xs
xsm
sm
md
lg

เกมแล้ว! “เฉินจื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์กัมพูชาถูกจับส่งจีน ข้อหาฉ้อโกง-ฟอกเงินกว่า 3 แสนล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เฉิน จื้อ” มหาเศรษฐีกัมพูชา เจ้าพ่อสแกมเมอร์ ถูกจับกุมส่งตัวกลับจีนแล้วด้วยข้อกล่าวหาฉ้อโกงและฟอกเงินกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 แสนล้านบาท

เดอะ สแตนดาร์ด สื่อของฮ่องกง รายงานวันนี้ (7 ม.ค.) ว่า นายวินเซนต์ เฉิน หรือ เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ของกัมพูชา ถูกส่งตัวไปยังประเทศจีนแล้ว หลังถูกจับกุมในกัมพูชา ท่ามกลางข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการฉ้อโกงขนาดใหญ่และการฟอกเงิน รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ที่มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 320,000 ล้านบาท)

ทั้งนี้ มหาเศรษฐีสัญชาติกัมพูชาเชื้อสายจีนรายนี้ถูกเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรการฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ได้ตั้งข้อหาว่าเฉินเป็นผู้วางแผนและควบคุมเครือข่ายศูนย์หลอกลวง (scam compounds) ในกัมพูชา ซึ่งมีรายงานว่าสร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล โดยทางการสหรัฐฯ ได้ยึดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับเฉินคิดเป็นมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 109,200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง) ซึ่งถือเป็นการยึดสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

เฉิน จื้อ วัย 39 ปี เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน เริ่มต้นอาชีพในบริษัทเกมออนไลน์ขนาดเล็ก ก่อนย้ายไปกัมพูชาหลังปี 2553 และเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เขาได้สละสัญชาติจีนและได้รับสัญชาติกัมพูชาในปี 2557

รายงานบางฉบับระบุว่า นิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ที่บริหารโดย Prince Group แท้จริงแล้วเป็นสถานที่ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม โดยมีผู้คนนับพันถูกล่อลวงมาด้วยข้อเสนอการทำงานค่าตอบแทนสูงที่ไม่มีอยู่จริง และถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงออนไลน์

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ตำรวจฮ่องกงได้อายัดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 2,750 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงของขบวนการฉ้อโกงทางการเงินและฟอกเงินข้ามชาติที่ต้องสงสัย โดยแหล่งข่าวระบุว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนายเฉิน
ขณะเดียวกัน ทางการไต้หวันก็ได้อายัดทรัพย์สินของ Prince Group ภายใต้การนำของนายเฉิน มูลค่ากว่า 4,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 1,130 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง) ในเดือนเดียวกัน รวมถึงรถหรู 26 คัน เช่น โรลส์-รอยซ์ และเฟอร์รารี่ ที่ถูกยึดไว้ด้วย


ด้าน KiriPost สื่อกัมพูชาภาษาอังกฤษ รายงานโดยอ้างอิงจาก Cambodia - China Times ว่า เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ถูกจับกุมในประเทศกัมพูชา และถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายฉาย คิม เขวิน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ยังไม่ได้ตอบคำร้องขอของสำนักข่าว KiriPost เพื่อยืนยันข้อมูลและให้ความเห็นในกรณีดังกล่าว

ขณะที่นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่ายังไม่ทราบเรื่องการจับกุมดังกล่าว และได้แนะนำให้สอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทย

รายงานของ Cambodia - China Times ระบุว่า ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวดังกล่าวได้รับข้อมูลว่า เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธาน Prince Group ถูกจับกุมในกัมพูชา และถูกส่งตัวกลับจีนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสอบสวน

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เฉิน จื้อ กำลังเผชิญข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวางจากทางการสหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทข้ามชาติซึ่งจดทะเบียนในกัมพูชารายนี้ ถูกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตั้งข้อหา และถูกคว่ำบาตรโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาของสหราชอาณาจักร จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์แรงงานบังคับ และอาชญากรรมทางการเงินขนาดใหญ่

Prince Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2558 เป็นอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมหลายภาคส่วน ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม ธนาคาร และอีคอมเมิร์ซ

ทางการสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชี Prince Group เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือหลายสิบแห่งในกว่า 30 ประเทศ และเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

นอกจากนี้ อัยการสหรัฐฯ ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดทรัพย์ทางแพ่ง (civil forfeiture) บิตคอยน์จำนวน 127,271 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับรายได้จากการฉ้อโกงและการฟอกเงิน

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นการยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหน่วยงาน


ส่งกลับจีนอย่างรวดเร็วและเป็นความลับ

ขณะที่เว็บไซต์ Asia Financial รายงานว่า การส่งตัวมหาเศรษฐีผู้ฉาวโฉ่รายนี้กลับประเทศอย่างรวดเร็วและเป็นความลับ อาจไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก เมื่อพิจารณาว่าเฉินมีความสัมพันธ์และทำธุรกรรมอย่างกว้างขวางกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา อีกทั้งทางการจีนเองก็อาจต้องการจะรับประกันว่าเขาจะไม่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาหรือประเทศตะวันตกโดยตรง

เฉิน จื้อ ถูกสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองจีน ทั้งในกัมพูชาและในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงกรุงลอนดอน ซึ่งมีรายงานว่าเขาได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก รวมถึงหลายยูนิตที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และรัฐบาลอังกฤษได้ดำเนินการปิดกิจการ Prince Group เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
นอกจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DoJ) ได้ยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ยังมีการยึดทรัพย์สินในสหราชอาณาจักรมูลค่า 172 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า คำฟ้องที่ถูกเปิดผนึกในศาลรัฐบาลกลางนิวยอร์ก ได้กล่าวหาเฉิน จื้อ นักธุรกิจสัญชาติจีน-กัมพูชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการสื่อสาร (wire fraud) การฟอกเงิน และการสั่งการให้กลุ่มบริษัทดำเนินการ “ศูนย์หลอกลวงที่บังคับใช้แรงงาน” ทั่วกัมพูชา

คำฟ้องยังระบุว่า บุคคลที่ถูกกักขังโดยไม่สมัครใจในศูนย์ดังกล่าว ถูกบังคับให้เข้าร่วมขบวนการหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แก๊งเชือดหมู (pig butchering scams)” ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เหยื่อในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

โดนอายัดทรัพย์สินทั่วโลก

การที่กระทรวงการคลังสหรัฐและทางการอังกฤษคว่ำบาตร Prince Group และประกาศให้เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ได้จุดชนวนให้เกิดการยึดอายัดทรัพย์สินในหลายประเทศทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่นของโลก


ภายในระยะเวลาเพียง 5 สัปดาห์หลังจากเฉินถูกเปิดโปงและหายตัวไป ทางการในฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และประเทศไทย ได้อายัดทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นของเฉินหรือ Prince Group
เหตุการณ์นี้ยังนำไปสู่คำถามว่า เหตุใดหน่วยงานการเงินในสหรัฐ อังกฤษ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย จึงใช้เวลานานมากกว่าจะเปิดโปงกลุ่มธุรกิจที่ปัจจุบันถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดย Radio Free Asia ได้รายงานความเคลื่อนไหวและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกิจกรรมผิดกฎหมายของกลุ่มนี้มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 แล้ว

เฉิน จื้อ ถูกกล่าวหาว่าสร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่าราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากการฉ้อโกงออนไลน์ เช่น การหลอกลวงเชิงความรัก(romance scam) โดยใช้แรงงานทาสที่ถูกหลอกมาทำงานในศูนย์หลอกลวงที่โหดร้ายทารุณในกัมพูชา

คำฟ้องของสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า เฉินเคยโอ้อวดว่าขบวนการ “เชือดหมู” ของเขาสามารถสร้างรายได้ถึงวันละ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขนาดธุรกิจมหาศาลที่กลุ่มบริษัท Prince Group ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องนั้น ครอบคลุมตั้งแต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง 2 แห่ง ไปจนถึงสำนักงานบริหารทรัพย์สินของครอบครัวในสิงคโปร์ อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์หรูมากมายในเมืองต่างๆ เช่น ลอนดอน ไทเป และโตเกียว รวมถึงห้างสรรพสินค้า ธนาคาร กาสิโน โรงแรม ร้านอาหาร เครื่องบินส่วนตัว และเรือยอชต์ ในประเทศห่างไกลอย่างปาเลาและวานูอาตู ได้ก่อให้เกิดคำถามว่า เฉินได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของจีนหรือไม่

รายงานข่าวในไต้หวันอ้างว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันระบุว่า Prince Group มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมของ “แนวร่วมเอกภาพ (United Front)” ของจีนในกัมพูชา และช่วยจัดหาเงินช่วยเหลือมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงิน 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่กัมพูชาในปี 2561 นักสืบชาวไต้หวันรายงานว่าพบความเชื่อมโยงกับแก๊งมาเฟียรายใหญ่ และพบว่าผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ควบคุมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท 23 แห่ง

ภาพนายเฉิน จื้อ (คนที่ 3 จากซ้าย) ประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ป พบกับฮุน เซน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 บนหน้าเฟซบุ๊กของฮุน เซน
ด้านสำนักข่าว TFA ภาษาเขมร สื่อในเครือ Radio Free Asia รายงานว่า นายเฉิน จื้อ อาชญากรผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปและที่ปรึกษาของฮุน เซนและฮุน มาเนต พร้อมด้วยอีก 2 คนคือ นายสวี จีเหลียง และนายเส้า จีฮุย ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 และถูกส่งตัวไปยังประเทศจีน

TFA ระบุว่ากระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ในคืนวันที่ 7 มกราคม ว่าการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและตามคำขอของทางการจีน

TFA ให้ข้อมูลว่า ในเดือนตุลาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องเพื่อยึดทรัพย์สินมูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์จากกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปของเฉิน จื้อ อาชญากรชาวจีน-กัมพูชา รัฐบาลอังกฤษได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรและอายัดทรัพย์สินของบริษัทมูลค่าประมาณ 176 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกงก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน นายเฉิน จื้อ ถือสัญชาติกัมพูชาและดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนด และประธานวุฒิสภาฮุน เซน

หลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศอายัดทรัพย์สินและจับกุมนายเฉิน จื้อ รัฐบาลกัมพูชายังคงเงียบงัน และมีข้อสงสัยว่านายเฉิน จื้อ อาจหลบซ่อนตัวอยู่ในกัมพูชาภายใต้การคุ้มครองของตระกูลฮุน เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าอาชญากรรายนี้ได้มอบเงินจำนวนมากให้แก่ตระกูลฮุนเพื่อใช้ในการเสริมสร้างอำนาจและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย


กำลังโหลดความคิดเห็น