xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อคึกฤทธิ์ประชันบทดาราตุ๊กตาทองฮอลลีวูด! เป็นนายกฯเมืองสารขัณฑ์ก่อนเป็นนายกฯไทย!!

เผยแพร่:   โดย: โรม บุนนาค


ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ประชันบทมาร์ลอน แบนโด
ในจำนวนคนที่มีความสามารถในหลายด้านของยุคนี้ และไม่ว่าจะทำอะไรก็เด่นดังไปซะทุกอย่าง คงจะเว้นที่จะกล่าวถึง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ไปไม่ได้ เป็นทั้งนักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง ศิลปิน และถึงขั้นสุดยอดได้เป็นศิลปินแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี ทั้งองค์การยูเนสโกยังประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกใน ๔ สาขา ได้แก่ การศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน นับเป็นบุคคลแห่งยุคท่านหนึ่ง ในโอกาสวันที่ ๒๐ เมษายนนี้เป็นวันเกิดของท่าน เลยขอถือกาศนำเรื่องที่ท่านไปแสดงหนังฮอลลีวูด ประกบกับดาราตุ๊กตาทองเจ้าบทบาท จนสนิทสนมถึงขั้นยกให้เป็น “เตี่ย” ไปเลย

ทั้งนี้ในปี ๒๕๐๔ บริษัทยูนิเวอร์แซลได้ติดต่อมายังองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าจะขอเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ ตอนนั้นเรายังไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ เลยทำอะไรไม่ถูก ผู้อำนวยการองค์การได้นำเรื่องเข้ารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ว่ากองถ่ายฮอลลีวูดคณะนี้จะนำเงินเข้ามาใช้จ่ายถึง ๔๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าหน้าที่กองถ่าย ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้าประเทศจำนวนไม่น้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าในหนังจะสร้างความเสื่อมเสียให้หรือไม่ ครม.ก็ไม่รู้ว่าจะพิจารณาอย่างไร เลยลงมติว่า จะมาถ่ายก็ถ่ายได้เหมือนเอกชนทั่วไปนั่นแหละ ไม่ขอรับรู้ในเรื่องนี้

ในวันที่ ๑ กรกฏาคม นายมาร์แชล กรีน ผู้จัดการกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “อั๊กลี่อเมริกัน” ของบริษัทยูนิเวอร์แซลได้เข้ามาเตรียมงาน เมื่อเข้าเฝ้า พระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล ได้เห็นเครื่องมือของอัศวินภาพยนตร์ที่ใช้ถ่าย “เรือนแพ” ก็บอกว่าเหมือนกับที่ฮอลลีวูดใช้อยู่เหมือนกัน ฉะนั้นไม่ต้องขนบางอย่างมาให้ยุ่งยาก อย่างเช่นไฟอาร์ค เครน ดอลลี่ ขอเช่าอัศวินก็แล้วกัน และนำอุปกรณ์ที่จะใช้ทั้งหมดรวมทั้งที่ขนมาจากฮอลลีวูด เปิดแสดงให้ประชาชนชมที่สนามเสือป่าก่อนเริ่มการถ่ายทำ
ในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม นายยอร์ช อิงลันด์ ผู้อำนวยการสร้างและกำกับการแสดงก็มาถึงพร้อมทีมงาน ๓๑ คน ส่วนดารานำ มาร์ลอน แบรนโด นั้นคงมาไม่ได้ ซึ่งผู้จัดการกองถ่ายบอกว่าการนำดาราใหญ่ระดับนี้มาถ่ายทำต่างประเทศต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก คงต้องใช้วิธีเดียวกับ “Never So Few” ที่ไม่ต้องเอา แฟรงค์ ซินาตร้า เข้ามา แต่มีภาพยืนอยู่บนพระปรางค์วัดอรุณได้

“อั๊กลี่อเมริกัน” ได้ถ่ายฉากทูตอเมริกันแมคไวท์ ซึ่งแสดงโดยมาร์ลอน แบรนโด บินมารับตำแหน่งที่เมือง ซาคาน หรือ สารขัณฑ์ ซึ่งเป็นเมืองสมมติในเอเชียอาคเนย์ โดยเกณฑ์คน ๓,๐๐๐ คนต้อนรับที่ดอนเมือง ส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมือจากกองทัพอากาศนำทหารมาให้หลายกองร้อย และถ่ายฉากนี้ถึง ๔ วัน จากนั้นก็ถ่ายฉากนิสิตนักศึกษาเดินขบวนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และถ่ายฉาก อีจิ โอกาดะ ดาราญี่ปุ่นซึ่งรับบทเป็นหัวหน้าฝ่ายซ้ายหาเสียงแถวคลองมหานาค

ในใบสั่งงานของบริษัทยูนิเวอร์แซลได้กำหนดยี่ห้ออุปกรณ์ที่เข้าฉากทั้งหมด เครื่องบินต้องใช้สายการบิน TWA รถยนต์ประจำตำแหน่งของทูตอเมริกันต้องเป็นคาดิแลค มอเตอร์ไซด์ตำรวจ ๘ คันที่นำขบวนทูตต้องใช้ฮอนด้า แม้แต่เครื่องดื่มของท่านทูตก็ระบุยี่ห้อไว้ เป็นการหารำไพ่ค่าโฆษณา

รถคาดิแลคแบบที่เข้าฉากไม่มีในเมืองไทย ต้องขนมาจากอเมริกา และเหตุการณ์ของเรื่องเกิดขึ้นในปี ๒๔๙๗ ซึ่งตอนนั้น TWA ยังใช้เครื่อง DC 6 แต่ตอนที่ถ่ายเปลี่ยนไปใช้เครื่องไอพ่นกันหมดแล้ว เลยต้องไปเช่า DC 6 มาจากญี่ปุ่นทาสีแต่งกันใหม่

หลังจากยกกองกลับไปแล้ว นายยอร์ช อิงลันด์ก็โทรเลขมาถึง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งตอนที่ “อั๊กลี่อเมริกัน” เข้ามาถ่ายไปอยู่เสียที่ญี่ปุ่น เชิญให้เป็น Technical Adviser ซึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ก็ไม่เข้าใจว่าจะให้ไปทำอะไร ถามไปยังเพื่อนชาวอเมริกันในกรุงเทพฯก็ไม่รู้เรื่อง แต่แนะนำว่าเท่าที่ทราบธรรมเนียมอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าฮอลลลีวูดติดต่อมาอย่าเพิ่งตอบตกลง แต่ให้เรียกค่าตัวเพิ่มไปอีก ๕-๑๐ เท่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ไม่กล้าเรียกถึงขนาดนั้น เพียงขอเพิ่มไปอีกเท่าตัว จาก ๕๐๐ เหรียญต่อสัปดาห์เป็น ๑,๐๐๐ เหรียญ ซึ่งนายยอร์ช อิงลันด์ก็ส่งตัวเครื่องบินให้รีบไปเลย

เมื่อไปถึงก็ส่งบทให้อ่านแล้วปรึกษาในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมตะวันออก ปรึกษาเรื่องฉาก เรื่องเครื่องแต่งกายของข้าราชการเมืองสารขัณฑ์ และให้ไปนั่งคู่กับนายยอร์ช อิงลันด์พิจารณาตัวละครในบทต่างๆที่มาสมัครว่าคนใดจะเหมาะสม พอมาถึงบทสำคัญ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชเล่าไว้ว่า

“ในที่สุดตัวนายกรัฐมนตรีก็มีคนมาสมัครกันเยอะแยะ ทั้งนายยอร์ช อิงลันด์และผมไม่เห็นใครเหมาะสักคน ไล่ไปหมด แล้วเหลียวหน้ามาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร นายยอร์ชก็บอกว่า คุณเล่นก็แล้วกัน ผมเลยตกลงใจรับ ที่ยอมเล่นก็เพราะเกรงใจนายยอร์ชเขา”

เมื่อถ่ายฉากประกอบในเมืองไทยหมดแล้ว “อั๊กลี่อเมริกัน” ก็กลับไปถ่ายฉากที่สร้างเมืองสารขัณฑ์ขึ้นในโรงถ่ายยูนิเวอร์แซล มีหมู่บ้าน คลอง วัด มีเรือและแพที่ใช้กันในเมืองไทยเข้าประกอบฉาก รวมทั้งท้องพระโรงที่ทูตแมคไวท์ถวายสารเข้ารับตำแหน่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่าถึงฉากที่นายกรัฐมนตรีโผล่หน้าออกมาดูการเดินขบวนว่า

“มันทำฉากหน้าต่างนิดเดียว กว่าจะถ่ายตั้งตีสอง จนผมตาแดงแล้วง่วง จึงได้ถึงบทไปยืนที่หน้าต่าง แล้วนายยอร์ชก็บอกให้ดูนิ้วเขานะ นิ้วชี้เขาหันไปทางไหนก็มองตามไป พอเริ่มถ่ายทำผมก็มองตามไป...รูปออกมาดีเป็นบ้า...”
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่าอีกว่า

“การแสดงหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้จักกับมาร์ลอน แบรนโดและรักกันมากด้วย ผมเลยกลายเป็นเตี่ยมันไป บอกอะไรฟังหมด กลัวหมด ไม่กล้าหือ ด่าว่าได้...”

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชว่าที่รับงานของบริษัทยูนิเวอร์แซลครั้งนี้ เพราะอยากเห็นชีวิตแปลกใหม่อีกด้านหนึ่งในโลกที่น้อยคนจะได้เห็น นอกจากคนที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เท่านั้น ซึ่งฮอลลีวูดมีระบบศีลธรรม มีระบบอาวุโส แล้วมีความรักใคร่กลมเกลียวกัน ส่วนที่ไม่ชอบกันก็มักจะเก็บไว้ในใจ

“เพราะฉะนั้นดาราเจอกันเข้าที่ไหน คนที่เคยเป็นดารามาแล้วเจอกัน ต้องกอดจูบกัน ผมกับมาร์ลอน แบรนโดเจอกันที่ไหนกลางฝูงคน เช่นเจอกันที่ลอนดอนต้องกอดจูบสองแก้มกัน ผู้คนก็บอกว่า อ้อ...ดาราเขาพบกัน”

เมื่อออกฉาย “อั๊กลี่อเมริกัน” ไม่ประสบความสำเร็จนัก และถูกวิจารณ์ไปในทางที่ไม่ค่อยดี แต่อย่างไรก็ตาม นสพ.ลอนดอนไทม์ ซึ่งวิจารณ์ “อั๊กลี่อเมริกัน” ว่าไม่ค่อยดีเหมือนกัน ได้เขียนไว้ว่า

“ยังมีนักแสดงที่แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่คนหนึ่ง คือคึกฤทธิ์ ปราโมช ในบทนักการเมืองที่มีท่าทางอันแนบเนียนและมีคารมอันคมคาย ซึ่งจะต้องเคยเรียนหนังสือที่อังกฤษมาอย่างแน่นอน เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบลงแล้ว คนดูก็สรุปได้อย่างเดียวว่า ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ไม่คงเส้นคงวาอยู่บ้าง เขาก็ยังเป็นคนๆเดียวในหนังเรื่องนั้นที่รู้เรื่องว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และตัดสินใจทำการต่างๆ ได้อย่างคนที่มีความรับผิดชอบ”

มีเรื่องที่น่าแปลกก็คือ ในอีก ๑๔ ปีต่อมา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้แสดงเป็นนายกรัฐมนตรีของเมืองสารขัณฑ์ ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆของเมืองไทย และต่อจากนั้นอีก ๒ ปี เมืองไทยก็มีนายกรัฐมนตรีอีกคนที่ชื่อ “เกรียงศักดิ์” เหมือนชื่อของนายกรัฐมนตรีเมืองสารขัณฑ์





มาร์ลอน แบรนโด มาเล่นว่าวที่สนามหลวง หลังจากที่ยกให้                   ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เป็นเตี่ย
กำลังโหลดความคิดเห็น...