xs
xsm
sm
md
lg

กรมชลฯ เร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจาง-ห้วยบ้านโตก รับมือสภาพอากาศแปรปรวน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมชลประทานเร่งดำเนินแผนงานระยะยาว เดินหน้าพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจาง-ห้วยบ้านโตกอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเพชรบูรณ์ รับมือสภาพอากาศแปรปรวนในอนาคต คาดจะสามารถเก็บกักน้ำได้ 22.69 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ได้ประโยชน์กว่า 24,000 ไร่

นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำในระยะยาวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกทั้งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแปรปรวนในอนาคตซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยได้มอบหมายให้ นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจาง-ห้วยบ้านโตก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งในแผนพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์


นายสุรชาติกล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกันโดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้จะอยู่ในช่วงปรากฏการณ์ลานีญาซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยจะมีปริมาณฝนที่ค่อนข้างมาก ส่วนในปีนี้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ประมาณการว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งก็จะสอดคล้องกับที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศการเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ซึ่งค่อนข้างจะล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย อีกทั้งปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนปีนี้จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อยประมาณร้อยละ 5 และจะมีฝนทิ้งช่วงในช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนกรกฎาคมนี้

ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาเป็นช่วงของปีการเพาะปลูก 2565/2566 ซึ่งสิ้นสุดลงไปแล้วนั้นก็เป็นไปตามแผนการจัดการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งที่กรมชลประทานได้วางไว้ ส่วนในช่วงของฤดูฝนนี้กรมชลประทานได้วางแผนรับมือปรากฏการณ์ดังกล่าวโดยจะมีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับแผนการจัดการน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ที่สำคัญ ได้แก่ การเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดและการประชาสัมพันธ์แจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำแก่เกษตรกรอย่างใกล้ชิดส่วนมาตรการในระยะยาวก็จะดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเก็กกักน้ำไว้สำหรับการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุ่มน้ำป่าสัก ซึ่งมีความสำคัญต่อพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกรมชลประทานได้ดำเนินการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีโครงการที่ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จจำนวน 6 โครงการ และจะเริ่มดำเนินการศึกษาในปีนี้อีกจำนวน 2 โครงการ


นายสุชาติ กาญจนวิลัย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีพื้นที่อยู่ในลุ่มน้ำถึง 5 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำป่าสัก ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำโขง แต่จะมีส่วนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักมากที่สุดถึงร้อยละ 70 ของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีแม่น้ำป่าสักที่ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ยาวประมาณ 350 กิโลเมตร

“ที่ผ่านมาจังหวัดเพชรบูรณ์เผชิญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม โดยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจะอยู่สองฝั่งของแม่น้ำป่าสัก แบ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมปานกลางและเสี่ยงสูง ส่วนพื้นที่เผชิญภัยแล้งมักเป็นพื้นที่ลาดชันและภูเขาสูง โดยร้อยละ 60 ของพื้นที่ถือว่ามีปัญหาภัยแล้งระดับต่ำ และอีกร้อยละ 35 มีปัญหาภัยแล้งระดับปานกลาง ที่เหลือเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งระดับสูง”

ในปัจจุบันจังหวัดเพชรบูรณ์มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กประเภทต่างๆ จำนวน 232 แห่ง รวมความจุทั้งหมดประมาณ 210 ล้านลูกบาศก์เมตรสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน 457,163 ไร่ และมีแผนที่จะพัฒนาโครงการขนาดกลางที่มีศักยภาพอีก 44 โครงการ ซึ่งหากดำเนินการได้ครบถ้วนจะสามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มอีกประมาณ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายสุชาติกล่าวอีกว่า ตำบลบ้านโตก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทั้งเพื่ออุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรราษฎรตำบลบ้านโตกจึงส่งหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้พิจารณาจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจางที่บ้านน้ำจาง ตำบลบ้านโตกอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ กระทั่งปี 2561 มีผลการศึกษาโครงการพบว่ามีพื้นที่ที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแห่งกักเก็บน้ำได้อีก 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำบ้านโตก ตำบลบ้านโตก จากนั้นในปี 2564 ได้บรรจุโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ 8 โครงการ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งรวมถึงโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจางและอ่างเก็บน้ำบ้านโตกด้วย แต่เนื่องจากทั้ง 2 โครงการมีพื้นที่โครงการบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณที่เป็นป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (Zone C) จึงเข้าข่ายประเภทและขนาดของโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)



“โครงการฯ นี้จะมีพื้นที่รับประโยชน์ถึง 24,140 ไร่ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรในตำบลบ้านโตก ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์รวม 16 หมู่บ้าน และปริมาณน้ำที่ส่งให้จะเกิดประโยชน์อย่างมาก เช่น ส่งให้พื้นที่ชลประทาน 15.23 ล้านลบ.ม.ต่อปี แบ่งเป็นช่วงฤดูฝนประมาณ 19,630 ล้านไร่ ฤดูแล้ง 14,520 ล้านไร่ เพื่ออุปโภคบริโภค 1.32 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี รวมถึงน้ำเพื่อปศุสัตว์อุตสาหกรรม และน้ำเพื่อรักษาสมดุลนิเวศท้ายน้ำด้วย และนอกจากนี้ยังมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกด้วย”


นายเจษฎา โทศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 10ืเปิดเผยว่า มีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจาง-ห้วยบ้านโตกอันเนื่องมาจากพระราชดำริในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เนื่องจากโครงการฯ ดังกล่าวมีพื้นที่โครงการบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 ภายหลังการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ด้านพัฒนาแหล่งน้ำและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) จากนั้นจะต้องดำเนินการขอผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 จากคณะรัฐมนตรีก่อน อีกทั้งจะต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้อีกด้วย โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 6 ปีเนื่องจากจะต้องก่อสร้างเขื่อนจำนวน 2 แห่ง และทางเชื่อมอ่างเก็บน้ำด้วย


ส่วนนายเพิ่ม คิดตั้น เกษตกรวัย 66 ปี บ้านน้ำจาง หมู่ 7 ต.บ้านโตก อ.เมืองจ.เพชรบูรณ์ เล่าว่า เป็นเกษตรกรที่ทำสวนมากว่า 40 ปี มีสวนผสมผสาน 4 ไร่มาจากมะขามหวาน ละมุด มะม่วง แต่ละปีให้ผลผลิตแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ที่ผ่านมาจะดูแลพืชในสวนด้วยน้ำบ่อดินหรือเรียกว่าบ่อน้ำสร้าง จะมีน้ำไหลซึมเองตามธรรมชาติ ส่วนน้ำที่ใช้ในครัวเรือนก็มาจากบ่อเดียวกัน ที่ผ่านมาคนในหมู่บ้านประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ลุงเพิ่มจึงอนุญาตให้ผู้ใหญ่บ้านเจาะน้ำบาดาลในที่ดินของตัวเองเพื่อสูบน้ำขึ้นไปทำประปาของหมู่บ้านสำหรับคนอื่นๆ แต่เพียงพอเฉพาะเพื่อใช้ในครัวเรือน แต่น้ำที่จะทำการเกษตรยังไม่เพียงพอทำให้ต้นไม้ยืนต้นตายหลายต้น และแต่ละปีก็จะมีต้นไม้ตายเพิ่ม

นายเพิ่มยังบอกว่า ต้องการให้เกิดอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจางห้วยบ้านโตกขึ้นโดยเร็ว เพราะจะช่วยให้ราษฎรในตำบลนี้และใกล้เคียงมีน้ำทำการเกษตรและน้ำอุปโภคบริโภคด้วยจะได้ไม่ต้องเสี่ยงทำสวนทำไร่โดยอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว


กำลังโหลดความคิดเห็น