xs
xsm
sm
md
lg

ขีดเส้นตาย 6 โมงเย็น! คนที่หลุดออกจากสุวรรณภูมิ 152 คน ต้องมารายงานตัว หากไม่ทำตามมีโทษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โฆษก ศบค. แถลงผู้ป่วยสะสม 2,067 ราย มาใหม่ 89 หายแล้ว 612 เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รวมสะสม 20 ราย นายกฯ ห่วงเหตุป่วนที่สุวรรณภูมิ “ไม่ควรให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” เตือนมี 152 รายที่หลุดออกมา ให้รายงานตัวที่สุวรรณภูมิ หรือศาลากลางจังหวัด ภายใน 6 โมงเย็น ฝ่าฝืนจะดำเนินคดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. แจงดำเนินคดีช่วงเคอร์ฟิว 42 ราย ทั้งพวกมั่วสุมแข่งรถ กินเลี้ยง บางคนเมาสุราและยาเสพติด

วันนี้ (4 เม.ย.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ประจำวัน ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอขอบคุณประชาชนให้ความร่วมมือมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานวันแรก ได้รับความร่วมมือในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน ยังเป็นห่วงคนไทยเข้าประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อคืนนี้ มีเหตุขัดข้องหลายเรื่อง และมีปัญหาไม่เข้าใจกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี สั่งการว่า “ไม่ควรให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” และได้มีการประชุมเมื่อเวลา 09.00 น. โดยมี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน

ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทย มีผู้ป่วยยืนยัน 2,067 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 89 ราย หายป่วยแล้ว 612 ราย ยังต่ำกว่าความเป็นจริง เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย รวม 20 ราย เป็นชาวไทยอายุ 72 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รักษาตัวที่โรงพยาบาลของรัฐ อาการไม่ดีขึ้น มาเสียชีวิตเมื่อ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้สูงอายุมีความเสี่ยงและเสียชีวิตสูงมาก กลุ่มเป้าหมายที่จะต้องให้ความร่วมมือสูงสุด คือ 20-29 ปี เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะกระจายเชื้อมากที่สุด จากการสอบสวนโรคพบว่า กลุ่มสนามมวยและกลุ่มสถานบันเทิงเหลืออย่างละ 2 ราย ที่เหลือเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 29 ราย ส่วนกลุ่มอื่นๆ เน้นย้ำคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ มี 18 ราย และคนกลุ่มนี้มีปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะต้องได้รับการดูแลอย่างดี ต่างชาติลดลง ส่วนสถานที่เสี่ยงลดลง เพราะมีมาตรการปิดสถานที่ ส่วนอาชีพเสี่ยงยังสูง จะต้องช่วยกัน

กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดมีความเสี่ยงพอๆ กัน หวังว่า การประกาศเคอร์ฟิวมีส่วนเปลี่ยนแปลงให้น้อยลง ส่วนผู้ป่วยสะสมพบใน 64 จังหวัด ผลจากการปิดสถานที่ใน กทม.และภูเก็ต พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หลายจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยก่อนหน้า เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เดินทางไปต่างจังหวัด โดย5 อันดับจังหวัดที่มีผู้ป่วยสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ ชลบุรี ส่วนจังหวัดที่ไม่พบรายงานผู้ป่วยมี 13 จังหวัด ลดลงจากเมื่อวาน มีจังหวัดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น (พระนครศรีอยุธยา และลำปาง) ตัวเลขทั้งหลายยังไม่น่าพึงพอใจ ขอให้แต่ละจังหวัดร่วมมือกันเพื่อไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้ได้

สถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ 1.09 ล้านราย อาการหนักเกือบ 4 หมื่นคน เสียชีวิต 5.9 หมื่นคน ไทยอยู่อันดับที่ 38 อันดับ 1 คือ สหรัฐอเมริกา เสียชีวิตแล้ว 7.3 พันราย ผู้ป่วยสะสม 2.7 แสนคน ส่วนผู้เสียชีวิตจากอิตาลีและสเปนเพิ่มขึ้นหลักหมื่นรายแล้ว มีข่าวว่าเลือกคนจะอยู่หรือไป ใครจะเป็นคนที่เสียสละ ไม่อยากให้เกิดภาพนี้กับคนไทย ขอให้เรียนรู้จากต่างประเทศ ต้องไม่เกิดขึ้นในไทยเด็ดขาด ส่วนผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ส่วนผู้ป่วยชาวไทยกลับจากต่างประเทศ มาจากยุโรป ปากีสถาน และอินโดนีเซีย กลับจากการร่วมพิธีทางศาสนา เป็นห่วงคนไทยที่จะกลับมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เมื่อวานนี้มีตัวเลข 158 คน เดินทางจากต่างประเทศ (ญี่ปุ่น 103 ราย กาตาร์ 11 ราย สิงคโปร์ 44 ราย) เมื่อวานมีความไม่เข้าใจ มีการต่อรองว่าจะไม่ร่วมมือไปอยู่ในที่ที่รัฐจัดให้ อ้างว่าไม่ทราบมาก่อน ทำให้เกิดการควบคุมฝูงชนไม่ได้ มีการร้องขอและกลับบ้านไปก่อน บางรายได้รับการส่งตัวไปอยูในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ ตอนนี้จัดให้อยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งใน กทม. วันนี้มีคำสั่งจะต้องมีการกักตัวทั้งหมด ตอนนี้ไปสัมผัสครอบครัว ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น จึงใช้มาตรการให้คนที่มีภูมิลำเนา 158 คน (มี 6 คนรายงานตัว ยินยอมกักตัวแล้ว ขณะนี้เหลือ 152 คน) อยู่ที่ กทม. นนทบุรี ชลบุรี ทางตำรวจรับทราบแล้ว ขอให้รายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสนามบินสุวรรณภูมิ (EOC) โทร. 02-132-9950 ส่วนคนต่างจังหวัดให้ไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนั้นๆ ภายใน 18.00 น. วันนี้ หากไม่ทำตามถือว่าจะมีโทษ รวมถึงญาติที่สัมผัสให้ไปกันทั้งครอบครัวเพื่อสอบสวนโรค ส่วนครอบครัวขอให้กักตัวเองที่บ้านอย่างเคร่งครัด ส่วนผู้โดยสารทางรัฐจะดูแลเป็นอย่างดี

ส่วนคนที่เดินทางบางส่วนติดค้างที่สนามบินต่างประเทศ ต่อเครื่องแล้วเข้าไทยไม่ได้ เพราะมีคำสั่งห้ามอากาศยานทำการบินชั่วคราว 4-6 เม.ย. ให้ติดต่อสถานทูตประเทศนั้นๆ เพื่อรายงานตัวและขอความช่วยเหลือ ค้นหาได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ ขอเวลา 3 วัน ไม่ให้มีการนำเข้าอากาศยานในประเทศไทย เพื่อเตรียมการอย่างดี ขณะเดียวกัน มีคนที่เข้ามาจำนวนหนึ่งได้ขออนุญาตล่วงหน้าไว้แล้ว เช่น พิธีทางศาสนาจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และนักเรียนทุนเอเอฟเอส แต่ทุกคนต้องยินยอมอยู่ในการกักตัวของรัฐ 14 วัน ส่วนข่าวที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ติดตามตัวคนที่ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ตำรวจติดตามตัวผู้โดยสารเมื่อคืนจริง แต่ไม่อยากให้ลงโทษ เพราะเป็นห่วงเป็นใยมากกว่า และไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประเทศชาติ เพราะตัวเลขที่ออกมาส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ

ด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประพัฒน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รายงานว่า การประกาศเคอร์ฟิวเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับนโยบายจากรัฐบาลใช้ดุลพินิจในการผ่อนผันผู้ที่มีความจำเป็นต่างๆ ภาพรวมจากการทำงาน มียานพาหนะทั่วประเทศ 7,598 คัน 16,010 คน ส่วนใหญ่ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และเข้าเวรเป็นบุคลากรทางการแพทย์และอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถหยุดได้ในช่วงเวลากลางคืน พบการฝ่าฝืนเป็นยานพาหนะ 144 คัน 177 คน รวมกลุ่มชุมนุมมั่วสุมเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ยานพาหนะ 3 คัน 8 คน ผลการดำเนินการมีการตักเตือน 94 คน ดำเนินคดี 42 คดี เช่น จับกลุ่มมั่วสุมแข่งรถหรือไปงานเลี้ยง บางคดีมีเมาสุราและยาเสพติด เมื่อคืนใช้กำลังตำรวจ 21,649 นาย พลเรือน ทหาร อาสาสมัคร 3 พันนาย

ส่วนกรณีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีกลุ่มเสี่ยงไม่ยอมกักตัวนั้น ชี้แจงว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้ร่วมอำนวยการกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตำรวจภูธรภาค 1 (ภ.1) และศูนย์ EOC โดยมี 214 คนมาจากอเมริกาและเกาหลีใต้ ได้อธิบายจนเข้าใจและนำตัวไปสถานกักกันที่สัตหีบ ชลบุรี 01.00 น. เป็นไปด้วยดี เตือนว่าหากไม่กักกันโดยรัฐ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยจะร่วมมือกัยตำรวจและฝ่ายอื่นติดตามตัวมา เนื่องจากรู้ชื่อที่อยู่หมดแล้ว ขอให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ EOC ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือศาลากลางจังหวัด เพื่อกักกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน กทม. ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัด อาจจะมีการขลุกขลักในช่วงเคอร์ฟิว ควรศึกษาพื้นที่ สอบถามได้ที่ 1599 ต่อไปจะชี้แจงศูนย์ 191 ทุกจังหวัดว่าจะผ่อนผันหรือไม่อย่างไร อะไรเป็นข้อห้าม ข้อแนะนำ












กำลังโหลดความคิดเห็น...