xs
xsm
sm
md
lg

"พวกเขาคือผู้ประสบภัย" จิตแพทย์เปิดใจ บุคลากรแพทย์หาดใหญ่สละบ้านช่วยผู้ป่วยหลังน้ำลด แต่ไร้เวลาเยียวยาใจ-กอบกู้ซากบ้าน เรียกร้องรัฐฯ มองเห็นความเหนื่อยล้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เรื่องราวความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ รพ.หาดใหญ่ โดยเฉพาะจิตแพทย์หญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจทิ้งบ้านให้จมน้ำ เพื่อย้ายมาพักในโรงพยาบาลและเดินลุยน้ำไปทำงานต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ เช่นเดียวกับทีมแพทย์และพยาบาลคนอื่น ๆ ที่ยอมอดข้าวอดนอนเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยอย่างเต็มที่ แต่ความเจ็บปวดคือ หลังน้ำลดพวกเขาเหล่านี้ซึ่งเป็นทั้งผู้ดูแลและ "ผู้ประสบภัย" ไปพร้อมกัน กลับต้องเผชิญกับคลื่นผู้ป่วยโดยไม่มีเวลาพักผ่อนและกลับไปดูแลบ้านที่เสียหาย ผู้โพสต์ย้ำว่าสิ่งที่บุคลากรเหล่านี้ต้องการที่สุดในนาทีนี้ ไม่ใช่การถูกเร่งรัดให้ไปเยียวยาใคร แต่คือการเยียวยาปัจจัยพื้นฐานและจิตใจของพวกเขาเอง

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Jirayu Reungyos" ออกมาโพสต์ข้อความยกย่องการเสียสละของ บุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลหาดใหญ่ในช่วงวิกฤติน้ำท่วม โดยเล่าถึงจิตแพทย์หญิงที่ย้ายไปพักที่โรงพยาบาลและเดินลุยน้ำมาทำงาน รวมถึงทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน ยอมอดหลับอดนอนและเสียสละอาหารให้แก่ผู้ป่วยก่อน โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า

"ท่ามกลางข่าวกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากในหาดใหญ่ ผมได้รับรู้เรื่องราวผ่านเพื่อนอาจารย์จิตแพทย์ท่านหนึ่ง... ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายตัวเองไปนอนหอพักในโรงพยาบาลตั้งแต่วินาทีแรกที่น้ำเริ่มเอ่อล้น ทิ้งบ้านที่รักไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้จมอยู่ใต้บาดาลเพียงลำพัง เพื่อที่รุ่งเช้าเธอจะได้ตื่นมาทำหน้าที่ "หมอ" ได้โดยไม่ต้องกังวลกับการเดินทาง ถึงขนาดเดินลุยน้ำไปทำงานทุกวันจากหอพักตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่น้ำท่วม

นอกจากนี้ยังได้ยินข่าวแพทย์และพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆของโรงพยาบาลหาดใหญ่ยอมเสียสละแรงกายแรงใจทำงานเพื่อรักษาผู้ป่วยตลอดเวลายอมเสียสละแม้อาหารเพื่อให้ผู้ป่วยได้กินก่อนในขณะที่ตัวเองอดหลับอดนอนและไม่ได้กินข้าว ด้วยหัวใจที่ผมนึกอยากจะก้มลงกราบ พวกเขายอมสละมื้ออาหาร ยอมอดนอน เก็บความหิวและความเหนื่อยล้าไว้ข้างหลัง เพียงเพื่อให้คนไข้ได้กินอิ่มและได้รับการรักษาที่ดีที่สุด

​แต่วันนี้... เมื่อน้ำลดลง ผู้คนเริ่มทยอยกลับเข้าบ้านเพื่อล้างคราบโคลนและฟื้นฟูซากความเสียหาย แต่สำหรับ "พวกเขา" เหล่านี้... บ้านยังคงต้องรอคอย เพราะหน้าที่ตรงหน้าคือคลื่นผู้ป่วยระลอกใหม่ที่ถาโถมเข้ามา พวกเขาต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยไม่รู้เลยว่าจะมีวินาทีไหนบ้างที่จะได้กลับไปกอบกู้ซากบ้านของตัวเอง

เราถูกสอนให้เชิดชูบุคลากรทางการแพทย์ว่าเป็นผู้เสียสละ แต่เราอาจหลงลืมไปว่า "พวกเขาเองก็เป็นมนุษย์" เป็นลูกที่มีพ่อแม่ต้องดูแล เป็นพ่อแม่ที่มีลูกรออยู่ที่บ้าน และที่สำคัญ... "พวกเขาคือผู้ประสบภัย" เฉกเช่นเดียวกับเรา บ้านของเขาก็พัง หัวใจของเขาก็ล้า

​ความเจ็บปวดที่สุด คือการได้ยินเสียงเรียกร้องให้จัดตั้งทีมเยียวยาจิตใจในทันทีที่น้ำลด โดยลืมมองไปว่าการคาดหวังให้พวกเขาต้องเยียวยาคนทั้งเมืองในขณะที่ใจของตนเองยังไม่ได้รับการพักผ่อน มันช่างโหดร้ายราวกับมองพวกเขาเป็นเพียงเครื่องจักรที่ไม่มีสิทธิ์เจ็บปวด

​สิ่งที่จำเป็นที่สุดในนาทีนี้ ไม่ใช่การเร่งรัดให้หมอไปซับน้ำตาใคร แต่คือการเติมเต็มปัจจัยพื้นฐาน—ที่นอนที่แห้งสนิท อาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรค และมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนจากรัฐบาล

​ได้โปรดเถอะครับ... ขอพื้นที่เล็กๆ ให้คนทำงานได้หายใจ ได้กลับไปดูบ้าน ได้พักกายพักใจ พูดดีๆ กับเขา เรียกร้องจากเขาให้น้อยลงสักนิด เพื่อให้พวกเขาได้ซ่อมแซมหัวใจตัวเอง จนแข็งแรงพอที่จะกลับมาเป็น "ที่พึ่ง" ให้กับพวกเราทุกคนได้อีกครั้ง"


กำลังโหลดความคิดเห็น