่แลกด้วยทั้งชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เสียงสะท้อนที่เจ็บปวด! อดีตพยาบาลร่วมอาลัยพยาบาลร้อยเอ็ด พร้อมถอดบทเรียนด้านมืด 'ชุดขาว' ที่ต้องแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตย่ำแย่ เผยวงจรเวรนรก 30 เวรต่อเดือน ป่วยปางตายก็ต้องมาทำงาน ชี้รายได้ครึ่งแสนไม่คุ้มค่าเมื่อต้องเสียเวลาดูแลครอบครัว และความทรงจำสุดท้ายที่แม่ทำกับข้าวรอลูกจนเช้าแต่ไม่มีโอกาสได้กิน

จากกรณีสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ หลังนางสาวยุภารักษ์ สุขวรรณดี พยาบาลวิชาชีพ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ปฏิบัติงานประจำหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 2 ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะปฏิบัติหน้าที่เวรดึก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "เขมิกา ประเสริฐวัฒนะ" ซึ่งเป็นอดีตบุคลากรทางการแพทย์ได้ออกมาโพสต์ข้อความถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ถึง "คุณภาพชีวิต" ที่ต้องแลกมาด้วยเงินรายได้ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"ขอแสดงความเสียใจจากการจากไปของเพื่อนร่วมวิชาชีพนะคะ

พยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ด

การจากไปครั้งนี้ อาจจะถอดบทเรียนให้กับพยาบาลทุกคนที่ยังทำงาน ณ ตอนนี้ ขอกล่าวถึงชีวิตพยาบาลของตัวเองที่ตอนยังอยู่ในระบบรัฐ รพ.รพช.นะคะ เงิน 4 หมื่น++ 5 หมื่น++ /เดือน ของเด็กจบใหม่กับ OT บางเดือน 30 เวร และคุณภาพชีวิตย่ำแย่ ยังใช่ชีวิตที่เราอยากทำจนเกษียณหรือเปล่า
เกริ่นคร่าวๆ

ตอนเป็นพยาบาลจบใหม่ เราเลือกเอง ว่าอยากอยู่ Med อยากทำงาน Med มันท้าทาย เราเลือกอยู่ รพช.ที่บ้าน และเปิดโลกมาก เพราะพยาบาล รพช. ไม่ว่าจะอยู่ ward ไหนต้องมีเวร Refer ด้วย หากเป็นวันทำการ แล้วที่ ward มี Refer เท่ากับต้องเสียอัตรากำลังพยาบาล ward 1 คน วันเสาร์ อาทิตย์ ก็มีเวร Refer D/N แล้วงานที่ต้องทำที่ ward พยาบาลที่ Refer กลับมา ก็ต้องรันงานที่ค้างไว้ต่อ คำถามคือ "แล้วคนที่อยู่ล่ะ ไม่ช่วยเหรอ" ทุกคนงานล้นมือจริงๆ เวรเช้าลงเวร 6 โมงเย็นก็มี เวรบ่ายลงเวรตี 2 ตี 3 ตลอด เวรดึกไม่ต้องพูดถึง 9 โมง-10 โมงกว่าๆ แล้วมีต่อเวรบ่ายด้วยนะ

เข้าสู่เรื่องเล่าชีวิตการทำงานพยาบาล

จำได้ว่าเทรน 2 เดือน ขึ้นเป็นตัวจริงและเทรนเป็น Inc. เลย โอ้โห พยาบาล รพช.อะเมซิ่งมาก ขึ้นเวรอัด เพราะด้วยบุคลากรไม่พอ พยาบาลป่วย สิทธิการลาถืออยู่ในมือ แต่ไม่กล้าใช้ เพราะสงสารเพื่อนร่วมงาน ข้าวเช้าอย่าถามถึง ข้าวเที่ยงอย่าถามหา ข้าวเย็น 4 ทุ่มก็มี ว่างตอนไหน รีบกิน รีบรันงานต่อ
เวรพยาบาลที่เราแลกกันจนได้ ช/บ/ด ด/ช/บ บ/ด/ช ช/N(Refer)/ช/บ
ถามว่าขึ้นเวรแบบนี้ผิดไหม ผิดค่ะ แต่เราต้องยอมขึ้นกัน เพราะเราจะได้หยุดในวันที่เรามีธุระ และเพราะคำว่า
“คนไข้ที่ ward ล่ะ” และขีดจำกัดของอัตรากำลังพยาบาล

เป็นพยาบาล รพช.3 ปี เคยป่วยไหม เคยลาป่วยไหม

ตลอดระยะเวลา 3 ปี ลาป่วยเพราะแค่ติดโควิด เมื่อก่อนให้หยุด 5-7 วัน ไม่เคยได้หยุดหรอก มากสุดแค่ 2-3 วัน ยังไม่หายดี ต้องรีบมาขึ้นเวร และมีเหตุการณ์แรกที่ขึ้นเวร เรานอนไม่พอมาหลายวัน รู้สึกเหมือนจะวูบ ใจหวิวๆ ไม่กล้าบอกเพื่อนร่วมงาน และแม่ที่รออยู่ที่บ้าน และอีกไม่กี่ ชม.ตัวเองก็จะถึงวัน Off ตั้ง 1 วันเต็มๆ ได้แต่ส่งบอกแฟน ว่ารู้สึก "ใจหวิวๆ อีกแล้ว เขาจะวูบอีกแล้ว" และได้ฝืนตัวเองทำงานจนจบ

เหตุการณ์ที่ 2 ด้วยคนไข้ที่ ward ทั้ง TB ดื้อยา โรคต่างๆ อีกมากมาย เราทำงานอยู่ดีๆ รู้สึกหนาวสั่นสะบั้น หายใจเร็ว รู้สึกเหนื่อย ได้ส่งไปที่ ER V/S T39c. HR =118bpm RR=24bpm BP ยังดีอยู่ CBC WBC 3200 หมอให้นอน รพ.ให้ Cef-3 3 วัน
ตอนนั้นสถานการณ์ที่ ward ทำให้เราตัดสินใจไม่นอน รพ. ไม่ลางานฉีดยาที่ ER 1 dose แล้วกลับไปทำงานต่อ แล้วเบิกยามาฉีดต่อที่วอร์ด จนครบ 3 วัน บางคนอ่านมาถึงจุดนี้ ก็คิดอยู่ในหัวว่า แล้วจะทรมานตัวเองทำไม ด้วยสถานการณ์ตอนนั้น ยอดคนไข้ 30 กว่าคน มีคนไข้เหนื่อยที่อาจต้องใส่ tube อีก รับใหม่ไม่ต่ำกว่า 5 case/เวร เวรบ่ายบางเวรรับใหม่มากถึง 12 case กับพยาบาลเวรบ่ายขึ้นแค่ 3-4 คน ยังไม่รวมคนไข้แอลกอฮอล์ คนไข้ใช้สารเสพติด ที่อาละวาด จะทำร้ายเจ้าหน้าที่อีกนะ เราเลือกอะไรไม่ได้จริงๆ นึกถึงใจเขาใจเรา เพราะไม่ใช่แค่เราที่เสียสละ พี่น้องร่วมเวรทุกคน เขาไม่สบายก็ไม่หยุดเหมือนกัน เราผ่านกันมาได้ เพราะมีแค่กันและกันที่สู้กันจริงๆ ไม่มีใครมาคอยสนใจชีวิตพยาบาลอย่างพวกเราหรอก พวกเรารู้ดีที่สุด

จุดเปลี่ยนชีวิตกับการเลือกเส้นทางชีวิตใหม่

1. แม่ แม่ต้องอดนอนเหมือนเรา เพราะต้องคอยมารอลูกลงเวรตี 2 ตี 3 ทุกวัน ต้องคอยทำกับข้าวให้ลูกไปกินที่ทำงานทุกมื้อ อยู่บ้านหลังเดียวกันกับแม่ แต่ไม่ค่อยได้คุยกัน ไม่เคยพาแม่ไปไหน เพราะคำว่า "หนูติดเวรนะแม่" พิมพ์เล่าไปก็น้ำตาไหลไป
ประโยคที่แม่ส่งหาเราตลอด คือ "แม่ทำแกงส้มไว้รอนะ"

“แม่ทำพะโล้ที่ลูกบ่นอยากกินไว้ให้นะ” คำตอบที่เราส่งกลับไปหาแม่คือ หนูมีเวรต่อนะแม่ แช่ตู้เย็นไว้ ลงเวรหนูไปกิน พอเราลงเวร กับข้าวที่แม่ถ่ายส่งให้เราดูยังอยู่ครบทุกถุง แม่เราไม่ได้กินกับข้าวที่ทำไว้ให้ลูกเลย เพราะแม่เอาไว้ให้ลูก

เหตุการณ์แม่ล้ม จนทุกวันนี้ แขนแม่ยกไม่ได้ 100% เพราะแม่ไม่บอกลูก กลัวลูกเป็นห่วง และใช่ค่ะ แม่ไหล่ติด เรามารู้ความจริงในวันที่เราสังเกตเห็นแขนแม่มีรอยช้ำ แม่ถึงยอมบอก เราพาแม่กายภาพตลอด แต่เรื่องที่น่าเศร้าคือ ไม่ใช่รักษาไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่เราโทษตัวเองมาตลอด ว่าดูแลแม่ได้แค่นี้เหรอ เราคุยกับคนไข้เยอะกว่าพูดคุยกับแม่อีก เราอยู่กับคนไข้มากกว่าอยู่กับแม่อีก ไม่เอาแล้ว เราจะไม่อยู่ที่เดิม งานเดิม ที่แก้ปัญหาไม่ได้อีกแล้ว เราจะใช้ชีวิตกับครอบครัวให้มากขึ้น

2. สามี เราไม่ค่อยได้เจอกัน ไม่ค่อยได้คุยกัน แชตสนทนามีแต่คำว่า "กินข้าวด้วยนะ" "เป็นไงบ้าง" “ถึงที่ทำงานแล้วนะ” “พักผ่อนเยอะๆ นะ” “เป็นห่วงนะ” “ลงเวรยัง” ซึ่งบางคำถามจากแฟนก็ไม่มีคำตอบจากเราเลย แล้วชีวิตตอนเป็นแฟนกัน มีคำว่าความรับผิดชอบมาก่อนเสมอ เราเลือกงาน มากกว่าแฟนและครอบครัว และด้วยเหตุการณ์ของแม่ เลยทำให้เราทบทวนตัวเองใหม่ทั้งหมด

3. หลานสาว หลานเราป่วย ไข้ อาเจียนเยอะ เราลงเวรมาตอน 10 โมงเช้า แม่ไม่ได้บอกเรา และเรากำลังจะไปเวรบ่ายต่อ ช่วงบ่าย 3 แม่เล่าให้เราฟัง ว่าหลานมีอาการไข้ อาเจียนเยอะ แต่ได้หยุดอาเจียนแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจแม้แต่ไปดูอาการหลาน เพราะเห็นหลานยิ้ม มองเรา ก็คิดว่าหลานดีขึ้นแล้ว จนกระทั่งเราขึ้นรถ จะไปทำงาน หลานสาวได้หัวใจหยุดเต้น ฟุบต่อหน้าแม่ เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำเราให้ตัดสินใจเปลี่ยนนาฬิกาชีวิตตัวเองได้แล้ว ก่อนที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่อยู่กับเรา และถึงตอนนั้น เราก็คงเสียใจมากๆ

พยาบาล เป็นอาชีพที่เสียสละ แต่ขอให้เขาได้ใช้ความเสียสละนี้ เฉพาะเวลาที่เขาต้องทำงาน เสียสละเวลาส่วนตัวตัวเอง เพื่อคนไข้ตลอดระยะเวลาการทำงานก็เพียงพอแล้ว อย่าให้ต้องขึ้นเวรหนัก จนไม่มีแม้แต่เวลาดูแลตัวเองเลย อย่าขโมยทั้งชีวิตของพยาบาลขนาดนั้น เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เขาก็มีครอบครัวที่รักเขา และต้องการเขาเหมือนกับคนอื่นๆ เหมือนกัน รายได้บางที่ในอาชีพพยาบาลได้มากกว่า 4-5 หมื่นก็มี บางคนได้เป็นแสน แต่อย่าไปโฟกัสรายได้เขาเลย ชีวิตพวกเขาแทบไม่มีเวลาหาความสุขให้ตัวเอง เขาก็ต้องดูแลชีวิตครอบครัวเหมือนกัน และถ้าหากไม่มีเหตุการณ์ร้ายๆ ในอดีต ก็คงไม่ทำให้เราเติบโตในสถานที่แห่งใหม่ ได้เปลี่ยนแปลงนาฬิกาชีวิตตัวเองมาจนถึงตอนนี้ ตอนที่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว มีความสุข ทำงานเต็มที่ และได้ใช้ชีวิตที่อยากใช้ในแบบฉบับของตัวเอง ไม่โฟกัสเงินจนเกินไป เอาแค่สบายตัว สบายใจ เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ลำบาก เห็นรอยยิ้มคนในครอบครัว นี่แหละ ความสุขฉบับพยาบาลของเรา

ขอแสดงความเสียใจจากการจากไปของเพื่อนร่วมวิชาชีพอีกครั้งนะคะ พยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ด"


กำลังโหลดความคิดเห็น