xs
xsm
sm
md
lg

สำรวจมาตรการก่อนปลดล็อก “ห้างสรรพสินค้า-ศูนย์การค้า” เน้นเข้มข้น-สะอาด-มั่นใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ต่างออกมาตรการเตรียมความพร้อม เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเปิดให้บริการตามมาตรการคลายล็อกของภาครัฐ ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยเน้นการคัดกรอง เว้นระยะห่างทางสังคม ทำความสะอาดจุดสัมผัส และลดการสัมผัส สอดรับกับความปกติใหม่ หรือ นิวนอร์มัล

ทีมข่าวโซเชียลมีเดีย MGR Online ... รายงาน

มาตรการยับยั้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายในประเทศ หนึ่งในนั้นคือการปิดสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่มีคนแออัด เบียดเสียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ หนึ่งในนั้นคือ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า นับตั้งแต่กรุงเทพมหานคร มีคำสั่งปิดชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 2563 ถึงขณะนี้ก็ยาวนานเกือบ 1 เดือนครึ่งแล้ว

ขณะที่มาตรการคลายล็อก หรือปลดล็อกหลังสถานการณ์ดีขึ้น ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า อยู่ในกลุ่มกิจการที่จะคลายล็อกในเฟสที่ 2 โดยมีกำหนดประกาศในวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. ขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการรับฟังความเห็น ประเมินผลมาตรการระยะที่ 1 พร้อมหากลุ่มตัวอย่างทดลองเปิดระยะที่ 2 ระหว่าง 14-15 พ.ค. แล้วประเมินผลวันที่ 16 พ.ค.นี้

อ่านประกอบ : ศบค.เตรียมเลือก “ห้าง” และกิจการตัวอย่าง ทดลองเปิด 14-15 พ.ค.หากผ่านประเมิน คลายล็อกเฟสสอง 17 พ.ค.แน่

แม้ปัจจุบันห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าจะเปิดให้บริการเฉพาะธุรกิจที่ภาครัฐกำหนด แต่ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างๆ ที่มีสาขาทั่วประเทศ ต่างเตรียมความพร้อมรอเปิดให้บริการตามประกาศของภาครัฐ โดยได้ออกมาตรการเพื่อความสะอาด ปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี สอดรับกับความปกติใหม่ (New Normal) ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้


ศูนย์การค้ากลุ่มเซ็นทรัล ในนามบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) แม้จะเปิดให้บริการบางส่วน ก่อนหน้านี้ ก็ได้ออกแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” เพื่อยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยเชิงรุก ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงกับศูนย์การค้า ร้านค้า และพนักงานทุกคน เพื่อตอบรับความปกติใหม่ (New Normal) จากพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยแผนแม่บทดังกล่าวมี 5 แกนหลัก กว่า 75 มาตรการ ได้แก่ 1. การคัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening) วัดอุณหภูมิทุกคนก่อนเข้าศูนย์ฯ และทุกร้านค้า, สวมหน้ากากตลอดเวลา, พนักงานที่บริการใกล้ชิดลูกค้าต้องสวมเฟซชิลด์ (Face shield) และสวมถุงมือ และมีมาตรการเข้มงวดพิเศษสำหรับพนักงานส่งอาหาร (Delivery Man)

2. มาตรฐานเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทุกจุด เช่น จำกัดจำนวนคนเข้าศูนย์การค้า ไม่เกิน 1 คน ต่อ 5 ตารางเมตร สำหรับร้านค้าและพื้นที่ส่วนกลาง ลิฟต์-บันไดเลื่อน-ห้องน้ำ ต้องรักษาระยะห่าง 1-2 เมตรทุกจุด, จัดคิวขณะรอ และมีพื้นที่นั่งคอย สำหรับร้านค้า และพนักงานส่งอาหาร


อีกทั้งมีฉากกั้นแบ่งส่วนครบครันด้วย 5 Shields ประกอบด้วย Face Shield สำหรับศีรษะของพนักงาน, Food Shield สำหรับอาหาร, Table Shield สำหรับโต๊ะ, Counter Shield สำหรับเคาน์เตอร์ และ Cashier Shield สำหรับช่องชำระเงิน พร้อมสร้างการตระหนักรู้วิธีปฏิบัติให้ทุกคนทราบอย่างต่อเนื่อง

3. การติดตามเพื่อความปลอดภัย (Safety Tracking) มีการติดตามข้อมูลสุขภาพ และการเดินทางของพนักงานในศูนย์และร้านค้าย้อนหลัง 14 วัน และมีแบบฟอร์มให้กรอกก่อนเปิดศูนย์ฯ และทุกวันก่อนเริ่มงาน และสำหรับอาหารสั่งกลับบ้าน (Take away) ทุกกล่อง ต้องระบุข้อมูลชื่อร้าน สาขา และเวลา พร้อมชื่อและอุณหภูมิของผู้ประกอบอาหารติดบนกล่องอาหาร

4. การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส (Deep Cleaning) เช็ดทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสทุก 30 นาที ทั้งศูนย์การค้าและทุกร้านค้า และฆ่าเชื้อหลังปิดศูนย์ฯ พร้อมทำบิ๊กคลีนนิ่งทุกสัปดาห์, บริการฆ่าเชื้อที่ถุงสินค้าก่อนกลับบ้าน, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบัตรศูนย์อาหาร บัตรจอดรถทุกใบ และมีมาตรการพิเศษสำหรับห้องบริการต่างๆ เช่น ห้องแม่และเด็ก ห้องละหมาด ห้องลอง ห้องเรียน และทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนและหลังใช้บริการ

5. ลดการสัมผัส (Touchless Experience) ส่งเสริมการใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสด (Cashless) และระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-payment), บริการถุงใส่เงินทอนที่จุดแคชเชียร์ทุกร้านค้า, จัดพนักงานเปิดปิดประตูศูนย์การค้าและร้านค้า และกดลิฟท์ให้ลูกค้าเพื่อลดการสัมผัส (Buttonless)


ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ได้จัดทำแผนงาน “โรบินสัน สะอาด มั่นใจ ในทุกตารางเมตร กับ “แผนแม่บท 5 ข้อ” ทุกคน ทุกศูนย์ ทุกจุด ไม่ว่าร้านไหน บริการใด ไร้กังวล” มีทั้งหมด 5 แกนหลัก ได้แก่ 1. การคัดกรองเข้มงวด 2. ลดความแออัด 3. ติดตามให้มั่นใจ 4. สะอาดทุกจุดในเชิงรุก และ 5. ลดการสัมผัส

โดยได้ออกจดหมายแจ้งแผนงานไปยังพันธมิตรทางการค้า คู่ค้า และร้านค้า เพื่อให้ดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อทางจังหวัดออกประกาศฯ ตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อ ทางห้างฯ จะทำหนังสือแจ้งให้ทราบในทันที พร้อมระบุข้อกำหนดในการดำเนินการของแต่ละสาขา ให้สอดคล้องกับเนื้อหาของประกาศปลดล็อกฉบับนั้น

ทันทีที่ทางจังหวัดมีคำสั่งปลดล็อกห้างสรรพสินค้า ต้องจัดเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการภายใน 3 วัน โดยต้องตรวจเช็กสุขภาพและความพร้อมของพนักงานก่อนส่งพนักงานเข้ามาทำงานที่สาขา และขอให้พนักงานเข้ารายงานตัวที่สาขา ตามกำหนดเวลาที่ระบุในจดหมายแจ้งเปิดสาขาฉบับนั้นๆ และให้ความสำคัญต่อมาตรการแผนแม่บท ทั้ง 5 ข้อ อย่างเคร่งครัด


ศูนย์การค้ากลุ่มเดอะมอลล์ อาทิ เดอะมอลล์ ดิเอ็มโพเรียม ดิเอ็มควอเทียร์ บลูพอร์ต ยังคงเปิดให้บริการเฉพาะธุรกิจที่ภาครัฐกำหนด อาทิ กูร์เมต์ มาร์เก็ต, เทคโฮม และ ฟู้ดฮอลล์, ร้านขายยา, ร้านอาหาร (เฉพาะซื้อกลับไปบริโภคเท่านั้น), สินค้าเพื่อความจำเป็นในการดำรงชีพ, ธนาคาร, ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ บริการ M Chat & Shop และ Call to Order

ระหว่างนี้ เดอะมอลล์กรุ๊ป ได้ออก 5 มาตรการหลัก เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด อาทิ 1. เฝ้าระวังติดตาม 2. คัดกรองเข้มงวด 3. ลดความแออัด 4. สุขอนามัยเชิงรุก และ 5. ลดการสัมผัส พร้อมกับทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 30 นาที และทำความสะอาดรถเข็นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อความปลอดภัย ใส่ใจสุขอนามัย

โดยได้ออกมาตรการเฉพาะสำหรับร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร จัดให้มีการใช้ระบบการจองคิว เพื่อหลีกเลี่ยงการนั่งรอ จัดเตรียมจุดวัดอุณหภูมิ, เจลล้างมือ สำหรับบริการลูกค้าและพนักงานในร้านค้า จำกัดจำนวนคนในร้าน โดยต้องจัดโต๊ะที่นั่งเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร จำกัดเวลาในการรับประทานอาหาร ไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ติดตั้ง TABLE SHIELD ที่โต๊ะรับประทานอาหาร โดยอาหารต้องปรุงสุกสะอาด เปลี่ยนช้อนสำหรับชิมทุกครั้ง เข้มงวดในการจัดเก็บอาหาร และอุปกรณ์ทำอาหารให้ถูกสุขอนามัย งดวางอุปกรณ์และชุดเครื่องปรุงทิ้งไว้บนโต๊ะ โดยจัดมีเครื่องปรุงชนิดซองแทนการใช้ร่วมกัน แยกหม้อต้ม เตาปิ้งย่าง และอุปกรณ์การรับประทาน 1 ชุด ต่อ 1 คน

ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ต้องให้พนักงานเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะ งดการบริการตนเอง สำหรับอาหารซื้อกลับบ้าน (TAKE AWAY) ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิดมิดชิด ระบุชื่อร้าน สาขา วันที่ผลิต พร้อมชื่อพนักงานประกอบอาหารและจัดบรรจุภัณฑ์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ โต๊ะและที่นั่ง ก่อนและหลังให้บริการ ฆ่าเชื้อภาชนะต่างๆ ด้วยเครื่องรังสี UV ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพื่อฆ่าเชื้อโรค


ส่วนธนาคารและศูนย์บริการ จำกัดจำนวนคนในร้าน 1 คนต่อ 2 ตารางเมตร จัดให้มีผู้ช่วยแนะนำสินค้า เพื่อความรวดเร็วและลดการสัมผัส จัดให้มีระบบ AR Visual เพื่อลดการมองสินค้า มีบริการถุงมือพลาสติกสำหรับลูกค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้า ต้องทำสัญลักษณ์ กำหนดจุดเว้นระยะเลือกซื้อสินค้าชัดเจน ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ สินค้า ที่มีการลองหรือสัมผัสทุกครั้ง

ติดตั้ง COUNTER SHIELD ณ จุดชำระเงิน ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ สินค้าและถุงสินค้า ด้วยรังสี UV ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ และอบโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในร้านทุกสัปดาห์ สำหรับธนาคาร ต้องเพิ่มช่องให้บริการสำหรับผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ผู้พิการ หรือกลุ่มที่มีความเสี่ยงติดเชื้อง่าย และต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ปุ่มสัมผัสตู้ ATM ทุก 30 นาที

ส่วนร้านแฟชันและไลฟ์สไตล์ จัดให้มีบริการถุงมือพลาสติกสาหรับลูกค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้า เตรียมผ้าคลุมใบหน้าสำหรับการลองเสื้อผ้า และมีถุงเท้าสำหรับการลองรองเท้า และเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ทำความสะอาดห้องลองเสื้อผ้าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังการใช้งาน หรือทุก 1 ชั่วโมง

สำหรับคลินิก สถาบันความสวยความงาม และร้านตัดผม จะมีมาตรการเฉพาะร้านค้า โดยจัดให้มีการบันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการ และใช้ระบบการจองคิว วัดอุณหภูมิ สอบถามประวัติการเดินทางเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนให้บริการ และให้บริการที่ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกัน ที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ และมีข้อกำหนดเพิ่มเติมอื่นๆ

กลุ่มสยามพิวรรธน์ ได้แก่ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน ไอคอนสยาม ได้จัดเตรียม AIRFROG เครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ, เครื่อง UVC ROBOT, โดรนพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางภายนอกอาคาร, ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในระบบท่อน้ำทิ้ง, ล้างและเคลือบคลอยน์ เครื่องส่งลมเย็นด้วยสาร Enzyme, ทำความสะอาดระบบปรับอากาศส่วนกลางด้วยเครื่องฆ่าเชื้อโอโซน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าจะมีมาตรการเข้มงวดด้านสุขอนามัยก็ตาม ผู้ใช้บริการก็ควรให้ความร่วมมือในรูปแบบความปกติใหม่ (New Normal) อย่างน้อยสวมหน้ากากอนามัยครอบจมูกและปาก ล้างมือบ่อยครั้ง เว้นระยะห่างตามเส้นแดงเมื่อเข้าคิวอย่างน้อย 1 เมตร ให้ความร่วมมือในการตรวจคัดกรองกับทางห้างฯ และศูนย์การค้าทุกครั้ง

เพราะถึงแม้ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยลง แต่โรคโควิด-19 ยังคงไม่หมดไปจากโลกใบนี้ง่ายๆ ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด
กำลังโหลดความคิดเห็น...