xs
xsm
sm
md
lg

“รสนา” ชำแหละ “มาตรการช่วยค่าไฟ” คิดซับซ้อนเพื่อเอาเงินให้การไฟฟ้า ไม่หวัง “นิวนอร์มอลพลังงาน” จะเกิดโดยนักการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“รสนา” ชำแหละ “มาตรการช่วยค่าไฟ” สะท้อนความคิดแบบ “โอลด์นอร์มอล” ช่วยคนรวยก่อน เชื่อผุดวิธีคิดซับซ้อนเพื่อเอาเงินให้การไฟฟ้า แทนที่จะลดให้ประชาชนไปเลย หวังวิกฤตโควิด-19 เป็นโอกาสให้เกิด “นิวนอร์มอลพลังงานไทย” แต่ต้องเกิดจากประชาชนเปลี่ยนฐานความคิดใหม่ ไม่หวังเกิดจากนักการเมือง ด้าน “ดร.วิวัฒน์ชัย” ชี้ต้องเปลี่ยนโครงสร้างทางอำนาจ ซึ่งเป็นสาเหตุความไม่ยุติธรรมในระบบพลังงานอย่างแท้จริง

วันที่ 5 พ.ค. 63 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม และ อดีต สปช.ด้านพลังงาน พร้อมด้วย รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ในหัวข้อ “New Normal พลังงานไทย หลังโควิด-19”

โดย น.ส.รสนา กล่าวช่วงหนึ่งว่า ตอนนี้ นิว นอร์มอล มีการแปลเป็นภาษไทยว่าความปกติใหม่ หรือฐานวิถีชีวิตใหม่ มันอยู่ที่ว่าความปกติใหม่ แค่เราเว้นระยะห่างทางสังคม เข้าแถววัดอุณหภูมิเท่านั้นหรือเปล่า แต่สำหรับตนคิดว่าพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานฟอสซิล มันอยู่ในวิถีคิดแบบเก่า เป็น โอลด์ นอร์มอล พลังงานเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานฟอสซิลมาตลอด มันก่อให้เกิดวิกฤตการณ์สำหรับมนุษยชาติ อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ สิ่งแวดล้อม ทั้งโลกร้อน ฝุ่นพิษ ฯลฯ

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังงานฟอสซิล มันทำให้เกิดการผูกขาด เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยขึ้น มนุษย์มีงานน้อยลง

วิกฤตใหญ่ๆ ที่คุกคามมนุษย์ตอนนี้ เรื่องหลักมาจากพลังงาน หลังโควิด-19 จะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง ความปกติใหม่ มันต้องหมายถึงทัศนคติ หรือจิตสำนึกใหม่ของผู้คน วิธีคิดมันเป็นตัวกำหนดวิธีการ

น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า นิว นอร์มอล จะเกิด มันต้องเกิดจากจิตสำนึกใหม่ ว่าโลกกับชีวิตของเราคืออันหนึ่งอันเดียวกัน โลกคือต้นทุน ไม่ใช่กำไร ยอมทิ้งสารพิษ เพราะไม่อยากต้นทุนเพิ่ม เพราะคิดว่าโลกคือกำไร แล้วสิ่งต่างๆ ก็จะย้อนกลับมาหาเรา นิว นอร์มอล เป็นเรื่องทัศนคติที่สำคัญ อาจเริ่มเกิดขึ้นในหมู่ของประชาชน เศรษฐีอเมริกันเริ่มพูดถึงว่าหรือเราต้องหันกลับมาดูการพึ่งตัวเองมากขึ้น หรือต้องคิดถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่นักการเมืองคงไม่คิดแบบนั้น คิดแต่กลับไปสู่โลกเก่า การร่ำรวยแบบเดิม ทำจีดีพีแบบเดิม การเมืองสำคัญมากในการลากพานโยบายสาธารณะต่างๆ

น.ส.รสนา กล่าวว่า เรื่องมาตรการช่วยเหลือค่าไฟ เห็นชัดเจนเลย วิธีคิดแบบหยดน้ำหัวเสาลงมา ให้คนรวยก่อนแล้วคนรวยจะไปช่วยคนจน ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ล้าหลังมาก ต้องเปลี่ยนแล้ว มันสะท้อนออกมาในรูปแบบการแก้ปัญหาของหน่วยงานรัฐ รมว.พลังงาน ใช้งบ 2.3 หมื่นล้านบาท ในมาตรการช่วยค่าไฟ แล้ววิธีซับซ้อนมากเลย

ตนเสนอง่ายๆ ลดไปเลย 1,000 บาท เท่ากับ 250 หน่วย คนที่ตกงาน ทำงานน้อยลง เขาต้องการเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อสิ่งจำเป็น อย่างตนเดือน ก.พ. ใช้ 1,700 กว่าบาท จะให้จ่าย 1,700 กว่าบาทนี่แหละ แต่ว่าใช้ไฟให้เกินไปถึง 800 หน่วย เราจำเป็นเหรอ ทำไมต้องคิดซับซ้อน เราต้องใช้ให้ถึงใช่ไหม เพื่อจะได้รู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล

“ก.พ. ใช้ไฟ 438 หน่วย 1,700 กว่าบาท หักลบคูณหาร ปรากฏว่า จะได้ใช้ฟรีอีก 362 หน่วย ถ้าคูณก็ตก 1,400 บาท คุณต้องการการเอาเงิน 1,400 บาท ไปจ่ายให้ผู้ผลิตขายไฟ แต่ไม่ยอมลด 250 หน่วยให้ประชาชน แล้วยังมีการเก็บเงินไปก่อน ค่อยไปหักเดือนต่อไป ทั้งที่คนต้องการเงินตอนนี้ คุณคิดวิธีง่ายๆ ไม่เป็นเหรอ นั่นเพราะเขาต้องช่วยผู้ประกอบการก่อนช่วยประชาน อย่างออก พ.ร.ก.ช่วยพวกมีหุ้นกู้ คิดง่ายมาก แต่พอลดให้ประชาน คิดวุ่นวายมาก” น.ส.รสนา ระบุ

น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า ตนคิดว่า นิว นอร์มอล มีทั้งวิธีคิด วิธีเรียนรู้ วิธีสื่อสาร การปฏิบัติ วิธีจัดการ การใช้ชีวิตแบบใหม่ นี่เป็นสิ่งที่เขานิยามมา เราต้องแย่งชิงวิธีการในการที่เราจะตีความและขยายความเหล่านี้ไปถึงประชาชนให้กว้างขึ้น

ในช่วงวิกฤต เราจะพบว่ากระบวนการแบ่งปันของสังคมเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำอย่างไรให้การแบ่งปันเข้ามาอยู่ในระบบโครงสร้าง ไม่ใช่เกิดขึ้นในระบบเหมือนสังคมสงเคราะห์ในช่วงวิกฤติเท่านั้น สิ่งนี้ต้องช่วยกันคิด และผลักดัน นิว นอร์มอล อาจไม่ได้เป็นแค่จุดนี้จุดเดียว ตนเชื่อว่า โควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงอะไรอีกหลายอย่าง ถ้าเราหัดใช้วิกฤติตรงนี้เป็นโอกาส

จะหวังว่า โอกาสเกิดจากนักการเมือง คงไม่เกิด แต่มันจะเกิดจากคนรุ่นใหม่ นักวิชาการ และคนที่คิดแนวใหม่ๆ พวกนี้ ในการที่เราจะตีความ นิว นอร์มอล ให้มันอยู่กับวิถีชีวิตที่มันเปลี่ยนแปลงจริงๆ แล้วก็สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนในเรื่องของจิตสำนึกและฐานคิดใหม่ เพราะสำหรับตัวเองเชื่อว่าวิธีคิดเป็นตัวกำหนดวิธีการ ถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนวิธีคิด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนวิธีการ ถ้าหากเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการใหม่ๆ อาจนำเราไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ด้าน รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย กล่าวว่า นิว นอร์มอล หรือความปกติใหม่ ตนค่อนข้างที่จะมองว่าคำนี้มีปัญหา คือเป็นคำที่คิดขึ้นเชิงเทคนิค โดยไม่เข้าใจโครงสร้างของปัญหา ว่าความเหลื่อมล้ำของพลังงาน ราคาพลังงานให้เป็นธรรม มันเป็นยังไง เราอาจมองแค่สเต็ปเดียว ซึ่งมันมีมากกว่านั้น ตนจึงคิดว่า คำว่านิวนอร์มอลจึงไม่ค่อยตอบโจทย์ลึกๆ ถึงความไม่เป็นธรรม ปัญหาโครงสร้างเรื่องอำนาจ แต่มันตอบปัญหาเชิงเทคนิค

เมื่ออ่านมาหลายอัน เกรงว่าจะติดกับดักคำว่า นิว นอร์มอล แล้วเราจะมองข้ามในสิ่งที่มันเป็นอำนาจลึกๆ ที่มันกำหนดความไม่เป็นธรรมของราคาพลังงาน โดยเฉพาะอำนาจที่เกิดจากการแต่งงานระหว่างรัฐ ทุน และ รัฐราชการ พอไม่มองตรงนี้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เป็นระบบโครงสร้างของการผูกขาด ระบบผูกขาดทุนนิยมอภิสิทธิ์ชน ซึ่งเกี่ยวกับการอุปถัมภ์ค้ำจุน ซึ่งตรงนี้หลายประทศไม่มี ตนจึงสงสัยราคาพลังงานมันผูกโยงกับสิ่งเหล่านี้ไหมถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ต้องจัดการเรื่องอำนาจ นิวนอร์มอลจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสำนึกใหม่ ๆ แต่ที่ไม่เกิดเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ เข้าใจเรื่องโครงสร้างทางอำนาจ ที่เป็นตัวกำหนดที่แท้จริงของความไม่ยุติธรรมในระบบพลังงาน ตรงนี้ต้องคิดควบคู่ไปด้วย ถึงจะสามารถเปิดเผยหรือถอดหน้ากากของพลังอำนาจที่แท้จริง

เราต้องเปลี่ยนโครงสร้างการคำนวณค่าไฟ พอกันที วิธีคิดที่ซับซ้อนต่างๆ ต้องทำเรื่องยากซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย ให้ชาวบ้านเข้าใจได้ มันถึงจะทำให้ นิว นอร์มอล ที่เป็นนิวสตรัคเจอร์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...