xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 30 พ.ค.-5 มิ.ย.2564

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



1.“ลุงพล” รอดนอนคุก หลังศาลให้ประกัน ด้าน “แม่น้องชมพู่” หวั่นไม่ปลอดภัย!

ความคืบหน้ากรณีน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ถูกฆาตกรรมหลังหายตัวไปจากบ้านในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2563 ก่อนพบเป็นศพบริเวณเขาภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก ห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2563

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาสืบสวนสอบสวนนาน 1 ปีกว่า ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. มีรายงานว่า ศาลจังหวัดมุกดาหารได้อนุมัติหมายจับนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ใน 3 ข้อหา คือ พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร, ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกิน 9 ปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปจากจน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย และกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

มีรายงานด้วยว่า หลักฐานในการออกหมายจับครั้งนี้ คือ หลักฐานบริเวณจุดพบศพน้องชมพู่ ได้แก่ กางเกง รองเท้า เส้นขน 3 เส้น ที่ตรวจดีเอ็นเอจนระบุได้แล้วว่าเป็นของใคร รวมถึงเส้นผมน้องชมพู่ที่ถูกสับ 36 เส้น และคำให้การของพยานแวดล้อมทั้งหมด และผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ชี้ชัดว่า มีความเชื่อมโยงกับนายไชย์พล

หลังมีข่าวว่าศาลอนุมัติหมายจับ วันต่อมา (2 มิ.ย.) ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ชัชชัย วงค์สุนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้นำหมายจับเดินทางไปที่บ้านนายไชย์พล แต่นายไชย์พลไม่อยู่บ้าน มีเพียงลูกชายอยู่บ้านเพียงลำพัง ขณะเดียวกันก็มีผู้สื่อข่าวและยูทูบเบอร์จำนวนมากเฝ้าสังเกตการณ์อยู่

ทั้งนี้ วันเดียวกัน (2 มิ.ย.) มีข่าวว่า นายไชย์พลจะเดินทางเข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวจึงไปปักหลักรอทำข่าว กระทั่งนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความนายไชย์พลเดินทางมาถึง ตร. พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังนายไชย์พลถูกออกหมายจับ พยายามนำนายไชย์พลเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน โดยเลือกจะมอบตัวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เพราะถือว่าเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี ยืนยันว่า ไม่มีการเจรจาหรือต่อรองเรื่องการขอประกันตัวตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด และว่า วันนี้นัดนายไชย์พลมาเจอกันที่นี่

ต่อมา นายไชย์พล พร้อมด้วยนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา ได้เข้ามาทางด้านหลังอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจได้นำตัวเข้าไปพูดคุยภายในห้องโถง โดยมี พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.อ่านหมายจับให้นายไชย์พลฟัง โดยมีทนายษิทราเข้ามาสมทบ

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจทำตามพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ แล้วไปขอหมายเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งศาลจังหวัดมุกดาหารได้ออกหมายจับลงวันที่ 1 มิ.ย. จำนวน 3 ข้อหา ส่วนการประกันตัว เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนจะพิจารณา และว่า หลังจากนี้จะนำตัวนายไชย์พลขึ้นเครื่องบิน เพื่อส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ คือ สภ.กกตูม ตามขั้นของกฎหมาย มีเวลาควบคุมตัว 48 ชม.หลังจากนั้นหากจำเป็นต้องสอบสวนต่อ ก็ต้องนำตัวไปฝากขังที่ศาล

ทั้งนี้ หลังนายไชย์พลถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งตัวให้ สภ.กกตูม เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ซึ่งนายไชย์พลได้ถูกคุมขังที่ สภ.กกตูม จากนั้นวันต่อมา (3 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.กกตูม เผยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา นายไชย์พลนอนหลับเหมือนผู้ต้องขังปกติทั่วไป ไม่มีสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด ก่อนที่ในเวลาต่อมา ป้าแต๋น ภรรยานายไชย์พล จะเข้าเยี่ยมสามี พร้อมยืนยันว่า สามีบริสุทธิ์ มีหลักฐานต่อสู้ทุกอย่างกับข้อหาที่ตำรวจแจ้งมา

ด้าน พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เผยว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายไชย์พลให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากนี้จะนำตัวไปฝากขังชั่วคราวที่ สภ.กกตูม ก่อนที่วันที่ 4 มิ.ย.จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมุกดาหารต่อไป

ขณะที่นายอนามัย วงศ์ศรีชา และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อและแม่ของน้องชมพู่ ได้เข้าพบทนายความและพนักงานสอบสวน สภ.กกตูม เพื่อหารือเกี่ยวกับการยื่นคัดค้านการประกันตัวนายไชย์พล

นางสาวิตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมา คนเป็นแม่ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆ่าลูกตัวเอง แต่ก็เลือกที่จะนิ่งและทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อคดีมีความชัดเจนมากขึ้น อยากให้สังคมมองมาที่ครอบครัวตัวเองใหม่ว่าเราไม่เคยทำร้ายลูก หรือฆ่าลูกของตัวเอง

ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายของนายไชย์พล กล่าวที่ สภ.กกตูมว่า จะยื่นประกันตัวขอความเมตตาต่อศาล ที่ผ่านมาลุงพลไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ส่วนข้อกล่าวหาทั้ง 3 ข้อของตำรวจ ตนมองว่า เป็นการคาดคะเนของชุดสืบสวน ไม่มีพยานเป็นประจักษ์บุคคลที่ชัดเจนว่า ลุงพลมีพฤติการณ์ตามที่ถูกออกหมายจับ

วันต่อมา (4 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กกตูม ได้คุมตัวนายไชย์พลไปยังศาลจังหวัดมุกดาหารเพื่อขอฝากขังชั่วคราว ขณะที่นายษิทรา ทนายความของนายไชย์พล พร้อมนางสมพร หรือป้าแต๋น ภรรยานายไชย์พล ก็ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดมุกดาหารเช่นกันเพื่อยื่นขอประกันตัวนายไชย์พล

ด้านนางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ ก็เดินทางไปศาลพร้อมด้วยพยานในคดี 5 คน เพื่อยื่นคัดค้านการประกันตัวนายไชย์พล เพราะเชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมา จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่างๆ และเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

ทั้งนี้ หลังนายษิทรา นำเอกสารและหลักทรัพย์ 180,000 บาท ยื่นขอประกันตัวนายไชย์พล และคำร้องคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของพนักงานสอบสวน รวมทั้งคำร้องคัดค้านของผู้เสียหายและพยานนานกว่า 7 ชั่วโมง ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวน พร้อมกำหนดเงื่อนไข 5 ข้อ คือ ห้ามผู้ต้องหาหลบหนี 2.ห้ามข่มขู่พยาน 3.ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหรือห้ามก่อเหตุอันตรายประการอื่น 4.ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านกกตูม ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหา เพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด หากผู้ต้องหาผิดข้อกำหนดเงื่อนไข ศาลจะพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวหรือมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

ด้านนางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ เผยหลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายไชย์พลว่า ตนเองเคารพและน้อมรับในคำสั่งของศาล แต่ยังยืนยันที่จะสู้คดีถึงที่สุด พร้อมยอมรับว่า กังวลในความปลอดภัยทั้งของตนเองและพยาน จึงอยากร้องขอให้มีตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัย

2.โควิดในไทยยังหนัก แอสตร้าฯ ส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้ไทย 1.8 ล้านโดส ขณะที่จีนส่ง "ซิโนแวค" มาอีก 5 แสนโดส!


สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูง เริ่มจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,528 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 1,902 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 24 ราย, วันที่ 31 พ.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,485 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 1,953 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 19 ราย, วันที่ 1 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,230 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 77 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 38 ราย, วันที่ 2 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,440 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 1,087 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 38 ราย, วันที่ 3 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,886 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 1,230 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 39 ราย, วันที่ 4 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,631 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 189 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 31 ราย

ล่าสุด วันที่ 5 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,817 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากเรือนจำ 315 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 36 ราย สำหรับยอดรวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นมา พบผู้ติดเชื้อแล้ว 145,933 ราย หายป่วยสะสม 96,667 ราย เสียชีวิตสะสม 1,126 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เผยว่า การพบเชื้อในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล ยังคงมีจำนวนที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการตรวจเชิงรุกแคมป์ก่อสร้าง ชุมชนแออัด ส่วนต่างจังหวัดส่วนใหญ่พบผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงงาน สมุทรปราการ โรงงานแปรรูปไก่ พบเพิ่ม 339 ราย โดยมีจังหวัดที่พบคลัสเตอร์ใหม่ สมุทรสาคร โรงงานกุ้ง ติดเชื้อ 102 ราย ประจวบคีรีขันธ์ หัวหิน โรงงานแปรรูปไก่ เพชรบุรี เขาย้อย โรงงานอุตสาหกรรมเกษตร ตรัง โรงงานไม้ยาง ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อ

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค. คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุม โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ร่วมประชุม ก่อนมีมติผ่อนปรนให้สถานประกอบการ 5 ประเภทในพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจ ประกอบด้วย 1.พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ อุทยานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ 2.สถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดของร่างกาย ร้านทำเล็บ 3.สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม 4.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านนวดเพื่อเสริมความงาม) สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า และ 5.สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ ห้ามไม่ให้มีการนั่งรวมกลุ่ม และไม่ให้นำอาหารเข้ามารับประทาน ยกเว้น น้ำดื่ม ส่วนสถานประกอบการประเภทอื่นๆ ให้ปิดต่อไปจนถึงวันที่ 14 มิ.ย.2564

อย่างไรก็ตาม หลังคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครมีมติดังกล่าวออกมา ไม่ทันข้ามวัน ปรากฏว่า ศบค.ได้เบรกมติดังกล่าว ด้วยการให้ใช้ประกาศกรุงเทพมหานครขยายการปิดกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งหมดตามประกาศฉบับที่ 29 ออกไปอีก 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2564 เป็นต้นไป ส่งผลให้กิจการ 5 ประเภทดังกล่าวที่ทาง กทม.จะผ่อนปรนให้เปิดได้ ต้องปิดต่อไปตามเดิม

ส่วนความคืบหน้าเรื่องวัคซีนต้านโควิดนั้น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แจ้งว่า วัคซีนซิโนแวคได้ผ่านความเห็นชอบจากองค์การอนามัยโลก (WHO) แล้ว ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดที่ 6 ในรายการ Emergency Use Listing (EUL) ขององค์การอนามัยโลก ประกอบด้วย ไฟเซอร์, แอสตร้าเซนเนก้า, แจนเซน จอห์นสัน&จอห์นสัน, โมเดอร์นา, ซิโนฟาร์ม และซิโนแวค

ส่วนที่หลายฝ่ายสงสัยว่า วันที่ 7 มิ.ย.ประชาชนทุกจังหวัดจะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกตามที่ลงทะเบียนในระบบหมอพร้อมหรือไม่ หลังคลางแคลงใจว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะส่งมอบให้ไทยไม่ได้ตามกำหนดนั้น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นไปตามกำหนดส่งมอบในเดือน มิ.ย. มั่นใจว่ากระจายวัคซีนทันวันที่ 7 มิ.ย.นี้ โดยบริษัท แอสตร้าฯ จะทยอยส่งให้ไทยจนครบ 6 ล้านโดสตามสัญญา หากมีปัญหา ก็เป็นหน้าที่ของบริษัท แอสตร้าฯ ที่ต้องจัดหามาให้ได้

ทั้งนี้ วันต่อมา (2 มิ.ย.) บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมายืนยันว่า พร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศไทยให้กับรัฐบาลไทยที่จะเริ่มฉีดในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ จำนวน 1.8 ล้านโดส โดยการประกาศความพร้อมดังกล่าวมีขึ้นหลังบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้ส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้บริษัท แอสตร้าฯ ได้สำเร็จตามแผนในช่วงเช้าวันเดียวกัน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในวันเดียวกัน (2 มิ.ย.) ว่า วัคซีนเข้ามาแล้ว มีการรับมอบ กำลังจะทยอยขนส่งออกไป จะมีการจัดสรรฉีดเดือน มิ.ย. คาดว่าวัคซีนจะมีเพียงพอในช่วง 1 เดือนที่จะฉีดให้กับประชาชนมากขึ้น ยิ่งในพื้นที่เสี่ยง จังหวัดเสี่ยง จะได้รับการจัดสรรทั้งหมด จะมีทั้งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และจะมีการนำเข้าซิโนฟาร์มเข้ามาอีก คิดว่าเดือน มิ.ย.การฉีดวัคซีนจะไม่มีปัญหา ส่วนเดือนต่อไป ก็วางแผนต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานรับมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำนวน 1.8 ล้านโดส เพื่อนำไปกระจายให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงกลุ่มแรก (ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค) พร้อมกันทั่วประเทศ ตามแผนฉีดวัคซีนแห่งชาติ ในวันที่ 7 มิ.ย.

ด้านนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันว่า หลังจากนี้จะทยอยส่งมอบวัคซีนตามสัญญา และว่า วัคซีนแต่ละลอตที่ได้ส่งมอบนั้น มีการตรวจคุณภาพอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานว่า วัคซีนแอสตราเซนเนก้าล็อตต่อไปที่จะส่งมอบให้ไทยนั้น จำนวนเท่าใด

ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แผนการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไปยังจังหวัดต่างๆ นั้น ไม่มีการเลื่อนฉีดในต่างจังหวัด ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ด้านเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ล่าสุด (5 มิ.ย.) ได้เผยภาพการขนส่งวัคซีนโคโรนาแวค (CoronaVac) วัคซีนที่พัฒนาโดยซิโนแวค ไบโอเทค จำนวน 500,000 โดส ที่เพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทย โดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย โดยระบุว่า "วัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 2 ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้แก่รัฐบาลไทยจำนวน 500,000 โดส ส่งถึงไทยแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้บริจาควัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1 ล้านโดส..."

เป็นที่น่าสังเกตว่า โรงพยาบาลบางแห่งในบางจังหวัด ได้ประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในวันที่ 7 มิ.ย.ออกไป เนื่องจากได้รับการจัดสรรวัคซีนน้อยกว่าที่กำหนดหรือยังไม่ได้รับการวัคซีน ขณะที่โรงพยาบาลบางแห่งยืนยันสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนในวันที่ 7 มิ.ย.ได้ แต่ขอเลื่อนการฉีดวัคซีนในวันต่อๆ ไป จนกว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เพียงพอของวัคซีนที่ไทยมีอยู่ในขณะนี้

3. “พล.ท.มนัส คงแป้น” ผู้ต้องขังคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา เสียชีวิตแล้วจากหัวใจวายเฉียบพลันขณะออกกำลังกาย!



เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่าที่ ร.ต.ธนกฤษ จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยว่า ได้รับรายงานจากรักษาการณ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่า พล.ท.มนัส คงแป้น อายุ 65 ปี อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทหารบก ผู้ต้องขังคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ซึ่งถูกจับตั้งแต่ปี 2558 เสียชีวิตขณะออกกำลังกายที่ลานกว้าง บริเวณชั้น 8 ภายในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดย พล.ท.มนัส มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง ไขมันในโลหิตสูง และหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ ขณะออกกำลังกายเกิดอาการวูบหมดสติ นอนนิ่ง ไม่หายใจ ผู้เห็นเหตุการณ์ได้ตามผู้คุมและพยาบาลแรกรับมาช่วยเหลือ แต่คลำชีพจรไม่ได้ ม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง จึงทำการกู้ชีพกดนวดหัวใจ และใส่ท่อช่วยหายใจ

กระทั่งเวลา 19.00 น. เริ่มให้น้ำเกลือ เจาะเลือด ให้ยากระตุ้นหัวใจ และยาเกลือแร่ลดความเป็นกรดในเลือด จากการตรวจเลือด ค่าเกลือแร่ปกติ น้ำตาลปกติ ไม่มีภาวะเลือดเป็นกรด ไม่มีภาวะหัวใจขาดเลือด และผลตรวจโควิด เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ไม่พบติดเชื้อ เอ็กซเรย์ปอด พบหัวใจโต เมื่อกดนวดหัวใจ 40 นาที ไม่มีการตอบสนอง ไม่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เวลา 19.40 น. วินิจฉัยว่าภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

มีรายงานว่า บริเวณชั้น 8 จัดไว้เป็นพื้นที่สำหรับผู้ต้องขังสูงอายุใช้ทำกิจกรรมตามเวลาที่สะดวก โดยพื้นที่ดังกล่าวสมัยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ และนายปลอดประสพ สุรัสวดี มีอาการป่วยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ใช้ลานแห่งนี้ออกกำลังกายเป็นประจำเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อความกระจ่างชัด ต้องรอผลตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติเวชอีกครั้ง

วันเดียวกัน (3 มิ.ย.) กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารข่าวยืนยันการเสียชีวิตของ พล.ท. มนัส ระหว่างถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

โดยกรมราชทัณฑ์ระบุว่า พล.ท. มนัสเข้ารับการรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 2 พ.ค. เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง ไขมันในโลหิตสูง และหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ เมื่อวานนี้ขณะเดินออกกำลังกาย มีอาการวูบหมดสติไม่รู้สึกตัว นอนนิ่ง ไม่หายใจ คลำชีพจรไม่ได้ ผู้เห็นเหตุการณ์จึงได้แจ้งผู้คุมและเจ้าหน้าที่ จากนั้นพยาบาลแรกรับจึงได้ทำการกู้ชีพ กดนวดหัวใจ (CPR) และใส่ท่อช่วยหายใจ ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบ

แพทย์ได้ทำการรักษาเพื่อช่วยชีวิตอย่างเต็มความสามารถ แต่ พล.ท. มนัสไม่มีการตอบสนองไม่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจและเสียชีวิตในเวลา 19.40 น. แพทย์วินิจฉัยพบว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

มีรายงานว่า ญาติจะจัดพิธีศพ พล.ท.มนัส ในวันที่ 4 มิ.ย. ที่วัดชลประทานฯ โดยจะมีพิธีฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 6 มิ.ย.

อนึ่ง คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา เป็นคดีใหญ่ที่มีทหารยศพลโท ถูกฟ้องร่วมขบวนการ เป็นคดีในยุค คสช.ที่ต้องการทำให้สหรัฐอเมริกาและยุโรปเห็นว่า รัฐบาลไทยเอาจริงในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ ที่ตอนนั้น Tip Report ของสหรัฐฯ จัดไทยให้อยู่ในอันดับ Tier 3 พล.ท.มนัส เป็นคนนครศรีธรรมราช จบเตรียมทหาร 16 เติบโตในภาคใต้ เคยเป็น ผบ.ร.15 พัน2, ผบ.ร.25, เสธ.พล.ร.5, ผบ.จทบ.ชุมพร, ผบ.มทบ.42

คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา มีผู้ต้องหา 103 คน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าผู้ต้องหามีความผิดฐานสมคบกันค้ามนุษย์ รวมทั้ง พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เพิ่มโทษจำคุกจาก 27 ปี เป็น 82 ปี โดยให้ได้รับโทษและเมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานร่วมกันฟอกเงินอีก 20 ปี อัยการแยกฟ้องคดีไว้ โทษจำคุก พล.ท.มนัส ขณะนี้รวม 70 ปี และพิพากษาเพิ่มโทษ พล.ท.มนัส ความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ 4 กรรม และความผิดฐานให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ จากเดิมจำคุก 27 ปี เป็นจำคุก 82 ปี

4. ศาลให้ประกัน “อานนท์-ไมค์” แล้ว ห้ามทำกิจกรรมเสื่อมเสียสถาบัน ด้าน “จัสติน” แม้ได้ประกัน แต่ยังมีอีก 2 คดี!



เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ศาลอาญาได้นัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มราษฎร ในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลย 22 คน ในความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาอื่นๆ จากการชุมนุมปักหมุดฯ 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร และคดีของนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 กรณีร่วมชุมนุมกับกลุ่มรีเด็ม ที่สนามหลวง

โดยศาลได้ไต่สวนจำเลยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และเรือนจำ เนื่องจากนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ยังอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ จากการรักษาอาการป่วยโควิด ส่วนนายชูเกียรติอยู่ระหว่างกักตัวที่เรือนจำ

โดยบรรยากาศที่ศาลอาญา มีนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ พร้อมมารดา และประชาชนจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางมาร่วมตัว เพื่อรอฟังผลการไต่สวนที่หน้าศาล รวมทั้งกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นำเสื้อคอกลมสีน้ำตาลอ่อนคล้ายชุดนักโทษ 112 ตัว สวมลงบนไม้รูปกากบาทที่วางเรียงริมรั้วศาล

หลังไต่สวน ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนายชูเกียรติ โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบัน ไม่ร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และให้มาศาลตามนัด หากผิดสัญญา ให้ปรับ 2 แสนบาท

จากนั้น ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ โดยกำหนดเงื่อนไขไม่ทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบัน ไม่ร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และให้มาศาลตามนัด ซึ่งทั้งสองใช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 2 แสนบาท

หลังศาลอนุญาตประกันตัว นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของจำเลย กล่าวว่า ศาลจะมีหมายปล่อยตัวนายภาณุพงศ์และนายอานนท์ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ที่ทั้งสองรักษาตัวอยู่ ซึ่งล่าสุดพบว่า ทั้งสองปลอดเชื้อโควิดแล้ว ทางครอบครัวจะไปรับที่ รพ.และพาไปกักตัวที่บ้าน ส่วนนายชูเกียรติ คาดว่ายังไม่ได้รับการปล่อยตัว เพราะเจ้าตัวยังมีคดีอาญา มาตรา 112 อีก 2 ศาล ซึ่งทนายความเตรียมยื่นเงื่อนไขการขอปล่อยตัวชั่วคราวเช่นเดียวกับที่ศาลอาญา

นายกฤษฎางค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร ออกมาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มราษฎร และมีผู้ไปยื่นให้ถอนประกันตัวด้วยว่า ศาลอาญานัดผู้ปกครองมาพูดคุยกันถึงเงื่อนไขของศาลในวันที่ 7 มิ.ย.นี้

ด้านนางยุพิน มะณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ลูกชายได้รับการปล่อยตัว โดยจะนำตัวลูกชายไปกักตัวที่บ้าน เนื่องจากไม่มีเชื้อโควิดแล้ว

ขณะที่นางมาลัย นำภา มารดาของนายอานนท์ กล่าวว่า ดีใจหลายๆ ที่ลูกได้ออกมา

5. ศาลนนทบุรี พิพากษาจำคุก “ปรเมศวร์” อธิบดีอัยการฯ เมาแล้วขับชนคนแล้วหนี 1 ปี ปรับ 4 หมื่น สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง รอลงอาญา2 ปี!



วันนี้ (5 มิ.ย.) สื่อมวลชนแต่ละสำนักเพิ่งทราบว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานอาญาธนบุรี เป็นจำเลยในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งคดีนี้นายปรเมศวร์ให้การรับสารภาพ

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี วรรคสอง จำคุก 1 ปี และปรับสี่หมื่นบาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือนและปรับสองหมื่นบาท

แต่ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยไว้ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง กับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29,30

อนึ่ง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการอัยการ ให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ จำนวน 973 ราย ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการอัยการแต่อย่างใด

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2562 พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม สารวัตรสอบสวน สภ. บางกรวย พนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์แห่งคดี ฐานความผิดและสิทธิของผู้ต้องหาให้นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุ 62 ปี (ขณะนั้น) กรณีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 เวลาประมาณ 22.30 น. ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสันทะเบียน 7 กส 2300 กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเคอาร์สีเขียว (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) มีนายธรรมรัตน์ ทองทวี เป็นผู้ขับขี่ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ 125 ไอ สีแดงดำ ทะเบียน 8 กร 6848 กรุงเทพฯ มีนายธันณเรศ ร้อยกรอง อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่ เป็นเหตุให้นายธรรมรัตน์ได้รับบาดเจ็บ และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย และไม่หยุดลงมาช่วยเหลือ

แต่มีพลเมืองดีติดตามไปทันที่บริเวณทางเข้าวัดหูช้าง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง จึงได้เชิญตัวมาที่ สภ.บางกรวย และต่อมาได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจ พบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ 87 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เหตุเกิดที่ถนนนครอินทร์ (ขาออก) หน้าปั๊มคาลเท็กซ์หมู่ 3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กาย จิตใจ และขับรถโดยประมาท อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์ ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ


กำลังโหลดความคิดเห็น...