xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : "ธนาธร" ตายน้ำตื้น ถือหุ้นสื่อขัดสมัคร ส.ส. | รุมสกรัม "ปารีณา" ฟาร์มไก่รุกป่า | "ครูวา" นางฟ้ากำมะลอ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 18 - 23 พ.ย. 2562)


"สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส" เสด็จฯ เยือนประเทศไทยในรอบ 35 ปี

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รับเสด็จ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงร่วมฉายพระบรมฉายาลักษณ์และมีพระปฏิสันถาร นอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปายังเสด็จเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ภายในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ หรือพิธีมิสซา ที่สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ถือเป็นการเสด็จเยือนประเทศไทยในรอบ 35 ปี นับตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 ได้เสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อปี 2527 เพื่อเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างผู้นับถือศาสนาคริสต์กับชาวพุทธให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงกล่าวสุนทรพจน์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ยืนยันถึงความปรารถนาดีที่มีต่อประเทศไทย และรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมแสดงความระลึกอย่างสูงต่อพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ รวมทั้งแสดงความยินดีที่ไทยได้ผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญของประชาธิปไตย ชาวคาทอลิกจะพยายามสนับสนุนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย พร้อมวิงวอนให้ประชาคมระหว่างประเทศ ดำเนินการแก้ไขปัญหาผู้อพยพถิ่นฐาน และแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทย รวมทั้งบุคคลและองค์กรที่แก้ไขปัญหานี้ ร่วมกับปัญหาเด็กและสตรีอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก จึงเป็นโอกาสดีในการที่จะไตร่ตรองและดำเนินการด้วยความตั้งใจแน่วแน่


อันดับ 1 : "ธนาธร" ตายน้ำตื้น! มติศาลรัฐธรรมนูญ 7:2 พ้น ส.ส. - กกต.จ่อฟันดาบสองเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 23 พ.ค. 2562 จากกรณีถือหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เจ้าของนิตยสารฮู (Who?) ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. โดยศาลเห็นว่านายธนาธรไม่ได้ไปยกเลิกการพิมพ์ตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ก่อนวันส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ แม้จะอ้างว่าหยุดกิจการ เลิกจ้างพนักงานไปแล้ว แต่บริษัทยังสามารถประกอบกิจการอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนแบบสำนารายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) วันที่ 12 ม.ค. 2558 และ 21 มี.ค. 2562 ยังมีชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้น 675,000 หุ้น ก่อนจะระบุชื่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร เป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว ส่วนการโอนหุ้นของนายธนาธรให้นางสมพร กลับไม่ส่งสำเนา บอจ.5 ทั้งที่เป็นหลักฐานสำคัญ

นอกจากนี้ การสั่งจ่ายเช็คค่าหุ้นของนางสมพร วงเงิน 6.75 ล้านบาท กลับไปขึ้นเงินตรงกับวันที่ กกต.ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นานถึง 128 วัน ทั้งที่ในอดีตบริษัทฯ จะเรียกเก็บเงินภายใน 42-45 วัน หรือเช็คบางฉบับใช้เวลา 98 วันถึงจะขึ้นเงิน ก็มียอดเงินเพียง 27,000 บาทเท่านั้น ส่วนข้ออ้างนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา ต้องดูแลทารกก็ไม่มีน้ำหนัก เพราะสามารถมอบอำนาจบุคคลอื่นได้ และที่อ้างว่าไปโอนหุ้นหลังกลับจากการปราศรัยที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ฟังได้เพียงว่า นายธนาธรอยู่ใน กทม.เท่านั้น การโอนหุ้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อต้องจดแจ้งต่อนายทะเบียน จึงมีข้อพิรุธหลายประการ และมีน้ำหนักหักล้างพยาน ด้านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณากรณีผู้ยื่นคำร้องว่านายธนาธรฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งสัปดาห์หน้า โดยมีโทษสูงสุดสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง


อันดับ 2 : รุมสกรัม "ปารีณา" ปมฟาร์มไก่รุกป่า เจ้าตัววอนสื่อหยุดถาม กรมป่าไม้-ส.ป.ก. รุกสอบ 24 พ.ย.

สังคมยังให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง กรณีที่ดิน 1,700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ใช้ประโยชน์ในการทำฟาร์มเลี้ยงไก่มานานกว่า 10 ปี ส่อเค้าว่าจะถือครองที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และรุกป่าสงวนอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ คณะทำงานของกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. เตรียมลงพื้นที่รังวัดที่ดินของ น.ส.ปารีณาในวันที่ 24 พ.ย. หลัง น.ส.ปารีณา ไม่ยอมนำชี้แนวเขตที่ดินซึ่งครอบครองอยู่ ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมลงพื้นที่ในวันที่ 29 พ.ย. เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดิน ภบท.5 และ ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณา สอดคล้องกับบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ ส่วนการได้มาของที่ดินต่างๆ จะได้โดยชอบหรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ ป.ป.ช.

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ น.ส.ปารีณา พบว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย. มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อ้างว่ามาพบนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร แต่ยังไม่ได้พบ ต้องเข้ามาใหม่อีกครั้ง ต่อมาวันที่ 19 พ.ย. น.ส.ปารีณา มาที่ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขึ้นไปพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่าไม่ได้พบเจอกัน กระทั่งวันที่ 22 พ.ย. ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณาปฏิเสธให้สัมภาษณ์ อ้างได้ทำเอ็มโอยูไว้กับนักข่าวแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ ทั้งที่ผู้สื่อข่าวทุกคนไม่ทราบ ภายหลังพบว่า น.ส.ปารีณาแจกเอกสารข่าว ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์ในทุกประเด็นปัญหาที่ดิน เนื่องจากอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ และ ส.ป.ก.ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ตนทราบ ยินดีให้ความร่วมมือและขอความเห็นใจ อีกทั้งยืนยันว่าไม่มีเฟซบุ๊กมานานกว่า 1 เดือน วอนไม่นำเฟซบุ๊กปลอมเสนอข่าว


อันดับ 3 : "ครูวา" นางฟ้ากำมะลอ "หนุ่มบิ๊กไบค์" เรดาร์พังหลังรู้ว่า "สาวสอง" ค้างบิล-สูญทรัพย์กว่า 2 แสน

กลายประเด็นฮือฮาในโลกโซเชียล สำหรับสาวประเภทสองรายหนึ่งไม่เปิดเผยตัวตน ใช้ชื่อว่า "ครูวา" เข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ได้รับฉายาว่าเป็น "นางฟ้าบิ๊กไบค์" อ้างว่ามีอาชีพหลักเป็นข้าราชการครู และเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก กระทั่งมีหนุ่มรายหนึ่งคบหาเป็นแฟนและเข้ามาอยู่กินด้วยกันตามปกติ แต่ที่ผ่านมาพบว่าไม่สามารถติดต่อได้ อ้างว่าติดสอนหนังสือ กระทั่งได้ฝากครูวา นำบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต รวมทั้งค่างวดรถบิ๊กไบค์ไปชำระ ซึ่งเจ้าตัวก็รับไปจ่ายให้ แต่พบว่าไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตที่บ้านถูกตัดเพราะไม่ได้จ่ายค่าบริการ รวมทั้งค่าผ่อนงวดรถก็มีเจ้าหน้าที่มาทวง แจ้งว่าค้างชำระมาแล้ว 3 งวด ทำให้หนุ่มบิ๊กไบค์และครูวาทะเลาะกัน ครูวาตัดสินใจออกจากบ้าน แล้วพบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท, พระเครื่องราคาแพง 3 องค์ และแหวนทองคำหายไป รวมความเสียหายกว่า 2 แสนบาท

เมื่อหนุ่มบิ๊กไบค์ค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ พบว่าใส่ชื่อครูวา คือ นางธัญญ์ฐิชา และ น.ส.ธัญญ์ฐิชาไม่พบ กลับพบเป็น นายธัญญ์ฐิชา ศศิโชติกุลวงศ์ ภูมิลำเนา ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร เปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง ทำให้หนุ่มบิ๊กไบค์ตกใจมาก และเมื่อพูดคุยกับเพื่อนในกลุ่ม พบว่าครูวาเคยหลอกลวงแบบนี้หลายครั้ง และคนที่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งทั้งหมดเป็นหนุ่มบิ๊กไบค์ด้วยกัน นอกจากนี้ยังพบว่า ครูวาเคยทำงานที่สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ทำงานได้ 1 ปีกลับทุจริตเรื่องเงินแล้วหลบหนีไป ส่วนที่บ้านเกิดพบว่าครูว่ามีชื่อเล่นว่าโจ๊ก ถูกไล่ออกจากบ้านไปนานนับสิบปีแล้วเพราะมีพฤติกรรมเป็นหญิง ล่าสุดเจ้าตัวอ้างกับสื่อว่าไม่ได้หลอกใคร ทุกคนให้เพราะความเสน่หา เรื่องที่ผิดก็จะยอมรับผิด ขณะนี้ป่วยเป็นโรคงูสวัด กำลังรักษากับหมอชาวบ้าน และจะพบกับตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ต่อไป


อันดับ 4 : ศึกสายเลือด "อาม่าฮวย" หลานพาฟ้องลูกสาวตัวเอง ยักยอก 350 ล้านจนเกลี้ยง อีกฝั่งโต้ถูกกีดกัน

คดีฟ้องเรียกเงินคืนกลายเป็นศึกสายเลือดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย. นางฮวย ศรีวิรัตน์ พร้อมด้วย น.ส.มินตรา ศรีวิรัตน์ หลานสาว ยื่นฟ้องธนาคารกสิกรไทย พนักงานของธนาคาร และ นางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี ลูกสาวคนที่สอง ต่อศาลแพ่งพระโขนง หลังนางฮวยป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเมื่อปี 2556 นางมาวดีคอยดูแลเฝ้าอาการเป็นประจำ แต่ระยะหลังเริ่มกีดกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าเยี่ยม ไม่ให้ทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์สั่งจนอาการแย่ลง มือขาอ่อนแรง สติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์จนพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ ลูกชายคนโตนำนางฮวยออกมาดูแลเอง กระทั่งนางฮวยโทรไปที่ธนาคารเพื่อตรวจสอบเงินในบัญชี พนักงานธนาคารตอบกลับว่า "อาม่าไม่เหลืออะไรแล้ว" โดยพบว่านางมาวดีถอนเงินจากบัญชีเงินและสั่งจ่ายเช็ค รวมถึงถอนเงินจากหน่วยลงทุนเข้าไปที่บัญชีของตัวเอง รวมเป็นเงินกว่า 350 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นางมาวดีตอบโต้ว่าไม่เคยโกงเงินอาม่า รู้สึกเสียใจที่หลานและทนายความออกมาพูด ที่ผ่านมาตอนอาม่าป่วย ตนดูแลใกล้ชิด แต่พออาม่าย้ายไปอยู่กับครอบครัวพี่ชาย ก็เริ่มเข้ามายุ่งเรื่องเงิน เพราะคิดว่าตนได้เงินมากกว่า เชื่อว่ามีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนไปเยี่ยมก็ถูกกีดกัน ส่วนที่กล่าวหาว่าเบิกเงินของอาม่าเกือบ 300 ล้านบาทนั้น อาม่าไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น ปี 2556 มีเงินในบัญชีราว 100 ล้านบาท พออาม่าป่วยตนใช้เงินส่วนตัว 3 แสนบาทจ่ายค่ารักษาพยาบาล แบกรับไม่ไหว จึงร้องขอให้ใช้เงินจากบัญชีอาม่ามาจ่าย ซึ่งเป็นเงินของโรงงาน โดยเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิกถอนเงินเป็นการพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งได้รับการยินยอม แต่ปี 2559 อากงเสียชีวิต ครอบครัวพี่ชายดูแลก็เกิดปัญหา ถูกฟ้องเนรคุณในปี 2560 ซึ่งตนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเรื่องนี้เตรียมทนายเพื่อสู้คดีเช่นกัน แต่เรื่องความสัมพันธ์ยังเป็นห่วงอาม่า


อันดับ 5 : สะพัด "ฟรอยด์" มอม "เยลลี่ผสมกัญชา" นักศึกษาสาว ตำรวจมึน-ให้การไปคนละทาง

ข่าวฉาวของนักแสดงหนุ่ม ฟ. ที่มอมยานักศึกษาสาว จนผู้ถูกกล่าวหาต้องออกมาดิ้น เกิดขึ้นเมื่อเฟซบุ๊กนักศึกษารายหนึ่งวัย 22 ปี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ไปทานข้าวกับรุ่นพี่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง พบดาราชายอักษรย่อ ฟ. ยื่นเยลลี่ให้ทาน บอกว่าเป็นเยลลี่จากแคลิฟอร์เนีย พร้อมพูดทีเล่นทีจริงว่ากัญชา เมื่อทานไปแล้วมีอาการมึนหัว โลกหมุน หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกจากร่าง รู้สึกโดนมอมยา โทรศัพท์หาพ่อแต่ถูกห้าม ร้องขอความช่วยเหลือโต๊ะข้างๆ ก็ไม่มีใครช่วยเพราะเห็นว่ามากับดารา ขอให้เรียกรถพยาบาล กลับเรียกแกร็บคาร์โดยไม่ได้ปักหมุดไปโรงพยาบาล จึงร้องขอคนขับเปลี่ยนจุดหมายและโทรศัพท์หาพ่อ จึงออกมาเตือนภัยให้ทุกคนระวังตัว ชาวเน็ตต่างพากันสืบว่าเป็นใคร พบว่าเป็น "ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์" นักแสดงหนุ่มตลก และเรื่องนี้ถูกแจ้งความที่ สน.ลาดกระบัง

ต่อมาวันที่ 19 พ.ย. หนุ่มฟรอยด์เข้าพบกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้ยื่นเยลลี่ให้นักศึกษาคนดังกล่าว และขนมกัญชาที่กล่าวถึงนั้น ตนไม่ได้เป็นคนนำเข้ามาในร้าน และบางส่วนเป็นขนมที่ซื้อจากในร้าน แต่ไม่ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมเนื่องจากยังอยู่ในสำนวน อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.คำแหง กัณฑวงศ์ ผกก.สน.ลาดกระบัง ระบุว่า ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาฝ่ายใด เนื่องจากภายในร้านไม่มีกล้องวงจรปิด มีเพียงผู้เสียหายที่ให้การยืนยันว่า ดาราหนุ่ม ฟรอยด์ เป็นคนส่งขนมเยลลี่ให้กิน ขณะที่ดาราฟรอยด์ และรุ่นพี่ที่ทำงานของนักศึกษาสาว ก็ให้การไปคนละทิศทางไม่ตรงกับคำให้การของผู้เสียหาย อีกทั้งยังต้องสอบแพทย์โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และรอผลการตรวจร่างกายจาก รพ.ตำรวจ เนื่องจากพนักงานสอบสวน ได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง เพื่อความรัดกุมของสำนวนคดี


อันดับ 6 : ตื่นเต้น "อุโมงค์อุดรธานี" แห่เซลฟี่คึกคัก เจอ "เด็กแว้น-ตลาดล่าง" ฝากรอยพัง ต้องปิดห้ามขึ้น

กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ชาวจังหวัดอุดรธานี เมืองเศรษฐกิจของภาคอีสานพากันตื่นเต้น เมื่อโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับรังษิณา ถนนมิตรภาพตัดกับถนนเลี่ยงเมืองอุดรธานี และถนนอุดรดุษฎี อ.เมือง จ.อุดรธานี ประกอบด้วยสะพานและอุโมงค์ยาว 990 เมตร มีชาวอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง พากันลงไปถ่ายรูปในอุโมงค์ ทั้งที่ยังไม่เปิดการจราจร บ้างพากันไปเป็นกลุ่ม หรือครอบครัว แต่หลายคนก็ไปเดี่ยว ถีบจักรยาน มอเตอร์ไซค์ หลังถ่ายรูป เซลฟี่เสร็จก็โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กและสื่อโซเชียล แต่ที่น่าเอือมระอาก็คือ มีกลุ่มเด็กแว้นตลาดล่าง เบิร์นยางรถจักรยานยนต์ เอาเท้าเหยียบ จนผู้รับเหมาต้องปิดไฟและห้ามเข้า แต่ก็มีชาวอุดรธานีที่มาถึง จอดรถไว้ที่หน้าจุดปิดกั้นแล้วเดินเข้าไปในทางลอด ไม่สนประกาศห้ามเตือนจากผู้รับเหมาแต่อย่างใด ขณะที่ชาวเน็ตทั่วประเทศต่างพากันประณามวัยรุ่นชาวอุดรธานีที่ก่อเหตุ

สำหรับโครงการทางแยกต่างระดับรังษิณา กรมทางหลวงก่อสร้างด้วยงบประมาณ 1,048 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญา 16 มีนาคม 2560 สิ้นสุดสัญญา 3 มกราคม 2563 โดยมีบริษัท นภาก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ถือเป็นอุโมงค์ทางลอดบนทางแยกแห่งที่ 2 ของภาคอีสาน ต่อจากอุโมงค์ทางลอดสี่แยกสามเหลี่ยม จ.ขอนแก่น และเป็นอุโมงค์ยาวที่สุดของกรมทางหลวงที่เคยสร้างมา ผนังสองข้างยังเป็นลายผ้าอีสานสวยงามขันหมากเบ็ง ซับเสียงได้ดี พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบไฟแสงสว่างในเวลากลางวัน และเวลากลางคืน เพื่อสอดรับกับแสงสว่างด้านนอก, ระบบตรวจวัดคาร์บอนไดออกไซน์ ระบบตรวจจับไฟไหม้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และกล้องวงจรปิด รวมทั้งโทรศัพท์ฉุกเฉิน โดยชาวอุดรธานีได้ทำกิจกรรมกิจกรรม เดิน-วิ่ง-ปั่น ก่อนทดลองเปิดใช้อุโมงค์ในวันที่ 24 พ.ย. นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...