xs
xsm
sm
md
lg

คพ.เผยผลตรวจค่ามลพิษนอกโรงงาน “วิน โพรเสส” ระยอง สอดคล้องกัน ชงนายกฯ ประกาศพื้นที่อันตราย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจค่ามลพิษนอกโรงงาน “วิน โพรเสส” อ.บ้านค่าย จ.ระยอง สอดคล้องกับผลตรวจในโรงงาน เตรียมเสนอนายกฯ ประกาศ "บ้านหนองพะวา" พื้นที่อันตรายทางมลพิษ


รายงานพิเศษ


“ที่ไม่น่าตรวจเจอ แต่ก็ตรวจเจอ คือ สารอินทรีย์ระเหยง่ายที่น้ำผิวดิน ทั้งที่ชื่อของมันก็คือ ระเหยง่าย หมายความว่า โดยปกติมันจะระเหยไปในอากาศอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรจะตรวจเจอที่น้ำผิวดิน ถ้าจะเจอควรจะเจอในน้ำใต้ดินเท่าดิน แต่การตรวจเจอที่น้ำผิวดิน สะท้อนว่า มีสารตัวนี้ลงมาเติมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่า แหล่งกำเนิดมลพิษต้องอยู่ตรงนั้น”

ผานิต รัตสุข ผู้อำนวยการกองตรวจมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยข้อมูลนี้ในเวทีอภิปราย “ผลกระทบจากอุตสาหกรรมรีไซเคิลของเสียอันตราย กรณีบ้านหนองพะวา” ซึ่งจัดขึ้นในสวนยางพารา บ้านหนองพะวา ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ที่พื้นที่สวนเกินกว่าครึ่งยืนต้นตาย เพราะอยู่ติดกับแหล่งน้ำของโรงงาน โดยมูลนิธิบูรณะนิเวศจัดขึ้นเมื่อ 21 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา

ผานิต รัตสุข
พื้นที่นี้ ถูกเข้าตรวจสอบโดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เมื่อ 29 ต.ค. 2563 หลังได้รับข้อมูลว่าชุมชนบ้านหนองพะวา ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโรงงานแห่งนี้ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจหาสารพิษที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกโรงงานหลายครั้ง เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าผละกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนและสิ่งแวดล้อม มีความสัมพันธ์กับสารพิษในโรงงานจริงหรือไม่

ผู้อำนวยการกองตรวจมลพิษ เปิดเผยผลการตรวจสอบว่า ผลการตรวจแหล่งน้ำโดยรอบพื้นที่พบค่าความเป็นกรดสูงมาก มีค่า pH ประมาณ 1-2 (pH มีค่า 7 หมายความว่ามีความเป็นกลาง pH / มีค่าต่ำกว่า 7 แสดงความเป็นกรด / pH มีค่าสูงกว่า 7 แสดงความเป็นเบส) ตรวจสอบพบการปนเปื้อนของโลหะหนักหลายตัวในทางน้ำและแหล่งน้ำ

พบเส้นทางน้ำจากโรงงานไหลลงไปมางทิศใต้ จนมีค่าเจือจางเมื่อไปบรรจบกับน้ำอีกเส้นทางที่คลองโบสถ์ เช่นเดียวกับสภาพดินที่พบค่าความเป็นกรดสูงเช่นกัน และพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายในน้ำผิวดินใกล้โรงงาน ซึ่งไม่ควรจะตรวจพบ ทำให้บอกได้ว่า มีแหล่งกำเนิดของสารอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับค่าเป็นกรด การปนเปื้อนโลหะหนัก สารอินทรีย์ระเหยง่าย ที่ตรวจพบจากพื้นที่ภายในโรงงาน "วิน โพรเสส" ด้วย

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ทางกรมควบคุมมลพิษ เคยมีแนวทางที่จะเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อประกาศให้พื้นที่หนองพะวา เป็นเขตควบคุมมลพิษ ผู้อำนวยการกองตรวจมลพิษ ชี้แจงความคืบหน้าว่า ทีมงานได้ไปดูข้อกฎหมายที่จะทำให้กรมควบคุมมลพิษมีอำนาจที่จะเข้ามาดำเนินการได้มากขึ้นและเร็วกว่าการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมมลพิษ

จึงเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ให้ใช้ "มาตรา 9" ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม คือ เสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศ เป็นพื้นที่ที่มีภัยอันตรายทางสิ่งแวดล้อมจากมลพิษ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างรอนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการประชุมครั้งแรกของปี 2564

โดยมี 2 แนวทาง คือ เสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศ และมอบอำนาจให้จังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติ หากหน่วยงานใดไม่ทำตามประกาศจะมีโทษทางอาญาด้วย หรืออาจจะใช้วิธีให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศตามมาตรา 9 ไปก่อนเลย หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ดำเนินการ จึงเสนอให้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีต่อไป




ในเวทีอภิปรายครั้งนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวจากเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ลงพื้นที่ร่วมกับอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเมื่อ 29 ต.ค. ที่ผ่านมาด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.บอกว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบข้อมูลความเชื่อมโยงตั้งแต่ขั้นตอนการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงงาน การกำกับดูแลโรงงาน หรือมีเจ้าหน้าที่ของรัฐอำนวยความสะดวก หรือปล่อยปละละเลยละเว้นการตรวจสอบโรงงานเมื่อพบการกระทำความผิดหรือไม่

เพราะโรงงานสามารถนำเข้าวัตถุอันตรายปริมาณมหาศาลมาได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายและไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถึอันตรายเหล่านี้เลย

ที่สำคัญคือ ถูกร้องเรียนจากชาวบ้านมาหลายครั้งตลอด 10 ปี แต่กลับไม่ได้รับการแก้ปัญหา ยังคงปล่อยให้โรงงานสร้างผละกระทบต่อเนื่อง โดยขณะนี้ ป.ป.ท.มีข้อมูลเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น 3 กลุ่ม ที่อยู่ในข่ายต้องถูกตรวจสอบ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ลงพื้นที่มาเก็บข้อมูลในเวทีนี้เช่นกัน เพื่อดูว่า ความผิดที่เกิดขึ้นเข้าข่ายที่จะอยู่ในอำนาจการทำงานของดีเอสไอ หรือไม่ 

โดยเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ ยอมรับว่าดีเอสไอติดตามข้อมูลของพื้นที่นี้มานาน และได้เสนอเรื่องผ่านคณะอนุกรรมการคดีพิเศษ อยู่ระหว่างรอการพิจารณาในคณะกรรมการคดีพิเศษในช่วงต้นปี 2564 ว่าจะรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่










โรงงาน วิน โพรเสส ที่บ้านหนองพะวา ถูกร้องเรียนและถูกตรวจสอบพบว่า นำของเสียอันตราย ทั้งน้ำมัน สารเคมี กากตะกอนน้ำมันจำนวนมาก มากองเก็บไว้เป็นเวลานานหลายปี ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านกว่า 100 ไร่ ได้รับความเสียหายไปแล้ว แหล่งน้ำ ดิน ใช้การไม่ได้

ชาวบ้านหนองพะวา ร้องเรียนตั้งแต่โรงงานมาตั้งเมื่อปี 2554 ทั้งที่ยังไม่มีใบอนุญาต จนกระทั่งปี 2556 ชาวบ้านได้รับกลิ่นเหม็นจนชุมนุมกดดันให้นำรถแบ็คโฮมาขุดดินในโรงงาน พบการลักลอบฝังกลบขยะ แต่ก็ยังไม่ถูกดำเนินคดี กระทั่งปี 2560 โรงงานวิน โพรเสส กลับได้รับใบอนุญาตประกอบการกิจการโรงงานประเภท 40 บดอัดกระดาษ ประเภท 60 หล่อหลอมโลหะ

ส่วนใบอนุญาตประเภท 106 ประกอบกิจการรีไซเคิล โรงงานไม่ได้แจ้งขอประกอบกิจการ จึงไม่มีสิทธินำของเสียอันตรายเหล่านี้เข้ามาในโรงงาน แต่กลับพบการนำเข้าของเสียอันตรายอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของเสียอันตรายเหล่านี้ได้ และยังไม่มีกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานใดเลย ที่จะสืบหาที่มาของของเสียอันตรายเหล่านี้ ว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงทางการเงินกับแหล่งใดหรือไม่