xs
xsm
sm
md
lg

ร้องเรียน “สภาคริสตจักรฯ” ส่อไม่โปร่งใส แลกที่ดินเอกชนย่านหนองแก หัวหิน ขยายโรงแรมหรู 5 ดาว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตัวแทนคริสเตียนร้องเรียน พบ “สภาคริสตจักรฯ” ลงมติแลกที่ดินเชื่อมซอยได้ 2 ทาง ย่านหนองแก หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้โรงแรมหรู 5 ดาว ส่อไม่โปร่งใส ไม่ส่งรายงานการประชุม มารู้ที่หลังเกือบจะได้ทำนิติกรรมแล้ว พบผนวกที่ดินที่กว้านซื้อไว้แล้ว ก่อสร้างตึก-ขยายทำเลโรงแรม ทำมูลค่าที่ดินเพิ่มกว่า 400 ล้าน ส่วนมูลนิธิสภาฯ ได้ที่ดินชายธงคางหมู กับค่าตอบแทน 18 ล้าน เสียทางเข้าออก มูลค่าที่ดินลดลง 40 ล้าน

วันนี้ (21 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนคริสเตียน ของคริสตจักรท้องถิ่นในสังกัดของสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยรายหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ว่า พบความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับมติการแลกที่ดินของคณะกรรมการมูลนิธิสภาคริสตจักรในประเทศไทย กับเอกชน ในซอยหัวถนน 21 และหัวถนน 23 ถนนหนองแก-เขาตะเกียบ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ ซึ่งมี นายทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 2 เม.ย. และ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติการแลกเปลี่ยนที่ดิน กับบริษัทเอกชนรายหนึ่ง เจ้าของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวในซอยดังกล่าว เนื้อที่ 2 งาน 91.3 ตารางวา โดยจะได้รับค่าตอบแทน 18 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่าไม่โปร่งใสอย่างยิ่ง

สืบเนื่องมาจากที่ดินผืนดังกล่าว แต่เดิมเคยเป็นสถานที่ตากอากาศของเพรสไบทีเรียนคอมมิสชั่น ต่อมามิชชันนารี นพ.ยอร์ช บี.แมคฟาร์แลนด์ หรือ พระอาจวิทยาคม ได้ขายที่ดินดังกล่าวแก่คณะมิชชั่น และต่อมาโอนให้มูลนิธิสภาฯ ซึ่งมีความประสงค์จะพัฒนาที่ดินนี้เป็นบ้านพักตากอากาศและสถานที่ประชุมอบรม ตามวัตถุประสงค์เดิมของมิชชั่น โดยมีนโยบายหลักว่าจะไม่พัฒนาที่ดินไปในทางธุรกิจหรือการค้าหรือกิจการอื่นใด เพราะเป็นสถานที่แห่งเดียวของสภาคริสตจักรในประเทศไทยที่มีที่ดินติดชายทะเลที่สวยงาม เหมาะสำหรับที่จะใช้เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศของมิชชันนารีและบุคลากรในสภาคริสตจักร ตลอดจนใช้เป็นสถานที่ประชุมอบรมอนุชน

ต่อมาในปี 2539 คณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ สมัยที่ นายสำราญ กวงแหวน เป็นประธานกรรมการ นายสินธุ์ คิมหะจันทร์ เป็นเลขาธิการ และนายทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ เป็นเหรัญญิก ได้ให้เอกชนรายหนึ่งเช่าที่ดินเนื้อที่ 8-0-31 ไร่ ซึ่งอยู่ติดชายหาด เป็นเวลา 30 ปี สำหรับทำเป็นโรงแรม ต่อมาในปี 2546 คณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ สมัยที่นายบุญรัตน์ บัวเย็น เป็นประธานกรรมการ นายสินธุ์ คิมหะจันทร์ เป็นเลขาธิการ และ นายทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ เป็นเหรัญญิก ได้ทำสัญญาเช่าออกไปอีก 30 ปี ครบกำหนดการเช่าในวันที่ 9 เม.ย. 2599 หรือเท่ากับสัญญาเช่าที่ดินมีอายุถึง 60 ปี ทั้งที่มูลนิธิสภาฯ ให้เช่าที่ดินมาได้เพียง 7 ปี ซึ่งแหล่งข่าวมองว่าขัดต่อเจตนารมณ์ขององค์กรมิชชั่นได้มอบให้มูลนิธิสภาฯ มาตั้งแต่ต้น อีกทั้งตลอดสัญญา 60 ปี มูลนิธิสภาฯ ได้ค่าเช่าที่ดินเพียงแค่ 50 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าที่ดินในอนาคตมีแนวโน้มสูงขึ้นเกือบ 300 ล้านบาท


ปี 2558 สมัยที่ นายทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ เป็นประธาน นายสุรพงศ์ มิตรกูล เป็นเลขาธิการ และ นายกู้ศักดิ์ สารกิติพันธ์ เป็นเหรัญญิก บริษัทเอกชนดังกล่าวเสนอขอแลกเปลี่ยนที่ดินเนื้อที่ 2 งาน 91.3 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ชายธงสามเหลี่ยม กับที่ดินมูลนิธิฯ ที่เชื่อมระหว่างซอยหัวถนน 21 กับ 23 เพื่อก่อสร้างอาคาร โดยเสนอผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2558 มีมติไม่แลกที่ดิน แต่ล่าสุดในปี 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีนายทวีศักดิ์ มหชวโรจน์ เป็นประธาน นายสยาม ม่วงศักดิ์ เป็นเลขาธิการ และนายชาญ โชตินันทเศรษฐ์ เป็นเหรัญญิก ได้ประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. และ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา กลับยกเรื่องการแลกที่ดินขึ้นมาลงมติใหม่ ให้เป็นการอนุมัติแลกที่ดิน โดยเสนอผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทน 15.2 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 18 ล้านบาท อย่างไม่ชอบมาพากล

โดยพบว่า คณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ ไม่ยอมส่งรายงานการประชุมให้คริสตจักรภาคทุกแห่งให้รับทราบโดยทั่วกัน แต่ส่งให้เฉพาะคริสตจักรภาคบางแห่งเท่านั้น แม้จะมีการทวงถามจากหลายคริสตจักรภาคก็ตาม ปรากฎว่าเมื่อตรวจสอบไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าบริษัทเอกชนรายนี้ไปทำรายการแบ่งแยกโฉนดที่ดิน เพื่อเตรียมพร้อมในการแลกที่ดินแล้วเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่วนที่ดินของมูลนิธิสภาฯ กำลังทำรังวัดแบ่งแยกโฉนดใกล้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมทำนิติกรรมแลกเปลี่ยนที่ดิน โดยที่คณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ ไม่ยอมส่งรายงานการประชุมที่ลงมติแลกที่ดินออกมาให้รับทราบโดยทั่วกัน แต่อาศัยการจัดประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แอบทำนิติกรรม ซึ่งผิดวิสัยของการบริหารจัดการที่ต้องให้โปร่งใส และถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ ผลจากการแลกเปลี่ยนที่ดิน จะทำให้บริษัทเอกชนดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว สามารถสร้างอาคารสูงได้ถึง 23 เมตร และผนวกเป็นผืนเดียวกันติดชายหาด เพราะบริษัทเอกชนรายดังกล่าว ได้ซื้อที่ดินเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว 2 แปลง เนื้อที่รวมเกือบ 3 ไร่ เหลือเพียงที่ดินของมูลนิธิสภาฯ ที่คั่นอยู่ตรงกลางเท่านั้น รวมทั้งทำให้บริษัทเอกชน มีทางเข้าออกเป็น 2 ทางทันที เพราะซอยหัวถนน 23 สามารถเชื่อมลงทะเลได้ แม้บริษัทเอกชนจะเป็นผู้ปิดประตูทางเข้าออกซอย 23 เองเพื่อความปลอดภัยก็ตาม ขณะที่ซอยหัวถนน 21 เป็นซอยตัน หากแลกเปลี่ยนที่ดินแล้ว จะทำให้ที่ดินมูลนิธิสภาฯ เสียทางเข้าออก 1 ทาง ส่งผลให้มูลค่าที่ดินลดลงมากกว่า ซึ่งจากการประเมินมูลค่าที่ดิน หากการแลกเปลี่ยนที่ดินสำเร็จ จะทำให้บริษัทเอกชนดังกล่าวมีมูลค่าที่ดินสูงถึง 435 ล้านบาท ขณะที่ที่ดินของมูลนิธิสภาฯ จะมีมูลค่าลดลง 40 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ตัวแทนคริสเตียนของคริสตจักรท้องถิ่นในสังกัดของสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย คริสตจักรวัฒนา คริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ คริสตจักรแสงสว่าง และคริสตจักรไมตรีจิต ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการมูลนิธิสภาฯ เพื่อคัดค้านการแลกที่ดินกับเอกชน และทบทวนมติการแลกที่ดินดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นคัดค้านการแลกเปลี่ยนที่ดินกับสำนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย