xs
xsm
sm
md
lg

หรือต้องบนเสด็จเตี่ย! “กัปตันเรือไทย” แนะ 7 วิธี ช่วยให้เรือยักษ์หลุดจากจุดเกยตื้นคลองสุเอซ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนุ่มใหญ่ อดีตกัปตันเรือขนตู้คอนเทนเนอร์ โพสต์เฟซบุ๊กแนะ 7 วิธี อาจช่วยเรือยักษ์ที่ขวางคลองสุเอซ หลุดจากจุดที่เกยตื้นมาได้ พบ ข้อที่ 7 ให้บนเสด็จเตี่ยด้วยประทัด 500 ดอก หลังตนเองเคยประสบเหตุการณ์คล้ายๆ กัน

จากกรณี เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 224,000 ตัน ของบริษัท “Ever Given” จากประเทศไต้หวัน ที่เสียหลักเกยตื้นขวางคลองสุเอซ ตั้งแต่เมื่อวันอังคาร 23 มี.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เรือลำอื่นๆ ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะสร้างความลำบากในการขนส่งสินค้า เนื่องจากเรือลำอื่นจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรือ ซึ่งต้องใช้เวลาและน้ำมันเพิ่มมากขึ้น จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในอนาคตนี้ได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (27 มี.ค.) นายยูคิโตะ ฮิงากิ ประธานบริษัท โชอิ ไคเซน ไคชา ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ เอเวอร์ กิฟเวน (Ever Given) ที่เกยตื้นขวางคลองสุเอซ เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางแผนจะทำการเคลื่อนย้ายเรือดังกล่าวในคืนวันเสาร์นี้ (27 มี.ค.) ตามเวลาญี่ปุ่น เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในคลองสุเอซ พร้อมทั้งขออภัยที่เรือซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของ ได้สร้างความไม่สะดวกต่อการสัญจรอย่างมาก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Seksit Pratoomsri” ซึ่งเป็นกัปตันเรือ ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในโลกโซเชียล เกี่ยวกับเหตุการณ์เรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ พร้อมกับแนะวิธีที่จะทำให้เรือหลุดออกจากจุดที่เกยตื้น โดยได้ระบุข้อความว่า

“บันทึกไว้อ่านเล่น ในฐานะเคยเป็นกัปตันเรือ Container มานาน

ช่วงนี้การเดินเรือทั่วโลก คงพุ่งความสนใจไปในกรณีเรือ Container ขนาดใหญ่ชื่อ “Ever Given” ไปติดตื้นในคลองสุเอซและขวางเส้นทางการเดินเรือหลักของโลกสายหนึ่ง จากภาพ เรียกว่าขวางจนมิดคลองเลยทีเดียว และท่าทางจะอีกพักใหญ่ๆ แหละครับ ที่จะ clear เรือลำนี้ออกได้ ป่านนี้ เรือแถวนั้นคงวุ่นวายกันน่าดู ลำไหนที่อยู่กลางๆ คลอง แล้วกลับลำวิ่งออกไปทางเดิมได้ ก็ยัง OK แต่พวกลำใหญ่ๆ ที่กลับลำไม่ได้นี่ น่าจะลอยอยู่แบบนั้นรอ Ever Given ให้พ้นเส้นทางก่อนจะเดินทางต่อไป การเดินทางจากเอเชียไปยุโรป ช่วงนี้ ถ้าเลือกที่จะไม่รอผ่านคลองสุเอซ ก็ต้องวิ่งอ้อมแหลม Good Hope ที่ปลายทวีปแอฟริกา เหนื่อยกันเลยละครับ แถมคลื่นลมแถวปลายแหลม ก็หนักหนาสาหัสเอาการอยู่ นอกจากนี้ ระยะทางกับเวลา + ค่าน้ำมันในการเดินทางก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เอาง่ายๆ ถ้า ผมพาพวกเราทุกคนขึ้นเรือไปกับผมออกจากท่าเรือแหลมฉบังที่บ้านเราจะไปท่าเรืออัมสเตอร์ดัม ที่เนเธอร์แลนด์ เส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือ ต้องผ่านคลองสุเอซครับ นั้นก็ปาเข้าไป 9,100 ไมล์ทะเลแล้ว ถ้าเรือวิ่งได้สัก 15 นอต ก็ใช้เวลาถึง 25 วัน แต่ตอนนี้ผ่านคลองไม่ได้ ผมก็ต้องพาพวกเราไปอ้อมแหลม Good hope หล่ะครับ (ไปเมาคลื่นกันหน่อย) ระยะทางก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 12544 Nm และใช้เวลา 34 วัน นั่นก็คือเพิ่มอีก 9 วันเลยทีเดียว พอคูณค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ของเรือในแต่ละวันเข้าไป มันก็มากอยู่ เพื่อนๆ คงสนใจคลองสุเอซแล้วสิครับ ว่ามันสำคัญยังไง มาๆ ... เล่าให้ฟังครับ

คลองสุเอซ (Suez Canal) เป็นคลองที่มนุษย์ขุดขึ้นในประเทศอียิปต์ครับ เชื่อมระหว่างท่าเรือซาอิด ฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเมืองสุเอซ (Suez) บนฝั่งทะเลแดง มีความยาวทั้งสิ้น 193 กิโลเมตรความกว้าง 300-350 เมตร และมีความลึกประมาณ 19.5-20.1 เมตร สามารถรองรับเรือยาว 500 ม. กว้าง 70 ม. ได้สบายๆ คลองไม่มีประตูกั้นน้ำครับ เพราะทะเลทั้ง 2 แห่งมีระดับเดียวกัน (ไม่เหมือนคลองปานามา) คลองสุเอซเริ่มสร้างในเดือน เม.ย. ปี 1859 แล้วเสร็จในเดือน พ.ย.1869 ก็ใช้เวลาถึง 10 ปี เลยทีเดียวครับ เป็นตัวเชื่อมสำคัญในการค้าระดับโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางลัดระหว่างยุโรปและเอเชีย โดยไม่ต้องไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา ในแต่ละปีจะมีเรือผ่านคลองเฉลี่ยถึง 25,000 ลำต่อปี ในจำนวนดังกล่าวเป็นเรือขนส่งสินค้าราวร้อยละ 58 คิดเป็นปริมาณการขนส่งสินค้าสูงถึง 665 ล้านตัน (หรือราวร้อยละ 14 ของปริมาณการค้าทั้งหมดของโลก) การเดินเรือตั้งแต่ต้นคลองจนถึงจุดสิ้นสุดคลอง ใช้เวลาประมาณ 11-16 ชมครับ ปัจจุบันกรรมสิทธิ์เหนือคลองสุเอซเป็นของประเทศอียิปต์ครับ การเดินเรือในคลองสุเอซเป็นการเดินเรือเพียงทางเดียว ดังนั้น เรือที่จะผ่านคลองสุเอซ จึงต้องเดินเรือเป็นขบวนในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งมี 3 ขบวนต่อวัน ประกอบด้วย การเดินเรือขึ้นเหนือจากท่าเรือสุเอซไปยังท่าเรือซาอิด 1 ขบวน ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง และการเดินเรือลงใต้จากท่าเรือซาอิดไปยังท่าเรือสุเอซ 2 ขบวน ใช้เวลาประมาณ 16 ชั่วโมง ปัจจุบัน คลองสุเอซเป็นคลองที่มีการขนส่งสินค้ามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในแถบตะวันออกกลางใช้ขนส่งน้ำมันไปยังภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะทวีปยุโรป และสหรัฐฯ ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านคลองสุเอซ มีสัดส่วนราวร้อยละ 22 ของจำนวนเรือทั้งหมดเลยทีเดียว

คราวนี้มาดูเจ้า Ever Given เราบ้าง เรือ container ลำนี้ยาวตั้ง 400 ม ก็สนามฟุตบอลมาต่อกัน 4 สนามแหละครับ กว้าง 59 ม. แล้วก็น้ำหนักที่บรรทุกสินค้าได้ถึง 219,079 ตัน เรือที่จะเข้าคลองสุเอซ ต้องใช้บริการของเจ้าพนักงานนำร่องครับ เพราะต้องใช้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการนำเรือพอสมควร กัปตันของเรือจะนำเรือผ่านคลองเองไม่ได้ ดูจากช่วงคลองที่เรือติดตื้น กว้างประมาณ 250 ม. นั่นก็หมายความว่า เจ้า Ever Given จะมีระยะจากกราบเรือถึงฝั่งแค่ข้างละ 90 ม. เอง ถ้านับจากขนาดมหึมาของมัน ก็เป็นระยะแค่นิดเดียวเอง จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า พอเรือเสียอาการ ทำให้หัวเรือเข้าไปติดตื้น ด้วยความยาวเรือ 400 ม. มันก็จะปิดคลองได้สนิททีเดียว จากข่าว บ้างก็ว่าโดนลมแรงจนทัศนวิสัยมองไม่เห็น พอลมแรง เรือ container ที่บรรทุกตู้ full load สูงขนาดนั้น ก็รับลมเต็มๆ เหมือนเรือใบแหละครับ สมัยผมเป็นกัปตันก็ประสบปัญหานี้บ่อยๆ บ้างก็ว่าเครื่องไฟดับ และเป็นสาเหตุให้เครื่องจักรใหญ่ดับตามมา แต่ไม่ว่าจะจากสาเหตุอะไร ตอนนี้ Suez ก็เป็นอัมพาตไปเรียบร้อยแล้ว นึกถึงว่าถ้าเป็นคลองไทย ที่เรามีโครงการว่าจะขุดที่ภาคใต้ ป่านนี้คงคิดหนักกันแล้วหล่ะครับ ถ้าเจอ case study แบบนี้

เรือลำนี้เจ้าของคือ บริษัท Evergreen Line ของไต้หวัน และดูแลเรือโดยบริษัท Bernhard Schulte Shipmanagement (BSM) ครับ ซึ่งเป็น ship manager ดังของโลกเลย มาดูกันครับ ว่าตอนนี้ เขาจะทำยังไงให้เรือลอยขึ้นและหลุดจากที่ตื้นได้บ้าง

1. ขุดทรายที่หัวเรือออก ด้วยรถขุดหรืออื่นๆ ก็ต้องขุดทรายออกถึง 20,000 คิวบิกเมตร และลึกถึง 16 ม. Bow Bulbous เรือถึงจะหลุด เพราะด้วยโมเมนตัมของเรือ + ความเร็วของเรือ + แรงลม หัวเรือน่าจะเสียบเข้าไปที่ชายฝั่งลึกและแรงพอสมควรเลยทีเดียวครับ
2. ใช้เรือ Tug ช่วยดึงให้พ้นที่ตื้น ดึงให้ตาย ก็ไม่น่าออกครับ ด้วยน้ำหนักเรือ + หัวเรือที่เสียบเข้าไปในทราย คงไม่น่ามี tug ที่มีแรงพอทีจะดึงออกได้
3. ใช้เรือดูดทรายใต้ท้องเรือออก ก็น่าจะพอช่วยได้บ้าง แต่ก็ต้องดูดไปทิ้งไกลๆ เดี๋ยวทิ้งไว้แถวๆ นั้นมีติดตื้นซ้ำสอง
4. ปั๊มน้ำกับน้ำมันออกบ้าง ลดน้ำหนัก แต่ก็ต้องคำนวณ ship stability ดีๆ เพราะว่าน้ำกับน้ำมันมันอยู่ด้านล่างของเรือ ไปปั๊มเขาออก GM ของเรืออาจเสีย จากน้ำหนักตู้สินค้าที่หนักๆ อยู่ด้านบนได้ เรืออาจจะพลิกคว่ำได้
5. มุกสุดท้าย ขนเอาสินค้าลงจากเรือบ้าง เพื่อให้เรือเบาขึ้น แต่ดูจากสิ่งแวดล้อมแถวนั้น จะเอาขึ้นทางบก น่าจะยากๆ หน่อย เพราะมีแต่ทราย จะไปตั้งเครน เอารถหัวลากเข้าไป น่าจะลำบาก อีกทางก็ discharge เอาลงเรือ Barge หรือทำ ship to ship ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ก็กว่าจะเอาสินค้าลงจนเรือลอยได้ น่าจะอีกหลายวัน
6. อีกทางที่ผมคิดเอง ใช้ tug ดึงและดันท้ายเรือ ให้เรือมันขนานกับฝั่งด้านหนึ่ง แล้วเปิดการจราจรให้เรือขนาดเล็กๆ หน่อย ผ่านไปเลยครับ อย่างน้อยก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้ หรืออาจจะลองเอาถุงลมใหญ่ๆ ไปลอดใต้ท้องเรือแล้วปั้มลมเข้าไป ก็อาจจะช่วยเพิ่มแรงพยุงของเรือให้ลอยขึ้นได้อีกทางหนึ่ง แต่จะไปหาถุงลมขนาดนั้นได้ที่ไหน ?
7. และสุดท้าย ผมเคยใช้วิธีนี้ตอนเรือติดตื้นที่ท่าเรือสงขลาครับ “บนเสด็จเตี่ยด้วยประทัด 500 ดอก” ขอให้หลุดจากที่ตื้นครับ พูดแล้วขนลุก ได้ผลครับ !!! แต่แถวสุเอซไม่น่าจะรู้จักเสด็จเตี่ยของเรา

ผมว่าตอนนี้ เขาคงทำทุกวิถีทางยกเว้นข้อ 6 กับ 7 แหละครับ ยังไงผมก็เอาใจช่วยนะครับ ขอให้ Ever Given กลับมาลอยได้อีกครั้งเร็วๆ ผมหล่ะเป็นห่วง Evergreen Line จริงๆ เกิดมีการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน แล้วคนฟ้องชนะขึ้นมา ประกันภัยทางทะเลในเรื่องของ P&I ที่ดูแลบุคคลที่ 3 น่าจะอ่วมแหละครับ เพราะน่าจะเกินความรับผิดของเจ้าของเรือในส่วน Ower Liability แน่ๆ เป็นเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ในฐานะคนประจำเรือคนหนึ่งครับ”