xs
xsm
sm
md
lg

“ฉาย บุนนาค” ย้ำชัดไม่คิดเปลี่ยนขั้ว ล้มล้างสถาบัน เปรียบ “เนชั่น” เสมือนต้นไม้ใหญ่ ย่อมมีการผลัดใบเป็นเรื่องปกติ จากเหตุสองพิธีกรลาออก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ฉาย” ประธานเครือเนชั่น เปิดใจเคลียร์ทุกประเด็น ลั่นปกป้อง 3 สถาบันหลักของชาติ ย้ำตระกูล “บุนนาค”จงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ ปัดขัดแย้ง “อัญชะลี-สันติสุข” ฝากถึงคนที่ปล่อยกระแสเรื่องปรับโครงสร้างบริษัทนั้นเป็นคนชั่วและตนไม่สามารถเตะหมาทุกตัวที่มาเห่าได้

จากกรณี สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง ว่า ขณะนี้ “เจ๊ปอง” หรือ อัญชะลี ไพรีรัก และ นายสันติสุข มะโรงศรี สองผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดังทางช่องเนชั่นทีวีได้ตัดสินใจที่จะยุติการทำรายการข่าวกับทางเนชั่นทีวีแล้ว โดยจะยกทีมงานและพิธีกรรวมประมาณ 6-7 คนไปทำรายการข่าวใหม่เพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์นิวทีวี ช่อง 18 โดยจะเริ่มแพร่ภาพออกอากาศรายการข่าวใหม่เป็นครั้งแรก ในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 นี้

ล่าสุดวันนี้ (5 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ที่โรงแรมเดอะเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ MGROnline.com และสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ระบุว่า ทุกองค์กรย่อมมีปัญหา และองค์กรเนชั่นทีวี นั้นกำลังก้าวสู่ปีที่ 50 ซึ่งตลอดระยะเวลาเส้นทางก็ผ่านอุปสรรคมามากมาย เนชั่นทีวีตอนนี้เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ ส่วนคนที่เข้ามาแล้วออกไปย่อมมีตามปกติ

นายฉาย กล่าวว่า เราขายความน่าเชื่อถือไม่ได้ขายดาราหน้าช่อง ขายคอนเทนต์ ขายความรับผิดชอบต่อสังคม นี่คือสิ่งที่เนชั่นดำเนินการมาโดยตลอด ข้อมูลข่าวสารจะต้องน่าเชื่อถือไปสู่สังคมและประชาชน ทั้งนี้ในเครือเนชั่นไม่ได้มีเพียง 3 บรรณาธิการบริหาร เรามีกรรมาธิการหลายกอง เราต้องระมัดระวังมากขึ้นในสถานการณ์ที่เปราะบางเพราะเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมแต่เราจะยืนหยัดในอุดมการณ์ของเรา สำหรับการลาออกจากเนชั่นทีวีของ อัญชะลี ไพรีรัก หรือ พี่ปอง นั้น จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน ยืนยันว่า ปกติตอนนี้ทุกคนยังทำงานอย่างเต็มที่ ด้านความขัดแย้งตนไม่รู้ว่าใครมีปัญหาอะไร แต่แน่นอนว่าตนไม่เคยขัดแย้งกับใครแล้วยังเคารพในพี่ปองเหมือนเดิม ส่วนของผู้ประกาศคนอื่นที่จะลาออกนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น ผู้ประกาศของเราเป็นพนักงานในองค์กร ข่าวลือต่าง ๆ ล้วนมาจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ดี อีกทั้งเมื่อวานเป็นวันเกิดของคุณกนก ตนก็ได้ไปอวยพรวันเกิด ย้ำตรงนี้ว่า ตนไม่เคยมีปัญหากับใคร

นายฉาย กล่าวอีกว่า ส่วนบุคคลที่ลาออกไปแล้วหรือกำลังจะลาออก และพนักงานที่เป็นคนสำคัญเป็นหน้าตาขององค์กรมีฐานแฟนคลับได้เรียกมาคุยแบบเจาะจงหรือไม่ ส่วนตัวไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้ายังทำงานอยู่ตามปกติก็มีแค่พี่ปองที่ลาออก ซึ่งทุกคนมีวิธีทางเดินของตนเองและมีการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานซึ่งเป็นเรื่องปกติ แล้วตอนก็ได้คุยกับพี่ปองเพราะว่าตัวเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เป็นพนักงาน รวมถึงผู้จัดรายการอาวุโสขององค์กร อีกทั้งเขาเคยออกไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วก็กลับมาซึ่งเป็นเรื่องปกติ เรามีพนักงานในเครือกว่า 1,000 ชีวิตก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทุกคนก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม

ส่วนการปรับกลยุทธ์ภายในองค์กร การนำเสนอข่าวก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำเหมือนเดิม เหมือนกับสื่อทุกช่องที่มีการย้ายดารา ก็ไม่ได้ส่งผลให้องค์กรได้รับผลกระทบ ส่วนตัวยืนยันว่าเนชั่นทีวีเป็นองค์กรที่มีความแข็งแรงและเรามีเงินสดเข้ามาเป็นจำนวนร้อยล้านบาท เราเชื่อมั่นว่าเราเป็นสื่อที่ทำข่าวที่มีผลกำไรอันดับต้นของประเทศ เรามีความจริงจังมาก ใครจะอยู่ใครจะไปก็เป็นเรื่องปกติ เราไม่มีหนี้สินเพราะได้ชดใช้จนหมดแล้วอีกทั้งเราไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเงินอีกเลย

ส่วนใครจะมาทำหน้าที่แทนพี่ปอง ตนยังไม่ได้คิดแต่เรามีผู้ประกาศอีกมากมายที่ไม่ได้รับโอกาส เราจะให้โอกาสกับเขาเพราะสถาบันเราเน้นการสร้างคน ถ้ามีโอกาสเราจะนำคนที่มีประสบการณ์เข้ามาร่วม รวมทั้งเราต้องมีพื้นที่ให้กับนักข่าวทุกคน ที่กล้าที่จะนำเสนอข้อมูล เราต้องยืดหยัดให้สังคมได้รู้ว่า เนชั่นทีวีมีอุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ตนเข้ามาสามปีก็ยังสานต่อจากผู้ก่อตั้งที่เคยทำไว้

ส่วนที่บอกว่า ผู้ประกาศที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดเรตติ้งให้กับช่อง เรามองเหมือนนักเตะ สโมสรฟุตบอล ที่มีนักเตะชื่อดัง แต่จำเป็นไหมที่จะต้องซื้อนักเตะคนดังเข้ามาในทีม เรามีทีมงานที่เข้มแข็งจะไม่จำเป็นที่ต้องซื้อตัวใครมา
ในช่วงปีที่ผ่านมานี้มีข่าวคราวรวมถึงเรื่องของคุณสนธิญาณ ตรงนี้จะบอกให้ชัด พี่ต้อยเป็นคนที่ต้องเคารพและรักและไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้

นายฉาย กล่าวอีกว่า สำหรับการนำเสนอข่าวในช่วงความขัดแย้งและสิ่งที่เนชั่นทีวี ระวังมากที่สุดคืออะไร เราต้องตรวจสอบข้อมูลในการนำเสนอและปฏิบัติตามจริยธรรม จรรยาบรรณของอาชีพ เราไม่ต้องการให้สังคมนำไปสู่ความขัดแย้งและความเกลียดชังเราต้องคู่ขนานไปกับการรับผิดชอบของสังคมอย่างตรงไปตรงมาและเป็นประโยชน์กับทุกคนในสังคม องค์กรเรายึดมั่นในปกป้องสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นี่คือหน้าที่และความยึดมั่น ตนไม่สนใจกระแสข่าวที่บอกว่าเนชั่นทีวี เปลี่ยนอุดมการณ์ ตนเองที่เป็นประธานบริษัท ต้นตระกูลรับใช้ประเทศชาติและสถาบันมากกว่า 300 ปี การปล่อยข่าวลือหรือเจตนาร้ายต่าง ๆ เป็นความไม่หวังดี เป็นการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ อุดมการณ์และจุดยืนเราไม่เคยแปลเปลี่ยน อุดมการณ์เราเหมือนเดิมการทำหน้าที่ก็ยังเหมือนเดิม แต่เราจะระมัดระวังในข่าวทีวีมากขึ้น มีคนออกไปก็ต้องมีคนเข้ามา เราต้องดูว่าใครที่มีความเหมาะสมกับองค์กรของเรา แต่ทั้งนี้ ความชัดเจนในการจะสรรหาบุคคลมาแทนคนที่ลาออก จะต้องประชุมในส่วนของกรรมการบริหารในวันพฤหัสบดีหน้า เรายืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งพนักงาน เราโดนข่าวลือมาโดยตลอด ได้ยินมาเยอะ

ส่วนการเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปสู่ออนไลน์เป็นก็ยังเป็นการบ้านที่เราต้องทำต่อไป แต่เนชั่นทีวีไม่มีอะไรเปลี่ยน เราต้องทำคอนเทนต์ออกสู้แพลตฟอร์มต่าง ๆให้มากขึ้น Content is the king และแบรนด์ต่าง ๆ ในเนชั่นทีวี ยังคงอยู่เหมือนเดิม
ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองออกมาแบนเครือเนชั่นทีวี นั้น ถ้าหากเรานำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ทางกฎหมายฟ้องร้องได้ แต่ที่ผ่านมาผู้ชุมนุมไม่เคยฟ้องร้องมีแค่วาทกรรมทางการเมืองเท่านั้น ตนอยากจะรู้ว่าบิดเบือนอย่างไร แต่ถ้าหากเราหมิ่นประมาทหรือทำให้ใครเสียหายก็สามารถดำเนินคดีกับเราได้ ทุกวันนี้สื่อทุกองค์กรจะต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวการเมือง แต่อาชญากรรม ยกตัวอย่างคดีน้องชมพู่ พวกเราก็ไม่ทำ

“ตนไม่รู้ว่าคนที่พูดกับองค์กรเราต้องการอะไร แน่นอนว่าองค์กรเราอาจจะได้รับผลกระทบบ้างจากการแบนโฆษณา แต่ไม่ได้ทำให้องค์กรของเราได้รับผลกระทบ เรายังคงแข็งแรงอยู่ถึงแม้ว่าจะมีกระแสข่าวหรือกระแสสังคมที่ถาถมเข้ามา คนปล่อยข่าวคือผู้ที่ไม่หวังดี ทั้งนี้ ข่าวลือที่แพร่ออกมาทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดูไม่ดี ตนไม่เคยกังวล เพราะไม่มีอะไรต้องให้กังวล การเข้ามาออกไปก็เป็นเรื่องปกติ ตนก็ไม่ได้มองที่บุคคลแต่ให้มองทิศทางขององค์กรแทน เรตติ้งต้องมาพร้อมความรับผิดชอบของสังคม การเป็นสื่อหากสนใจแค่เรตติ้งสูง แต่ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมก็ไม่ควร” นายฉาย กล่าว

นายฉาย กล่าวอีกว่า ด้านอดีตนักการเมืองที่จะมีเข้ามาซื้อหุ้นของเนชั่นทีวี นั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ เนชั่นทีวี เป็นผู้ถือหุ้นถึง 70% ไม่ได้เปิดการซื้อขาย และไม่เคยได้รับแจ้งว่าจะมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น ข่าวลือก็คือข่าวลือ เป็นข่าวลือที่มาจากสมาชิกวุฒิสภา สมควรระมัดระวังคำพูดให้มากกว่านี้ เราต้องรับผิดชอบต่อคำพูดที่เป็นการทำลายฝ่ายตรงข้าม และข่าวลือจากแฟนเพจเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ที่ไม่มีตัวตน ถ้าใครจะเชื่อตนก็ไม่ขอออกความคิดเห็น

“ ตนรับฟังทุกความคิดเห็น ขอบคุณมากที่มาชุมนุมอย่างสงบ เพราะการปกครองแบบประชาธิปไตยต้องรับฟังทุกฝ่าย เราไม่เคยเมินเฉยและไม่เคยมองว่าผู้ชุมนุมคือฝ่ายตรงข้าม แต่ผู้ชุมนุมต้องอย่าจาบจ้วงสถาบัน ส่วนคนที่ปล่อยกระแสว่าเนชั่นทีวี เปลี่ยนขั้ว ตนขอบอกว่า เป็นคนชั่วและฝากทิ้งท้าย ถึงคนปล่อยข่าวว่า ผมไม่สามารถเตะหมาทุกตัวที่มาเห่าได้ ยังไงตนยังจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์” นายฉาย กล่าวทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...