xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : คลายล็อกเฟส 3 คอหนังเฮ-คอมวยหงอย | หมอศิริราชห่วงโควิดระลอกใหม่ | สารเลวกินหัวคิวสถานกักกันรัฐ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

สรุปข่าวประจำวันที่ 24-30 พ.ค. 2563


อันดับ 1 : คลายล็อกเฟส 3 เดินทางข้ามจังหวัดได้ เปิดห้างถึง 3 ทุ่ม โรงหนังเฮ แต่ผับ-สนามมวยร้องเพลงรอ

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมติให้ผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมระยะที่ 3 โดยยังคงมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักร ปรับระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) เป็น 23.00-03.00 น. ให้สามารถเดินทางข้ามจังหวัดภายใต้มาตรการตามที่ราชการกำหนด และให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดดำเนินการไม่เกินเวลา 21.00 น. รวมทั้งให้เปิดโรงภาพยนตร์ ศูนย์ประชุม-แสดงสินค้า สนามพระเครื่อง คลีนิค-สถานเสริมความงาม สปา นวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า ฟิตเนส สนามกีฬา ส่วนกิจการอาบอบนวด ผับ บาร์ สนามมวย ร้านอินเทอร์เน็ต ยังคงปิดชั่วคราวต่อไป

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. ระบุว่า การผ่อนคลายมาตรการเคอร์ฟิวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและให้กิจกรรมบางอย่างกลับมาเป็นปกติ ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัดอนุญาตตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป แต่ให้มีเหตุผลความจำเป็นและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของทางราชการ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบหลักการตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษา เพื่อรองรับกรณีหากยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธาน โดยพิจารณาว่าหลังวันที่ 1 ก.ค. หากเปิดประเทศจะใช้กฎหมายฉบับใดทดแทน


อันดับ 2 : ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 6 ล้าน ไทยเจอมาจาก State Quarantine หมอศิริราชห่วงระลอกใหม่

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ยอดผู้ป่วยสะสม ณ วันที่ 30 พ.ค. จำนวน 3,077 ราย หายป่วยแล้ว 2,961 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาล 59 ราย เสียชีวิตสะสม 57 ราย ส่วนสถานการณ์โลกพบผู้ติดเชื้อสะสม 6,031,023 ราย รักษาตัวอยู่ 53,734 ราย รักษาหายแล้ว 2,658,676 ราย เสียชีวิตสะสม 366,812 ราย สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือบราซิลและรัสเซีย ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 77 สัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนใหญ่พบผู้ติดเชื้อจากสถานกักกันโดยรัฐ (State Quarantine) มาจากรัสเซีย คูเวต สหรัฐอเมริกา กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย อินเดีย ทั้งพนักงานนวด ผู้ใช้แรงงาน และนักศึกษา

ด้าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความเป็นห่วงว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่จะกลับเข้ามา เพราะทุกครั้งที่ออกจากบ้าน มีโอกาสเสี่ยงกับการแพร่เชื้อและรับเชื้อ สิ่งที่ทำได้คือ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยครั้ง ระมัดระวังการผ่อนคลาย คาดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี จนกว่าจะมีวัคซีนออกมา สถานการณ์รุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับ 3 ส่วน ได้แก่ ผู้บริหารประเทศ ค่อยๆ ผ่อนคลายทุก 14 วัน อย่าปกปิดความจริง ผู้ประกอบการมีโอกาสให้ธุรกิจกลับมาแล้ว ต้องช่วยกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจาย และคนไทยต้องระวังตัวเอง




อันดับ 3 : อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล! แฉ "พ." สารเลว กินหัวคิว State Quarantine ระบาดหนักภาคตะวันออก

สัปดาห์ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และภาคเอกชนพัทยา รวบรวมข้อมูลขบวนการแอบอ้างหักหัวคิวจากผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก หลังพบว่ามีกลุ่มขบวนการติดต่อให้โรงแรมในจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา เข้าร่วมเป็นสถานที่กักกันของรัฐ (State Quarantine) โดยผู้ร่วมขบวนการราว 10 คน ติดต่อโรงแรมต่างๆ ต้องการเช่า 200 ห้องขึ้นไป ขั้นต่ำ 30 วัน ให้โรงแรมออกบิลคืนละ 1,000 บาท หรือเดือนละ 30,000 บาท แต่ให้หักคืน 300-400 บาท หรือเดือนละ 9,000-12,000 บาทเป็นเงินสดแก่ขบวนการเหล่านี้

ขบวนการนี้มีบุคคลอักษรย่อ "พ." เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่ง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อกล่าวหามีมูล มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน แต่ได้ส่งหลักฐานให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อแล้ว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับในที่ประชุม ก.ตร.นำตัวมาลงโทษให้ได้ ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ระบุว่า อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานราชการที่ได้รับความเสียหาย ส่วน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 ระบุว่า รู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว ชื่อจริงอักษรย่อ "พ." ชื่อเล่นชื่อ "โต้ง" ไม่ใช่คนพื้นที่ เป็นบุคคลธรรมดาไม่ใช่คนมีสี อยู่ในกระบวนการสอบสวน


อันดับ 4 : "แม่ปุ๊ก" วางยาลูก ใช้ความสงสารแสวงหารายได้ ทำเด็กหญิงบุญธรรมตายก่อนหน้า เงินสะพัด 15 ล้าน

คนใจบาปวางสารพิษเด็ก อ้างเป็นโรคประหลาดโพสต์ขายของและขอรับเงินบริจาคครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. กองปราบปรามจับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือปุ๊ก อายุ 29 ปี ก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก อ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษาเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ลูกบุญธรรมป่วยเป็นโรคประหลาด ก่อนเสียชีวิตเมื่อปลายปี 2562 ต่อมาอ้างว่าเด็กชายวัย 2 ขวบ น้องชายคนเล็กป่วยแบบเดียวกัน มีผู้เสียหายโอนเงินซื้อสินค้าแต่กลับไม่ได้สินค้า ขณะที่แพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เข้ารักษาเด็กชายวัย 2 ขวบ พบน้ำยาล้างห้องน้ำตกค้างในร่างกาย คาดว่ามาจากอาหารที่แม่ปุ๊กนำมาเยี่ยม

ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า น.ส.นิษฐา ใช้บัญชีธนาคารรับเงินโอน 5 บัญชี ทั้งของตนเองและของแม่เด็กหญิงวัย 4 ขวบที่ขอเอกสารอ้างว่าไปทำประกันสุขภาพ พบระหว่างปี 2561-2563 มีเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาท มาจากการบริจาคและซื้อของช่วยเหลือเด็กทั้งสองคน แต่เมื่ออายัดบัญชีกลับมียอดคงเหลือไม่กี่ร้อยบาท เชื่อว่ามีพฤติกรรมใช้ความน่าสงสารแสวงหาประโยชน์ เคยถูกจับกุมคดีฉ้อโกงทรัพย์ตั้งแต่ปี 2559 รวม 2-3 คดี ส่วนเด็กชายวัย 2 ขวบ หลังตรวจดีเอ็นเอพบว่าตรงกับแม่ปุ๊ก ขณะนี้อยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ตามคำสั่งศาล 6 เดือน


อันดับ 5 : ฆ่าคนตายยังมีหน้าออกคำคม นายช่างกราดยิง 3 ศพ สวท.พิษณุโลก แค้นนายช่าง-อีกคนชอบเสี้ยม

เหตุกราดยิงสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายวิม สอนสุด อายุ 59 ปี นายช่างไฟฟ้าชำนาญการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.พิษณุโลก ใช้ปืนขนาด 9 มม. และ .38 รวม 2 กระบอก และมีดหมอยิงนายสานิตย์ บุตรมางกูล ผอ.สวท.พิษณุโลก, นายจิรวุฒิ สุเมธเทพานันท์ นายช่างไฟฟ้า และนายภูมิศรัณญ์ พันธ์ภูมิ นายช่างอาวุโส เสียชีวิต ส่วนนายปรุง จันทร์แดง ช่างเครื่องส่ง บาดเจ็บสาหัส สอบสวนทราบว่านายวิมมีเหตุโกรธเคืองกับนายจิรวุฒิมาก่อน ประกอบกับสุขภาพไม่สมบูรณ์จึงทำงานผิดพลาด มีปัญหาของหายประจำ ก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะเบาะแว้งกันจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว

นายวิมกล่าวในระหว่างที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลกควบคุมตัว ว่า นายจิรวุฒิ โทร.มาให้หาอุปกรณ์บางอย่าง แต่ได้ปฏิเสธเพราะไม่ได้ยุ่ง ภายหลังหาเจอแต่นายจิรวุฒิไม่พอใจ ทำหน้าบึ้งใส่ ส่วนนายภูมิศรัณญ์เป็นคนชอบเสี้ยม หลังจากยิงคนแรกแล้วก็ตามไปยิงจนตาย ขณะนั้นนายสานิตย์ ผอ.โถมมาใส่ ตนไม่ยอมจึงยื้อยุดฉุกกระชาก คิดว่าถ้า ผอ.แย่งปืนไปได้ตนก็ตาย จึงใช้มีดแทงแล้วใช้ปืนยิง ส่วนนายปรุงเห็นเหตุการณ์ ตอนนั้นหน้ามืดแล้วเลยลงมือยิง ทิ้งท้ายด้วยคำคมว่า รับราชการมาจะโตได้ต้องเลียใช่ไหม ต้องชงเหล้าให้นายกินใช่ไหม ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่า พยายามฆ่า และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง




อันดับ 6 : ชาวเน็ตประนาม "เวฟหัวร้อน" หมวกกันน็อกตีหัว "ลุงแท็กซี่" อ้างปาดหน้ากระชั้นชิด บาดเจ็บเย็บ 9 เข็ม

เหตุกระทบกระทั่งบนท้องถนนมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "บัญชา เตชนราฤทธิ์" เผยแพร่วีดีโอคลิปรถแท็กซี่สีชมพูคาดน้ำเงิน ของสหกรณ์แท็กซี่ไทย จำกัด หมายเลขทะเบียน ทษ 1058 กทม. เฉี่ยวชนกับ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 i สีแดง-ขาว ป้ายเหลือง ทะเบียน 1 กฆ 3860 กทม. บนถนนกัลปพฤกษ์ (ขาออก) ใต้สะพานข้ามแยกบางพฤกษ์ เขตบางแค กรุงเทพฯ แต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ลงมาทำร้ายร่างกายคนขับรถแท็กซี่ โดยใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะจนเลือดอาบ และใช้ไขควงแทงก่อนหลบหนีไป ทำให้โลกโซเชียลประนามและเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับหนุ่มขี่เวฟหัวร้อนรายนี้



สำหรับโชเฟอร์แท็กซี่ผู้บาดเจ็บ คือนายเม้ง แซ่เฮง อายุ 75 ปี รักษาตัวที่โรงพยาบาลตากสิน เย็บที่ศีรษะ 2 เข็ม หน้าผาก 3 เข็ม ข้อศอกขวา 4 เข็ม แขนทั้ง 2 ข้างถลอกบวมช้ำ หน้าตาบวมปูด และปวดชายโครงข้างขวา ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายพชร เอี่ยมโมฬี อายุ 32 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง วินซอยกำนันแม้น รับสารภาพข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ปฏิเสธข้อหาขับรถประมาท อ้างว่าคู่กรณีตั้งใจมาขับปาดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้หยุดรถตัวเองไม่ทันพุ่งชนท้ายอย่างจัง ตำรวจ สน.เพชรเกษม รอผลตรวจสอบกล้องวงจรปิด ผลตรวจสภาพรถทั้งสองคัน และอาการบาดเจ็บของนายเม้ง ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป


อันดับ 7 : ศาลรับคำร้อง "การบินไทย" ขอเข้าแผนฟื้นฟู วุ่น! ไพรินทร์ลาออก ไม่มีเงินคืนตั๋ว ปตท.งดจ่ายน้ำมัน

การฟื้นฟูกิจการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สายการบินแห่งชาติ หลังรัฐบาลตัดสินใจให้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง และกระทรวงการคลังขายหุ้นการบินไทย จนพ้นสภาพจากความเป็นรัฐวิสาหกิจทันที ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการการบินไทย นัดไต่สวนวันที่ 17 ส.ค. ทำให้หนี้สินที่มีอยู่กับการบินไทยจะถูกพักชำระหนี้ (Automatic Stay) โดยอัตโนมัติ เจ้าหนี้จะฟ้องร้องไม่ได้ โดยการไต่สวนคำร้องจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถ้าศาลเห็นชอบจะใช้เวลาฟื้นฟูกิจการ เช่น ปรับโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน และแผนธุรกิจอีก 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องวุ่นๆ ในการบินไทยตามมา เริ่มตั้งแต่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย เมื่อวันที่ 26 พ.ค. หลังดำรงตำแหน่งได้ 1 วัน เหตุผลคือเพิ่งลงจากตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ครบ 2 ปีตามกฎหมาย ป.ป.ช. ส่วน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) งดจ่ายน้ำมันให้กับการบินไทย ล็อกเครดิตน้ำมัน จนกว่าศาลจะอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการ ส่งผลกระทบต่อรถยนต์ของบริษัทฯ ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีกรณีผู้โดยสารขอคืนเงินหลังถูกยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ไม่ได้เงินคืน เนื่องจากการบินไทยอ้างว่าไม่มีเงินคืนไปจนถึงปลายปี
กำลังโหลดความคิดเห็น...