xs
xsm
sm
md
lg

DPU ผนึกกำลัง สวทช. ขับเคลื่อน “AI เพื่อการศึกษา” ยกระดับการเรียนการสอนยุคใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เดินหน้าขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา มุ่งยกระดับประสิทธิภาพระบบการศึกษา สร้างรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่หลากหลาย พร้อมขยายผลสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ตามนโยบาย อว. for AI ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการออกแบบ “ระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่” ที่ผสานศักยภาพของมนุษย์เข้ากับพลังของ AI โดยเน้นการจัดทำแผนงานเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการศึกษาให้ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI ให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านการสอน ไปจนถึงการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณเพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้าน AI ในระดับอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสอันดีที่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง DPU และ สวทช. ได้เกิดขึ้น ท่ามกลางโครงการต่างๆ ที่มีการขับเคลื่อนร่วมกันมาแล้วระยะหนึ่ง การลงนามในวันนี้จึงถือเป็นการยืนยันความร่วมมือและเปิดประตูสู่การพัฒนาที่กว้างยิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ยังมีความผูกพันและคุ้นเคยกับ สวทช. มายาวนานนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2534 ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ในขณะนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การทำงานร่วมกับผู้อำนวยการรุ่นบุกเบิก รวมถึงโครงการพิเศษที่ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบันนี้

นอกเหนือจากด้าน AI ดร.ดาริกา ยังได้เน้นย้ำถึงศักยภาพในการขยายผลไปยังมิติอื่นๆ ที่สำคัญระดับประเทศ โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) และการจัดการเรียนรู้แบบ STEAM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้ง DPU และ สวทช. ต่างกำลังดำเนินการอยู่ภายในเช่นกัน เพื่อทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากนี้จะมีโอกาสได้ร่วมกันพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการมองหาโอกาสในการนำความเชี่ยวชาญที่มีอยู่มาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เห็นได้จริงและเป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศต่อไป” ดร.ดาริกา กล่าว


ขณะที่ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงข้อจำกัดของระบบการศึกษาไทยแบบเดิมที่ค่อนข้างตึงตัว เนื่องจากหลักสูตรส่วนใหญ่เป็นแบบรวมศูนย์ การนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำลายข้อจำกัดดังกล่าว เพื่อเปลี่ยนโฉมรูปแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ศ. ดร.ชูกิจ ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักของการเรียนการสอนในปัจจุบันคือ นักเรียนที่ได้คะแนนเท่ากันไม่ได้แปลว่ามีความถนัดในเรื่องเดียวกันเสมอไป ขณะที่ผู้สอนอาจไม่มีโอกาสวิเคราะห์ในรายละเอียดว่านักเรียนแต่ละคนมีจุดอ่อนหรือจุดแข็งในมิติใดเป็นพิเศษ เทคโนโลยี AI จึงจะเข้ามาทำหน้าที่สำคัญในการออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ในมิติของความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ศ. ดร.ชูกิจ ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ยังมุ่งเป้าสู่การสร้าง AI ที่เข้าใจหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของมนุษย์ และสามารถคัดสรรเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการรายบุคคลได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งหวังให้โครงการที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ นี้ ขยายผลไปทั่วประเทศจนกลายเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบทุกที่ทุกเวลา (Anywhere, Anytime) ที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ศ. ดร.ชูกิจ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การลงนามในครั้งนี้เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ทีมงานของทั้งสองฝ่าย และเป็นแรงสนับสนุนให้ผลงานวิจัยของ สวทช. ถูกนำไปใช้จริงในวงกว้าง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของประเทศ

สำหรับความเป็นมาและพัฒนาการของความร่วมมือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธิติพงศ์ ตันประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ AI Embedded Education ของ DPU และผู้พัฒนาระบบ AI ระบุว่า โครงการ AI Education เริ่มต้นจากโจทย์สำคัญว่า จะนำ AI มาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างไรโดยไม่ลดทอนเป้าหมายของหลักสูตร และไม่ลดบทบาทของอาจารย์ในฐานะผู้ออกแบบการเรียนรู้ โดย AI จะไม่ทำหน้าที่ให้คำตอบแก่ผู้เรียน แต่เข้ามาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของการเรียนรู้แบบรวมศูนย์ และสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ ก้าวหน้า และตั้งถามได้ในจังหวะที่เหมาะสมกับตนเอง ภายใต้กรอบที่หลักสูตรกำหนดไว้

จากแนวคิดดังกล่าว มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงพัฒนาโครงการ AI Education โดยใช้ AI ในบทบาท “ผู้ช่วยสอน” (AI Tutor) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้รายบุคคล โดยได้เริ่มต้นนำร่องทดลองใน 19 รายวิชาจนเห็นผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ ก่อนยกระดับสู่ระบบที่มีความเสถียรผ่านความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ซึ่งปัจจุบันได้ขยายผลไปยังสถาบันอุดมศึกษาเกือบ 100 แห่งทั่วประเทศ โดยมีการจัดการอบรมไปแล้วใน 3 ภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ภาคกลางที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับก้าวต่อไปของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยังมีแผนผนวกแนวทาง AI Education เข้าสู่ทุกรายวิชาในทุกหลักสูตรภายในปีการศึกษา 2568 เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้มีทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

ทั้งนี้ ภายในพิธีลงนามดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมเป็นสักขีพยาน นำโดย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค, ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค และ ดร.วาทยา ชุณห์วิจิตรา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ฝั่ง DPU นำโดย ผศ. ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ, ผศ. ดร.ศิริเดช คำสุพรม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ พร้อมด้วย ผศ. ดร.วิลาวัลย์ อินทร์ชำนาญ คณบดีวิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี, ผศ. ดร.ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์, อาจารย์ Nitika Bhardwaj คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ, อาจารย์ Simran Kayastha หัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรี International Business สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ และ อาจารย์สถาวร เลิศสุวรรณกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรธุรกิจการบิน วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน








กำลังโหลดความคิดเห็น