xs
xsm
sm
md
lg

พรีมูฟเฮ! “กรมทะเล” ลงนามความร่วมมือแนวทางแก้ไขปัญหา 3 ชุมชนต้นแบบนำร่องในพื้นที่ป่าชายเลน “วราวุธ” ย้ำรัฐบาลเร่งแก้ไขตามแนว คทช.เพื่อประชาชน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ (6 พ.ย.) ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลนครภูเก็ต จ.ภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มูลนิธิชุมชนไท ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ P-Move) ชุมชนสระต้นโพธิ์ จ.ภูเก็ต ชุมชนชาวเลเกาะเหลา จ.ระนอง และชุมชนชาวเลโต๊ะบาหลิง จ.กระบี่ ได้ลงนามความร่วมมือ เพื่อจัดที่ดินกว่า 15.88 ไร่ และช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภค โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต เป็นสักขีพยาน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า ปัญหาที่พี่น้องประชาชนพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขและให้การช่วยเหลือเร่งด่วนคือ ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งรัฐบาลเองมิได้นิ่งนอนใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาพื้นที่จัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้แก่พี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลยังคงต้องรักษาสมดุลทางธรรมชาติ การอนุรักษ์ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน นอกจากนี้ยังต้องเกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นธรรม ช่วยผู้ด้อยโอกาสอย่างทั่วถึง 

นายวราวุธกล่าวอีกว่า ตนได้กำชับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. ให้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสรุปผลการดำเนินการและการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้เร่งรัดให้ดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ คทช.กำหนดโดยเร็ว ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในอีกหลายพื้นที่กำลังรอการจัดการปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งตนอยากย้ำให้พี่น้องประชาชนทุกคนได้มั่นใจว่า หน่วยงานภาครัฐจะร่วมมือกัน เร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มกำลัง ซึ่งในบางกระบวนการขั้นตอนอาจจะต้องใช้เวลาในการทำงาน จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและร่วมมือกับหน่วยงานที่ต้องดำเนินการในพื้นที่ให้สามารถจัดการและเคลียร์ปัญหาต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและเป็นไปตามเป้าหมายของ คทช.ต่อไป

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวภายหลังพิธีลงนามว่า นับตั้งแต่ปี 2559 โดยในปี 2559-2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้จัดที่ดินทำกินให้แก่ชุมชน โดยออกหนังสืออนุญาตเรียบร้อยแล้วจำนวน 12 ฉบับ เนื้อที่กว่า 14,376 ไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์กว่า 1,100 ครัวเรือน และประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 3,200 คน สำหรับในปี 2561 จ.นครศรีธรรมราช ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตและตรวจสภาพป่ามาแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนการขออนุญาต ต่อไป ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าหมายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนไว้ที่ 18,000 ไร่ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการจัดที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยกว่า 10,789 ไร่ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 โดยระหว่างปี 2559-2560 ได้ออกหนังสืออนุญาตไปแล้วจำนวน 63 ฉบับ เนื้อที่กว่า 548 ไร่ มอบให้แก่ชุมชนจำนวน 51 ชุมชน มีครัวเรือนได้รับประโยชน์กว่า 2,029 ครัวเรือน ประชาชนได้รับประโยชน์ 7,180 คน 

นายโสภณกล่าวอีกว่า สำหรับในปี 2562 - 2563 จะเร่งดำเนินการออกหนังสืออนุญาตให้ครบทั้ง 10,789 ไร่ คาดว่าจะมีชุมชนได้รับประโยชน์ทั้งสิ้นกว่า 494 ชุมชน 21,600 ครัวเรือน ประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 60,000 คน โดยในวันนี้ กรม ทช.ได้ลงนามร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มูลนิธิชุมชนไท ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ P-Move) ชุมชนสระต้นโพธิ์ จ.ภูเก็ต, ชุมชนชาวเลเกาะเหลา จ.ระนอง และชุมชนชาวเลโต๊ะบาหลิว จ.กระบี่ เพื่อร่วมแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนต้นแบบนำร่องในพื้นที่ป่าชายเลน จำนวน 3 ชุมชน 179 ครัวเรือน 484 คน เนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 15.88 ไร่ อย่างไรก็ตาม กรม ทช. จะเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ตามนโยบาย คทช.ให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้โดยเร็ว ต่อไป

ส่วนทางนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ทางสถาบันจะให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาชุมชนทั้ง 3 ชุมชน ได้แก่ การสร้างและซ่อมแซมบ้านเรือน และพัฒนาสาธารณูปโภคให้กับชุนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ป่าชายเลน อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ยังคงได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคตด้วย

ขณะที่นางสมพร ใจหาญ ผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และชุมชนต้นแบบ 3 ชุมชนนำร่อง ได้กล่าวเสริมว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่นำร่องต้องขอขอบคุณ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส., กรม ทช. และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ซึ่งในส่วนของภาคประชาชนทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้ ต่างดีใจมากที่เห็นภาครัฐให้ความสำคัญและช่วยเหลือ เจรจาไกล่เกลี่ยจนได้ข้อยุติและร่วมกันลงนามความร่วมมือกันในวันนี้












กำลังโหลดความคิดเห็น...